goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขิงก็ราข่าก็แรง

ชื่อตอน : ขิงก็ราข่าก็แรง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขิงก็ราข่าก็แรง
แบบอักษร

ตลอดทางที่เดินต่างมีสายตา ของเหล่าพนักงานคอยแอบมองการกระทำของเจ้านายหนุ่ม ที่เดินตามสาวสวย ในสไตล์สาวเอเชียไม่ใช่สาวยุโรปเหมือนเช่นทุกครั้ง และมันน่าแปลกตรงสายตาที่ส่งมาให้หนุ่มๆในออฟฟิศ มันคือสายตาของความหึงหวงและแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนมาก จนเหล่า. บรรดาหนุ่มๆ ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ทุกคนไม่อยากที่จะไปเดินเตะฝุ่นด้านนอกด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

“นี่คุณ ถามจริงเหอะ หิวข้าวจนต้องรีบเดินแบบนั้นเลยเหรอ”

“ฉันไม่หิวแล้ว ที่รีบเดินเนี่ยก็เพราะคุณ!! รู้ไว้ด้วย”

“อ้าว!! เมื่อกี้ในห้องยังบ่นหิว ออกมาข้างนอกหายหิวสะงั้น เอ๊ะ!! หรือว่าผมป้อนความสุขจนคุณอิ่มอกอิ่มใจแล้ว”

“คุณ!!! ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าคุณเป็นใบ้หรอกนะคะ”

“โห้!! อย่าหงุดหงิดสิครับ ยิ้มแล้วสวยนะคุณ หน้าแบบนี้เดี๋ยวก็เหี่ยวพอดี ไม่สวยนะ”

“นี่!!! ฉันจะสวยหรือไม่สวย ไม่เกี่ยวกับคุณ ดี!! คุณจะได้เบื่อฉันและเลิกตามตอแหยฉันสักที”

“ผม บอกเลยว่ายาก ยิ่งคุณเป็นแบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกดีมากๆเลย เราจะได้ทะเลาะกันไปจนแก่ตายกันไปข้างหนึ่ง แค่คิดก็คึกแล้ว”

“คุณ!! นี่มันโรคจิตชัดๆคนยิ่งเกลียด คุณยิ่งชอบ ถามจริง ที่บ้านขาดความอบอุ่นหรือไง ถึงได้แสดงออกมาแบบนี้”

“อ้าว!! พูดแบบนี้ ระวังนะ ผมบอกแล้วปากแบบนี้ คุณต้องเจอบทลงโทษแบบผมนะ แล้วเดี๋ยวถึงห้องย้ายของมาไว้ที่ห้องผมด้วย พอดีผมไม่สะดวก ไม่ชอบที่จะทำอะไรต่อหน้าคนอื่น”

แพรรัมภาได้ยินว่าเขาให้เธอย้ายไปที่ห้องของเขา เลยหยุดเดินและหันหน้ามาต่อว่าเขา

“คุณเป็นใครมาสั่งฉันให้ทำตาม ห๊ะ!!! คุณลูอิส เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันเลย นอกจากความสัมพันธ์ที่มันแสนจะห่วยแตกแบบนั้น”

ลูอิสได้ยิน เอาอีกแล้วนะ ปากแบบนี้มันไม่น่าจะพาไปทานข้าว มันน่าจะให้ทำอย่างอื่นแทนการทานข้าวจริงๆ ลูอิสคิดในใจ แต่ก็อย่างว่า ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ไม่น่าจะปราบพยศยาก เพียงแต่ว่าเขายังหาจุดอ่อนของแพรรัมภาไม่เจอ

“สรุป หิวหรือไม่หิว ผมจะได้พาคุณไปทานถูก”

ยังไม่ทันได้คำตอบก็มีเสียงที่มันฟ้องว่า เธอหิวและมันสุดแสนจะอาย ยิ่งพอเห็นเขาแอบยิ้มด้วยแล้วยิ่งรู้สึกโมโหไปกันใหญ่

“ก็พาไปสิ!! จะพูดอะไรมากมาย”

ลูอิสหัวเราะคนที่ ไม่แน่ใจว่าโมโหหิว หรืออายที่หลักฐานมันฟ้องให้เห็น ดื้อจริงๆ

ลูอิสพาคนข้างๆ ที่เดินมายังร้านอาหาร ตรงแถวข้างๆบริษัทเขา ซึ่งเขามาทานที่นี้บ่อย จริงเขาเป็นคนที่เรียบง่าย ผิดจากลักษณะภายนอกคนที่ไม่รู้จะคิดว่าเขาเป็นสำอางค์ รสนิยมชอบของแพงๆ แต่จริงๆ ไม่เลย สิ่งที่แพงก็คือนาฬิกาเพราะมันคือสิ่งที่เขาหลงรักมัน มันมีความสวยงามคลาสสิค เขาจึงหลงไหลในการออกแบบ นาฬิการุ่นต่างๆ ออกมา พร้อมๆ กับ งานธุรกิจทางด้านสายบันเทิง

“คุณทานร้านนี้ได้ไหม”

แพรรัมภา หันไปมองหน้า เธอทานได้ทุกอย่างนะแหละเธอไม่ใช่คนที่เริ่ดหรู กินแต่ของแพงๆ ถึงเป็นลูกคนรวยแต่เธอรู้จักใช้เงิน ที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอมากกว่า

“ตรงส่วนไหนที่มันบ่งบอกว่า ฉันเป็นพวกไฮโซ โก้หรู ฉันเป็นคนดูง่ายนะว่าไม่ชอบของแพง”

“ก็ดี!! นิสัยเข้ากันได้ รสนิยมก็คล้ายกันเกือบจะทุกเรื่อง”

“เดี๋ยว!!!ใครบอกว่าฉันเหมือนกับคุณ คุณลูอิส”

“พอๆ เดี๋ยวเราไปทะเลาะกันที่ห้องต่อ เดินเข้าทานอาหารก่อน เดี๋ยวคุณจะเป็นลมเป็นแล้งไปสะก่อน ยิ่งใช้พลังงานไปเยอะด้วยเมื่อกี้”

แพรรัมภา หันมาเตรียมจะด่า แต่ช้ากว่าคนด้านข้างที่ลากเธอมายังภายในร้านเรียบร้อยแล้ว และจับเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ และตัวเขาเดินอ้อมไปนั่งอีกด้าน

“นี่คุณ ทานอาหารไทยด้วยเหรอ”

“อ้าว!! ทำไมผมทานได้หมดแหละ แต่ช่วงนี้ชอบอาหารไทยมากกว่า มันมีหลายรสชาตดี ทั้งเผ็ด เค็มเปรี้ยว หวาน ถือว่ากลมกล่อม”

“สาบานว่าสิ่งที่คุณพูด ออกมานั้นคือ รสชาตอาหาร”

แพรรัมภาฟังแล้ว พอจะรู้ว่ามันไม่ใช่ ประเมินได้จากสายตาที่เขามองมายังเธอ เกลียดจริงๆ สายตาแบบนี้

“เอาละ ผมไม่กวนคุณแล้วจะทานอะไรสั่งได้เลย ผมไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไร”

แพรรัมภา พลิกดูเมนูอาหารด้วยความหิวมองอะไรก็อยากจะทานไปสะหมด เอาไงดี

“เออ..ขอผัดไท ต้มยำกุ้ง ไก่ทอด ส้มตำ เอาแค่นี้คะของฉัน คุณจะทานอะไรก็สั่งเองเลย”

ลูอิสที่ได้ยิน รายการอาหารนี้คงจะหิวมาก ละสิจะทานหมดไหมนั้น

“ส่วนของผม ขอผัดไทครับ”

“หึ คุณทานแค่นั้นเหรอ ตัวก็โตทานแค่เนี่ย”

“คุณจะด่าอะไรผม ก็ด่าในใจได้นะครับไม่ต้องคิดเสียงดังขนาดนั้นก็ได้”

“เหรอคะ ก็ดีได้ยินจะได้รู้ไว้”

“คุณ!! ผมว่าเรา เลิกทะเลาะกันเถอะนะครับ พูดกันดีๆได้ไหม”

แพรรัมภา ถึงกับสะตั๊นที่เขาทำหน้า จริงจังไม่ขี้เล่นเหมือนเมื่อครู่ จริงๆเธอก็ไม่ใช่คนที่ชอบต่อปากต่อคำอะไรใคร มีแต่เขาเนี่ยแหละที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้เอง

“ฉันก็ไม่ได้ทะเลาะ อะไรกับคุณนิ คุณเป็นคนหาเรื่องฉันก่อนทั้งนั้น”

“โอเค ผมขอโทษก็ได้ เรามาพูดกันดีๆ เถอะคุณ เรายังต้องรู้จักกันอีกนาน”

“แน่ใจเหรอคุณ ที่พูดว่าจะรู้จักกันอีกนาน”

“ผมนะเป็นคนพูดอะไรคิดเสมอ นะคุณ”

แพรรัมภาที่เห็นสายตาของลูอิสที่ส่งมายังเธอ ดูจริงจังมาก และในแววตานั้น มันแปลกๆ มันเหมือนมี อะไรมากวนข้างในใจเธอ

“เออๆๆ พอก็ได้ไม่อยากจะทะเลาะอะไรกับคุณหรอก ฉันหิวข้าวแล้ว ทะเลาะกับคุณมากๆ เดี๋ยวรสชาตอาหารมันจะเปลี่ยน”

ลูอิสที่ฟัง นี้ขนาดไม่อยากจะทะเลาะ ยังจะมีคำพูดเหน็บๆ มายังเขาอีก

จนอาหารที่สั่ง ถูกทยอยมาที่ละอย่าง ซึ่งทันที ที่ได้เห็นอาหารนหน้าตา อาหารมันน่าทานจริงๆ

ลูอิสจ้องมองคนตรงข้าม ช่างเป็นผู้หญิงที่แตกต่างจากที่เขาเคยคบมาจริงๆ ทุกคนที่ผ่านต่างพากันเหนียมอายแสร้งทำเป็นกลัวอ้วน กลัวไม่สวย ส่วนคนตรงหน้า ไม่มีห่วงหรือรักษาภาพลักษณ์อะไรเลย ดูจากการทานอาหารที่ดูแล้วแสนจะอร่อย

“เบาๆ ก็ได้คุณ ผมไม่แย่งคุณทานหรอก เดี๋ยวก็สำลัก พอดี”

แพรรัมภาเงยหน้าจากอาหารจานอร่อยตรงหน้า แล้วยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าทานต่อไปเรื่อยๆ รสชาตพอใช้ได้ระดับหนึ่ง ในต่างประเทศทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

ต่างคนต่างก้มหน้าทานอาหารไปเรื่อยๆ ลูอิสก็จ้องมองคนตรงหน้า แล้วอมยิ้มช่างมีความสุข จริงๆ ถ้าคนตรงหน้าไม่พยศกับเขาก็คงจะดีกว่านี้แน่ๆ

แพรรัมภาที่กินเข้าไปมากเริ่มที่จะอิ่มแล้ว ส่วนคนด้านหน้าอิ่มไปตั้งนานแล้วละ เอาแต่จ้องมองเธอกิน ตลกคนเรา

“โอเค ฉันอิ่มแล้ว คุณให้เขาคิดเงินเลยเดี๋ยวฉันจ่ายเอง”

ลูอิสได้ยินถึงกับ จ้องมองไปยังคนตรงข้ามอะไรนะ เดี๋ยวเธอจ่ายเอง

“แค่นี้ผมมีปัญญาจ่ายค่าอาหารของคุณคงไม่ทำให้ผมล่มจมหรอก”

แพรรัมภาได้ยิน คำพูดของเขาและสีหน้า จะโกทธ อะไรอีกเนี่ยแค่จะจ่ายค่าอาหารเอง

ลูอิสวางบัตรเครดิตให้กับพนักงาน แต่ก็นั่งเงียบทำหน้าดุ ไม่พูดอะไรอีก

แพรรัมภาเห็นแล้ว ผู้ชายอะไรงอนกะแค่ขอจ่ายค่าอาหารเองเนี่ยนะ

“ขอบคุณ สำหรับอาหารมื้อนี้คะ”

“อือ”

แพรรัมภาได้ยินคำพูดที่แสนสั้น ผู้ชายอะไรตัวก็ใหญ่ ไม่คิดว่าจะขี้งอนแบบนี้

“แล้วแต่!!”

พูดเสร็จแพรรัมภาก็เดินไปยังตรงทางเดินที่จะไปยังคอนโด ที่เขาและเธอพัก และเธอพึ่งจะมารู้ว่า ห้องของเขาก็อยู่ชั้นเดียวกับเธอ เยี่ยมไปเลย

ลูอิสที่งอนคนตรงหน้า เดินแบบไม่สนใจ คิดว่าสาวเจ้าจะง้อ แต่เปล่าเลย ไม่อาการที่จะบ่งบอกว่าจะง้ออะไรเขาหรือพูดให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย ชีวิตเขาทำไมต้องมารู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนนี้ด้วย

ต่างฝ่ายต่างเดิน แพรรัมภาที่รู้สึกเพลิดเพลินกับสองข้างทาง ที่มีบรรยากาศที่สวยงาม ของประเทศสเปน ไม่รู้ว่าป่านนี้เพื่อนเธอจะอยู่ที่ไหนแล้ว ไม่เห็นจะโทรหาเธอเลย มันผิดปกติ แพรรัมภาหยิบโทรศัพท์โทรหาดาว ที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าจะไปเจรจากับเขาให้เคลีย แต่นี้อะไร ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลยสักอย่าง

“ดาว แกอยู่ไหน”

ดาวที่คุณเจมส์ชวนเธอมาทานอาหาร ช่วงที่รอเพื่อนเธอและเจ้านายของเขา เจรจาต่อลองกันอยู่ แต่เธอคิดว่างานนี้เธอต้องได้กลับเมืองไทยคนเดียวแน่ๆ งานนี้

“ทานข้าวกับลูกน้องคุณลูอิส อยู่มีอะไรไหม แกอยู่ไหนละบีม”

“เออ!! โอเค เดียวฉันไปรอแกที่ห้องแล้วกัน ทานข้าวไปเถอะ”

แพรรัมภา วางสายจากเพื่อนก็รู้ตัวอีกทีถึงหน้าคอนโด ซึ่งไม่ได้ไกลจากที่ทำงานของเขาสักเท่าไหร่ ถือว่าโอเค เหมือนกับออกกำลังกายไปในตัว แต่ไม่แน่ใจว่าทุกครั้งท่าน เขาไปทำงานยังไง แพรรัมภาขอเปลี่ยนสรรพนามเรียกสักหน่อย ดูท่าทางจะขี้เหวี่ยงใช่ย่อย ดูจากท่าเดินที่เมื่อกี้เขาแซวเธอนี้ กลายเป็นเขาสะเองที่เดินจ้ำเอาจ้ำเอา แบบนี้คิดแล้วก็อดขำไม่ได้

ลูอิสที่เดินไปจนถึงลิฟต์แต่ยังไม่ได้กด เพราะรอแพรรัมภา ที่เดินดูโน้นดูนี่ตลอดทางเดิน ซึ่งปกติชีวิตเขาก็ไม่ได้เดินกลับห้องแบบนี้ส่วนใหญ่จะนั่งรถไปทำงาน เพราะกว่าจะกลับก็มีงานอยู่หลายที่ ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินกลับห้องในรอบเกือบหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความโมโหคนที่เดินชมโน้นนี่ อยู่ตรงนั้น และดู ดูทำไปยิ้มทักทาย พนักงานของคอนโด โดยเฉพาะหนุ่มๆ อีก

“นี่คุณ!! จะขึ้นห้องไหม ผัวรอนานแล้วนะ”

แพรรัมภาได้ยินสรรพนามที่เขาเรียกแล้วอยากจะหาอะไรเขวี้ยงไปโดนหน้าจริงๆ

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากัน ตะลึงกับสรรพนามใหม่ ใคร คุณลูอิสเรียกใคร ผัวเหรอ และคุณลูอิสมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเขาอยู่คอนโดนี่ก็นานมากแล้ว ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน เข้ามาในคอนโดนี่เลย เว้นแต่คุณผู้หญิงหน้าสวยหวานคนนี้ หรือว่า

แพรรัมภา ที่ทำหน้านิ่งๆ ไม่ให้ผิดสังเกตุว่าเขาเรียกเธอ แต่ผิดคาด

“คุณจะให้ผัวรออีกนานไหมครับ ผัวอยากจะขึ้นห้องแล้วเนี่ย”

เอาเข้าไปสิ ทุกคนจ้องมาทางเธอกันหมด ไอ้บ้า!! มันน่านักเชี่ยว แพรรัมภาที่รู้เขินอาย รีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดค้างไว้ พอถึงตัวคนที่ตระโกนเรียกเมื่อกี้ก็จัดการฟาดให้

“โอ้ย!!! เจ็บนะคุณ ตีผมทำไม”

“ยังจะมีหน้ามาถามว่าตีทำไหม คุณตระโกนแบบนั้นเพื่อให้ฉันอายใช่ไหม คุณลูอิส”

“อ้าวผมก็เรียกคุณถูกแล้วไง เมีย หรือไม่ใช่ หรือว่าคนไทยมีให้เรียกแบบอื่น อีกเหรอ หรือจะเรียก แบบเพื่อนผม ที่รักครับ อย่างนี้เอาไหม”

แพรรัมภาที่อยากจะบีบคอคนตัวโตให้ตายคามือจริงๆ ส่งสายตาเขียวปัดไปให้

“ที่รงที่รัก มงเมียอะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณทั้งนั้น เข้าใจไหม มันแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราว เท่านั้น จบจากเรื่องนี้แล้วเราก็ต่างคนต่างอยู่”

ลูอิสที่ได้ยิน สิ่งที่แพรรัมภาพูด ความสัมพันธ์ชั่วคราวเหรอ ได้ ดูสิว่ามันจะชั่วคราวแค่ไหน



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น