เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 26 สายฟ้าในดวงตา

ชื่อตอน : บทที่ 26 สายฟ้าในดวงตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 434

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 26 สายฟ้าในดวงตา
แบบอักษร

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร เขี้ยวพิษแหวกสวรรค์!!!

ปราณหกสังหารสีน้ำเงินเข้มพวยพุ่งออกจากร่างและกระบี่ของถังชิง ปราณอันแหลมคมของถังชิงพุ่งทะยานแหวกออกไปทางเบื้องหน้าราวกับกระบี่นี้จะแหวกได้แม้แต่สรวงสวรรค์ มายาปราณเขี้ยวอสรพิษอันใหญ่โตพุ่งทะยานเข้าหาร่างของเทียนเหยาที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

แม้ถังชิงจะยังไม่อาจสร้างสำนึกกระบี่ขึ้นมาได้ในตอนนี้ แต่ก็ไม่อาจดูถูกกระบี่นี้ของเขาได้แม้แต่น้อย กระบี่ที่เต็มไปด้วยปราณหกสังหารใกล้จะถึงร่างของเทียนเหยาอยู่รอมร่ออยู่แล้ว บุรุษหน้าปีศาจเมื่อถูกทราบว่าเป็นคนสกุลถังแล้วอย่างน้อยก็สามารถใช้วิชาของตระกูลโดยไม่ต้องปิดบังอีกแล้ว

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร อสรพิษลวงตา

เทียนเหยาใช้ออกด้วยกระบวนท่าหนึ่งในวิชากระบี่อันสูงส่งของตระกูล กระบวนท่านี้เน้นใช้กระบวนท่าลวงเพื่อให้ศัตรูสับสน ใช้อ่อนสยบแข็ง ในมือออกกระบวนท่าคดโค้งดุจงูจำนวนมหาศาลเข้าล้อมรอบ ส่วนเท้าใช่ออกด้วยท่าเท้าอสรพิษลี้ลับในการหลอกล่อให้ถังชิงสับสน หนึ่งแข็งกร้าวหนึ่งมายาลวงหลอก

แม้จะโดนกระบวนท่าอสรพิษลวงตาทำให้สับสนก็ตามที แต่ถังชิงก็เป็นผู้หนึ่งที่ฝึกฝนเพลงกระบี่นี้มาอย่างยาวนานเช่นกัน เขาไม่ยอมถูกเล่นงานโดยงานเช่นนี้ พยายามติดตามร่างของเทียนเหยาในภาพลวงตาเพื่อไม่ให้คนผู้นี้หนีไปได้ แต่ตอนนั้นเองที่เหตุการณ์ได้แปรเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หลิวจิวฮุ่ยที่อยู่ไม่ห่างไกลพุ่งทะยานเข้ามาหาคนทั้งสองเพื่อสู้รบกันทั้งคู่จนกลายเป็นศึกสามด้านที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้

บางครั้งกระบี่ของเทียนเหยาก็พุ่งแทงมายังถังชิงแต่ก็มีดาบของหลิวจิวฮุ่ยพุ่งทะยานเข้ามาหมายฟาดฟันให้เทียนเหยาตายจนต้องดึงรั้งกระบวนท่ากลับมาป้องกันตัว ส่วนถังชิงเองก็ใช้โอกาสนั้นฟาดฟันใส่หลิวจิวฮุ่ยเพื่อหมายฆ่าศัตรูผู้นี่ให้ตกตายไปแต่ก็ถูกเทียนเหยาใช้โอกาสนั้นหมายฟันเอ็นข้อมือของถังชิงให้ขาดไป ศึกที่ไม่มีทั้งมิตรและศัตรู แต่ดูเหมือนว่าหลิวจิวฮุ่นจะสามารถกดดันอีกสองคนที่เหลือได้มากกว่าเพราะขอบเขตพลังของเขานั้นนับว่ามีสูงกว่ามาก

ถังชิงและเทียนเหยาเองก็ทราบถึงเรื่องนั้นดีจึงได้คิดจะร่วมมือกันแทนเพื่อสยบศัตรูที่ร้ายกาจก่อนจะมาสู้ตัดสินกัน เทียนเหยาส่งสายตาให้กับถังชิงเพื่อให้รับทราบความคิดของตนเอง ซึ่งถังชิงเองก็ทราบดีแก่ใจว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องตายภายใต้คมดาบของหลิวจิวฮุ่ยเป็นแน่ เขาจึงได้ตัดสินใจแล้วในที่สุด

ต้องฆ่าหลิวจิวฮุ่นก่อน!

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร เขี้ยวสวรรค์ตัดฟ้า

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร เขี้ยวสวรรค์ตัดฟ้า

พันธมิตรชั่วคราวทั้งสองได้ใช้กระบวนท่าเดียวกันออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย กระบี่ของทั้งสองฟาดฟันออกไปใส่หลิวจิวฮุ่ยอย่างรวดเร็วและรุนแรง ปราณกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของหลิวจิวฮุ่ยพร้อมกับบังเกิดภาพมายาอสรพิษเขี้ยวแหลมคมพุ่งทะยานไปทำร้ายคุณชายสกุลหลิวจากสองทิศทางที่ต่างกัน แต่มีหรือที่คนอย่างหลิวจิวฮุ่ยจะพ่ายแพ้ง่ายๆถึงเพียงนี้

เพลงดาบหมาป่าทองคำ หมาป่าสังหารทั่วหล้า!!

หลิวจิวฮุ่ยและดาบรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเร่งเร้าพลังแห่งสำนึกดาบขึ้นมาและแสดงออกมาด้วยกระบวนท่าอันร้ายกาจ แม้จะสูญเสียพลังไปมากแล้วแต่ก็ยังนับว่ายังคงหลงเหลือพอที่จะสำแดงกระบวนท่านี้ออกมาเพื่อป้องกันตัวและจู่โจมไปโดยพร้อมกัน หลิวจิวฮุ่ยกลายเป็นพายุดาบที่ฟาดฟันปราณดาบออกมารอบด้านจนทำลายกระบวนท่าของถังชิงและเทียนเหยาได้อย่างทันท่วงที

ถังชิงและเทียนเหยาต่างรับทราบถึงความร้ายกาจของกระบวนท่านี้มาด้วยตัวเองดีจึงพร้อมตั้งรับไว้อยู่แล้ว เทียนเหยาใช้ออกด้วยท่าดอกอิงฮวากั้นเมฆาเพื่อป้องกันรวมถึงถอยหนีไปด้วยเพื่อลดทอนความรุนแรงของปราณดาบลงไป ส่วนถังชิงนั้นกลับใช้วิธีที่ต่างกันออกไป เขาได้เตะศพของคนที่ตายไปเพราะการสู้รบบนพื้นขึ้นมารับปราณดาบแทนเพื่อลดทอดกระบวนท่าก่อนจะใช้ปรารกระบี่ของตนทำลายปราณดาบทิ้ง

ทุกการกระทำของถังชิงอยู่ในสายตาของเทียนเหยาตลอด ตัวเขานั้นจะไม่พอใจคนผู้นี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเกลียดมากขึ้นไปอีก ในคราแรกเขาแค่ไม่ชอบหารกระทำหรือนิสัยของถังชิงก็เท่านั้น แต่การกระทำของถังชิงในวันนี้ทำให้เขาได้รับรู้แล้วว่าคนผู้นี้มีจิตใจที่หยาบช้ายิ่งนัก มองเห็นผู้คนเป็นผักปลา แม้คนจะตายไปแล้วแต่ก็ยังใช้ประโยชน์จากศพของคนเหล่านั้นเพื่อตนเอง ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจยิ่งนัก แม้จะโกรธเกลียดมากแค่ไหนก็ตามทีแต่เขาก็ยังจำต้องฝืนใจร่วมมือกับถังชิงไปก่อนเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้ ชีวิตของเขาไม่ใช่ของตนเองผู้เดียว แต่มันเกี่ยวพันธ์ถึงครอบครัวตนเอง หากเขาได้ตายลงไปในที่นี้ ครอบครัวของเขาที่อยู่ข้างหลังจะทำอย่างไร มารดาของเขาจะเป็นอย่างไร

เมื่อนึกถึงมารดาของตนเอง ราวกับเป็นการจุดไฟการต่อสู้ในหัวใจของเทียนเหยาขึ้นมาในทันที เขาจะต้องรอดออกไปเพื่อช่วยเหลือมารดาของตนอีก เขาจะต้องรอดเท่านั้น! สำนึกกระบี่ถูกเร่งเร้าขึ้นมารวมถึงปราณสีฟ้าเยือกแข็งซึ่งถูกดึงรั้งกลับไปยังตันเถียนอีกครั้งและถูกแทนที่ด้วยพลังที่เหนือกว่า

ปราณสีเขียวเข้มอันน่าสยดสยอง ปราณห้าพิษขั้นที่สี่!

ลมปราณห้าพิษอันร้ายกาจถูกเรียกออกมาและปกคลุมร่างกายของเทียนเหยาเอาไว้ราวกับเป็นหมอกควันสีเขียวที่น่าหวาดกลัว เขาพยายามดึงรั้งปราณห้าพิษให้อยู่ในวงจำกัดรอบตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้อำนาจของพิษร้ายแพร่กระจายไปทำร้ายผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องและเพื่อเพิ่มความร้ายกาจของพิษอีกด้วย

“ปราณของข้าคือปราณพิษอันร้ายกาจ หากใครไม่อยากตายก็จงออกให้ห่างไปเดี๋ยวนี้ อย่าได้มาใกล้!” เทียนเหยาเอ่ยเตือนผู้คนโดยรอบก่อนที่จะรวมปราณเข้าสู่กระบี่ของตนเองจนมันเปล่งรัศมีสีเขียวเข้มอันลี้ลับ

แม้ถังชิงจะแปลกใจถึงความร้ายกาจของปราณพิษที่ร้ายกาจที่บุรุษหน้าปีศาจผู้นี่ใช้ออกมาก็ตามแต่ก็หาได้หวาดกลัวไม่ ในร่างของถังชิงนับว่าพอมีภูมิต้านทานพิษอันร้ายกาจอยู่หลังจากโดนลงโทษโดยตระกูล อีกทั้งในมือของเขายังมีกระบี่พิษงูเขียว กลับกัน พิษของเทียนเหยาบางทีอาจช่วยฟื้นพลังปราณของเขาได้รวดเร็วกว่าดูดกลืนไอพิษรอบๆบ่อน้ำแห่งนี้เสียอีก ช่างเป็นพันธมิตรที่เข้าขากันได้อย่างดีจริงๆ

“ขอข้าสนุกด้วยคนสิ!” จิ้นฝานพุ่งทะยานเข้าสู่สนามรบอีกครั้งหลังจากได้พักฟื้นร่างกายได้สักพักโดยเขาเข้าไปหยุดยืนอยู่ด้านข้างของเทียนเหยาโดยหาได้หวาดกลัวคำเตือนของเทียนเหยาเลยแม้แต่น้อย แม้ในใจของเทียนเหยาจะรู้สึกแปลกประหลาดมากก็ตามทีแต่เมื่อเห็นว่าจิ้นฝานดูสบายดีก็ไม่ได้คิดอะไรอีก

เทียนเหยาชี้กระบี่ซึ่งเปล่งรัศมีสีเขียวเข้มของตนออกไปทางหลิวจิวฮุ่ย ส่วนถังชิงและจิ้นฝานที่ด้านข้างเองก็เตรียมพร้อมเช่นกัน แต่ตอนนั้นกลับมีบุคคลที่ห้าที่เข้ามาร่วมรบด้วย เป็นหญิงสาวที่งดงามผู้หนึ่งร่อนตัวลงมายืนอยู่ด้านข้างของหลิวจิวฮุ่ยด้วยวิชาตัวเบาอันเหนือชั้นของตระกูล นางคือหญิงสาวอันงดงามซึ่งเลื่องชื่อมานานในเมืองฟูเจี้ยน ทายาทสายตรงของสกุลหลิวอีกผู้หนึ่ง หลิวจิวเลี่ยน

“พี่ใหญ่ ข้าจะช่วยท่านเอง เจ้าผ้าโพกหัวผู้นั้นดูอ่อนแอที่สุด ให้เป็นหน้าที่ของข้าเองเถอะ” หลิวจิวเลี่ยนเรียกอาวุธจิตวิญญาณดาบทองของตนเองออกมาและพุ่งทะยานไปทางจิ้นฝานโดยไม่ทันได้ฟังความเห็นจากพี่ชายของตนเองแม้แต่น้อย นางเองก็มีแผนการของตนเองในใจ ไม่อาจปล่อยให้คนผู้นี้ถูกพี่ชายตนเองจัดการโดยง่ายเด็ดขาด

“รับมือ!” หลิวจิวเลี่ยน

เพลงดาบหมาป่าทองคำ หมาป่าอหังการ

ปราณดาบอันร้ายกาจของขอบเขตพลังปราณขั้นเจ็ดระดับสูงพุ่งทะยานออกไปก่อให้เกิดภาพมายาหมาป่าขนทองอันอหังการตัวหนึ่ง ดาบนี่ของหลิวจิวเลี้ยนไม่อาจดูถูกได้เลยแม้แต่น้อย นางแม้จะอยู่ภายใต้เงาของพี่ชายมาโดยตลอด แต่พรสวรรค์ในด้านการฝึกฝนของนางก็ไม่อาจดูถูกได้เป็นอันขาด! อีกเพียงไม่กี่ก้าวนางก็จะบรรลุพลังปราณขั้นแปดซึ่งนับว่าเหนือกว่าหลิวจิวฮุ่ยในยามที่อายุเท่ากันเสียด้วยซ้ำไป แต่เสียดายที่นางเกิดทีหลังและเป็นน้องสาวของยอดฝีมืออันดับหนึ่ง รัศมีของนางจึงหายไปภายใต้เงาของพี่ชาย

จิ้นฝานเองก็พุ่งทะยานเข้าไปต้านรับปราณดาบของหลิวจิวเลี่ยนด้วยวิชาบ่มเพาะกายาซึ่งเป็นไม้ตายของตนเช่นกัน หมัดและดาบปะทะกันเพียงพริบตาหลากหลายกระบวนท่า ทั้งสองคนต่อสู้กันอีกด้านหนึ่งของสนามรบซึ่งเหลือทิ้งคนทั้งสาทไว้ตรงกลางซึ่งก็คือหลิวจิวฮุ่ย ถังชิง และเทียนเหยา

“หลิวจิวฮุ่ย เตรียมรับมือ” เทียนเหยากล่าวพร้อมกับพุ่งทะยานออกไปในทันที ปราณกระบี่และสำนึกกระบี่ถูกเร่งเร้าขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดในชั่วพริบตา กระบี่นำหน้าคนตามหลัง ทั้งสองสิ่งรวมกันราวกับกลายเป็นสิ่งเดียวกันจนไม่อาจแยกออก คนและกระบี่รวมเป็นหนึ่ง ร่างของเทียนเหยาพุ่งทะยานขึ้นบรท้องฟาก่อนจะหมุนตัวเป็นเกรียวลงและบังเกิดภาพมายาปราณงูนับพันนับหมื่นซึ่งก่อร่างสร้างตัวจากปราณห้าพิษถักทออยู่ล้อมรอบเพลงกระบี่นี้ของเทียนเหยาท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของถังชิง

“กรอดด..กลับเป็นกระบวนท่านี้…ท่าที่ข้าไม่อาจฝึก!”

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร หมื่นพิษไม่หวนคืน!

กระบวนท่านี้ของเทียนเหยาถูกหยิบใช้ออกพร้อมกับปราณระดับสี่อย่างปราณห้าพิษที่ร้ายกาจนับว่าพอเพียงจะกดดันหลิวจิวฮุ่ยได้ แม้ก่อนหน้านี้ปราณเก้าเยือกแข็งจะเป็นปราณในระดับเดียวกันก็ตามที แต่นับว่ายังมีความแตกต่างอยู่หลายขั้น นั่นก็เพราะปราณห้าพิษของเขาถูกฝึกฝนจนถึงขั้นที่สี่แล้ว อีกเพียงขั้นเดียวก็จะนับว่าสำเร็จวิชาปราณอันร้ายกาจซึ่งไม่เคยมีใครในเมืองนี้ได้รับโอกาสได้ฝึกฝนมาก่อน ความหนาแน่นของลมปราณหรือความเก่งกาจนับว่าเหนือกว่าการฝึกตนด้วยปราณระดับสามมากมายนัก

“ดี! ข้ายอมรับเจ้าในฐานะยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง!” หลิวจิวฮุ่ยเร่งเร้าลมปราณสีทองของตนเองขึ้นมาอย่างรุนแรงรางกับพายุอันบ้าคลั่ง เขาได้ใส่พลังทั้งหมดเข้าไปยังดาบเพื่อสำแดงพลังอาคมของอาวุธจิตวิญญาณชั้นมนุษย์อย่างดาบเขี้ยวหมาป่าในมือ! ลมปราณโหมทะยานอย่างบ้าคลั่งเข้าไปในดาบอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับหลิวจิวฮุ่ยจะแลกทุกอย่างภายในกระบวนท่านี้ เขาจับดาบเขี้ยวหมาป่าไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ดวงตาฉายแววจิตสังหารออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เคยถูกกดดันเช่นนี้มาก่อน!

เพลงดาบหมาป่าทองคำ คมเขี้ยวสังหาร!!

ฟิ้ววววว

ดาบของหลิวจิวฮุ่ยคำรามอื้ออึงส่งพลังไร้สภาพสะกดข่มของสำนึกดาบออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดาบในมือส่งพลังที่ทวีคูณด้วยอาคมออกมาพร้อมกับดาบที่ฟาดออกไปอย่างสุดแรงเกิดจนเกิดปราณดาบอันทรงพลังชนิดหนึ่งที่ผสานจิตสังหารและสำนึกดาบออกไป ปราณดาบสีทองบังเกิดมายาปราณหมาป่าอันโหดร้ายและบ้าคลั่งพุ่งทะยานออกไปราวกับไม่มีสิ่งใดที่สามารถจะหยุดมันได้

ตู้มมมมมม!

ปราณสีทองและเขียวเข้าปะทะหักหาญกันกลางอากาศจนบังเกิดคลื่นอากาศชนิดหนึ่งระเบิดออกมาระหว่างการปะทะนั้น! ร่างของคนทั้งสองที่ปะทะหักหาญกันต่างกระเด็นลอยกันไปคนละทาง หลังของทั้งสองเข้ากระแทกต้นไม้กันคนละทิศคนละทาง ที่ด้านหลังของทั้งสองกว่าสิบเมตรล้วนถูกทำลายจนสิ้นด้วยพลังตกค้างจากการปะทะ

หลิวจิวฮุ่ยพยายามยันกายขึ้นเพื่อยืนหยัดขึ้นอีกครั้งด้วยความลำบาก ดวงตาของหลิวจิวฮุ่ยเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แม้แต่กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดยังไม่อาจจัดการอีกฝ่ายได้โดยง่าย “นี่มันวิชาปราณอันใดกันแน่!” หลิวจิวฮุ่ยไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าทำไมคนตรงหน้านี้ถึงได้ยังไม่พ่ายแพ้ไปสักที ฝ่ายตนต่างหากมที่ถือไพ่เหนือกว่ามาโดยตลอด และตอนนั้นเองที่เขาเปลี่ยนสีหน้าไป หลิวจิวฮุ่ยกระอักเลือดออกมาเป็นสีดำ เขาเร่งตรวจสอบภายในร่างของตนก็พบในทันทีว่ามีพิษอันร้ายแรงแทรกซึมเข้ามาภายในร่าง หลิวจิวฮุ่ยเร่งเดินลมปราณภายในร่างเพื่อขับดันพิษที่แทรกซึมมาให้ออกไปแต่ก็สูญเสียลมปราณไปเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน เขาจ้องมองไปทางฝั่งตรงข้ามด้วยความโกรธ

ในตอนนั้นเองที่ถังชิงผู้ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ก็ได้หยิบจับกระบี่พิษงูเขียวในมือ ย่างสามขุมเข้าใกล้ร่างของเทียนเหยาซึ่งบาดเจ็บในขณะนี้หวังจะปลิดชีพในทีเดียว ทีละก้าวทีละก้าวเขาได้เขาใกล้ร่างที่เต็มไปด้วยบวดแผลและเลือดของเทียนเหยาไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็ได้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนทรยศแล้ว

“ข้าไม่สนหรอกนะว่าเจ้าเป็นใคร แต่คนทรยศนั้นสมควรที่จะตายไปสะ! เจ้าอยู่ต่อไปก็ไร้ค่าต่อตระกูล! ถ้าเจ้าตายไปแล้วข้าจะแล่เนื้อของเจ้าแล้วเอาไปให้ทาสอสูรที่ตระกูลได้ดื่มกินเลือดเนื้อของเจ้า! อย่างน้อยตอนตายเจ้าก็ยังนับว่ามีประโยชน์บ้าง!”

กระบี่อสรพิษหมื่นแปร เขี้ยวสวรรค์ตัดฟ้า!

กระบี่ที่อัดแน่นด้วยลมปราณสีน้ำเงินเข้มของถังชิงวาดออกไปอย่างรวดเร็วในระยะเผาขน อีกเพียงไม่กี่ชุ่นเท่านั้นก็จะถึงลำคออันไร้การป้องกันของเทียนเหยาแล้ว แต่ในตอนนั้นเองที่ได้มีเสียงแหวกออกกาศมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทุกคนในที่นั้นเห็นเพียงลำแสงสีแดงเจิดจ้าพุ่งทะยานออกเป็นเส้นสายวิ่งเข้าใส่กระบี่ของถังชิงอย่างแม่นยำขัดขวางไม่ให้กระบี่นี้วาดใส่ลำคอของเทียนเหยา

กระบี่ในมือของถังชิงแทบจะหลุดออกจากมือ มือของเขาด้านชาไปแทบทั้งแถบ เจ็บปวดร้าวอย่างถึงที่สุด กระดูกตั้งแต่ฝ่ามือที่ถือกระบี่ไว้แตกร้าวไปจนถึงหัวไหล่ กระบี่ในมือล่วงหล่นลงสู่พื้นเพราะไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้อีกต่อไป ดวงตาของถังชิงแววโรจน์ด้วยความโกรธ เส้นเลือดปูดโปนแทบจะแตกระเบิดออกมาด้วยความพิโรธในอก เขาจับจ้องไปยังทางทีเส้นแสงสีแดงนั้นพุ่งเข้ามา

ถังชิงมองไปทางนั้นก็พบเห็นคนผู้หนึ่งบนตนไม้ คนผู้นี้มีผมสีดำเงางามและดวงตาสีแดงเพลิง เทียนเหยาได้หันศีรษะไปทางเดียวกับถังชิงเพื่อดูว่าใครกันที่ได้มาช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่เมื่อมองไปแล้วเขาก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก คนผู้นี้ก็คือคนที่เข้าได้พบเจอมาแล้วหลายครั้ง แม่นางหยาง สตรีลึกลับซึ่งมีนิสัยแปลกประหลาด แต่เขากลับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางจะเก่งกาจถึงเพียงนี้

“ชีวิตของเขาเป็นของข้า! พวกเจ้าอย่ามายุ่ง!” แม่นางหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด นางยกนิ้วชี้ของตนขึ้นมาและปลดปล่อยปราณออกมาจากปลายนิ้วของตนเป็นปราณสีแดงเพลิงร้อนแรงดุจดวงตะวัน นางวาดนิ้วออกไปเป็นแนวขวางส่งเส้นแสงปราณสีแดงเจิดจ้าออกไปเป็นเส้นสายและฟาดลงบนพื้นเบื้องหน้าร่างของเทียนเหยาจนบังเกิดเป็นร่องลึกเผาไหม้ลงไปบนผืนดินดุจดั่งดาบอันคมกล้าฟันเนื้อเต้าหู้

“หากใครข้ามเส้นบนพื้นนี้เข้ามา ข้าจะฆ่ามันไม่เว้น!” แม่นางหยางกล่าวเสร็จก็เหินร่างลงมายืนอยู่เคียงข้างร่างของเทียนเหยาพร้อมกับส่งปราณสีแดงเพลิงของตนเข้าไปในร่างของเขาเพื่อหวังจะช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บส่วนหนึ่ง นางพยุงเขาขึ้นมาเพื่อหวังจะพาเขาออกไปจากที่ตรงนี้ แต่ชายหนุ่มก็ห้ามนางไว้ก่อน

“ข้ายังไปไม่ได้...ข้าต้องได้สัตว์อสูรตนนั้น...”

“เจ้าทึ่ม เจ้าบ้าหรือยังไง! เมื่อกี้ใกล้ตายอยู่รอมร่ออยู่แล้ว ยังจะห่วงแย่งชิงสมบัติอันใดกันอีก! ขะ..ข้าอยากจะตีเจ้าให้ตายยิ่งนัก!” แม่นางหยางถลึงตาใส่เทียนเหยาด้วยความไม่พอใจ คนผู้นี้ช่างไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ “งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ! แต่ข้าจะช่วยเจ้าเองก็แล้วกัน เพราะหากตัวนำโชคอย่างเจ้าตายไป ข้าก็แย่น่ะสิ!”

“ขอบใจเจ้ามากที่ช่วย” ภายใต้หน้ากากรูปปีศาจซึ่งแตกออกไปส่วนหนึ่งนั้น เทียนเหยากำลังยิ้มอยู่อย่างจริงใจสำหรับมิตรภาพที่นางมีให้ แต่ในตอนนั้นเองที่เทียนเหยาหันกลับไปดูก่อนต่อสู้ของทางฝั่งจิ้นฝาน ดูเหมือนปราการหินเช่นจิ้นฝานใกล้จะแตกพ่ายเต็มทีแล้ว หลิวจิวเลี่ยนฟาดฟันดาบใส่จิ้นฝานอย่างไม่หยุดยั้ง

ในวินาทีนั้นเองที่หลิวจิวเลี่ยนฟันดาบใส่กลางลำตัวของจิ้นฝานอย่างรวดเร็ว จิ้นฝานกระโดดหลบถอยฉากออกมา แต่ดาบอันแหลมก็ยังฟาดฟันถูกตรงบริเวณเอวของจิ้นฝานอย่างแม่นยำเช่นกัน ในตอนนั้นเองที่มีของบางอย่างร่วงหล่นออกมาจากร่างของจิ้นฝาน มันคือผลึกอสูรชั้นพิภพสีเหลืองเจิดจ้า เมื่อหลิวจิวเลี่ยนเห็นก็มีแววตาแววโรจน์ด้วยความโลภ นางพุ่งมือออกไปหมายคว้าผลึกอสูรสีเหลืองนี้เข้ามาอยู่ในเงื้อมมือของตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่สายตาของเทียนเหยาและแม่นางหยาง

ฟิ้ววววว

ดัชนีหงส์ฟ้า หงส์เพลิงทะยาน!

เส้นแสงลมปราณสีแดงเพลิงอันเจิดจ้าพุ่งทะยานออกไปจากปราณนิ้วของแม่นางหยางพุ่งทะยานเข้าสู่ผลึกอสูรชั้นพิภพที่กลางอากาศก่อนจะถึงมือของหลิวจิวเลี่ยน เส้นแสงปราณนี้ผลักดันให้ผลึกอสูรนี้กระเด็นออกไปไกล หลิวจิวเลี่ยนหน้าเปลี่ยนสีเร่งพุ่งทะยานตามติดไปในทันทีเพราะกลัวว่าสมบัติล้ำค่านี้จะตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น

เทียนเหยาปลดปล่อยปราณของตนเองออกมาก่อนที่จะเรียกทาสอสูรค้างคาวโลกันต์ออกมาและสั่งให้มันบินพุ่งทะยานเข้าไปหาร่างของจิ้นฝานเพื่อหวังจะช่วยสหายร่วมรบผู้นี้ออกมา ค้างคาวโลกันต์กระพือปีกเพียงพริบตาเดียวก็เข้าใกล้สู่ร่างของจิ้นฝานได้อย่างไม่ยากเย็น

ครืนนนนน

ในตอนนั้นเองที่เหตุการณ์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง บ่อน้ำใจกลางสนามรบเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง ฟองอากาศมากมายผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน ไอพิษรอบบ่อน้ำนั้นเพียงพริบตาก็พุ่งทะยานจขึ้นสูงหลายต่อหลายเท่าจนผู้คนมากมายที่อยู่ใกล้บ่อน้ำที่สุดก็สลายกลายเป็นกระดูกและละลายหายไป

ตู้มมมม!

ใจกลางบ่อน้ำระเบิดขึ้นและพุ่งทะยานขึ้นสูงหลายเซียะ น้ำในบ่อตกลงมาจากท้องฟ้าจนดูราวกับเป็นฝนพิษที่น่าหวาดกลัว และตรงนั้นเองที่ใจกลางบ่อน้ำมีเงาดำหนึ่งผุดขึ้นมาจากบ่อน้ำ มันเป็นงูตนหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ เกล็ดกายดำไปตลอดทั่วทั้งตัว มันเป็นสัตว์อสูร..ไม่สิ มันคือทาสอสูรระดับสี่ซึ่งเป็นสัตว์อสูรชั้นพิภพตนหนึ่ง แต่พลังที่มันปลดปล่อยออกมานั้นช่างน่าหวาดกลัวเหนือกว่าสัตว์อสูรชั้นพิภพที่ชาวยุทธ์ในป่าอสูรเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้มากนัก ร่างของมันปลดปล่อยปราณพิษอันร้ายกาจออกมาตลอดเวลา มันเป็นเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรซึ่งมีนามว่างูพิษนิลกาฬ

อาจจะเป็นเพราะมันคือสัตว์อสูรที่มาจากจงหยวนก็ได้จึงทำให้มันดูแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรในบ้านนอกอย่างที่นี่เป็นอย่างมาก ตามที่ผู้คนได้รับทราบกันนั้น ในภูมิภาคใจกลางของแผ่นดินซื่อหลิงอย่างจงหยวนนั้นเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยความหนาแน่นของพลังวิญญาณที่เหนือกว่ามากมายหลายต่อหลายเท่า แม้จะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่เมื่อเติบโตขึ้นมาในสถานที่ต่างกันเช่นนี้ก็ย่อมมีความเก่งกาจที่ต่างกัน

งูพิษนิลกาฬมองไปยังทางจิ้นฝานและค้างคาวโลกันต์ซึ่งได้มารับตัวของชายหนุ่มพอดิบพอดี งูพิษนิลกาฬพุ่งทะยานออกไปด้วยความรวดเร็วจนแทบจะไม่มีใครสักคนเดียวในที่แห้งนั้นที่สามารถมองเห็นมันร่างของมัน เมื่อมันเข้าใกล้หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรก็อ้าปากอันใหญ่โตซึ่งมีคมเขี้ยวแหลมคมทั้งบนและปากล่างของมัน มันอ้าคมเขี้ยวยาวทั้งสองออกมาในพริบตาและกลืนกินทั้งสองไปในพริบตาทามกลางสายของทุกคน

อสูรร้ายกินทั้งสองในพริบตาด้วยความรวดเร็วและพุ่งทะยานออกไปยังจุดอื่นต่อเพื่อหมายกลืนกินผู้อื่นอีก! และตรงที่ๆจิ้นฝานเคยอยู่นั้นหลงเหลือเพียงก็แต่ปีกของค้างคาวโลกันต์ที่ถูกฉีกขาดและหลงเหลืออยู่บนพื้น เลือดของมันไหลนองไปทั่ว ในสายตาของเทียนเหยานั้นเห็นภาพนั้นได้อย่างถนัดตา ความรู้สึกของเขาเหมือนกับสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป ค้างคาวโลกันต์ไม่ใช่ทาสอสูรธรรมดา

แต่มันคือมรดกที่ผู้เป็นตาของเขาได้มอบไว้ให้ มันไม่คือสิ่งที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาแทนที่ได้ มันคือสัญลักษณ์และสิ่งที่แสดงถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัว ถึงแม้มันจะอยู่กับเขามาเพียงครึ่งปีเท่านั้น แต่มันก็อยู่เขากับเขาในทุกช่วงเวลาที่ยากลำบาก ได้อยู่กับเขาตลอดทุกครั้งที่ได้ออกไปฝึกฝน สำหรับเขามันราวกับเป็นสหายคนหนึ่งเฉกเช่นเดียวกันกับจิตวิญญาณอสรพิษมรกต

ในตอนนี้เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว หัวใจของเขาราวกับจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธ และโดยที่ไม่มีใครสังเกตนั้นเอง ดวงตาอันมืดบาดภายใต้หน้ากากกลับมีประกายแห่งอัสนีปลดปล่อยออกมาในชั่วพริบตาและจางหายไป...

ความคิดเห็น