เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 พิชิตศัตรูเก่า

ชื่อตอน : บทที่ 24 พิชิตศัตรูเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 513

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 พิชิตศัตรูเก่า
แบบอักษร

ว่ากันว่าหลิวจิวฮุ่ยยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองฟูเจี้ยนนั้นได้สำเร็จวิชาเพลงดาบหมาป่าทองคำของสกุลหลิวตั้งแต่อายุสิบห้า บรรลุปราณขั้นแปดตั้งแต่อายุสิบหกและสามารถเข้าถึงสำนึกแห่งดาบได้ตอบอายุสิบเจ็ด เป็นยอดอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองฟูเจี้ยนแห่งนี้ หากเทียบกับเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลหลิวในตอนที่อายุเท่ากันนั้นก็ไม่อาจเทียบกับหลิวจิวฮุ่ยได้แม้แต่น้อย

ในผู้คนจำนวนมากที่ได้เข้าไปร่วมการต่อสู้ภายในป่าอสูรนับว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดคงจะหนีไม่พ้นหลิวจิวฮุ่ยเป็นแน่ ทั้งสามฝ่ายอำนาจเมื่อประชันหน้ากันที่บ่อพิษใจกลางป่าอสูรนั้นมีผู้คนจำนวนมากหวั่นเกรงต่อบุคคลผู้นี้

“หึๆ เจ้าพวกขยะ จงออกไปจากป่าอสูรสะ อย่าได้มาแย่งชิงผลประโยชน์กับสกุลหลิวของข้า” หลิวจิวฮุ่ยเปล่งเสียงออกพร้อมกับแฝงสำนึกดาบไว้ในนั้น สำนึกดาบของหลิวจิวฮุ่ยนี้นั้นมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนเป็นจำนวนมากราวกับมันเชือดเฉือนเข้าไปทำลายจิตใจของผู้คน

แววตาของเทียนเหยาภายใต้หน้ากากนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงสำนึกดาบที่แฝงมากับเสียงของหลิวจิวฮุ่ย เขาไม่ได้หวั่นเกรงต่อสำนึกดาบนี้ของหลิวจิวฮุ่ยเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับชมชอบมันเสียมากกว่า สำหรับสำนึกกระบี่ที่เขาได้บรรลุนั้นเป็นเพียงชายขอบของความรู้ด้านสำนึกแห่งศาสตรา เทียนเหยานั้นจำเป็นต้องเรียนรู้อีกมากนัก เขานั้นจับจ้องไปยังหลิวจิวฮุ่ยและสังเกตทุกการกระทำ พยายามจดจำความรู้สึกที่ได้รับจากสำนึกดาบที่แฝงมานี้ให้มากที่สุดเพื่อเรียนรู้และปรับปรุงสำนึกกระบี่ของตนเอง

“หึ! พูดดีๆไม่ฟัง งั้นพวกเจ้าก็เข้ามาเถอะ มาสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งเลยเถอะ มาดูกันว่าใครจะได้ครอบครองสัตว์อสูรลึกลับตัวนี้กัน” หลิวจิวฮุ่ยเรียกจิตวิญญาณหมาป่าทองคำระดับสามออกมาจากร่างจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณดาบทองภายในมือ ดาบทองเล่มนี้สลักไว้ด้วยลวดลายหม่าป่าอันโหดร้าย เป็นอาวุธจิตวิญญาณระดับสามซึ่งเลื่องชื่อของสกุลหลิว

นามของมันคือดาบเขี้ยวหมาป่า!

ความสามารถของดาบเขี้ยวหมาป่าคือการเพิ่มพลังเป็นสองเท่า เมื่อใช้มันสู้กับคนที่มีระดับเท่ากันนั้นย่อมเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อมีข้อดีก็ยอ่มมีข้อเสีย เมื่อใช้พลังของดาบเขี้ยวหมาป่านั้นจำต้องใช้พลังปราณหล่อเลี้ยงเป็นจำนวนมากมายนัก หากไม่จวนเจียนจริงๆแล้วเจ้าของดาบเขี้ยวหมาป่าที่แล้วมานั้นล้วนไม่เคยใช้

หลิวจิวฮุ่ยยกดาบในมือขึ้นและชี้ไปยังผู้คนโดยรอบด้วยท่าทีหยิ่งยโสเป็นอย่างมาก ในสายตาของเขาแล้วทุกคนในที่นี้ก็ไม่ต่างอะไรจากขยะเลยแม้แต่น้อย เขาคือผู้มีพรสวรรค์ที่ถูกผู้คนในตระกูลชื่นชมมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยจึงทำให้เขามีนิสัยเช่นนี้ จริงๆแล้วสมควรจะบอกว่าในโลกของผู้ฝึกตนส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมีความมั่นใจในฝีมือของตนเองเป็นอย่างมากจึงทำให้มีนิสัยหยิ่งยโส

“เจ้าจะหยิ่งยโสได้สักแค่ไหนเชียวหลิวจิวฮุ่ย!” ถังชิงกล่าวด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว “ตั้งค่ายกล!” ถังชิงและสี่อสรพิษอีกสามคนเรียกอาวุธจิตวิญญาณของตนเองออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาหลิวจิวฮุ่ย ซึ่งคุณชายใหญ่สกุลหลิวผู้นี้ก็ได้พุ่งเข้าไปปะทะสกุลถังทั้งสี่คนโดยไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นดังนั้นเหล่าผู้คนจากตระกูลถังและตระกูลหลิวที่เบื้องหลังก็ได้ติดตามออกมาสู้รบกันด้วยที่เบื้องหน้าบ่อน้ำพิษนั้น การสู้รบเป็นไปอย่างรุนแรงจนมีผู้คนบาดเจ็บล้มตามเป็นจำนวนมาก การสู้รบนั้นกินวงกว้างอย่างมากจนส่งผลกระทบถึงกองกำลังของจิ้นฝานที่ลอบสังเกตการอยู่ในตอนแรกจนถูกสถานะการณ์บีบบังคับให้ร่วมสู้รบไปด้วย ในสถานะการณ์ชุลมุนวุ่นวายจนแยกมิตรกับศัตรูได้ยากเช่นนี้นั้นบุรุษหน้าปีศาจเทียนเหยาไม่กล้าที่จะใช้เข็มทิพย์ดอกเหมยออกมาด้วยกลัวว่าทำร้ายฝ่ายเดียวกัน

เทียนเหยาสลายรูปร่างของปลอกแขนอสูรหมื่นเข็มบนแขนออกไปกลายเป็นละอองปราณหมุนเวียนรอบร่างและก่อนที่มันจะรวมตัวกันกลับไปเป็นจิตวิญญาณอีกครั้งหนึ่งนั้น เขาก็ได้สั่งการให้มันแปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณอีกอย่างในมือแทน ละอองปราณสีดำหมุนเวียนรอบแขนข้างขวาของเทียนเหยารุนแรงราวกับพายุและเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่งในมือของเขา มันเป็นกระบี่สีดำตลอดทั้งเล่ม สลักไว้ด้วยลวดลายอสรพิษจำนวนมาก

มันคืออาวุธจิตวิญญาณระดับสองนาม กระบี่งูดำ

เทียนเหยาเดินลมปราณเข้าสู่กระบี่งูดำไปตามอาคมที่ถูกสลักไว้ภายใน ลมปราณไหลเวียนอยู่ภายในอาวุธจิตวิญญาณเล่มนี้ราวกับเป็นเส้นลมปราณในกายมนุษย์และก่อให้เกิดพลังงานบางอย่างขึ้นมาและถูกส่งออกมายังภายนอกกลายเป็นพลังให้แก่ผู้ใช้อาวุธจิตวิญญาณ

ความสามารถอย่างหนึ่งของกระบี่งูดำนั้นคือการเพิ่มความเร็วให้มากยิ่งขึ้น เทียนเหยาใช้ความเร็วที่มากขึ้นนี้ในการหลบหลีกคมมีดคมดาบที่พุ่งเข้ามาหาตนและฟันกระบี่ใส่เอ็นข้อมือของศัตรูด้วยความแม่นยำ

“อ๊ากกกก” เสียงร้องจำนวนมากดังขึ้นต่อเนื่องด้วยกระบี่ของเทียนเหยาแต่กลับไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ตายภายใต้คมกระบี่ของเทียนเหยา เขาไม่ต้องการชีวิตของผู้ใดทั้งนั้นแค่ต้องการมาค้นหาสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาฝีมือของตนเองเท่านั้น

สำหรับโลกของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว อาการบาดเจ็บอย่างการโดนตัดเอ็นข้อมือไปนั้นไม่นับว่าเป็นปัญหาอันใด หากมีตัวยาที่ดีและเวลาพักฟื้นสักหน่อยก็สามารถกลับมาใช้งานได้ดั่งเดิม โดยเฉพาะเหล่าตระกูลใหญ่ทั้งสองที่ถูกเล่นงานโดยเทียนเหยานับว่ามีทุนรอนที่ดีอยู่แล้วจึงไม่นับว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงอันใด ในตอนนั้นเองที่อีกด้านหนึ่งของลานกว้างเบื้องหน้าบ่อน้ำพิษ หลิวฮวนถือดาบทองในมือและมีทาสอสูรเสือดำลายดาวอยู่ด้านข้างกำลังฟาดฟันฆ่าผู้คนของสกุลถังและกองกำลังของจิ้นฝานไปเป็นจำนวนมาก ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วราวกับจะหาใครบางคนท่ามกลางความวุ่นวายนี้

“พบแล้ว!” หลิวฮวนดวงตาเป็นประกาย พุ่งทะยานไปยังทิศทางที่เขาจับจ้องอยู่และวาดดาบออกไปเป็นทาง ปราณดาบพุ่งทะยานออกไปด้วยความรุนแรงฟาดฟันชีวิตของผู้คนไปเป็นจำนวนมากและที่ปลายทางของมันนั้นคือบุรุษหน้าปีศาจเทียนเหยา!

เทียนเหยาได้ยินเสียงปราณดาบแหวกอากาศมาจากด้านข้างเขาจึงได้หันกลับไปและพบกับปราณดาบพุ่งทะยานมาพอดิบพอดี เขาใช้กระบี่งูดำเข้าตั้งรับกับปราณดาบนั้นแต่ก็ไม่สามารถทนทานต่อพลังระดับปราณขั้นเจ็ดระดับสุดยอดของหลิวฮวนได้เลยแม้แต่น้อย ร่างของเขาลอยละลิ่วไปด้านหลังหลายก้าวและตอนนั้นเองที่หลิวฮวนได้พุ่งทะยานมาถึงแล้ว หลิวฮวนระเบิดพลังยุทธ์ออกมาเต็มร้อยส่วนและวาดดาบใส่ร่างที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างเต็มแรง

เพลงดาบหมาป่าทองคำ หมาป่าอหังการ!

โฮกกกกกก!

ที่ด้านหลังของหลิวฮวนบังเกิดมายาปราณรูปหมาป่าทองคำพุ่งทะยานจู่โจมไปยังเทียนเหยาอย่างหักโหม ดวงตาของหลิวฮวนแดงก่ำราวกับคนบ้า สำหรับคนที่มาจากตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองอย่างเขาแล้วนับว่าเป็นความอัปยศอย่างมากที่ถูกคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าและอ่อนแอกว่าอย่างเทียนเหยาเล่นงานได้

เทียนเหยาสายตาหดแคบเร่งรีบคิดหาทางแก้ไขก่อนที่ปราณดาบอันเกรี้ยวกราดจะมาถึงตัวและใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ดัดแปลงมาจากวิชาเข็มทิพย์ดอกเหมย เขาเดินลมปราณลงสู่กระบี่งูดำมากขึ้นเพื่อใช้ออกด้วยความสามารถเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น ฟาดฟันและควงกระบี่ไปทางด้านหน้าหลากหลายทิศทางแทนเข็มสองร้อยห้าสิบหกเล่มจนบังเกิดภาพมายาปราณกลีบดอกอิงฮวาสีชมพูด้านหน้าราวกับโล่

จากกลีบดอกไม้ ความจริงกระบวนท่านี้โดดเด่นที่ใช้ออกด้วยเข็มจำนวนมากจนบังเกิดโล่ลมปราณปกป้องร่างกายจากรอบด้านสี่ทิศแปดทาง แต่เมื่อใช้ออกด้วยกระบี่เพียงหนึ่งเล่มนับว่าหนักหนาสาหัสจนเกินไป เทียนเหยาจึงได้ลดทอนกระบวนท่านี้และใช้ออกเพื่อปกป้องร่างกายด้านหน้าเพียงด้านเดียวเท่านั้นเพื่อลดทอนความยุ่งยากในการใช้กระบวนท่า

กระบี่ทิพย์ดอกเหมย ดอกอิงฮวากั้นเมฆา

เคร้งงง

เสียงดาบและกระบี่กระแทกกันอย่างแรง ร่างของเทียนเหยาแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายนักแต่ก็นับว่าสามารถป้องกันไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ชายหนุ่มเมื่อตั้งหลักได้บนพื้นซึ่งห่างไปหลายก้าวเขาก็ได้เดินลมปราณสีฟ้าเยือกออกมาจากร่างกายและเดินมันเข้าสู่กระบี่งูดำเพื่อใช้ออกด้วยอาคมอีกหนึ่งอย่างที่ถูกบรรจุอยู่ภายในอาวุธจิตวิญญาณเล่มนี้ นั่นก็คือการกระจายพลัง

ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง

บนพื้นหญ้ารอบกระบี่รวมถึงร่างกายของเทียนเหยาบังเกิดผืนน้ำแข็งแพร่กระจายออกไปทั่วจนผู้คนโดยรอบรู้สึกหนาวเย็นจนไปถึงกระดูกดำ ราวเลือดที่ไหลเวียนในกายกลับไหลเวียนช้าลงและกลายเป็นน้ำแข็งไป ไอปราณสีฟ้าเยือกแข็งถูกแพร่กระจายออกจากกระบี่งูดำด้วยความสามารถของอาวุธจิตวิญญาณนี้

แม้ปราณเก้าเยือกแข็งจะฝึกฝนได้เพียงแค่ขั้นแรกเท่านั้นแต่ก็นับว่าเป็นวิชาระดับสี่ที่มีพลังในระดับเดียวกันกับปราณห้าพิษ แต่ปราณชนิดนี้นั้นมีผลในการโจมตีกายเนื้อได้โดยตรงแตกต่างจากปราณห้าพิษที่ใช้พิษที่กักเก็บไว้โจมตี และในสถานการณ์เช่นนี้ที่ชุลมุนวุ่นวายแยกมิตรกับศัตรูได้ยากนั้น ดูเหมือนว่าวิชาปราณเก้าเยือกแข็งดูจะเหมาะสมยิ่งกว่าเพราะอยากมากก็แค่แช่แข็งร่างของผู้คน ไม่ได้ทำลายชีวิตผู้ใดให้ตายเหมือนพิษ

เทียนเหยาชี้กระบี่ที่มีไอปราณสีฟ้าเยือกไปทางหลิวฮวนด้วยท่าทีราวกับท้าให้หลิวฮวนเข้ามาเล่นงานตนเอง เมื่อเห็นดังนั้นแล้วหลิวฮวนก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า วาดดาบฟาดฟันใส่เทียนเหยาไม่หยุดยั้ง แต่ด้วยผลอาคมของอาวุธจิตวิญญาณกระบี่งูดำของเทียนเหยาทำให้เขาสามารถหลบหลีกและใช้กระบี่ฟาดฟันเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบดาบของหลิวฮวนแต่แม้จะสามารถป้องกันไว้ได้แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายนัก หากเป็นผู้คนอื่นมาแทนที่เทียนเหยาก็คงเพลี่ยงพล้ำไปแล้ว แต่เทียนเหยานับว่าเป็นผู้มีไหวพริบในระดับสูงและเคยศึกษาวิชากระบี่มากมายหลายวิชาจากหอตำราสกุลถังจึงทำให้สามารถพลิกแพลงหลากหลาย อีกทั้งหลิวฮวนยังโกรธจนเลือดขึ้นหน้าทำให้การโจมตีของเขานับว่ามีแต่กระบวนท่าสังหารทั้งนั้นโดยไม่มีการพลิกแพลงใดๆ ทำให้เทียนเหยายังพอรับมืออยู่ได้

แม้จะสามารถฝืนรับกระบวนท่าดาบของหลิวฮวนไว้ได้แต่ก็นับว่ายังส่งผลต่อเทียนเหยาอยู่บ้าง ง่ามมือที่ถือกระบี่งูดำอยู่ในมือของเขานั้นชาด้านไปหมดแล้วเมื่อต้องรับกระบวนท่าของผู้ที่มีพลังมากกว่าเขาหลายช่วงชั้น

เคร้ง เคร้ง เคร้ง

เสียงดาบกระบี่ฟาดฟันเชือดเฉือนอย่างไม่หยุดหย่อน หนึ่งดาบฟาดฟันหวังเอาชีวิต หนึ่งกระบี่ปัดป้องโดยไร้ทางต่อต้าน ยิ่งผ่านไปนานเข้าบนร่างของบุรุษหน้ากากปีศาจก็เกิดบาดแผลขึ้นไปทั่วทั้งร่างกาย ตั้งแต่เริ่มประมือกันนั้นชายหนุ่มทำได้ก็เพียงแต่คอยประคับประคองและป้องกันอยู่ฝ่ายเดียว

เมื่อถูกกดดันโดยเพลงดาบของหลิวฮวนมากเข้า ทำให้ในใจของชายหนุ่มนับว่ามีความไม่ยินยอมอยู่บ้าง แม้เขาอยากจะใช้เพลงกระบี่อสรพิษหมื่นแปรที่เป็นวิชาที่เหนือกว่าของตนเองออกไปก็ตาม แต่ในสถานที่แห่งนี้ที่มีคนของสกุลถังเป็นจำนวนมากนั้นเขากลับไม่กล้าใช้มันออกมาโดยโจ่งแจ้ง มันอาจทำให้ผู้คนเลวร้ายจากสกุลถังพวกนี้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาได้

ทันใดนั้นกระบี่ของเทียนเหยาก็ร้องคำรามสั่นสะท้านของเสียงโลหะออกมา มันส่งอำนาจกดขี่บางอย่างมาส่งผลกระทบต่อผู้คนโดยรอบ พลังอำนาจนี้ได้ส่งผลกระทบจนผู้คนที่ต่อสู้กันอยู่นั้นได้ให้ความสนใจกับการต่อสู้ของเทียนเหยาและหลิวฮวน และในตอนนั้นเองที่ใครบางคนจากสกุลหลิวราวกับรู้แล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร พวกเขานั้นคุ้นเคยกับพลังรูปแบบนี้ดีเช่นกันเพราะพวกเขาได้สัมผัสกับพลังเช่นนี้ที่ถูกส่งออกมาจากร่างของหลิวจิวฮุ่ยอยู่บ่อยครั้ง ถูกต้องแล้ว พลังนี้คือพลังของสำนึกศาสตรา

อำนาจแห่งสำนึกกระบี่!

กระบี่ของเทียนเหยาไหลลื่นขึ้นราวกับมีชีวิตจิตใจ แม้จะต้องเปิดไพ่ตายนี้ออกมาในช่วงเวลานี้แต่ชายหนุ่มก็ไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อยเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาชีวิตของตนเองไว้ก่อน หลิวฮวนแม้จะมีขอบเขตพลังที่สูงกว่าหลายขั้นก็ตามทีแต่ยังไม่อาจกำเนิดสำนึกดาบของตนเองขึ้นมาได้จึงทำให้ถูกพลังของสำนึกกระบี่ของคนตรงหน้ากดขี่เอาไว้

ในยุทธภพแล้วสำหรับผู้ที่จะได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์นั้นอย่างน้อยสมควรจะสามารถกำเนิดสำนึกศาสตราขึ้นมาได้ก่อนจึงจะนับได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง การต่อสู้ของชาวยุทธ์นั้นต้องใช้ไหวพริบและทุกสิ่งอย่างเข้าสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ความต่างเพียงเล็กน้อยนั้นย่อมหมายถึงชีวิต

เมื่อยอดฝีมือสู้กันแล้วหากฝ่ายใดมีอำนาจแห่งสำนึกศาสตราจะทำให้บังเกิดพลังอำนาจกดขี่ไปยังฝ่ายตรงข้ามได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจิตใจจะเข้มแข็งแค่ไหนก็ตามแต่อำนาจนี้ไม่อาจหลบหนีพ้นได้ ราวกับเหยื่อที่มักจะมีสัญชาตญาณกริ่งเกรงต่อสัตว์นักล่า มันเป็นพลังงานจากธรรมชาติที่มีผลต่อทุกคนยกเว้นก็เพียงแต่อีกฝ่ายจะมีสำนึกของศาสตราเช่นเดียวกันเพื่อต่อต้านอำนาจนี้

แม้สำนึกกระบี่ของชายหนุ่มจะพึ่งก่อร่างได้เพียงไม่นานและยังไม่สมบูรณ์ดีมากนักแต่ก็นับว่ายังส่งผลต่อศัตรูตรงหน้าอยู่บ้าง มันส่งผลกระทบต่อจิตใจและร่างของหลิวฮวนทำให้กระบวนท่าติดขัดและบังเกิดช่องว่างให้ชายหนุ่มได้หยิบฉวย และในตอนนั้นเองที่เทียนเหยาได้คว้าโอกาสนั้นไว้ เขาหมุนตัวเป็นวงวาดกระบี่ออกไปเป็นเส้นแสงลมปราณสะบัดออกโดยรอบข้างบังเกิดภาพมายาคล้ายปีกโบกสะบัดกวาดรอบทิศ

กระบี่ทิพย์ดอกเหมย ปักษาสวรรค์เหินฟ้า

หลิวฮวนเมื่อกระทบถูกปราณกระบี่ที่ถูกฟาดฟันออกเป็นวงรอบตัวของเทียนเหยาก็เร่งรีบถอยหนีออกไปทันที ปราณสีฟ้าเยือกแข็งนี้นับว่าร้ายกาจอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะอยู่ในขอบเขตพลังปราณขั้นเจ็ดระดับสุดยอดก็ตาม แต่วิชาพลังปราณที่เขาฝึกฝนและใช้บ่มเพาะพลังนับว่ายังอ่อนด้อยอยู่มาก ไม่อาจเทียบกับวิชาปราณระดับสี่ที่บุรุษหน้าปีศาจนี้ฝึกฝนอยู่ได้ ไม่สิ หากจะพูดไปแล้วในเมืองบ้านนอกอย่างฟูเจี้ยนนี้กลับโผล่วิชาปราณระดับสี่นี้ขึ้นมาได้นับว่าไม่เคยมีมาก่อน แม้จะเป็นตระกูลใหญ่โตอย่างสกุลถังหรือสกุลหลิวก็ตามก็ไม่อาจครอบครองวิชาปราณระดับสี่ได้

หลิวฮวนแม้จะหลบฉากออกมาแต่กลับส่งทาสอสูรเสือดำลายดาวของตนเข้าไปต่อสู้แทน เทียนเหยาเองก็ไม่น้อยหน้าเรียกทาสอสูรของตนเองมาจากห้วงวิญญาณเพื่อต่อกรกับเสือดำที่กำลังพุ่งเข้ามาเช่นกัน ละอองปราณพวยพุ่งออกมาจากร่างของเทียนเหยา เขาได้ส่งปราณเข้าไปในห้วงวิญญาณเพื่อเรียกทาสอสูรตนนี้ออกมา ละอองปราณได้รวมตัวกันอยู่บนลำแขนและกระบี่ของตน ก่อร่างขึ้นกลายเป็นตะขายตัวใหญ่ยักษ์สี่ขาวตนหนึ่งยาวเกินกว่ายี่สิบเซียะ ขนาดลำตัวกว้างกว่าหนึ่งเซียะ ร่างของมันเป็นสีขาวตลอดทั่วทั้งตัวและมีดวงตาสีฟ้าใส ร่างกายของมันส่งไอหนาวเย็นออกมาตลอดเวลา นี่คือทาสอสูรที่ชายหนุ่มได้รับสืบทอดมา ทาสอสูรระดับสาม ตะขาบน้ำแข็ง

เทียนเหยาวาดกระบี่ออกไปทางเสือดำลายดาวที่พุ่งเข้ามาเพื่อส่งตะขาบน้ำแข็งที่พันอยู่รอบกระบี่ให้พุ่งทะยานไปตามแรงวาดกระบี่เพื่อต่อกรกับทาสอสูรของศัตรู เมื่อเสือดำได้เข้ามาในรัศมีพลังปราณของชายหนุ่มมันก็ได้รับความหนาวเย็นที่ถูกส่งออกมาจากกระบี่ของชายหนุ่มจนเคลื่อนไหวได้ช้าลงกว่าเดิม แต่กับฝั่งตะขาบน้ำแข็งซึ่งมีพลังธาตุเหมันต์เช่นเดียวกับปราณของเทียนเหยากลับไม่ส่งผลกระทบอันใดเลย

ทาสอสูรทั้งสองตามเข้าโรมรันกันโดยหมายเอาชีวิตอีกฝ่ายตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้านายของตนเอง ตะขาบน้ำแข็งเคลื่อนไหวโดยไวแทบจะมองตามไม่ทันด้วยขานับร้อยคู่ มันพุ่งทะยานเข้าไปรัดพันร่างกายของเสือดำลายดาว ไอน้ำแข็งจากร่างของมันเข้ากัดกินร่างของเสือดำลายดาวจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำหลายจุด แต่เสือดำลายดาวเองก็ไม่ยอมอยู่เฉยเช่นกัน มันพยายามที่จะตะปบทำร้ายร่างของตะขาบน้ำแข็งที่พันร่างของมันอยู่เพื่อหมายหลุดรอดพันธนาการนี้ไปให้ได้

หลิวฮวนเองก็กระโดดพุ่งเข้าไปฟาดฟันเทียนเหยาอีกคำรบหนึ่งโดยปล่อยให้ทาสอสูรของตนสู้รบปรบมือกับทาสอสูรของฝ่ายตรงข้ามไป แม้ร่างกายของเขาจะถูกส่งผลกระทบจากสำนึกกระบี่แต่นับว่ายังไม่ส่งผลมากเท่าที่ควรนักเพราะสำนึกกระบี่ของเทียนเหยายนั้นพึ่งก่อร่างและยังไม่สมบูรณ์ดีนัก

เพลงดาบหมาป่าทองคำ พายุเขี้ยวหมาป่า

หลิวฮวนฟาดฟันกระบวนท่าดาบรวดเร็วราวและต่อเนื่องราวกับพายุหมุนอันบ้าคลั่ง ปราณดาบมากมายพุ่งทะยานออกไปจนบังเกิดมายาปราณฝูงหมาป่าทองคำหนึ่งพุ่งทะยานออกไปเข้าโจมตีร่างของบุรุษปีศาจเทียนเหยาตรงหน้า ชายหนุ่มเมื่อเห็นกระบวนท่าอันร้ายกาจนี้ของหลิวฮวนก็ไม่กล้าประมาทแม้เพียงสักเสี้ยวเดียว

กระบี่ทิพย์ดอกเหมย ดอกอิงฮวากั้นเมฆา

เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง

เทียนเหยาวาดกระบี่ป้องกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสร้างโล่จากปราณกลีบดอกอิงฮวาสีชมพูสดใสกระจ่างขึ้นดาบหน้าเพื่อป้องกัน แต่กระบวนท่านี้ของหลิวฮวนนับว่าร้ายกาจและต่อเนื่องจนกระบวนท่านี้ของเทียนเหยาแทบจะพังทลายลง เมื่อถูกกดดันมากเข้านั้นราวกับในห้วงความจำและภายในหัวสมองของเขานั้นบังเกิดความเข้าใจบางอย่างขึ้นมาภายใต้สถานะการณ์วิกฤตนี้!

ราวกับเทียนเหยาได้กะเทาะเปลือกของตนเองออกมา ความเข้าใจต่อสำนึกกระบี่นั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่อีกระดับหนึ่งภายใต้การต่อสู้เป็นตาย! ร่างของเทียนเหยาระเบิดพลังอำนาจกดขี่มากกว่าเดิมสู่ร่างของศัตรูตรงหน้าในชั่ววินาทีจนร่างกายของหลิวฮวนถึงกับแข็งค้างจนช้าไปจังหวะหนึ่ง และตอนนั้นเองที่เทียนเหยาได้โต้กลับไป!

เปลี่ยนจากรับเป็นรุก!

กระบี่ทิพย์ดอกเหมย เงาอิงฮวาย้อนแสง!

กระบี่ที่ถูกวาดออกเป็นโล่ปราณนั้นถูกชายหนุ่มรั้งกลับและนำแรงและปราณทั้งหมดจากกระบวนท่าดอกอิงฮวากั้นเมฆาถ่ายเทไปตามแรง ร่างของเขาหมุนคว้างตามแรงและแทงออกไปหลากหลายกระบี่จนเกิดภาพมายาปราณดอกอิงฮวาสีชมพูสาดซัดราวกับพายุเข้าปะทะร่างของหลิวฮวนที่แข็งค้าง กระบี่นี้ของชายหนุ่มนั้นเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวจนหลิวฮวนไม่อาจต้านรับได้ทัน เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นสถานการณ์ก็ผันเปลี่ยนจากขาวเป็นดำ จากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก

ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิ้วว

เสียงกระบี่แหวกอากาศทิ่มแทงร่าวกายของหลิวฮวนเข้าอย่างจัง กระบี่อันแหลมผสานกับอาคมของอาวุธจิตวิญญาณส่งผลให้ทุกกระบี่ที่ทิ่มแทงลงบนร่างของหลิวฮวนบังเกิดปราณเยือกแข็งแช่แข็งบาดแผลนั้นไว้จากภายในเพราะผลจากอาคมกระจายพลังปราณของกระบี่งูดำ ภายในร่างของหลิวฮวนบังเกิดปราณเยือกแข็งแช่ทำให้ลมปราณติดขัดไม่อาจเดินโดยสะดวกอีกต่อไป

แม้ร่างของหลิวฮวนจะถูกทิ่มแทงไปหลายแผลก็ตามทีแต่ไม่มีแผลไหนเลยที่จะทำร้ายร่างของหลิวฮวนถึงแก่ชีวิต เทียนเหยาทำก็เพียงแต่ต้องการหยุดยั้งหลิวฮวนไว้เท่านั้น เขาไม่เคยต้องการชีวิตของใครเพราะคนอย่างเขาไม่เคยมองชีวิตผู้ใดเป็นผักปลา

หลิวฮวนเมื่อถูกทำร้ายจนบาดเจ็บแล้ว ร่างของเขาก็ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้อีกต่อไปถึงกับล้มตึงหงายหลังไปนอนแผ่หราอยู่บนพื้น แม้ในใจจะไม่ยินยอมที่ถูกผู้ที่มีขอบเขตพลังอ่อนแอกว่ามากเล่นงานก็ตามทีแต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้อีกต่อไป แม้แต่แรงจะหยิบจับดาบขึ้นมาอีกครั้งยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ อาวุธจิตวิญญาณในมือสลายหายไปกลับคืนสู่ห้วงวิญญาณภายในร่างของตนอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นไปนั้นหลิวฮวนกลับพบกระบี่เล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของตนเอง เมื่อมองเลยขึ้นไปก็พบว่าผู้ที่จอกระบี่อยู่ที่ลำคอของเขานั้นคือบุรุษหน้าปีศาจ จิตใจของเขานั้นถูกเผาผลาญด้วยความแค้นและความอัปยศ เขาพ่ายแพ้ให้กับคนที่อ่อนแอกว่าเช่นนี้ถึงสองครั้งสองครา

เทียนเหยาได้มองลงไปยังร่างหลิวฮวนบนพื้นจากนั้นจึงค่อยรั้งกระบี่ของตนกลับมาและกำลังจะพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นแต่หลิวฮวนได้เอ่ยเรียกเขาไว้ก่อนที่จะได้ทันทำอะไรต่อ “ฆ่าข้าเลยสิ! แกรออะไร!” หลิวฮวนไม่อาจทนความอัปยศนี้ได้อีกต่อไป

“…ข้าไม่ต้องการชีวิตของเจ้า พวกเราไม่ใช่ศัตรูคู่แค้นอันใดกัน ก็เพียงแต่แย่งชิงผลประโยชน์กันก็เพียงเท่านั้น” เมื่อเทียนเหยาเอ่ยจบเขาก็พุ่งทะยานจากไปเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องในกองกำลังของตนเองต่อไป ส่วนหลิวฮวนที่จิตใจถูกเผาด้วยไฟแค้นนั้นก็จับจ้องไปยังแผ่นหลังของเทียนเหยาไปจนสุดสายตาจากนั้นจึงค่อยสลบไปเพราะพิษบาดแผล

ความคิดเห็น