โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 23

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 972

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2562 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23
แบบอักษร

เมื่อได้เริ่มต้นแล้วครั้งหนึ่งก็จะเกิดความคล่องแคล่วมากขึ้น เขากวัดแกว่งดาบได้โดยไม่ลังเลอีกต่อไป อันฮยอนเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์โดยกำเนิดและเฉลียวฉลาด แม้ว่าจะยังไม่สามารถทิ้งความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ก็ยังโจมตีพวกเดดแมนด้วยการใช้โล่ป้องกันและตอบโต้ บางทีถ้าเขามีความมั่นใจมากกว่านี้ เขาก็จะเผชิญหน้ากับพวกมันสามสี่ตัวด้วยดาบได้สบายๆ

หลังจากที่เลือกจะฝ่าวงล้อม พวกเราก็เริ่มออกจากป่าอย่างรวดเร็ว ในระหว่างหาเส้นทางหลบหนี คิมฮันบยอลก็พบร่องรอยของเส้นทาง ถ้าเราไปตามทางนี้ก็พอมีหวังที่จะออกไปจากป่านี้ได้

ด้วยเหตุนั้นความเร็วในการเดินทางของกลุ่มจึงเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่อาจเลี่ยงความจริงที่ว่ายิ่งเราเดินไปเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสที่เดดแมนจะปรากฏตัวขึ้นเป็นระยะๆ ผมตัดสินใจเสริมสร้างประสบการณ์การต่อสู้ของอันฮยอน โดยยกหน้าที่ต่อสู้ให้อันฮยอน

เดดแมนที่ได้กลิ่นมนุษย์ส่งเสียงโหยหวนไม่น่าฟังพลางอ้าปากกว้าง แววตาของอันฮยอนเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ดูเหมือนว่าความกระหายเลือดจะค่อยๆ เผยออกมา เมื่อเห็นอันฮยอนถือดาบและโล่ อันซลก็พูดเสียงเบา

“พี่คะ... ระวังตัวนะ”

“อืม รอแป๊บเดียวนะ พี่ครับ ผมฝากดูแลซลกับพวกเด็กๆ ด้วยนะครับ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเด็กๆ หรอก ฉันจะดูแลให้เอง”

“ใครเป็นเด็กกันฮะ” 

หลังจากได้ยินอียูจองตะโกน เขาก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไป เขาเคยเอาชนะเดดแมนสองตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เพิ่งเคยเจอพร้อมกันสี่ตัวแบบนี้เป็นครั้งแรก ผมน้าวธนูเตรียมพร้อมสำหรับเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

เหลือระยะห่างไม่ถึงเมตรระหว่างอันฮยอนและมอนสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาประจันหน้า อันฮยอนก้าวหนีไปทางซ้ายแนวทแยงมุม ร่างกายของมนุษย์มีความยืดหยุ่น แต่ร่างกายของมอนสเตอร์ไม่เป็นแบบนั้น

เดดแมนที่วิ่งเขามาเพื่อจะกัดต้องหยุดชะงักเพราะข้อต่อที่แข็งทื่อ เขามองหาช่องโหว่เพื่อโต้ตอบและแทงดาบไปที่หัวของมัน ตายไปหนึ่ง เขาดึงดาบออกทันทีและตรึงอีกสามตัวที่เหลือไว้

เห็นอันฮยอนแบบนั้นแล้วผมก็รู้สึกว่าคนที่มีความสามารถเป็นแบบนี้สินะ ที่ถูกใจผมมากกว่าอะไรทั้งหมดก็คือการที่เขาเล็งจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ไม่ใช่แค่ป้องกันการโจมตีแบบง่ายๆ ผมอยากจะชมที่เขารู้ว่าเดดแมนมีจุดอ่อนเรื่องการหมุนตัวจึงใช้วิธีหลีกเลี่ยงแบบเส้นทแยงมุม

เสียงบางอย่างถูกบดขยี้ดังขึ้นพร้อมกับมอนสเตอร์หนึ่งตัวที่ถอยหลังไป เดดแมนโจมตีด้วยการกัดเท่านั้น การปะทะด้วยโล่และยกขึ้นไว้ระดับอกเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่มีใครสอนอันฮยอนแต่เขากำลังเรียนรู้ด้วยตนเอง

เห็นฟันที่โยกเยกของเดดแมนแล้ว อันฮยอนก็แทงดาบออกไปราวกับดาวตก เกิดเสียงดังฉึก ผมตะโกนอยู่ในใจว่าจัดการได้สองตัวแล้ว

ตอนนี้เหลืออีกแค่ครึ่งเพราะเสร็จไปสองตัวแล้ว โล่ที่แขนซ้ายเหมือนจะคลายหลวมกว่าในทีแรก เพราะแรงของมอนสเตอร์ตัวก่อนหน้านั้น

เดดแมนตัวหนึ่งจู่โจมพยายามจะกัด อันฮยอนมองดูมอนสเตอร์นิ่งๆ และคว้าดาบขึ้นมา เมื่อเห็นแบบนั้นก็ดึงดูดความสนใจของผม หรือว่าจะเป็นการฟันดาบด้วยมือเดียว

คำนวณระยะทางกวัดแกว่งดาบและปรับเวลา ที่ผมรู้ทฤษฎีนั้นเพราะผมเองก็เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญดาบคนหนึ่ง เดดแมนอ้าปากกว้างเข้าไปในระยะดาบ ในขณะเดียวกันอันฮยอนก็กระชับดาบในมือ ตอนนี้แหละ


ควับ!


เสียงตัดเนื้อหนังอันน่ากลัวดังในอากาศ แม้จะเงอะงะไปบ้างแต่เขาก็ทำให้หัวของเดดแมนขาดกระเด็นในดาบเดียวได้สำเร็จ ใบหน้าของเขามีความปลาบปลื้ม แต่ผมที่ดูการต่อสู้นี้ขมวดคิ้วเป็นครั้งแรก ยังเหลือมอนสเตอร์อีกหนึ่งตัว

เมื่อเดดแมนด้านหน้าล้มลง เดดแมนที่วิ่งมาจากด้านหลังก็โจมตีอันฮยอนทันที ดีที่อันฮยอนยกโล่ขึ้นมากันไว้ แต่เพราะเขาถือมันไว้อย่างหละหลวมจึงดูเหมือนจะไม่สามารถเอาชนะแรงของเดดแมนที่วิ่งเข้าใส่ได้ ผมเล็งธนูในขณะที่มองดูการปะทะของทั้งคู่


ตุบ!


“อึก!”

อันฮยอนทำโล่หลุดมือตามคาด เพราะรับแรงปะทะด้วยแขนซ้ายเพียงอย่างเดียวแตกต่างจากเมื่อครู่ที่ใช้ทั้งตัวรับแรงปะทะ บางทีตอนนี้มือของเขาอาจจะบาดเจ็บ ด้านหน้าของอันฮยอนไร้การป้องกันซึ่งเป็นผลกระทบจากแรงปะทะ เดดแมนไม่พลาดโอกาสพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขาเหมือนกับงู

เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็ยิงธนูออกไปทันที ขอโทษทีเถอะ แต่เขาน่าเสียดายเกินกว่าจะเป็นอาหารของแก

ลูกธนูแหลมคมแหวกผ่านอากาศเจาะทะลุหัวของเดดแมนพอดิบพอดี อันฮยอนนั่งลงบนพื้นด้วยสีหน้าตกใจมาก เขามองมอนสเตอร์ที่ล้มลงทั้งที่พยายามจะเข้ามากัดคอของตัวเอง

“ฟู่...”

“ไนซ์ช็อตค่ะหัวหน้า”

อียูจองที่ไม่รู้ว่ารับรู้ถึงอันตรายเมื่อครู่นี้หรือไม่ เธอมองมาที่ผมพลางพูดเล่น แม้ว่าการต่อสู้ของอันฮยอนจะดีพอสมควรแต่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับตอนนี้ มันอาจจะเป็นความโลภที่คาดหวังไปมากกว่านั้น ฮยอนลูบคอตัวเองด้วยสีหน้าว่างเปล่า เขามองผมพลางกล่าวออกมาอย่างโล่งอก

“รอดมาได้เพราะพี่เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ”

“ไม่หรอก ฉันช่วยแค่ตัวเดียวเอง ต้องขอบคุณนายต่างหาก”

ฮยอนส่ายหน้ากับคำพูดของผมและพึมพำด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

“ผมไม่รู้เลยว่ามันโจมตีแบบนั้น ถ้าพี่ไม่ยิงธนู ผมคง...”

เขาเหลือบมองอันซล เธอระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาทันที อันฮยอนหยุดพูดเมื่อเห็นว่าอันซลดูไม่อยากจะฟังอะไรอีก

“ช่วยไม่ได้นี่ ตอนสู้กันยอดเยี่ยมมาก แบบนี้ฉันจะช่วยสนับสนุน...”

“แง!”

ก่อนที่ผมจะพูดจบอันซลก็ระเบิดน้ำตาออกมาทันทีอย่างทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว พลางวิ่งไปทางพี่ชาย เป็นพี่น้องเจ้าน้ำตาจริงๆ ผมที่รู้สึกอึดอัดใจได้แต่ปลดคันธนูและเก็บลูกธนูลงกระเป๋าอีกครั้ง อียูจองที่ถือว่าตนเองเป็นอันดับหนึ่งมองพวกเขาด้วยท่าทีอิจฉา

“จากที่ดูๆ ฉันเองก็อาจจะทำได้เหมือนกันนะ เชอะ ฉันน่าจะเลือกอาวุธมาด้วย นี่ ฮันบยอล เธอมีอาวุธมาด้วยหรือเปล่า”

หลังจากอียูจองเอ่ยถาม คิมฮันบยอลก็ค้นบางอย่างด้านในเสื้อบริเวณหน้าอกและหยิบมีดสั้นออกมาหนึ่งเล่ม ผมไม่แน่ใจว่ามันใช้ขว้างได้หรือเปล่า แต่มันเป็นอาวุธที่ใช้ประโยชน์ได้ยากเพราะต้องใช้ในระยะใกล้ สำหรับผู้ที่ชำนาญอย่างผมก็ไม่แน่ แต่ถ้าคนทั่วไปใช้อาจจะเป็นอันตรายมากกว่า

“ดูไม่น่าจะช่วยอะไรได้นะ ทำไมยังพกมันไว้อีกล่ะ”

“ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างนี่คะ ถ้าต้องเจอกับเรื่องอันตราย ฆ่าตัวตายเองน่าจะดีกว่า”

“...นี่เธอมากจากยุคโชซอนหรือไงยะ”

อียูจองส่ายหน้าด้วยแววตาแปลกใจกับเสียงเยือกเย็นของคิมฮันบยอล จากนั้นก็มองมาที่แขนซ้ายของผม หล่อนมองธนูของผมด้วยความอยากได้ แล้วก็บ่นพึมพำอย่างผิดหวังเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่รู้วิธีใช้มัน

“ไม่มีท่อเหล็กแบบที่หมอนั่นเคยถือเลยหรือไงนะ ฮันบยอล ลองดูหน่อยสิว่าแถวนี้มีอะไรบ้าง”

“ไม่มีหรอกค่ะ”

ดูเหมือนการพูดเป็นกันเองของอียูจองจะทำให้คิมฮันบยอลมีสีหน้าอึดอัดใจ จู่ๆ ผมก็นึกถึงกลุ่มของพัคดงกอลขึ้นมา ถ้าเทียบกับพิธีเปลี่ยนสภาวะครั้งที่แล้วของผม ตอนนี้ถือว่าสบายมาก

ในตอนนั้น... สองวันแรกคือช่วงเวลาแห่งการหนี ตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไร กำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นชิ้นๆ ในท้องของเดดแมนไปแล้ว

แน่นอนว่าไม่ใช่ปัญหาของผม จึงลบออกจากหัวไปได้ทันที ไม่รู้ว่าเป็นผลพวงจากการต่อสู้หรือเพราะปลอบโยนอันซล อันฮยอนถึงได้เดินมาหาพวกเราด้วยท่าทีอิดโรย

“พี่ครับ ผมเห็นเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นแล้ว ดูเหมือนเราใกล้จะถึงแล้ว ไปกันเลยมั้ยครับ”

“อืม ไปสิ”

เมื่อได้ยินบทสนทนาของผมกับอันฮยอน อียูจองก็บ่นด้วยความขุ่นเคืองที่ตนเองไม่มีอาวุธ

“เชอะ สนุกกันใหญ่เลยนะ นายเองอาจจะพลาดก็ได้ ระวังไว้เถอะ”

“ฉันไม่อยากเสียเวลาไปเฉยๆ อย่างน้อยทำแบบนี้ก็ยังดีกว่า เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ”

“รู้แล้วน่า ฉันเองก็เบื่อป่านี้เต็มทน อยากออกไปเร็วๆ แล้วเหมือนกัน”

หลังจากจัดการกับพวกเดดแมนสี่ตัวเรียบร้อย พวกเราก็เดินไปตามทางอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ถ้าไปตามเส้นทางนี้เราก็จะสามารถออกไปจากป่านี้ได้ แต่ผมยังพะวงกับจำนวนของพวกเดดแมนบริเวณชายป่าอยู่ จากความรู้สึกของผม พวกมันมีมากกว่ายี่สิบตัว แต่ถึงแม้ว่าจะไปทางอื่นก็ดูเหมือนว่าจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

ความแตกต่างระหว่างเดดแมนสี่ตัวกับเดดแมนยี่สิบตัวนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการประจันหน้ากันจึงเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตรอด ผมถอนหายใจพลางคิดว่าจะโน้มน้าวพวกเขาอย่างไรดี

ที่ชายป่าเต็มไปด้วยพวกเดดแมนตามคาด มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีจำนวนมากกว่ายี่สิบตัว พวกมันส่งเสียงโหยหวนไปทั่ว นั่นเป็นเพียงจำนวนที่นับได้แค่ตรงหน้าเท่านั้น ถ้าเราสร้างความแตกตื่นที่นี่ พวกมันก็คงจะกรูมาจากทั้งทางซ้ายและขวาจนนับจำนวนไม่ได้แน่ๆ

ผมเห็นกำแพงหินที่มีร่องรอยของผู้คนอยู่ไกลออกไป เมื่อมองข้ามไปก็สามารถมองเห็นปลายถนนขรุขระ อีกแค่ก้าวเดียวพวกเราก็จะสามารถออกไปจากป่าได้แล้ว

ในใจของทุกคนเหี่ยวแห้งด้วยรู้ดีว่าต่อให้อันฮยอนเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาชนะเดดแมนยี่สิบตัวในครั้งเดียว แต่ถ้าเราถอยกลับก็จะไม่ได้ออกไปจากที่นี่

“บ้าไปแล้ว พวกเราจะผ่านเจ้าพวกนั่นไปได้ยังไง...”

น้ำเสียงหมดหวังของอียูจองลอยเข้าหูทุกคน ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้เมื่อเราหันหลังกลับ อันฮยอนและคิมฮันบยอลก็เอาแต่มองพื้นเงียบๆ เพราะคิดอะไรไม่ออก สุดท้ายก็มีแค่วิธีนั้น ผมถอยหายใจเบาๆ คราวนี้ผมจะช่วยพาพวกเขาออกไป

“ฉันนึกอะไรดีๆ ออกแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของผมทุกคนก็หูผึ่งขึ้นมา ผมจึงตัดสินใจเข้าประเด็นทันที



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น