เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

59.2 จอมโจรปะทะวิญญาณร้าย

ชื่อตอน : 59.2 จอมโจรปะทะวิญญาณร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 68

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2562 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
59.2 จอมโจรปะทะวิญญาณร้าย
แบบอักษร

เมืองซีเคร็ทออฟวอร์มีเมืองใต้ดินนามว่าเมืองดาว์ซิวเวีย[แหล่งอาศัยมณีภูต]นครเมืองโบราณมีแหล่งขุดแร่ธาตุต่างๆป้อนความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองแห่งความลับเบื้องบน พื้นที่สามในห้าเป็นเหมืองแร่มีคนงานชาวเหมืองปฏิบัติงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ขุดแผ่นหินลึก เจาะกำแพง ทุบและระเบิดอย่ามิหยุดหวังค้นหาแร่มณีล้ำค่าและสมบัติพิเศษที่มั่นใจถูกซ้อนไว้เบื้องล่าง ใต้รองเท้าหนังราคาสองร้อยเหรียญ

          ตึกอาคารสีน้ำตาลมีร่องรอยชำรุดพุพังประปราย ท้องถนนดินทรายมีม่านฝุ่นปลิดปลิวตลบอบอวล

          ไม้ใบสีเขียวยากพบเห็น ธรรมชาติใต้ดินมีเพียงความเก่าแก่และระบายด้วยสีน้ำตาลหงส์ดิน ดำนิลกาฬ และเทาขาว

          เหนือนครเมืองมีแร่วิเศษขนาดใหญ่ยักษ์เท่าหินอุกกบาตนามซันฟาเวอร์[บุตรแห่งดวงตะวัน] หินวิเศษที่เปล่งประกายแสงมอบความสว่างให้นครเมืองดาว์ซิวเวียตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก่อสร้างนคร รอบหินซันฟาเวอร์มีแร่อีกมากมายนับล้านฝักติดเพดาน ยามกลางวันเหล่าหินแร่จักส่องแสงไสวมิต่างกับแสงดวงตะวัน ครั้นตกกลางคืนแสงของเหล่าหินจะค่อยๆดับหรี่ลงประหนึ่งแสงตะวันจริงที่ค่อยๆลับหายจากขอบฟ้า

          ยามกลางคืนนั้นเพดานแลสวยงามดั่งท้องฟ้าราตรีของจริง มีหินซันฟาเวอร์เป็นตัวแทนดวงเดือน และหินแร่ๆอื่นคือเหล่าดวงดาราแพรวพราว

          ระดับชั้นความสูงวัดจากพื้นดินเมืองดาว์ซิวเวียถึงระดับพื้นดินเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ห่างกันประมาณห้าสิบถึงเจ็ดสิบกิโลเมตร นั้นทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางจากด้านบนลงด้านล่างนานนับหลายชั่วโมง ยกเว้นคนที่มีฐานะพิเศษ พวกเขาสามารถเปิดประตูลิฟต์โอเวอร์อัพ[ทะยานสู่เมฆ]เพื่อประหยัดเวลาการขึ้นและลงนครทั้งสอง ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาที

          ประชาชนเมืองดาว์ซิวเวียประกอบอาชีพคนงานเหมือง พ่อค้า และแม่บ้าน บางคนขยันเรียนหนังสือได้เป็นนักวิจัยและนักประวัติศาสตร์

          ไม่ว่าที่เมืองซีเคร็ทออฟวอร์หรือเมืองดาว์ซิวเวียไม่มีคนประกอบหมอผีสักคนเนื่องความเชื่อเรื่องผีมิเป็นที่ยอมรับ กระนั้นท่ามกลางความสวยงามแห่งโลกแห่งความจริง หลายๆคนยังเชื่อและโทษปรากฏการต่างๆที่พวกเขาไม่สามารถหยั่งรู้ ว่านั้นคือการกระทำกลั่นแกล้งของพวกวิญญาณ

          หรือสิ่งที่สามารถมองเห็นและจับต้องอย่างขุมพลังมาโฮ

          เหตุการณ์บางอย่างหากมีความลึกลับยากรู้ความจริงย่อมต้องพึ่งพานักสืบเพื่อไขปริศนา กระนั้นเหตุการณ์ที่ชวนปวดกระบาลและยากเกินปัญญานักสืบจะวิเคราะห์ ผลสุดท้ายต่อให้ทุ่มเทปัญญาสมองมากมายเพียงใดก็ไม่อาจตรวจหาสาเหตุได้ในเร็ววัน ความตายที่ไม่เคยปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์ ลักษณะบาดแผล สภาพศพ ความแปลกประหลาดที่ยากรู้มันคืออะไร คำสาปหรือโรคระบาด

          ความท้าทายเป็นสิ่งที่เหล่านักสืบโหยหาเพื่อใช้ทดสอบความสามารถของตนว่าเก่งกาจเพียงใด ทว่าเวลามีมิมาก และหากปล่อยไว้นานปัญหาอาจลุกลามและสร้างผลเสียมหาศาลต่อระบบ

          ด้วยความเชื่อเพียงเศษเสี้ยว ในเมื่อวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์และช่วยเหลือ ผู้คนย่อมต้องหันหน้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

          อย่างน้อยมันก็ไม่เรื่องผิด เพียงแค่ตัวเลือกหนึ่งในการตัดสินใจ

          “รายที่ยี่สิบแปด พบศพเมื่อวาน เวลาเจ็ดโมงเช้า คาดเวลาเสียชีวิตประมาณตีหนึ่งถึงตีสอง”

          ห้องลับใต้ร้านค้าอาวุธ สถานที่ที่มีฉากหน้าคือร้านค้าธรรมดาแต่ฉากหลังคือฐานทัพลับของกลุ่มมาเฟียระดับสี่ผู้นำ โนอาในชุดเครื่องแต่งกายเต็มยศ สวมเสื้อแขนยาวปลายแขนเปิดกว้าง สวมหน้ากากประจำกายเพื่อปิดซ่อนสีหน้าและดัดเสียงให้ความแตกต่างกับเสียงจริง ชายหนุ่มยืนก้มมองศพปริศนาที่ตอนนี้ยังระบุมิได้ว่าเขาคือใคร ตายด้วยสาเหตุใด ใครคือคนฆ่า ทำไมจึงฆ่า และสิ่งที่ฆ่าชายคนนี้คือคนแน่หรือเปล่า

          บนเตียงนอนยาวคือศพชายร่างผอมสภาพผิวหนังแห้งกรอบเหมือนผิวชายชราอายุเจ็ดสิบและต้นไม้ใกล้ตาย หนังศีรษะจรดปลายเท้ามีสภาพเหมือนกับผลไม้โดนสูบน้ำจนหมดไม่เหลือความชุ่ม ช่างแห้งแล้งมิต่างกับดินแดนทุรกันดาร

          มัมมี่ที่ไม่มีผ้าพันรอบตัว สีหน้าไร้นัยน์ตา มือและนิ้วบิดงอปิดรูป ทั้งตัวแข็งทื่อเสมือนหุ่นไม้

          น่าสยดสยองชวนคลื่นไส้เสียจริง

          ศพที่มีลักษณะดังกล่าวมีอีกยี่สิบเจ็ดรายต่างนอนแน่นิ่งใต้ผ้าห่อศพในห้องเก็บศพสภาเมือง โนอามิใช่คนฝ่ายสภาและกลุ่มของเขาไม่คิดมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาเมืองที่ปกครองประชาชนในที่แจ้ง ศพที่เขากำลังมองคือศพที่แอบนำออกมาจากสถานที่ราชการ โนอาต้องการตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ เนื่องจากผู้ตายทั้งหมดตายในพื้นที่การปกครองของเขา

          ทางสภาทุ่มกำลังจัดการเรื่องนี้ไม่น้อย กระนั้นยังไม่มีความคืบหน้าที่น่าพอใจ

          “คาดผู้ตายโดนสูบพลังมาโฮจนเสียชีวิต”

          “พลังมาโฮไม่ใช่พลังชีวิต”

          เคยมีเรื่องราวของคนที่โดนสูบพลังมาโฮในร่างจนหมดสิ้น แต่เขาก็ยังไม่ตาย นั้นคือข้อพิสูจน์ว่าพลังมาโฮคือพลังวิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ใช่พลังชีวิตที่เกี่ยวพันกับการดำรงของร่างกาย ขาดมันไปย่อมไม่ตาย

          โนอาครุ่นคิดในหัวอย่างสงบเยือกเย็น ความเงียบของเขาทำให้คุณหมอและสมาชิกคนอื่นในห้องวิตก และเสียวสันหลัง

          ผู้เสียชีวิตรายแรกถูกพบเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนี้ผ่านมาสองเดือนแล้ว มีคนตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังหาต้นเหตุมิพบ…

          จักไม่ให้ผู้นำโกรธคงมิได้กระมัง

          “เพิ่มหน่วยตรวจตรา เน้นบริเวณเหมืองแร่ที่สี่และห้า”

          จำนวนผู้ตรวจตราของทางสภานับว่าเยอะแยะแล้ว กระนั้นยังไม่รวดเร็วและทำงานได้ดั่งใจโนอา ตามจริงเขาไม่อยากยื่นมือเข้าช่วยหรือยุ่งเรื่องที่แลโจ่งแจ้งเช่นนี้ กระนั้นเขาไม่อาจปล่อยให้ใครตายอย่างไร้คำตอบในเขตของเขา ความตายเป็นเรื่องน่ากลัว ยิ่งคนเราไม่รู้ตายเพราะอะไร

          บรรยากาศเย็นนะเยือกสาดสยายดั่งปีกปักษาย้ำเตือนให้สมาชิกทุกคนเอาจริงตามที่โนอาต้องการ ชายหนุ่มไม่ต้องการความผิดพลาด และงานที่เขาลงสนามด้วยตนเองต้องสำเร็จ มิว่ายากเย็นเพียงใด โนอาและเหล่าสมาชิกกลุ่มเดินออกจากห้องลับ พวกเขาตรงดิ่งมาโผล่ข้างนอกร้านที่ซึ่งมีรถจอดรอบนทางถนนหิน โนอายังมีงานมากมายต้องตรวจสอบ แต่เรื่องคดีการตายปริศนาที่เขาตั้งชื่อให้คดีครั้งนี้ว่า “คดีสูบวิญญาณ” ต้องเร่งไขข้อสงสัยและจับตัวคนร้ายให้ได้

          ยกให้เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

          ดูว่าครั้งนี้ใครจะไขปริศนาได้ก่อนกันระหว่างทางสภาเมืองหรือสภาเงา

          เบาะแสที่สามารถเชื่อมโยงและช่วยให้โนอาจับหางของฆาตกรคือร่องรอยในที่เกิดเหตุ ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์สักคน นั้นบอกถึงฆาตกรคนนี้มีฝีมือร้ายกาจและอาจไม่นับเป็นมนุษย์ มีข่าวลื่อในกลุ่มชาวเหมืองกล่าวว่าพวกเขาพบเห็นเงาไฟสีเขียวดุจเปลวเพลิงนรก ดวงไฟสีเขียวที่เป็นสื่อกลางระหว่างโลกคนเป็นและโลกแห่งวิญญาณปรากฏขึ้นเมื่อสองเดือนก่อนในช่วงเพลาเดียวกับที่เริ่มมีคนตาย

          การตายที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวโบราณ วิญญาณร้ายที่หิวกระหาย ออกล่าและเข่นฆ่าผู้คน

          น่ามหัศจรรย์ให้อยากขำ เพราะตั้งแต่ที่ดวงดาวตกร่วงหล่น สิ่งๆต่างที่หลับใหลล้วนถูกปลุกขึ้น ไม่ว่าความหวังหรือความสิ้นหวัง    

          โนอาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและสวมชุดภาคสนาม แต่งตัวเหมือนนักศึกษาและคนวัยทำงานที่ใช้ฉากหน้าอ้างเป็นนักเขียนกำลังศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวเรื่องแปลกๆในเมือง โนอาหรืออีธาน ชายหนุ่มปลอมตัวอย่างแนบเนียน สั่งให้ลูกน้องสมาชิกลุ่มกระจายตัว เขาไม่ต้องการคนคุ้มกัน ด้วยมั่นใจในฝีมือการต่อสู้และความเฉลียวฉลาดในการเอาตัวรอด อีธานถือกระเป๋าและจัดปกเสื้อ เขาเดินเข้าไปยังเขตชุมชนที่มีบ้านพักคนงานเหมืองตั้งเรียงราย

          แม้สภาพชุมชมมิอาจเรียกขานว่าดีเลิศ กระนั้นความเป็นอยู่ที่นี้นับว่าสะดวกสบาย ไม่เน่าเหมือนชุมชนแออัดหรือที่พักผู้ยากไร้

          ด้วยนโยบายช่วยหางาน ชาวเมืองซีเคร็ทออฟวอร์และเมืองดาว์ซิเวียจึงมีงานให้ทำแน่นอน ตั้งแต่งานเก็บกวาดไปจนถึงตำแหน่งใหญ่ๆทางการเมือง

          ณ บ้านหลังหนึ่งมีคุณแม่นั่งทักผ้าพันคอและลูกสาววิ่งเล่นอย่างเริงร่า

          เสาหินมีเชือกห้อยและบนเชือกมีเสื้อผ้าแขวนตากให้แห้ง เก้าอี้ไม้สานและโต๊ะน้ำชาที่ทำจากไม้ อีธานรับชาดำจากเจ้าบ้าน ชายหนุ่มไม่ยิ้ม กระนั้นสีหน้าหล่อเหล่าของเขาก็ไม่สร้างความลำบากใจให้ใคร ยิ่งเขานิ่งเงียบอย่างลึกล้ำ คนอื่นๆต่างหลงใหลและชื่นชอบเขา แลอีธานเป็นคนจริงจัง สุภาพ และสุขุม คนไม่ค่อยเหมือนนักเขียนเท่าไหร่นัก กระนั้นเจ้าตัวบอกเองว่ากำลังเขียนหนังสือ ดังนั้นมันนับเป็นเรื่องจริงที่น่าสงสัย

          ชายหนุ่มตะเวนไล่ค้นหาข้อมูลที่เขาอยากรู้ เขียนข้อสงสัยลงบันทึกแล้วค่อยเรียบเรียง ตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหาข้อเท็จจริง ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อยหรือเรื่องใหญ่ ชายหนุ่มเก็บทุกรายละเอียดและลงมือทำงานอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง เฝ้าสังเกตรอบตัวตลอดเวลาหากมีใครน่าสงสัยเพ่งเล็งหรือคิดตรวจสอบเขา ชาวเมืองไม่ใช่คนดีทุกคน แต่เจ็ดส่วนก็ดี มีจิตใจขาวสะอาดและยอมให้ความร่วมมือกับคนแปลกหน้าอย่างอีธาน

          เคยมีตำนานวิญญาณโบราณ

          เจอเด็กสองคนที่คิดว่าตนเองเห็นเหตุการณ์ตอนผู้เสียชีวิตโดนทำร้ายด้วยดวงไฟปริศนา

          ผู้เสียชีวิตส่วนเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีผู้เยาว์และผู้ชรา

          “น่าแปลกที่เหยื่อไม่ใช่สตรี”

          ส่วนมากฆาตกรมักเลือกเหยื่อที่อ่อนแอเหมือนกระต่าย สตรีสมัยนี้ยังดูบอบบางและรังแกง่ายกว่าผู้ชาย กระนั้นเหยื่อแต่ละรายเป็นชายหนุ่มวัยทำงาน วัยที่มีร่างกายแข็งแรงและน่าจะจัดการได้ยาก ความสงสัยนี้ชวนให้อีธานคิดว่าฆาตกรมีความสงสารและความหลังฝังใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ บางทีฆาตกรอาจเป็นสตรี ไม่เลือกจู่โจมเพศเดียวกัน และไม่เลือกเล่นงานเด็กน้อย

          นั่งคิดสรุปในร้านกาแฟ ชายหนุ่มหมุนปากกา แววตาฉายชัดความเย็นชาดุจน้ำแข็ง ยากเดาเขาคิดอันใด

          เวลาที่เหยื่อโดนเล่นงานคือยามวิกาลหลังพระอาทิตย์ตกดิน สอดคล้องกับพฤติกรรมฆาตกรธรรมดาที่เลือกเวลาที่ชาวเมืองเข้าบ้านหลับนอน สถานที่ที่ใช้ฆาตกรรมคือตรอกมืดและจุดลับตาคน บอกว่าฆาตกรยังไม่อยากเปิดเผยตัวให้หน่วยรักษาความปลอดภัยจับ เรื่องน่ากลัวและน่ากังวลคือระยะเวลาที่ฆาตกรลงมือเริ่มทวีบ่อยมากขึ้น รายงานแรกบอกว่ามีเหยื่อสองคนต่อสัปดาห์ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเหยื่อกับยิ่งมากขึ้น จนตอนนี้มีคนตายเกือบทุกวัน

          เหมือนกำลังหิวโซเหมือนหมาบ้าและล่าอย่างบ้าคลั่งเพื่อเติมเต็มกระเพาะ

          นับเป็นข่าวร้ายของชาวเมือง แต่คิดในแง่ดีตานิสัยอีธาน ยิ่งคนร้ายลงมือบ่อยก็แลมีโอกาสที่เขาจะเจอตัวคนร้าย สัตว์ประหลาดตัวนี้มากกว่าตอนที่มันแอบซ่อนตัวอย่างมิดชิดประหนึ่งเงา

          ชายหนุ่มจิบชาและเลือกตรวจสอบข้อมูลตลอดทั้งวัน เขาวางแผนจักลองเดินสำรวจเมืองตอนวิกาลเพื่อเก็บรวบรวมและดักเฝ้ารอเป้าหมาย

          เวลาดวงตะวัน ณ โลกเบื้องบนลอยลับฟ้าแล้ว ตอนกลางคืนเมืองดาว์ซิวเวียมีหินซันฟาเวอร์ส่องแสงสลัวไสว

          ตามจุดต่างๆของเมือง บางแห่งมีเสาไฟ บางแห่งมีโคมไฟ ชายหนุ่มทานข้าวเย็นเพียงลำพัก ขณะนั้นเขานึกเสียใจที่พลาดไม่กินข้าวที่บ้านกับลีโอน่าและน้องสาว แต่ถือเสียว่าเป็นเพราะเรื่องงานต้องรีบเร่งจัดการ ชายหนุ่มเก็บซ่อนความเหงาไว้ในใจพลางจ่ายเงินและเก็บกระเป๋า ยามนี้นับเป็นเวลาอันควรค่าแก่การไล่ล่าและตามรอยเป้าหมาย อีธานเลือกเดินในบริเวณพื้นที่ที่มีเหยื่อมากที่สุด

          เขตเหมืองที่สี่และที่ห้า ยามนี้มีคนงานเหมืองทำงานในเหมืองคับคั่ง กระนั้นก็มีบางจุดที่เปล่าเปลี่ยว เงียบสงัดราวป่าช้า

          บริเวณลับตาและเหมาะแก่การดักซุ่มลอบทำร้ายคนอยากนั่งเล่นเพียงลำพัก

          ณ บริเวณลานกว้างมีทางเดินคับแคบ อีธานใช้พลังมาโฮอำพรางกลิ่นอายและแอบซ้อนอย่างมิดชิดในจุดลับตา เขาไม่ใช่คนร้าย กระนั้นเขารู้ดีว่าควรหลบฉากก่อน

          ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง ขณะนี้ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

          เขาควรเปิดเผยตัวและออกไปเดินล่อเป้าหมาย คิดว่าแผนนี้ควรใช้เมื่อแผนแรกไม่ได้ผล

          เตรียมอาวุธเรียบร้อย อีธานหรี่ตาและเริ่มเดินย่างเท้าบนถนนไร้ผู้สัญจร เขาอาศัยแสงหินบนเพดานและแสงสลัวของโคมไฟเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ สังเกตความแปลกแยก ชายหนุ่มปรับตัวให้ดูอ่อนแอและเหมือนคนธรรมดามากที่สุดเพื่อให้ฆาตกรคิดว่าเขาไร้น้ำยาไม่ต่างกับสัตว์กินพืช อีธานเดินอย่างสบายอารมณ์คล้ายพนักงานบริษัทเงินเดือนที่กำลังหลงทางไม่รู้ควรไปทางไหน

          เขาแสดงได้สมจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ มองซ้ายมองขวา สีหน้าฉงนสงสัย กระนั้นปากยังมิยกยิ้ม

          “เจอแล้ว

          อีธานเบิกตากว้างพลางพลิกตัวกระโดดหนี เนื่องจากเสียงนั้นดังขึ้นข้างหูเขา ระยะอันตราย

          !

          ฝ่ามือเปลวเพลิงสีเขียวไสวพุ่งมายังใบหน้าอีธานด้วยความเร็วสูงดุจกระสุน ชายหนุ่มหรี่ตาสาดประกายเย็นยะเยือก เขาสะบัดกระเป๋าฝ่าตีใส่ฝ่ามือมรณะกระนั้นสิ่งของในโลกแห่งความจริงไม่สามารถทำอันใดกับวิญญาณที่ดำรงอยู่ในโลกอีกฟาก อีธานตกใจเบาๆแต่ยังคุมสติไว้ได้อย่างผู้ชำนาญ เขาเปิดกระเป๋าและคว้าปืนยิงสาดกระสุนใส่เปลวเพลิงสีเขียวที่รูปร่างไม่แน่ชัด กระนั้นร่างมันคลับคล้ายสตรี มีเรือนผมยาวสยาย และใบหน้าประดับรอยยิ้มอำมหิต

          เพล้ง เพล้ง เพล้ง

          กระสุนธรรมดาไม่อาจสังหารวิญญาณ อีธานตกตะลึงเมื่อเห็นกระสุนเงินพุ่งผ่านทะลุร่างวิญญาณตนนั้น มิมีโอกาสใช้แผนสำรอก วิญญาณร้ายก็หายลับไป ชั่ววินาทีที่อีธานยังคงหวาดระแวง วิญญาณร้ายพลั่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาและใช้ฝ่ามือสะบัดจับลำคอชายหนุ่ม ยกร่างเขาสูง เท้าลอยเหนือพื้นดิน “มาโฮที่กล้าแกร่ง ส่งมันมาให้ข้า” วิญญาณฉีกยิ้มพรายถึงใบหู น่าตกใจยิ่งในเมื่อคนเป็นและสิ่งของไม่สามารถแตะต้องวิญญาณ แต่วิญญาณตนนี้กับสามารถแตะต้องอีธาน

          อึก!

          ชายหนุ่มเม้นปากไม่สามารถทำอันใดเพื่อจัดการฝ่ามือที่บีบคอเขาด้วยแรงมหาศาล ลองใช้พลังมาโฮอัดใส่หน้าวิญญาณก็ไม่เป็นผล

          เรื่องจริงเสียด้วย.. ชายหนุ่มตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องภูตผี แต่ตอนนี้เขาเชื่อหมดใจ

          ปัญหาคือเขาจะเอาตัวรอดจากมันอย่างไร

          ขณะชายหนุ่มจักร้องเรียกกำลังเสริมที่ดักซุ่มรอช่วยเหลือ ก่อนหน้านั้นให้มีเสียงใสตะโกนลั่น “ระวังคะ!!”

          พร้อมด้วยอุ้งเท้าแมวใหญ่ที่กางกรงเล็บแหลมคมฟาดใส่วิญญาณร้าย “ชิ” วิญญาณสบถพลันปล่อยมือจากอีธานและเบี่ยงร่างหลบอุ้งเท้าแมว แคทเธอรีนสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสาดแสงเย็นชา นางนั่งบนหลังสีนวลที่กลายร่างเป็นสัตว์ภูตแมวใหญ่ ตกใจที่วิญญาณสามารถหลบอุ้งเท้าสีนวลได้ในระยะประชิดที่ยากหลบเลี่ยง เจ้าวิญญาณสลายร่างและไปปรากฏกายบนอาคารสูง “..”

          มันพยายามหนี แต่แคทเธอรีนไม่ยอม นางปากระดาษยันต์อาคมสามแผ่นใช้เพื่อหวังกักขังและหยุดเป้าหมาย

          ลวดลายอักขระที่เขียนด้วยมือจอมอาคมรุ่นเยาว์และทรงพลังด้วยได้รับขุมพลังธรรมจักร

          ทว่าเจ้าวิญญาณสะบัดมือปัดยันต์ทิ้งอย่างง่ายดาย

          “ทำไม!”

          อาคมที่มีพลังกักขังวิญญาณระดับวิญญาณแค้นกลับไม่มีพลังพอหยุดยั้งวิญญาณร้ายตนนี้

          “ฝากไว้ก่อนเถอะ”

          สุรเสียงทรงเสน่ห์จางหาย สลายดุจคำประกาศของผู้ยังมีความเคียงแค้นให้ชำระ ทิ้งไว้เพียงความตกตะลึงของจอมอาคมน้อยและชายหนุ่มที่เริ่มสังหรณ์ใจมิดี

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น