โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 19

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 901

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19
แบบอักษร

ในที่สุดคนแรกที่ตอบคืออีโบริม พัคดงกอลมองคิมฮันบยอลแวบหนึ่งแล้วพูดต่อทันที

“แน่นอนว่ามันไม่ใช่การปกป้องโดยไม่หวังผลหรอกนะ แค่ช่วยเหลือทีมด้วยวิธีไหนก็ได้ก็พอแล้ว ถ้าหากเธอไม่สามารถช่วยอะไรได้ ฉันก็จะไล่เธอไป ในทางกลับกันถ้าเธอทำตัวมีประโยชน์ พวกเราก็จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอ ถ้าเตรียมใจแล้วก็มาเข้าทีมนี้ได้เลย”

แค่ช่วยเหลือทีมได้ไม่ว่าจะวิธีใดงั้นเหรอ เป็นคำพูดที่แปลกและดูจะอันตราย อีโบริมเองก็ตระหนักถึงความไม่ชัดเจนนั้นแต่ก็ยังมีท่าทีลังเล สีหน้าของคิมฮันบยอลเต็มไปด้วยความดูแคลน พัคดงกอลเลียริมฝีปาก คราวนี้เขามองคิมฮันบยอลและพูดขึ้นมา

“เธอก็เหมือนกัน”

“...สักครู่นะคะ”

คิมฮันบยอลยังคงมีสีหน้าเย็นชา หล่อนหลับตาลงราวกับอยากจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ผมกังวลนิดหน่อย แต่ถ้าผมคิดถูกหล่อนมีแนวโน้มที่จะยังไม่ตัดสินใจในตอนนี้ พัคดงกอลถอยกลับไปราวกับอนุญาตและกอดคออีชินอูไว้

ความคิดที่จะปฏิเสธการเข้าร่วมทีมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ในนิยายหรือการ์ตูนเท่านั้น อันที่จริงมนุษย์เป็นสัตว์อ่อนไหวง่าย ยิ่งไปกว่านั่นเมื่อ ‘ชีวิต’ แขวนอยู่บนเส้นด้าย ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะโยนความภาคภูมิใจในตนเองทิ้งไป

เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วนะ

สุดท้ายคนที่ลุกขึ้นก่อนก็คือพนักงานธนาคารอีโบริม อีโบริมพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปทางที่พัคดงกอลอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ดูเหมือนหล่อนจะขัดแย้งในตัวเองอยู่ แต่ก็ผงกศีรษะและไปรวมกลุ่มกับพัคดงกอลและอีชินอู

พัคดงกอลยิ้มอย่างพออกพอใจ

ท่าทางอันฮยอนเองก็รู้สึกย้อนแย้งอย่างมากกับข้อเสนอของพัคดงกอล บางทีถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่พัคดงกอลเป็นคนสร้างทีม เขาคงไม่หนักใจแบบนี้ ด้วยสัญชาตญาณแล้ว อันฮยอนไม่เชื่อในคำพูดของพัคดงกอล ไม่ว่าคำพูดนั้นจะดูดีแค่ไหน แต่เขาก็ได้กลิ่นของความมืดมิดที่ไม่อาจอธิบายได้

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรพัคดงกอลก็มีข้ออ้าง แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร ในที่สุดเขาก็ได้สมาชิกสองคนจากสามสหาย (อันซล, อีชินอู, อีโบริม) ไปแล้ว

ความรู้สึกไม่สบายใจที่อันฮยอนมีอยู่นั้นเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่สามารถทอดทิ้งน้องสาวได้ แต่ผลจากการกระทำของน้องสาวที่เกิดขึ้นตรงพื้นที่ว่างนั้นก็ทำให้ได้คำตอบแล้ว มิหนำซ้ำยังทำให้สิทธิ์ในการเลือกของเขาหมดไป และทางเลือกที่พัคดงกอลเหลือไว้ยิ่งทำให้สถานการณ์ในตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว

หากความได้เปรียบของพัคดงกอลยังคงดำเนินต่อไปก็เป็นไปได้สูงว่าอันฮยอน อันซล และอียูจองจะถูกทิ้งไว้ และพัคดงกอลคงไม่รู้ว่านั่นเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง

มุมมองของผมและคนอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมดูจากอุปนิสัยและความสามารถจึงจะตัดสินใจว่าใครสามารถเอาตัวรอดได้ แต่พัคดงกอลไม่สนใจเรื่องนั้นและไม่ต้องการสิ่งนั้นด้วย

เกณฑ์ในการเลือกทีมที่ผมและพัคดงกอลต้องการนั้นแตกต่างกันตั้งแต่แรก ผมต้องการพรรคพวกที่สามารถช่วยเหลือผมได้หลังจากเข้าสู่ฮอลล์เพลน ส่วนพัคดงกอลต้องการทีมที่สามารถหันซ้ายหันขวาตามคำสั่งของตัวเองได้

กล่าวคือสถานการณ์นี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผม

อย่างไรก็ตามพลังจะไปในทิศทางไหนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคิมฮันบยอลและผม เพราะผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น สายตาของทุกคนจึงมุ่งไปที่คิมฮันบยอลแทน หญิงสาวคิดอย่างใจเย็นอยู่พักหนึ่ง หล่อนมองไปรอบๆ ก่อนจะลุกขึ้นปัดเนื้อตัว หล่อนกัดริมฝีปากเล็กน้อย ท่าทางจะยังตัดสินใจไม่ได้

“ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะต้องไปตามคนที่ไปดูลาดเลาคนนั้นกลับมาแล้วล่ะค่ะ”

สิ่งที่หล่อนพูดหลังจากคิดอย่างยาวนานไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินใจ คนที่รอดูการเลือกของคิมฮันบยอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล

พัคดงกอลพึมพำกับตนเอง “อ้า... จริงด้วย” ราวกับเป็นการอนุญาตให้ไปตามผมกลับมา

“ก็ดี... พาเขามา จะได้อธิบายให้หมอนั่นฟังแล้วก็ให้เขาเลือก เราไม่ได้มีเวลามากนัก เธอเองก็เลิกคิดสักที อ้า... เดี๋ยวนะ”

คำพูดของพัคดงกอลรั้งคิมฮันบยอลที่กำลังหันกลับไปไว้ เขาพยายามยิ้มให้น่าประทับใจที่สุดเท่าที่ตัวเองจะยิ้มได้

“ไม่ว่าจะเป็นเธอหรือหมอนั่นก็น่าจะสามารถช่วยเหลือเราได้มาก เพราะงั้นเมื่อกลับมาแล้วก็พูดจากันดีๆ หวังว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ อย่างไรก็...”

ขณะที่พูดเขาก็มองไปที่อันฮยอนอย่างจงใจพูดให้ได้ยิน

“อย่างไรก็ตามฉันยินดีต้อนรับเธอทั้งคู่ หวังว่าเธอจะเลือกให้ดี”

การแสดงของพัคดงกอลสำเร็จลุล่วงแล้ว อีชินอูได้ไว้วางใจพัคดงกอลเป็นที่เรียบร้อย เขามองฮันบยอลพลางส่งสัญญาณให้กำลังใจเล็กน้อย พัคดงกอลไม่ต่างอะไรกับผู้ชนะในสังเวียน แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่เขาได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้แล้ว

ในตอนเริ่มต้นอาจจะบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่ท่าทางเขาไม่ใช่คนโง่เขลา อีชินอูและอีโบริมคงไม่รู้ว่าตัวเองสามารถกลายเป็นเหยื่อล่อหรือถูกหลอกใช้ได้ หรือไม่สองคนนั้นก็อาจจะรู้ดีแต่ยอมจำนนอย่างไม่มีทางเลือก

ผมหลับตาลงเมื่อเห็นคิมฮันบยอลเดินเข้ามาใกล้ ผมปวดหัวแต่อีกด้านก็รู้สึกโล่งใจ หากตั้งใจผมก็สามารถขัดขวางพัคดงกอลได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น การจงใจปลีกตัวออกมาก็จะไม่มีความหมาย

เหนือสิ่งอื่นใด แม้ว่าผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่นี่ก็อาจจะเป็นเรื่อง วิน-วิน สำหรับผมและเขา พัคดงกอลใช้อำนาจความเป็นผู้นำไล่บี้ทั้งอันฮยอนและอียูจอง ส่วนผมสามารถรับทั้งสามคนจากสี่คนที่เล็งไว้ในใจมาเป็นพรรคพวกได้

จิตสังหารที่พลุ่งพล่านตั้งแต่เมื่อกี้ แต่ถ้าเข้าไปขัดขวางความรู้สึกนี้ก็จะหายไปเอง มันจะดูงี่เง่าไปหน่อยไหมนะ แม้ว่าคนที่มีความสามารถจะอึดอัดกับคำพูดสวยหรู แต่สุดท้ายนั่นก็เป็นปัญหาส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับผมเลยสักนิด ผมมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายได้เร็วกว่าที่คิด ถ้าผมดึงอีกคนที่เหลือในตอนนี้มาเป็นพวก


กรอบแกรบ


ขณะที่หลับตา ผมก็ได้ยินเสียงแหวกหญ้าจากด้านหลัง ผมรู้ได้ว่าเป็นใครแม้จะไม่ต้องหันไปมอง ผมรีบลุกขึ้นพลางติดธนูไว้ที่แขนซ้าย เมื่อมองคิมฮันบยอล ผมมักจะนึกถึงเธอคนนั้นในอดีตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด

ผมเล็งธนูไปด้านหน้าและแสร้งมองไปรอบๆ อย่างแข็งขัน จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบา

“คือว่า...”

“ครับ”

เมื่อผมหันไปด้วยสีหน้าตกอกตกใจ คิมฮันบยอลก็จ้องผมด้วยแววตานิ่งสงบ ผมจงใจนวดแขนซ้ายพลางอ้าปากทำท่าเจ็บแขน

“ผมได้ยินเสียงร้องอยู่ครั้งสองครั้ง แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ได้อยู่แถวๆ นี้”

“เหนื่อยหน่อยนะคะ การประชุมใกล้จะจบแล้ว ก็เลยคิดว่าตอนนี้น่าจะหยุดดูลาดเลาได้แล้วล่ะค่ะ”

“ถ้างั้นไปกันเลยมั้ยครับ”

ผมหันกลับไปด้วยสีหน้าที่เป็นธรรมชาติ คิมฮันบยอลรั้งผมไว้ตามคาด

“เดี๋ยวค่ะ”

เมื่อหันกลับไปอีกครั้ง คิมฮันบยอลก็พูดด้วยท่าทีลังเล

“คือว่า... เรื่องมันแปลกๆ ค่ะ”

“แปลกเหรอครับ”

“ค่ะ กลายเป็นว่า...”

คิมฮันบยอลพยักหน้าให้กับคำถามของผม จากนั้นหล่อนก็เริ่มเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ผมอยากจะคาดเดาจิตใจของหญิงสาวในขณะที่ฟังเรื่องราว แต่คิมฮันบยอลสรุปให้ฟังแค่เนื้อหาเท่านั้น โดยทั่วไปในสถานการณ์แบบนี้เรื่องราวมักจะบิดเบือนไปตามความชอบความชัง นั่นทำให้ผมชื่นชมหล่อนจากใจ

“เรื่องราวก็เลยออกมาเป็นแบบนั้นค่ะ จะ... จะทำยังไงดีคะ”

หลังจากที่เล่าจบคิมฮันบยอลก็ถามทันทีด้วยความสงสัยว่าผมจะเลือกข้างไหน ผมตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แต่ก็แสร้งทำเป็นกังวลใจ

“ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนั้น ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลย”

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ”

“แล้วคิดยังไงกับคำพูดของคุณลุงคนนั้นล่ะครับ”

คิมฮันบยอลสบตาผมก่อนจะตอบคำถามด้วยเสียงที่เบากว่าปกติ

“ฉันคิดว่าที่เขาพูดก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ว่า...”

“มีอะไรที่ทำให้ไม่ชอบใจใช่มั้ยครับ”

“ค่ะ ฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่มองคุณลุงคนนั้น แต่ก็น่าแปลกที่ฉันหาจุดที่เขาพูดผิดไม่เจอเลยค่ะ”

อีชินอูและอีโบริมเลือกฝั่งไปแล้ว คิมฮันบยอลคงรู้สึกเป็นกังวลเมื่อเห็นแบบนั้น

ผมจึงได้รู้เหตุผลที่หญิงสาวบอกว่าจะมาหาผมด้วยตนเอง ผมอยากจะคุยต่ออีกนิด แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ผมจึงออกเดินโดยไม่พูดอะไรต่อ แค่ยืนยันความคิดของหล่อนและปรุงแต่งเพิ่มอีกสักหน่อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เราไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ผมมั่นใจว่าคิมฮันบยอลกำลังเดินตามมา หลังจากเงียบมาได้สักระยะ ผมก็เปิดปากพูดอีกครั้ง

“ผมไม่ชอบที่คุณลุงคนนั้นพูด”

“...”

“เขาเอาจุดแข็งและจุดอ่อนตามตรรกะของตัวเองมารวมกันอย่างมีชั้นเชิงตั้งแต่ต้น เขาไม่ได้พูดอะไรผิดหรอกครับ แต่เขากลบจุดอ่อนด้วยจุดแข็งและทำให้คำพูดของตัวเองดูดี”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น