หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 24 ตราหยกขาว (4)

ชื่อตอน : บทที่ 24 ตราหยกขาว (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 ตราหยกขาว (4)
แบบอักษร

การประมูลต้องชะงักลงกลางคัน แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่รออยู่ภายในงานเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์

ในขณะที่ลั่วชิวใช้ความคิดอยู่ ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาอยู่ด้านข้างของเขา

เขาพาลั่วชิวกับโยวเย่ไปที่ประตูด้านข้างของห้องประมูล แต่พอไปถึงก็พบว่ามีหลายคนยืนรออยู่ในประตูด้านข้างนี้แล้ว คือคนที่มีใบหน้าคุ้นเคยอย่างจางชิ่งหรุ่ย ส่วนอีกคนคือผู้ชายร่างใหญ่ที่ดูแล้วอายุน่าจะราวๆ สามสิบปี แล้วยังมีผู้หญิงอายุประมาณห้าสิบอีกคนหนึ่ง

“ลั่วชิวท่านนี้คือคุณต่ง เป็นเจ้าของงานประมูลครั้งนี้ นี่ผู้จัดการหานเป็นคนดูแลความเรียบร้อยภายในงานประมูล” จางชิ่งหรุ่ยรีบชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ของที่เพื่อนของนายประมูลถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่ว่าอย่างไรทางเราจะนำของที่ประมูลได้ส่งคืนให้เร็วที่สุด”

“...ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ตอนนี้ยังตามกลับมาไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?” ลั่วชิวถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

ผู้หญิงที่แซ่ต่งมองลั่วชิวตาขวาง พลางคิดว่า เรามีการฉายวีดีโอการประมูลไปด้านนอกห้องประมูล มีคนด้านนอกมากมายที่คอยดูการประมูลนี้อยู่ และแน่นอนว่าเพราะคุณประมูลตราหยกขาวอันนี้ในราคาสูง ย่อมเป็นที่จับตามองของผู้คน

ดูเหมือนว่าจางชิ่งหรุ่ยจะรู้จักกับผู้หญิงแซ่ต่งคนนี้ หญิงแซ่ต่งคิดว่าควรจะไว้หน้าจางชิ่งหรุ่ยบ้าง ในเมื่อคนรู้จักของเธอได้ประมูลของ แต่กลับถูกชิงไปต่อหน้าต่อตา จึงทำให้หญิงคนนี้พูดด้วยน้ำเสียงดีๆ กับลั่วชิวว่า “คุณลั่วคะ ทางเราแจ้งความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขโมยคนนั้นหนีไม่รอดแน่นอนค่ะ”

ลั่วชิวอึ้งไปชั่วครู่ แล้วกล่าวขึ้นโดยไม่สนใจอะไรว่า “คงไม่ได้ปล่อยให้ขโมยหนีออกไปจากสถานที่ประมูลแล้วหรอกนะ?”

จางชิ่งหรุ่ยรู้สึกเสียหน้า จึงกล่าวขึ้นว่า “ไอ้หมอนั่นน่าจะวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้ว เราพบว่าตัวล็อกของประตูหนีไฟได้ถูกงัดออก จากนั้นก็มีคนเห็นว่าโจรคนนั้นขี่รถจักยานยนต์หลบหนีไปทางด้านตะวันออก ดูเหมือนว่าจะเตรียมการมาก่อนหน้านี้แล้ว”

ลั่วชิวส่ายหัวแล้วคิดว่า หากตอนนี้อยู่ในเมืองของตน แค่คิดก็แวบไปอยู่ตรงหน้าของชายผู้นั้นได้แล้ว แต่นี่ดันอยู่ต่างเมือง เขาจึงไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ และตอนนี้เขาก็ยังคิดไม่ออกด้วยว่าจะทำอย่างไรต่อไป

แต่จะว่าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย ถึงแม้ว่าจะชนะการประมูล แต่เขาก็ยังไม่ได้ชำระเงิน

“เราจะบินกลับกันคืนนี้ และไม่ว่าพวกคุณจะใช้วิธีอะไรก็ตาม หวังว่าก่อนหัวค่ำจะได้รับคำตอบจากพวกคุณ”

โยวเย่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า “ที่จริงแล้วการรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของพวกคุณ เราชอบตราหยกอันนั้นก็หวังจะซื้อมันกลับไป มีคำพูดหนึ่งของชาวตะวันออกได้กล่าวไว้ ว่าเงินทองยากจะซื้อความรู้สึกของคน และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ใช่ว่าแค่จ่ายค่าเสียหายก็แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้”

“ทางเราเข้าใจดีครับ” คุณหานรีบพูดพร้อมกับรอยยิ้มว่า “แม้ว่าพวกท่านจะรีบบินกลับคืนนี้ แต่ทางเราจะไม่ปัดความรับผิดชอบแน่นอนครับ! ถ้าเราตามหาแผ่นตราหยกนั้นเจอ เราจะรีบจัดส่งไปให้ถึงมือท่าน”

หญิงแซ่ต่งกับจางชิ่งหรุ่ยกระซิบกันว่า “พลังการพูดของหญิงสาวคนนี้ดูแข็งแกร่งมาก จนผู้คนตรงนั้นไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาเลย”

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ลูกคนรวยทุกคนจะทำได้

จางชิ่งหรุ่ยใช้สายตารู้สึกผิดมองไปยังลั่วชิว ลั่วชิวทำได้แค่หันไปทางโยวเย่แล้วพูดว่า “ในเมื่อของถูกขโมยไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ของที่เหลืออยู่จากการประมูลเราก็ไม่ได้สนใจอะไร...อืม จางชิ่งหรุ่ยเธอน่าจะมีเบอร์โทรศัพท์ฉันนะ ถ้าทางนี้ได้เรื่องอย่างไรเธอก็โทรมาบอกฉันแล้วกัน...โยวเย่ ยังพอมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย เราไปเดินเล่นกันไหม นานๆ จะออกมาที”

โยวเย่สาวใช้หุ่นเชิดของสมาคมพยักหน้าอย่างไร้เงื่อนไขใดๆ แต่กลับใช้สายตาเย็นเยือกราวกับลมหนาวบนที่ราบสูงไซบีเรียมองดูสามคนที่อยู่ตรงหน้า

พอเห็นลั่วชิวกับโยวเย่เดินออกไปทางประตู หญิงแซ่ต่งถึงได้ถอนหายใจพร้อมกล่าวขึ้นว่า “ชิ่งหรุ่ย...หญิงสาวคนนี้เป็นใครกัน ทั้งชีวิตของฉันเจอผู้หญิงเก่งๆ มาก็มาก แต่ไม่เคยพบเคยเจอผู้หญิงที่อยู่ใกล้แล้วไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแบบนี้มาก่อน”

จางชิ่งหรุ่ยได้แต่ยิ้มแห้ง พลางเอ่ยว่า “คุณน้าต่ง ถ้าให้พูดตามตรงฉันก็ไม่ได้รู้จักเธอเลย ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นเพื่อนกับลั่วชิว...น่าจะเป็นแฟนสาวล่ะมั้งคะ?”

“แล้ว...แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ?” คุณต่งถามขึ้นด้วยความสงสัย

จางชิ่งหรุ่ยตอบแบบขอไปทีว่า “เป็นเพื่อนร่วมห้อง...ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องแต่ก็ไม่ได้สนิทกันค่ะ”

น้าต่งพยักหน้า เพราะเธอสัมผัสได้จากน้ำเสียงการพูดของจางชิ่งหรุ่ยที่ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงลั่วชิวสักเท่าไรนัก นี่จึงทำให้หญิงแซ่ต่งคนนี้ยิ่งอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของชายหญิงคู่นั้นมากขึ้นไปอีก

น้าต่งพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตอนนี้คงต้องหาของที่หายกลับมาก่อน ฉันต่งหมิงฮวาไม่ใช่ผู้หญิงที่จะให้ใครมากดขี่ได้ง่ายๆ...เหอะ!”

......

ลั่วชิวใช้แอพเรียกรถแท็กซี่มาคันหนึ่ง

ในขณะที่รออยู่หน้าสถานที่การประมูลนั้น โยวเย่ก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “นายท่านคะ ฉันทำงานพลาด ขอโทษด้วยนะคะ”

ลั่วชิวพูดขึ้นด้วยความตะลึงว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นอะไรนี่ จะว่าไปเราก็คาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว และภายในงานก็มีกล้องวงจรปิดติดไว้เต็มไปหมด หมอนั่นหนีไม่รอดหรอก และเธอก็ได้ค่ามัดจำคืนหมดแล้ว ที่จริงเราก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะ”

“แต่หากไม่ใช่เพราะโจรคนนั้น ตอนนี้ตราหยกขาวควรจะตกอยู่ในมือของนายท่านไปแล้ว”

แต่ลั่วชิวกลับเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ามีความสุขว่า “ไม่ดีเหรอ เพราะตอนนี้เรื่องราวก็จะยิ่งสนุกขึ้น? เหตุใดชายคนนั้นถึงได้ขโมยตราหยกขาวไป? หรือเขาจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตราหยกขาวนี้ที่คนอื่นยังไม่รู้? นี่มันทำให้เรื่องน่าสนใจกว่าการที่ได้ตราหยกนี้มาโดยไม่เกิดเหตุการณ์อะไรเลย”

รถแท็กซี่ขับเข้ามาใกล้สถานที่การประมูล ลั่วชิวยิ้มแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ ฉันพอจะรู้ว่าไอ้โจรนั่นมันหลบหนีไปทางไหน”

โยวเย่อ้าปากค้างด้วยความสงสัย

ลั่วชิวหยิบตราหยกขาวอีกอันของเขาออกมาแล้วพูดว่า “ของสิ่งนี้มันร้อนขึ้นตั้งแต่ที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องประมูลแล้ว พอจับมันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง”

เขาเดินออกไปทางรถแท็กซี่ที่มาจอดรับ แล้วพูดในใจว่า เราไม่ต้องเสียอายุขัยไปแลกกับข้อมูลของตราหยกนี่แล้วสินะ

......

......

ในโกดังเก็บสินค้าที่ห่างไกลผู้คนแห่งหนึ่ง

ชายสวมแว่นดำถือตราหยกขาวไว้ในมือ แล้วพูดขึ้นด้วยท่าทางเหมือนคนบ้าว่า “หาเจอแล้ว ในที่สุดก็หาเจอแล้ว...หาเจอแล้ว...หาเจอแล้ว...”

เขาเช็ดถูตราหยกขาวนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้ว่าเช็ดไปนานเท่าไร เหมือนกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงเขาและตราหยกนี้เท่านั้น

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงเงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือชายหญิงคู่หนึ่งที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากทางไหน

ชายผู้นี้มีท่าทีตื่นตระหนกขึ้นมาทันที แล้วกำตราหยกขาวในมือไว้แน่น...ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นหน้าสองคนที่ปรากฎตรงหน้าเขาแล้ว

เขาเคยเห็นสองคนนี้ในงานประมูล เขาจึงพูดอย่างไร้สติว่า “พวกคุณนี่เอง?!”

ลั่วชิวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังว่า “ผมยืนฟังอยู่ตรงนี้กว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่กลับได้ยินแต่คำว่า ‘หาเจอแล้ว หาเจอแล้ว’ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอย่างอื่นอีกเลย ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยเผยตัวออกมา”

“คุณ คุณจะทำอะไร? อยากจะแย่งตราหยกนี้ไปจากฉันใช่ไหม?” ชายผู้นี้ดูกระวนกระวายเหมือนเสือที่อุ้มลูกอยู่ในอ้อมอกอย่างไรอย่างนั้น

ลั่วชิวหยิบตราหยกอีกอันหนึ่งออกมาแล้วพูดว่า “ช่วยบอกได้ไหมว่าแท้จริงแล้วของสิ่งนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่?”

ชายผู้นั้นอึ้งไปชั่วครู่แล้วพูดขึ้นด้วยความบ้าคลั่งว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว! ฉันรู้อยู่แล้ว! ฉันรู้สึกได้ตั้งแต่ที่เห็นคุณแล้ว! และมันก็อยู่กับคุณจริงๆ! เอามันมาให้ฉัน!”

ชายผู้นั้นกระโจนเข้าหาลั่วชิวราวกับคนเสียสติ

และก่อนที่ชายผู้นั้นจะเข้าถึงตัวลั่วชิว เขาก็ถูกโยวเย่ทำให้ล้มลงไปกับพื้นเสียแล้ว ชายผู้นั้นจับคอของตัวเองด้วยความทรมาน ด้วยเขาจู่โจมกะทันหันเกินไปทำให้เขาอยากอาเจียนขึ้นมา

“นายท่านคะ เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” โยวเย่กระซิบข้างหูของลั่วชิว

ลั่วชิวนั่งลงแล้วพูดว่า “คุณครับ ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย ผมแค่อยากรู้ว่าของสิ่งนี้มันเป็นอะไรกันแน่ และแน่นอนผมอยากให้คุณเข้าใจว่าของสิ่งนี้เป็นของที่เราประมูลได้จากงานประมูล ถ้าพูดตามหลักเหตุผลแล้วของสิ่งนี้ควรจะเป็นของพวกเรา แต่คุณกลับแย่งชิงมันมา”

ชายผู้นั้นพูดด้วยเสียงอันดังว่า “พวกมัน...พวกมันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของของพวกคุณหน้าไหนทั้งนั้น!!”

ลั่วชิวขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ตามที่ผมทราบมา ตราหยกที่คุณแย่งมานี้ แต่เดิมเป็นของร้านกู่เย่ว์ไจ และถูกส่งเข้าประมูลในงานประมูล คงจะไม่บอกว่าตราหยกที่อยู่ในมือผมอันนี้ก็เป็นของคุณหรอกนะ?”

“มันเป็นของฉัน!” ชายผู้นั้นจ้องมองด้วยสายตาดุร้าย “พวกมันเป็นของฉัน! เมื่อห้าร้อยปีก่อน พวกมันเป็นของฉัน!”

ลั่วชิวอึ้งไปชั่วขณะ...ห้าร้อยปีก่อน?

ชายผู้นั้นยิ้มแล้วพูดว่า “คุณ...เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดหรือไม่?”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น