โซซอล
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12-4 ความกังวล

ชื่อตอน : บทที่ 12-4 ความกังวล

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 902

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12-4 ความกังวล
แบบอักษร

ริกซ์มองโมร์ฟิสที่ไม่ปิดซ่อนความรู้สึกเหมือนกับเอลฟ์ตนอื่นๆ และทำหน้าดีใจอย่างออกนอกหน้า แล้วริกซ์ก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง ที่ขอบกางเกงของโมร์ฟิสมีดาบอยู่สองเล่ม ขณะที่เขาลังเลว่าจะเลือกดาบเล่มไหนในสองเล่มนั้น  เขาก็ดึงดาบเวทย์ที่เคยให้ริกซ์ยืมไปครั้งหนึ่งออกมาให้ริกซ์

ริกซ์ลองชักดาบออกมาดู พลางคิดว่าความพิเศษของมันยังคงเป็นตัวหนังสือสีแดงที่ปรากฏอยู่บนดาบเล่มนั้น ริกซ์เป่ามนตร์ใส่ดาบและรีบลบมันออก และนำมันขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตาราวกับเธอใช้เวทมนตร์ที่คุ้นเคยมากกว่ามนตร์แปรธาตุ ดาบที่ปรากฏออกมาอีกครั้งนั้นมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป โมร์ฟิสสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตาเดียวและทำสีหน้าเลื่อนลอยออกมา

“...ตัวหนังสือหายไปแล้ว”

“ตายจริง”

“คือ... โมร์ฟิส ตัวหนังสือมัน...”

“จริงเหรอ...!”

“เป็นไรไหม”

“สุดยอดเลย!  ข้าไม่ชอบมันเพราะทำให้นึกถึงเพลซันเฮงซวยนั่น!”

ริกซ์มองโมร์ฟิสที่ชอบดึงดาบมากอดไว้แล้วโล่งอก ก่อนจะยิ้มบางๆ ออกมา และมองลงไปที่มือ

โมร์ฟิสถือดาบ และกระโดดเหยงๆ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นสุภาพเรียบร้อยเข้าไปใกล้ริกซ์ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด เมื่อลองเงยหน้ามองดู หูของเขาก็กระดิกหนึ่งที

“ท่านริกซ์ ข้าจะสอนสิ่งที่ข้าชอบเป็นพิเศษให้นะขอรับ มันคือเวทมนตร์ที่ข้าสร้างขึ้นมาเมื่อก่อนน่ะขอรับ”

ริกซ์ตาเป็นประกาย และตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

“เพราะท่านยังไม่คุ้นเคยกับดาบ เอาไว้คราวหน้าค่อยใช้นะขอรับ ไม่สิ จริงๆ จะใช้ตอนนี้ก็ได้ แต่มีสิ่งที่เรียกว่าแก่นแท้อยู่น่ะขอรับ เพราะท่านริกซ์ไม่ชำนาญ จึงเรียนรู้กับสิ่งนี้ก่อนดีกว่าขอรับ”

โมร์ฟิสยืนขนาบริกซ์แล้วดึงดาบออกมา ทั้งที่เธอกำลังตั้งใจมองดาบ แต่กลับมีแสงสว่างจ้าพร้อมกับเสียงดังสนั่นออกมาตามคมดาบ ริกซ์สะดุ้งตกใจแล้วใช้สองมือปิดหน้า เธอเอามือลงและมองไปยังโมร์ฟิสทันที แค่เสียงกับแสงเท่านั้นที่ส่งเสียงดัง ช่างเป็นการข่มขู่ที่ไร้สาระเอามากๆ

“สิ่งนี้เป็นแค่การลวงตา แต่ถ้าหากได้ลองตกอยู่ในนั้นเพียงสักครั้ง วูบหนึ่งจะรู้สึกสับสน และรู้สึกดีที่ได้โอ้อวดราวกับมันยิ่งใหญ่”

เธอเคยเห็นมนุษย์หากินด้วยสิ่งนี้อยู่หลายครั้ง ขณะที่โมร์ฟิสพูดอยู่คนเดียว เขาก็มองไปยังที่ไกลๆ ราวกับพูดสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้ว ขณะที่ลองกวัดแกว่งดาบไปทางนั้นทางนี้ดูแล้ว เหมือนมันจะเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ริกซ์ไม่อาจขัดขวางความสุขของเขาได้

เธอไม่ได้ตั้งใจฟังคำอธิบายจากเอลฟ์ และแม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่เมื่อได้ลองใช้เวทมนตร์โดยสัญชาติญาณดูซ้ำๆ แล้วก็สามารถจับทางได้ว่าตัวเองใช้เวทมนตร์ประเภทไหนกันแน่ และเธอก็คุ้นเคยกับการควบคุมแบบนี้มากกว่ามนตร์แปรธาตุ

เพียงแต่ด้วยระดับของคนธรรมดา อีกทั้งยังรู้ไม่กระจ่างด้วย จึงทำได้แค่คาดคะเนอย่างคร่าวๆ เท่านั้น ไม่ได้ชัดเจนแต่อย่างใดเลย แต่ที่สำคัญเธอต้องสุขุมรอบคอบ ถ้าหากมันถูกต้องตามที่ริกซ์คาดการณ์เอาไว้ราวกับปาฏิหาริย์ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้เธอออกไปจากปราสาทนี้ได้ก็ได้

ระหว่างที่เหล่าเอลฟ์ตื่นเต้น และส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ริกซ์ก็แหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่คนเดียว คำโกหกที่จู่ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาได้ ทำให้ส่วนหนึ่งในใจรู้สึกเจ็บปวด

ท้องฟ้าสีน้ำเงิน เมฆสีขาว มีลมพัดผ่าน ริกซ์คิดว่ามันเหมือนกับสายลมที่พัดมาจากที่ไกลแสนไกล เหมือนกับมันผ่านมาทักทายสั้นๆ แล้วจากไป เพราะมันผ่านมานานแล้ว ริกซ์จึงรู้ดีว่ามันหมายความว่าอย่างไร

ผู้สูงส่งบางคนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ ริกซ์แสดงการทักทายไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครเห็น เป็นการแสดงความเคารพมากกว่าการไว้อาลัย


* * *


หลังจากที่โมร์ฟิสสอนวิธีการใช้เวทมนตร์ให้เกิดประโยชน์แล้ว ริกซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตร่างกายที่มีเวทมนตร์อยู่เสมอ แม้ว่าบางเรื่องจะไม่ต้องใช้เวทมนตร์ก็ตาม แต่ถ้าใส่เวทมนตร์ไปที่ร่างกาย มันเหมือนกับว่าตัวเบาขึ้น และเธอชอบที่จะเห็นตัวเองกลับไปมีเลือดฝาดอีกครั้งด้วย นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่รวบรวมความกล้าหาญได้ง่ายกว่าเดิม

เพียงแต่การตอบสนองของเอลฟ์ทำให้เธอค่อนข้างหนักใจ ต่อให้ริกซ์คิดว่าตัวเองสุขภาพดีขึ้น แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้น เมื่อมองสภาพของเธอแล้ว เอลฟ์ยังคงเอียงหน้าและกระดิกหูราวกับสงสัย หากถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ตอบได้แค่ว่าไม่รู้เหมือนกัน ถ้าหากว่าเป็นมังกรก็คงจะให้คำตอบได้ แต่ริกซ์ไม่มีทางที่จะไปถามอะไรกับพวกเขาแน่

หากจะพูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปในการใช้ชีวิตที่ปราสาทมังกร แน่นอนว่าจะยกเว้นเรื่องความสัมพันธ์กับเหล่ามังกรไปไม่ได้เลย เป็นเพราะความเข้มข้นของเวทมนตร์ทำให้ความสัมพันธ์พังลงเล็กน้อย และริกซ์ที่มักจะสลบบ่อยๆ นั้น ตอนนี้เธอสามารถอดทนได้นานขึ้นแล้ว

แม้จะบอกว่าทายาทคือปัญหาเร่งด่วน และทั้งที่คาร์ดัมให้คำสัญญาเรื่องชีวิตสุขสบายกับริกซ์ แต่ดูท่าทางเขาจะไม่ชอบที่เห็นเธอสลบบ่อยๆ มังกรมาหาเธอบ่อยขึ้น และที่ต้องหยุดคงจะเป็นเพราะรู้สึกถึงอาการของริกซ์ ดังนั้นช่วงนี้ริกซ์จึงรู้สึกเขินและรู้สึกแปลกๆ ทุกวัน


“มนุษย์”

“คะ?”

“คิดอะไรอยู่”

เธอสบตาเข้ากับดวงตาสีเขียวใสของพีริดิน ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างแจ่มใสราวกับมีความสุขมาก หลังจากที่ออกไปข้างนอกกับชีคานคราวก่อน หากริกซ์กำลังมองหน้าต่างอยู่ เขาต้องเข้ามาถามว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ริกซ์ไม่ได้เบนสายตาหนีพลางส่ายหน้า ไม่นานนักพีริดินก็เข้ามาจูบ ต่อให้เธอหลับตา และต่อให้เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาก็ไม่ได้ตำหนิติเตียนใดๆ 

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันนี้นะ ขณะริกซ์นับได้ไม่กี่ครั้งเธอก็เลิกนับ ในตอนที่เรียกสายลมอันเศร้าหมองมาเมื่อหลายวันก่อน พีริดินคาดหมายว่าจะได้ร่วมรักกันแบบนี้ ครั้งนี้เขามาอยู่ที่ปราสาทนานมาก กลิ่นดอกไม้จางๆ กับสีหน้าที่มองดูแล้วเหมือนจะนิสัยดี น้ำเสียงกับท่าทางอันอ่อนโยน มองรวมๆ แล้วไม่ได้ดูเลวร้ายเลยสักนิด แต่ริกซ์ก็ยังคงอึดอัดใจ นอกจากนั้นในบางเวลาเธอสังเกตเห็นว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดคิดด้วย

เหล่ามังกรนั้นยึดติดกับอิสรภาพมากเกินไป พวกเขารอคอยแค่สิ่งนี้มาเนิ่นนาน ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ยากที่จะทำให้มนุษย์เข้าใจพวกเขาได้อย่างถ่องแท้ หากถามว่าทำไมอิสรภาพถึงเป็นเรื่องสำคัญ หรือถามว่าหลังจากได้รับอิสระแล้วจะทำอะไรนั้น ไม่มีใครตอบได้เลย แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่มนุษย์ต้องรู้หรอก

เมื่อลองคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ดู จูบของชีคานก็สิ้นสุดลงโดยไม่รู้ตัว เขาให้เธอนอนหนุนแขน และขณะที่นอนหันไปทางเขา ริกซ์ก็ส่งเสียงครางออกมาเบาๆ เพราะความอุ่นร้อนที่รู้สึกว่ามีของเหลวลื่นๆ ไหลออกมาตรงหว่างขา

ของเหลวในร่างกายของมังกรเขียวนั้นกระจายกลิ่นหอมขึ้นมาจากด้านล่างขึ้นมายังด้านบน ริกซ์ไม่อยากจะสบตาเขา เธอจึงซบหน้าลงบนต้นคอของเขาและหลับตาไปเสีย เหมือนจะโชคดีที่เขาชอบแบบนั้นเอามากๆ ริกซ์หลบเลี่ยงความเหนื่อยล้าด้วยวิธีนั้นอยู่พักหนึ่ง

ขณะที่ใช้เวลาไปกับวิธีแบบนั้น เธอกำลังคิดอย่างรอบคอบเรื่องที่จะออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ แม้จะคิดว่า มันเป็นการดีที่จะออกไปพบและพูดคุยกับเก็นทุสสองคน แต่ยิ่งเวลาที่ได้อยู่คนเดียวลดน้อยลง เธอก็ยิ่งสับสน โดยเฉพาะช่วงนี้เมื่อพวกมังกรทำธุระส่วนตัวกับเธอเสร็จ พวกเขาก็ไม่ยอมจากไปแต่โดยดี ในบรรดาเหล่ามังกรนั้นพีริดินอาการหนักที่สุด

เป็นวันหนึ่งที่เธอตื่นมาตอนรุ่งสาง ริกซ์ที่หลับไปเพราะไม่มีอะไรจะทำค่อยๆ ลืมตาขึ้น กลิ่นดอกไม้เจือจางที่ช่วยในการนอนหลับนั้นส่งกลิ่นออกมา กลิ่นนั้นทำให้ริกซ์ไม่ฝันร้าย มิหนำซ้ำยังตื่นมาอย่างมีสติมากกว่าปกติอีกด้วย

ขณะที่สางผมด้วยมืออย่างลวกๆ เธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนนอนหมอบอยู่ข้างๆ เธอสะดุ้งตกใจจนต้องกลั้นเสียงหวีดร้องเอาไว้ แต่เพราะกลิ่นดอกไม้จึงทำให้เธอเดาได้ว่าเป็นใคร แม้จะไม่ส่งเสียงออกมา แต่เพราะเสียงลมหายใจถี่รัวทำให้เขาลืมตาขึ้น


“อ้า... มนุษย์ ตื่นเหรอ ข้าไม่ได้คิดจะปลุกเจ้าหรอกนะ”

“คือ... มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”

“ข้านอนไม่หลับน่ะ...”

“ถ้าอยู่อย่างนั้นท่านจะง่วงเหรอคะ”

พีริดินตอบไปว่า ‘ใช่’ สั้นๆ แล้วดึงมือของริกซ์มาจับ แม้ริกซ์จะสะดุ้ง แต่เธอก็ไม่สะบัดมือออก ทว่าเพียงแค่สั่นเล็กน้อย

“ข้ารู้สึกไม่ดีเลยนอนไม่หลับน่ะ”

“ทำไมคะ”

“ไม่รู้สิ ไม่สบายใจอะไรสักอย่างมั้ง”

เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ แล้วทำเพียงแค่ซุกหน้าเข้ากับไหล่ของริกซ์ พีริดินไม่ได้ล่วงเกินไปมากกว่านั้นเลย เขาบดเบียดกับไหล่ช้าๆ แม้ริกซ์พยายามผ่อนคลายร่างกายที่เกร็งเพราะได้กลิ่นจากร่างกายของมังกร แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจคิดเลย เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วคนที่เอ่ยปากอีกครั้งคือพีริดิน

“มนุษย์ เจ้าน่ะ...”

ริกซ์ตื่นเต้นจึงก้มลงมองพีริดินที่ส่งเสียงออกมาเนิบๆ เพราะเพิ่งจะตื่นเธอเลยมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าควรจะตอบสนองเขาด้วยวิธีไหนถึงจะดี โชคดีที่เขาพูดออกมาสั้นๆ ไม่ได้เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ

“เวลาเจ้ามองชีคาน แววตาของเจ้าเปลี่ยนไป”

ดูเหมือนอยากจะมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่รุ่งสาง แต่ไม่ใช่แบบนั้น เขาถามริกซ์ก่อน แต่เมื่อพีริดินเห็นสีหน้าสดใส เขาก็ส่ายหน้าและเดินออกไป

กลิ่นดอกไม้ยังคงหลงเหลืออยู่บนเตียงแม้ว่าเขาจะไปแล้ว เหมือนกับว่าพีริดินมาให้ริกซ์ดิมกลิ่นนั้นเพื่อทำให้เธอลืมความไม่สบายใจ ราวกับว่าหากริกซ์ได้กลิ่นนั้นแล้วจะไม่ฝันร้าย

กว่าริกซ์จะเข้าใจความรู้สึกของมังกรเขียว พีริดินว่าเขาไม่สบายใจ ก็หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}