Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 21 อะไรจริง อะไรไม่จริง

ชื่อตอน : บทที่ 21 อะไรจริง อะไรไม่จริง

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 131

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 16:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 อะไรจริง อะไรไม่จริง
แบบอักษร

จูอี้หลงรู้สึกตัวตอนประมาณตีสี่ โซฟาเบดที่ปกติจะมีแม่หรือน้องชายนอนกลับกลายเป็นไป๋อวี่ห่มผ้านอนตะแคงอยู่ เขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาทอดมองไป๋อวี่ที่นอนหายใจแผ่วเบาอยู่ใต้ผ้าห่ม วันนี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น เขาสงสัยว่าไป๋อวี่ทนทานแบกรับเรื่องราวทั้งหมดไว้ได้อย่างไร 

สำหรับเขาเอง การรับรู้ว่ามีใครสักคนอยากจะฆ่าเราก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขาสิ้นสติแล้ว ยิ่งมารู้ว่าคนคนนั้นเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเสี่ยวไป๋ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้าสู่หัวของเขาในคราวเดียว .... จูอี้หลงรู้สึกสงสารไป๋อวี่ยิงนัก เขารู้ว่าไป๋อวี่มีจิตใจที่อ่อนไหวและบอบบางมาก มากจนจูอี้หลงเอง... เมื่อยามที่ยังไม่แน่ใจ.. ไม่กล้ายื่นมือออกไปแตะต้อง เพราะกลัวจะทำร้ายคนแสนอ่อนไหวคนนี้ 

จูอี้หลงพยายามเก็บงำความรู้สึกที่เขามีต่อไป๋อวี่ไว้ เมื่อแรกเขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร 

"นายว่าฉันเป็นเกย์ไหม" เขาถามเผิงกวนอิง ซึ่งหันมากอดเขาหมับ ก่อนจะค่อยๆไซร้มือนึงไปตามแผ่นหลัง ขณะที่อีกมือนึงสอดเข้าใต้เสื้อยืด ลูบไล้แผงอกของจูอี้หลง พร้อมกับก้มคอลง ใช้จมูกคลอเคลียอยู่แถวติ่งหู จูอี้หลงร้อง เฮ่ย ก่อนจะผลักเขาออกไป หมุนตัวศอกกลับเข้าให้ 

"มีอารมณ์ไม๊" กวนอิงถาม 

"จะบ้าเรอะ เหม็นแกจะแย่" 

"นายไม่ใช่เกย์หรอก ถ้าใช่คงระทวยไปแล้ว" 

นั่นสิ จูอี้หลงไม่เคยคิดว่าเขาเป็นเกย์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่สนุกกับการทำงาน ชอบผู้หญิงสวย แต่ก็ขอแค่มองอยู่ห่างๆ เขายังอยากทำอย่างอื่นอีกมากมายมากกว่าการมีแฟน 

แต่ความรู้สึกที่เขามีให้ไป๋อวี่แตกต่างจากคนอื่น เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่เคยคุ้นมาก่อน รู้แต่ว่าความรู้สึกนี้บ้างครั้งก็ทำให้เขามีความสุขเหลือล้น บางครั้งก็ทำให้เขาทรมานเจียนคลั่ง 

"ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือการงานนะ" แม่บอก 

แม่เคยฝันมาเสมอว่าจะได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์สุกสว่าง ถ้าไม่แต่งงานเสียก่อน ความฝันนั้นอาจจะเป็นจริงก็ได้ คนที่ยินดีเป็นที่สุดกับงานการแสดงของเขาก็คือแม่ แม่ไม่เคยบ่นว่าสักครั้งเมื่อเขาใช้เวลาทุ่มไปกับการแสดง มีแต่คอยสนับสนุนและดูแลไม่ให้เขาต้องขาดเหลืออะไร 

สายตาที่แม่มองจูอี้หลงอย่างชื่นชมยิ่งกระตุ้นให้เขาทำงานหนัก เขารักที่จะมองภาพแม่ของเขายิ้มทั้งใบหน้าและสายตาเมื่อยามที่มองเขาโลดแล่นอยู่บนจอ 

แม่ที่ทำแม้กระทั่งช่วยเขาต่อบทอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยแม้ในเวลาที่ควรจะเข้านอนไปแล้ว กลับต้องมาทอดถอนใจในระยะหลังๆ แม้จะไม่เอ่ยปาก จูอี้หลงก็รู้ดีว่า แม่เป็นกังวลเรื่องของเขากับไป๋อวี่ น้องชายเขาเคยหัวเราะ ล้อเล่นว่าไป๋อวี่เป็นลูกสะไภ้สกุลจู ทำให้แม่โกรธ ความดันขึ้นจนหน้ามืด 

"นี่แกว่าพี่แกเป็นพวกโรคจิตหรือยังไง" 

"โธ่ แม่จ๋า กฏหมายฉบับนั้นเขายกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปี 2001" 

มาดามจูขมวดคิ้ว ไหล่บางๆของเธอที่ปกติจะตั้งตรง ห่อลงจนดูเหมือนเธออายุมากขึ้นนับสิบปี 

"พวกสื่อนี่ก็เหลวไหล แฟนคลับก็ทำเกินไป อะไรควรอะไรไม่ควรก็ยังแยกแยะไม่ได้ แบบนี้จะทำให้หลงเอ๋อร์ลำบาก" จูอี้หลงหัวเราะเบาๆ 

"ไม่มีอะไรหรอกครับ แฟนคลับพวกนี้เขารู้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง" 

ปากเอ่ยอย่างนั้น แต่ในใจกลับร่ำร้อง ผมต่างหากที่ตอนนี้ ไม่รู้แล้วว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง 

เสียงครางเบาๆของไป๋อวี่ทำให้จูอี้หลงค่อยๆหมุนตัวเหยียดขาลงจากเตียง เขาใช้เท้าควานหารองเท้าก่อนจะค่อยๆยืนแล้วเดินตรงไปที่ไป๋อวี่นอน จูอี้หลงค่อยๆนั่งลงบนโซฟาเบด เขาลูบศีษะไป๋อวี่อย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยปากถาม 

"เหล่าไป๋ เป็นยังไงบ้าง ปวดท้องใช่ไม๊" ไป๋อวี่ครางฮือ แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น ใช้นัยน์ตาที่บวมช้ำจ้องมองจูอี้หลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะใช้แขนยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง  ไป๋อวี่ขยับตัวถอยห่างไปทางด้านหัวนอนเล็กน้อย เพื่อมองจูอี้หลงให้ถนัดขึ้น จูอี้หลงเอนตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือตามมาลูบเช็ดเหงื่อบริเวณไรผมที่หน้าผากของไป๋อวี่ 

"ผมไม่เป็นไร" เขาตอบก่อนจะโน้มลำตัวลงมาฟุบใบหน้าลงกับตักของจูอี้หลง 

"....ดีจัง ฝันดีจัง อย่าเพิ่งตื่นนะ อย่าเพิ่งตื่น..." เขาพึมพำ 

................ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}