ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แค่เลขา (170%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2562 08:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่เลขา (170%)
แบบอักษร

มันช่างเป็นคำพูดที่แทงใจของเขานัก เพราะตั้งแต่เล็กจนโตบิดาของเขาก็เจ้า ชู้มารดาร้องไห้แล้วร้องไห้อีก ไหนจะคุณอาแท้ๆ ที่เจ้าชู้ไม่แพ้บิดา จนทำให้อาสะใภ้ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นเขาก็เคยตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะไม่มีวันเจ้าชู้เหมือนพ่อ หากได้ลงหลักปักฐานกับใครสักคนแล้ว

“พี่อิทไม่ต้องรับปากนรีตอนนี้ก็ได้ค่ะ เอาให้พี่อิจพร้อมและมั่นใจว่าจะทำตามที่นรีขอได้ แล้วพี่อิทค่อยรับปากนรี”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะคลี่ยิ้มให้ชายหนุ่ม มั่นใจว่าหากเขาต้องการจะแต่งงานกับเธอจริงๆ เรื่องแค่นี้คงไม่ยากเกินความสามารถ และถ้าหากแต่งกันไปแล้วเขาเกิดนอกลู่นอกทาง เธอนี่แหละจะจัดการเองจะไม่มีวันแพ้เหมือนมารดา แล้วหนีออกไปจากชีวิตของบิดาอีกคนแน่นอน

อิทธิกุลนึกถึงใบหน้าหวานปนเศร้าของมินตรา เขาจะทิ้งเธอได้ลงจริงๆ หรือเปล่า ทำไมคนที่เหมาะสมกับคนที่รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกันถึงไม่เป็นคนๆ เดียวกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ลำบากใจอย่างตอนนี้

“ทานกันต่อนะคะพี่อิท คุยเรื่องเครียดๆ เราต้องทานค่ะจะได้หายเครียด”

ร้านอาหารกึ่งผับกึ่งเรสตอรองที่เขาพาณัฐนรีมาทานข้าวถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน ร้านอาหารกว้างขวางมีดนตรีสดอคูสติกฟังสบายจะอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างของร้านถูกจัดเป็นผับ เมื่อทานข้าวเสร็จทั้งคู่ก็ลงไปนั่งฟังเพลงสนุกๆ ดื่มดำ่กับบรรยากาศต่อ และนักข่าวที่เหมือนแมลงวันหัวเขียวมีอยู่ทุกที่ ก็ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพช็อตเด็ด

‘หญิงสาวปริศนาที่อิงซบกับไฮโซหนุ่มหล่อ รวย นักธุรกิจพันล้านที่กำลังจะมีข่าวดีๆในเร็วๆนี้คือเจ้าสาวของเขาหรือไม่’ แค่คิดพาดหัวก็สนุกแล้วสำหรับนักข่าวมืออาชีพท่านนี้

ณัฐนรีและอิทธิกุลชนแก้วแล้วแก้วเล่าโดยไม่รู้ตัวและไม่สนใจใครด้วย เพราะพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ณัฐนรีคอแข็งกว่าที่เขาคิด แต่นั่นก็ดีดูไม่เป็นผู้หญิงอ่อนปวกเปียกจนเกินไป เขาก็รู้สึกดีหากจะหามารดาให้ลูกเป็นผู้หญิงแกร่ง ไม่ใช่อะไรก็ทำไม่ได้ ต้องหวังพึ่งคนอื่นไปทั่ว

“เมาหรือยังนรี”

“แค่นี้จิ๊บๆ ค่ะพี่อิท”

“แต่พรุ่งนี้พี่มีประชุมเช้าน่ะสิ” ณัฐนรีพยักหน้า งานเลี้ยงของเธอคงมีวันเลิกราสินะ

“ไว้เรานัดทานข้าวกันอีกนะคะ”

อิทธิกุลพยักหน้าพร้อมกับเรียกบริกรให้มาคิดเงิน ก่อนจะช่วยพยุงร่างบางไปที่รถ ณัฐนรีไม่เมาแต่ก็มึนเล็กน้อย เขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทำอะไรผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ และนั่นไม่ใช่นิสัยของเขา เพราะอิทธิกุลชอบผู้หญิงที่มีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่างมันเร้าใจดี

อิทธิกุลขับรถมาส่งณัฐนรีถึงที่บ้าน มีแม่บ้านออกมารับ ถามไถ่ไปบิดาของเธอก็ยังไม่กลับมาจากข้างนอก ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว จนป่านนี้บิดาของเธอก็ยังไมเลิกนิสัยแบบนี้ คงเหมือนกับบิดาและอาของเขา ที่ทิ้งให้บรรดาผู้หญิงต้องทุกข์ใจ อิทธิกุลขับรถมาเรื่อยเปื่อยครุ่นคิดมาตลอดทาง ยิ่งได้พูดคุยสนิทกับณัฐนรี เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็เลี้ยวรถเข้าอีกเลนเพื่อไปอีกทาง

ชายหนุ่มจอดรถที่คอนโดฯ ของมินตรา ผู้หญิงที่ตามเฝ้าหลอกหลอนเขาทั้งยามหลับและตื่น โดยมีรถอีกคนขับตามหลังเขามาติดๆ แต่ชายหนุ่มไม่ได้เอะใจเลย ณัฐนรีคอแข็งกว่าที่เขาคิด น้ำสีอำพันที่ดื่มเข้าไปทำอะไรเธอไม่ได้ หญิงสาวหลอกให้เขาตายใจว่าเธอเมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เมาและสามารถขับรถตามเขามาได้ ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มออกจากบ้านเธอแล้ว

หญิงสาวคิดไม่ผิดว่าเขาต้องมาที่นี่ เมื่อเห็นว่าขับรถผิดเส้นทาง เธอจอดรถนิ่งสนิทสายตาลุกวาวที่มองเข้าไปในคอนโดฯ หรู เขาจะทำได้อย่างที่รับปากจริงๆ หรือ เธอเริ่มไม่แน่ใจ หากตัวผู้ชายไม่เลิก เธอก็ต้องทำให้ผู้หญิงเลิกให้จงได้ เพราะผู้ชายคนนี้เธอได้ชอบไปแล้ว ต่อให้คู่ต่อสู้จะเด็กกว่าสวยกว่า แต่ของสวยๆ ก็ใช่จะมัดใจเขาไว้ได้นาน ต้องเก่งเท่านั้นถึงจะมัดใจเขาได้ และเธอมั่นใจว่าเธอเก่งพอ ณัฐนรีกระตุกยิ้มก่อนจะขับรถออกไปด้วยความเร็วสูง จนคนในบริเวณนั้นหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน รวมทั้งอิทธิกุลด้วย แต่เขาไม่ได้ใส่ใจคิดว่าเป็นวัยรุ่นมาลองเครื่องยนต์ทั่วๆ ไป

เสียงเปิดประตูเข้ามาด้านใน มินตราที่หลับไหลตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นกลับไม่ได้ยินเสียง เธออาบน้ำเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้เข้านอน กลับนั่งหลับที่โซฟาขณะที่มือยังกุมโทรศัพท์ ที่สำคัญยังเปิดหน้ารายชื่อเขาค้างไว้ อิทธิกุลอยากรู้นักว่าผู้หญิงคนนี้คิดอะไรอยู่ เธอมักจะเป็นคนไม่เปิดเผยอารมณ์ ทั้งๆ ที่บางครั้งเขาก็รู้สึกขัดใจกับท่าทีเฉยชาและเย็นชาของเธอเหมือนกัน

ชายหนุ่มค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ออกจากมือบาง แล้วสอดมือเข้าใต้แผ่นหลังเพื่ออุ้มเธอไปนอนในห้อง หญิงสาวลืมตาปรือ เมื่อรู้ว่าเป็นเขามินตราได้แต่ยิ้มดีใจแล้วก็หลับต่อ อิทธิกุลว่างร่างบางลงบนเตียง เอามืออังหน้าผากกลัวว่าเธอจะป่วย ปกติหญิงสาวจะไม่ใช่คนขี้เซา แต่ตัวก็ไม่ร้อน เขาหยุดยืนมองด้วยความเป็นห่วง หรือเธอจะเหนื่อยร่างกายเพลีย เขาไม่ได้คิดจะมาทำอะไรเธอสักหน่อย ขอแค่นอนกอดเนื้อนุ่มนิ่มแค่นี้จริงๆ ชายหนุ่มจัดแจงเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว มินตราลืมตาโพลง เธอยิ้มเล็กน้อย อย่างน้อยๆ เขาก็กลับมา เธอไม่เคยรู้สึกงอแงหรือหวงเขาอย่างวันนี้เลย แต่ที่แกล้งทำเป็นหลับต่อหลังจากที่เขาอุ้ม เพราะกลัวเขารู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ มันน่าอายหากเธอจะทำผิดกฎที่เคยตกลงกันไว้ ห้ามหึงหวง ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ ห้ามท้อง สามข้อห้ามที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจว่าไม่มีสิทธิ์

เมื่ออิทธิกุลออกมาจากห้องน้ำ มินตราก็หลับตานอนต่อ ชายหนุ่มเดินมาใกล้ๆ เธอ ก้มมองดูหยดน้ำจากผมที่เปียกปอนหยดลงบนหน้าเธอ กลิ่นกายที่หอมกรุ่นกลิ่นเดิมๆ ที่เคยชิน เขายังคงอังหน้าผากเพื่อความแน่ใจแต่ก็ไม่พบอาการผิดปกติ ชายหนุ่มจังแจงใส่เสื้อผ้าเสร็จก็ขึ้นมานอนข้างเธอ มือใหญ่คว้าร่างบางให้มานอนชิดกัน มินตราซุกใบหน้ากับแผงอกกว้างและกอดเขาไว้ ทำให้คนที่มีอารมณ์กับเธอตลอดเวลาหายใจติดขัด

“ถ้าไม่เห็นว่าหลับจะจัดให้สักยกสองยก”

ชายหนุ่มได้แต่บ่นคนเดียว อีกคนก็รับรู้นอนอมยิ้มเพียงแต่เขาไม่เห็น ยิ่งเธอซุกเข้าหาไออุ่น มันยิ่งทำให้ทั้งกายใจปวดร้าวไปทั้งร่างเพราะความตื่นตัว แต่คืนนี้เห็นว่าเธอเหนื่อยเพลีย จนไม่อยากจะปลุกให้เหนื่อยยิ่งกว่าเดิม

“ให้ถึงคืนพรุ่งนี้ก่อนเถอะ ฉันรับรองว่าเธอจะเหนื่อยยิ่งกว่าวันนี้ยายตัวแสบ หลับแล้วแต่ก็ทำให้ฉันทรมานได้นะ”

มือใหญ่ล้วงเข้าไปจับสองปทุมถันเล่นเพราะมันเป็นของเขา หากคืนไหนที่มานอนกับเธอแล้วไม่ได้จับเขาก็นอนไม่หลับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาทำเป็นจำ และจะทำตลอดไปหากเธอยังอยู่กับเขา มินตราลืมตามองมือใหญ่ที่อยู่ในเสื้อของเธอแล้วอบอุ่นหัวใจ น้อยนักที่เขาจะค้างกับเธอ ส่วนมากจะกลับบ้านไม่ว่าจะดึกเพียงใด

ทั้งคู่นอนกอดกันจนถึงเวลาเช้าตรู่ มินตราตั้งใจจะลุกไปทำอาหารเช้าให้เขา แต่เธอกลับรู้สึกวิงเวียนศีรษะเหมือนห้องจะหมุนทั้งห้อง แต่ก็ยังพยายามฝืนใจลุกขึ้น อาการคลื่นไส้ก็มา หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำเสียงดัง จนทำให้เขาตื่นแล้วเดินตามเข้าไปดู ชายหนุ่มลูบหลังให้เบาๆ แล้วรินน้ำใส่แก้วให้เธอบ้วนปาก

“ขอโทษค่ะที่ทำให้ท่านประธานตื่น”

น้ำเสียงรู้สึกผิด เธอจับบานประตู ตั้งใจจะค่อยๆ ไต่ออกมาเองแต่ อิทธิกุลกลับช้อนร่างบางมานอนบนเตียงแทน มินตราลุกขึ้นนั่ง เธอตั้งใจจะทำอาหารเช้าให้เขา

“มิ้นรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ เดี๋ยวมิ้นไปทำอาหารเช้าให้ท่านประธานก่อนนะคะ” เขาเอามือผลักเธอให้นอนลงดังเดิม

“รู้สึกดีขึ้นอะไร หน้ายังซีดอยู่เลย เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“แต่มิ้น...”

“ไม่ต้องดื้อเลย ครั้งนี้ฉันให้อภัยเพราะเห็นว่าเธอป่วย แต่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวนะ เพราะเรื่องอื่นฉันจะลงโทษเธอ”

มินตราไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ก็เมื่อคืนเขาแทบจะไมได้นอนทั้งคืน มือบางของคนที่นอนหลับไต่เป็นปูน้อยจนเขาสยิวไปทั้งตัว แต่คนทำกลับไม่รู้สึกตัว ครั้นจะปลุกมาลงโทษก็สงสาร ท้ายที่สุดก็ต้องนอนเกร็งตัวแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ เช้านี้ตั้งใจจะจัดการสักหน่อย เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะไม่สบายอีก

“ให้มิ้นไปช่วยเป็นลูกมือก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวยังกล้าเสนอต่อ แต่อิทธิกุลส่ายหน้า ถึงกระนั้นเมื่อเขาเดินออกจากห้องเธอก็ลุกเดินตาม แม้จะยังรู้สึกเวียนศีรษะแต่ก็พยายามฝืนมัน เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธออ่อนแอ แล้วทำให้ยากต่อการจากลากันในวันข้างหน้าเพราะข้ออ้างพวกนี้ หญิงสาวมานั่งลงที่เก้าอี้บาร์ตัวสูงในครัว มองเขาเปิดตู้เย็นหยิบโน่นนี่นั่นออกมาหั่น ปิ้งในกระทะอย่างชำนาญ เรียกว่ามองเพลินจนไม่รู้ตัวว่าเขาก็มองเธออยู่เช่นกัน เวลาเธอไม่เก๊กหน้าเครียดหรือดูเฉยชานัก มินตราก็น่ารัก เขาชอบลุคนี้ของเธอ

ความคิดเห็น