Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ใจลอย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 855

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใจลอย
แบบอักษร

หลายวันก่อน

ตำหนักหลงซิน(ตำหนักของจิงซิน)

เฟยเทียนมีงานต่างๆต้องทำมากขึ้นตั้งแต่ต้องอยู่ในวังอย่างถาวรหมดโอกาสออกไปเที่ยวเล่นนอกวังดังที่เคยทำ แม้งานส่วนหนึ่งจะได้พี่ชายอย่างเทียนจินช่วยทำแต่งานที่ได้รับก็ยังมากอยู่

และด้วยภาระงานนี้เองทำให้เขาไม่ได้กลับตำหนักเป็นเวลาสองวันแล้ว จิงซินเองก็เข้าใจเหตุผลของเขาดีและนางก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาด้วย ถึงจะมีน้อยใจบ้างเวลาต้องนอนเหงาโดยไม่มีเขาคอยกอดเช่นทุกคืน

ช่วงเย็น

"อ้าว!เยว่จือ"นางเอ่ยเรียกสหายที่เดินหน้าตาหมองเศร้าเข้ามา ในใจอดเป็นห่วงไม่ได้นี่ก็เริ่มเย็นแล้วสหายของนางมาทำอะไรกัน

"ฮึก จิงซิน"เยว่จือโผเข้ากอดสหายและสะอื้นไห้อย่างหนัก จิงซินตกใจไม่น้อยแต่ก็ลูบหลังนางเบาๆเป็นการปลอบ

ผ่ารไปสักพักเยว่จือก็หยุดร้องและผละออกด้วยความเหนื่อย จิงซินประคองนางไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา ดูท่าคงหนีไม่พ้นเรื่ององค์ชายสองเป็นแน่ สหายของนางไม่เคยเสียน้ำตาง่ายๆหากจะร้องไห้ออกมาเช่นนี้คนที่ทำได้ก็มีไม่กี่คน...

"มีอะไรจะเล่าให้ข้าฟังรึไม่ เราเป็นสหายกันข้าพร้อมรับฟังเจ้าทุกเรื่องนะ"แววตาห่วงใยของ.    จิงซินทำเยว่จือน้ำตาคลออีกรอบ

"ฮึก จิงซินข้ากลัว"

"กลัว กลัวอะไรใครทำอะไรเจ้าเยว่จือ"ถามขึ้นอย่างร้อนรน ใครกันกล้าทำร้ายสหายของนาง

"องค์ชาย ฮึก องค์ชายสอง เค้าจะมีคนอื่นนอกจากข้าฮืออออ"จิงซินตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินไม่น้อย อย่างองค์ชายเทียนจินหรือจะมีหญิงอื่น นางเห็นเขารักสหายคนนี้ปานจะกลืนกินขนาดนั้น

"เยว่จือเจ้าอาจจะคิดไปเองก็ได้นะ ข้าว่าเจ้าใจเย็นๆก่อนดีรึไม่ เรื่องเป็นมาอย่างไรเล่าให้ข้าฟังเร็วเข้า"

"ฮึก เรื่องเป็นเช่นนี้....."เยว่จือเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้สหายฟังทุกคำพูดทุกการกระทำที่เกิดขึ้นนางจำได้ดี

"เจ้าบอกว่ากลัวองค์ชายมีคนอื่นแต่ไล่ให้องค์ชายไปมีสนมมีชายารองเพิ่มเนี่ยนะ!"เรื่องปากกับใจไม่ตรงกันนางยกนิ้วให้สหายคนนี้เลยจริงๆ

"ข้าไม่ได้ไล่นะ หากองค์ชายคิดจะมีข้าคงห้ามไม่ได้อยู่ดี ก็ปล่อยให้มีไปเลยไม่ดีกว่ารึ"ตะหวัดเสียงไม่พอใจนักเมื่อคิดถึงท่าทางสนิทสนมของสามีกับบุตรีราชครูนั่น

"เจ้าไม่คิดบ้างรึว่าองค์ชายอาจจะไม่ได้ชอบนาง แต่ที่ทำไปเพราะรักษาหน้าท่านราชครู"

"หึ่ย!ข้าไม่เชื่อหรอก คนอย่างองค์ชายรึจะทำเช่นนั้น ขนาดกับฮ้องเต้ยังไม่เป็นเช่นนั้นเลย"

"อะ เอ่อ...ก็จริงของเจ้า"จิงซินถึงกับหมดคำพูด ตอนนี้เพื่อนของนางยังร้อนอยู่แม้จะทำตัวเป็นน้ำเย็นก็เถอะน้ำบ่อน้อยจะดับไฟคงไม่ได้ เห็นทีคงต้องรอให้ไฟเริ่มมอดเสียก่อน

"เอาเช่นนี้ดีรึไม่ เจ้าทำใจให้สบายก่อนอย่าเพิ่งคิดไปไกล เจ้าบอกว่าเป็นแผนของนางหากเจ้าเป็นเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเดินตามแผนของนาง

หรอกรึ"

"เจ้าควรกลับไปทำหน้าที่จองเจ้า เป็นพระชายาเอก ดูแลตำหนักให้ดีอย่าให้ใครมาว่าเอาได้"เยว่จือนิ่งคิดตามไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ

"เห้ออ ข้าไม่ชอบเป็นแบบนี้เลยจิงซิน พอเป็นเรื่องขององค์ชายทีไรทำไมข้าถึงได้อ่อนแอนักนะ ขอบคุณเจ้าที่ช่วยเตือนสติข้า ข้าโชคดีจริงๆที่มีเจ้าเป็นสหาย"

"เช่นนั้นตอนนี้เลิกคิดมากได้แล้วนะ นี่ก็เย็นมากแล้วรีบกลับตำหนักเสีย ป่านนี้ทุกคนคงตามหาเจ้าให้วุ่นเเล้ว"

"อื้ม เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะ"

เวลาต่อมา

"พระชายาวันนี้องค์ชายทรงติดราชกิจเลยให้กระหม่อมมาเรียนว่าให้พระชายาเข้านอนได้เลยไม่ต้องรอพ่ะยะค่ะ"จิงซินถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับรู้จนนายทหารเดินออกไป

"ต้องนอนคนเดียวอีกแล้วรึ เห้ออเมื่อก่อนก็นอนคนเดียวได้นี่นาจิงซิน"เอ่ยปลอบใจตนเองเสร็จก็ลุกจากโต๊ะอาหารไป นางกำนัลมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะตลอดทั้งวันยังไม่ให้เห็นผู้เป็นนายกินอะไรเลย มีก็แต่ของว่างและน้ำชาตอนที่พระชายา.   องค์ชายสองมาเท่านั้น

กลางดึก

"ฮึก อย่าไปนะ " ร่างเล็กบนเตียงดิ้นกระสับกระส่ายไปมาเมื่อจิตใต้สำนึกแสดงภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์ขึ้นในความฝัน

"อึก ได้โปรดอย่าพานางไป ฮึก ฮือออ"น้ำตามากมายไหลออกมาทั้งที่นางยังคงอยู่ในความฝันนั้น

"พระชายาเพคะ พระชายา"นางกำนัลที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเข้ามาปลุกผู้เป็นนายเมื่อเสียงละเมอปนสะอื้นดังไปถึงด้านหน้า

"ฮึก ยะ อย่าไปนะ เฮือก!!!"แรงเขย่าตัวทำให้ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้น มือบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาด้วยความงุนงง นี่เป็นอีกครั้งที่นางฝันเห็นเหตุการณ์แปลกๆจนร้องให้ออกมา

"สามวันติดๆแล้วนะเพคะ"นางกำนัลเด็กเอ่ยขึ้น

"อืม ไม่มีอะไรแล้วพวกเจ้าไปนอนเถิด"

กล่าวพร้อมล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ในหัวครุ่นคิดหาเหตุผลของการฝันเหตุการณ์เดิมๆซ้ำๆ เป็นไปได้หรือที่คนเราจะฝันถึงเหตุการณ์เดิมทุกวัน?

"มันก็แค่ความฝัน จะไปมีตัวข้าอีกคนได้อย่างไรกัน..."

วันต่อมา

ตำหนักเฟยเทียน

"เมื่อคืนพระชายาทรงละเมอร้องไห้เช่นเดียวกับเมื่อสองคืนก่อนอีกแล้วพ่ะยะค่ะ" องครักษ์รีบรายงานเหตุการณ์ทุกอย่างทันที เขามีหน้าที่ติดตามดูแลความปลอดภัยให้พระชายาเอกขององค์ชายสามผู้เป็นนายของเขา

"อีกแล้วรึ.."ใบหน้าหล่อเหลาเตร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาอยากจะจัดการงานบ้านี่ให้หมดไปเสียที ชายาของเขาต้องมีเรื่องไม่สบายใจเป็นแน่ และไอ้อาการที่นางเป็นมันก็เริ่มขึ้นตั้งแต่เขาไม่ได้อยู่กับนาง

"เรื่องนี้คงต้องพึ่งพี่สองแล้ว"เฟยเทียนรีบเดินออกไปด้วยความรวดเร็ว เขาต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพราะเป็นห่วงเจ้าแมวน้อยของเขาเหลือเกิน

ลานฝึก

"พี่สอง!"

เคร้ง!

"เฟยเทียน!"เพราะอีกฝ่ายเข้ามาประชิดอย่างกระทันหันจึงได้รับดาบสวนไปจังๆยังดีที่เฟยเทียนมือเร็วคว้าดาบของตนมาสะกัดได้ทันไม่อย่างนั้นคงได้เลือด

"ขออภัยพี่สองด้วยที่เข้ามากระทันหัน แต่ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย"

"เช่นนั้นเชิญด้านในก่อน" เฟยเทียนเดินตามพี่ชายไปถึงห้องพักก่อนจะนั่งลงจิบชากันไปปรึกษากันไป

"เจ้ามีเรื่องอะไรให้พี่ช่วยรึ?"เปิดประเด็นถามทันที

"ช่วงนี้ชายาข้าไม่ค่อยสบายนัก งานที่เสด็จพ่อให้มามากมาย ข้าคงไม่อาจสะสางจนเสร็จในเร็ววันแน่นอน ครั้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็จะทำให้ล่าช้า"

"เช่นนั้นเจ้ามาที่นี่คงเพราะอยากให้ข้าช่วย?"

"พี่สองเข้าใจถูกแล้ว ท่านพอจะช่วยข้าได้รึไม่"

"เช่นนั้นรีบส่งงานของเจ้ามาที่นี่วันนี้เลย ข้าเองหาข้ออ้างจะปฏิเสธท่านราชครูอยู่นานแล้ว"

"เกี่ยวอะไรกับราชครูรึ?"

"ข้าหึงหวงเยว่เออร์มากเกินไปเลยคิดประชดนางสบโอกาสที่ราชครูพาบุตรสาวมาให้ข้าสอนต่อสู้ป้องกันตัวข้าจึงรับเอาไว้ทั้งยังบอกไปว่าจะสอนให้นางด้วยตนเอง.."

"ด้วยเหตุนั้นเองพี่สะใภ้เจ้าไล่ข้าไม่ให้เข้าตำหนักอีกเลย นางให้ข้าจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะนอนร่วมห้องกับนางได้... เห้ออออ"

"พี่สองก็เลยคิดเอาเรื่องงานเป็นข้ออ้างให้ผู้อื่นไปสอนบุตรีราชครูแทน ส่วนตนเองก็จะได้กลับเข้าตำหนักข้าเข้าใจถูกรึไม่"

"ถูกต้อง เมื่อเป็นเช่นนี้เราสองต่างได้ประโยชน์ทั้งคู่ เจ้ารีบไปจัดการส่งงานของเจ้ามาที่นี่ งานของเจ้าแต่เดิมเป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้วข้าใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแต่อยากเอามาตั้งไว้ให้ดูมากมายเสียหน่อยราชครูจะได้ไม่ติดใจคิดว่าข้าบ่ายเบี่ยง"

สองพี่น้องเจรจาตกลงกันเสร็จก็ดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ทันที เฟยเทียนเมื่อหมดภาระงานก็ตรงกลับตำหนักซินหลงทันที

ตำหนักซินหลง

"พระชายาตั้งแต่ทรงละเมอร้องไห้กลางดึกครั้งนั้นหม่อมฉันว่าพระชายาดูไม่สดใสเหมือนก่อนเลยนะเพคะ"นางกำนัลคนสนิทนามว่าชีไน่เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"ข้าดูเป็นเช่นนั้นรึ"ตอบเสียงเรียบ

"เพคะ ทรงกินอาหารได้น้อยลง ไม่ยิ้มแย้ม ดูไม่สดใสเช่นเคย.."

"อืม"ตอบรับสั้นๆในหัวกลับมาครุ่นคิดอีกครั้งภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กนางไม่อาจรู้ว่าจริงหรือเท็จอย่างไร หรือนางควรกลับไปถามท่านพ่อดี? คิดพลางยื่นมือออกไปหมายจะยกชาขึ้นจิบแต่มือของนางดันไปคว้าเอากาน้ำชามาเสียนี่

"พระชายาเพคะ!"

"มีอะไร..อ๊ะ!!"นางรีบวางกาน้ำชาลงทันที เห้ออใจลอยอีกแล้วสิ "ข้าแค่ล้อพวกเจ้าเล่นเห็นพวกเจ้าเครียดๆกัน^^"พูดพลางหยิบชาขึ้นจิบหลบสายตาเหล่านางกำนัลที่มองมาอย่างเป็นห่วง

--------------------------

มาช้าอีกแล้วแต่มาทันวันนี้นะจ๊ะ😊

ฝันดีจ้าา😴😴

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น