โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

04-5 การโอนอำนาจควบคุม

ชื่อตอน : 04-5 การโอนอำนาจควบคุม

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-5 การโอนอำนาจควบคุม
แบบอักษร

​“ก็ไม่นะ พวกนั้นไม่ได้ขอให้ฉันอธิบายเหมือนเธอตอนนี้นี่”


แต่คำพูดที่ย้อนกลับมาหาฮันฮีนั้นแหลมคม ถ้าไม่ใช่เพราะความชำนาญในการพูดของยุนซอง ก็อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกที่เอื่อนเฉื่อยของเขา คิ้วของฮันฮีที่ค่อยๆ อ่อนลงไปนิดหน่อยนั้น เลิกขึ้นมาตามเดิมอีกครั้ง


“พูดแบบนั้น หมายความว่าตอนนี้ผมกำลังทำให้กรรมการผู้จัดการรำคาญเหรอครับ”

“แน่นอน แต่เพราะว่ามันมีค่าที่จะทำแบบนั้นกับเธอ ฉันก็เลยไม่สนใจ”


คำพูดที่ตอบกลับมาคราวนี้ ถูกใจเขานิดหน่อย นิดหน่อยมากๆ ฮันฮีเงยหน้ามองยุนซองอย่างนิ่งๆ นัยน์ของของอีกฝ่ายกำลังพูดว่า 'มีค่าที่จะทำแบบนั้นกับเธอ'


“...ว้า งั้นก็คงต้องขอโทษสินะครับ”


แต่คำพูดที่หลุดออกมานั้น ก็ยังคงนิสัยไม่ดีอยู่ต่างจากที่คิด เขาไม่ได้คิดที่จะพูดแบบนี้ แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่จะลองทำเป็นเสียใจ ฮันฮีหันหน้าหนี แล้วหน้าของยุนซองก็ยิ่งแข็งเข้าไปใหญ่


“การตัดสินค่าน่ะฉันเป็นคนทำ ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องขอโทษหรอก”

“งั้นขอโทษเกี่ยวกับเรื่องที่อวดดีดีไหมครับ”

“อย่าประชดนะ”


ยุนซองพูดจบก็ลูบสันกรามเหมือนกับพักไปจังหวะหนึ่ง เป็นหนึ่งในนิสัยของอีกฝ่าย ซึ่งหมายความว่าอยากจะสูบบุหรี่ ฮันฮีก็ต้องการสูบบุหรี่เหมือนกัน ตัวเขาที่รู้ถึงนิสัยเล็กน้อยของอีกฝ่ายนั้น รู้สึกน่าสมเพช


“ถึงจะพูดไปอย่างชัดเจนแล้ว แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้มาหาคุณตัว ฉันมาหาเลขาของฉัน”


สายตาของพวกเขาทั้งสองคนก็ประสานกันอีกครั้งทันทีที่คิด คราวนี้ฮันฮีลืมคำที่จะพูดไปแล้ว แต่กำลังจ้องมองอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ยุนซองยังคงหันหน้าหนีด้วยเรื่องอะไรบางอย่าง และเพราะอย่างนั้นสายตาของทั้งคู่เลยไม่ตรงกัน แต่ก็เพราะแบบนั้นจึงทำให้ฮันฮีมีเวลาสังเกตชายหนุ่มตรงหน้า

บอกว่ามีงานที่ต่างจังหวัด แต่ก็ใส่โค้ทตัวเดียวกับตอนที่เจอที่บริษัทก่อนหน้านี้เลย


แต่พอลองคิดๆ ดูแล้ว ก็เหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อนจะเคยได้ยินผ่านๆ ว่าต้องไปแถวๆ อุลซาน แต่เพราะมันไม่ใช่ตารางงานที่เป็นทางการ เขาก็เลยไม่ได้จดไว้ แล้วก็เป็นงานที่ไม่ต้องตามไปด้วย ก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่ว่าเป็นวันนี้

ถ้าลองคำนวณเวลาอย่างคร่าวๆ ผลลัพธ์ก็ออกมาว่า ยุนซองน่าจะวิ่งมาที่นี่ทันทีที่เสร็จงาน เจ้านายที่กลับมาที่โซลอีกครั้งหลังจากเสร็จงานนั้น ตรงมายังคอนโดของฮันฮี ไม่ใช่บ้านตัวเอง

ทำไมกันล่ะ แม้จะลองนึกถึงเหตุผล แต่ก็คงชนเข้ากับอุปสรรคอีกในไม่ช้า

ถ้าเป็นเหตุผลจริงๆ มันก็เป็นไปได้หลายอย่างเลย อาจจะเป็นเพื่อมาต่อว่าลูกน้องใต้บังคับบัญชาที่ลาออกตามอำเภอใจอย่างรุนแรงก็ได้ หรืออาจจะมาเพื่ออธิบายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้าตัวให้เข้าใจก็ได้ ถ้าจะให้ลองตีความจากด้านที่ดีของอีกฝ่าย หลังจากเสนอไปประมาณร้อยข้อแล้วล่ะก็ อาจจะเป็นเพื่อไกล่เกลี่ยการตัดสินใจลาออกของเขา

แต่จนถึงตรงนี้ ฮันฮีก็ตัดสินใจว่าจะไม่คิดไปเองอีกแล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อทั้งจิตใจแล้วก็อารมณ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือ ความจริงที่ยุนซองมาเพื่อเจอเขาถึงที่นี่ และในเวลานี้ด้วย


“ถ้าไม่ใช่ ฉันจะถ่อมาจนถึงที่นี่หรอกเหรอ”


เขาซาบซึ้งใจพอแล้ว ไม่สิกำลังซาบซึ้งเลย ทายาทแชโบลรุ่นที่ 2 ที่ยอมรับรสนิยมอันยอดเยี่ยมนั้นน่ะ เสียคะแนนที่หามาได้อย่างมหาศาล จากการอวดดีด้วยปากของตัวเอง ฮันฮีถอนหายใจกับแพทเทิร์นบที่คุ้นเคย แต่มันก็ไม่ใช่งาน ‘สบายๆ’ แบบที่อีกฝ่ายพูด เขารู้ดีว่าไม่สามารถเปลี่ยนยุนซองได้เด็ดขาด ถึงจุดนี้แม้แต่เขาเองก็รู้ว่าคงต้องพับมันเก็บไป

หมายถึงอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย นิดมากๆ เท่าเล็บนิ้วโป้งเลย


“ผมไม่คิดว่ากรรมการผู้จัดการจะรู้จักการไกล่เกลี่ยด้วย”

“ถ้าประทับใจขนาดนั้น ก็เลิกพูดจาไร้สาระ แล้วไปทำงานพรุ่งนี้”


เหนือสิ่งอื่นใด ความจริงที่มาหาเขาในฐานะเลขาไม่ใช่คู่เล่นน่ะ มันช่วยเติมเต็มช่องว่างที่เคยว่างเปล่าอย่างไม่น่าพึงพอใจตลอดมา เพราะว่าการที่อีกฝ่ายมองเขาเป็นคุณตัวน่ะ มันหมายถึงไม่ได้ปฏิบัติกับเขาในฐานะเลขา

ฮันฮีรู้ค่าและความสามารถของตัวเองดี ถ้าไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเจ้านายโดยตรงของเขา เป็นคนไม่ยอมรับมัน แน่นอนว่าเขาต้องรู้สึกเสียใจอย่างแน่นอน ถึงคนทั้งโลกจะไม่รู้ แต่คังยุนซองจะต้องรู้ เพราะว่าเขาเป็นเจ้านายคนเดียว ที่ฮันฮีนับถือในตอนนี้

ดังนั้นถึงมันจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็ใกล้เคียง ตอนนั้นนั่นเองฮันฮีถึงได้หัวเราะออกมา แล้วก็ถามกลับไป


“ทำไมถึงพูดเลี่ยงไปทางนั้นล่ะครับ”

“เพราะว่านอกจากเธอแล้ว ฉันก็ไม่คิดจะใช้เลขาคนอื่น”


ไม่บ่อยนักที่เขาจะถูกใจกับความเคร่งครัดของยุนซอง หมายถึงช่วงเวลาที่เหมือนกับตอนนี้ก็มีไม่บ่อยด้วย

ฮันฮีจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่าย ยุนซองขมวดคิ้ว มีอะไรไม่ถูกใจขนาดนั้นเหรอ ถ้าเขามองว่าน่ารักเป็นครั้งแรก มันจะเป็นภาพหลอนหรือเปล่านะ หรือว่าเสียสติไปแล้ว แต่ไม่ว่าอะไรก็ดีทั้งนั้นแหละ

เลขาของฉัน ฮันฮีที่ลองพูดคำนั้นซ้ำๆ อีกครั้งในใจน่ะ หยุดแล้วก็ยิ้มขึ้นมาอีก ทำไมแค่คำพูดแบบนั้นถึงเปลี่ยนความรู้สึกของคนได้กันนะ

แต่สิ่งที่ต้องทำยังไงก็ต้องทำสิ คอที่เอียงลงไปเพราะว่ามัวแต่หัวเราะก็เงยขึ้นมาด้านบนอีกครั้ง ยุนซองยังคงมองเขาอยู่ และฮันฮีก็มองยุนซอง ทั้งๆ ที่ยังกอดอก ถึงแม้มันจะเป็นท่าทางที่ไม่ถูกต้องในการเผชิญหน้ากับเจ้านาย แต่คำพูดที่จะพูดตอนนี้ มันก็ไม่ใช่คำพูดที่มอบให้กับเจ้านาย

เป็นการถ่ายทอดคำพูดที่คู่ขาของเขาจะต้องเปิดหูให้กว้างและรับฟัง


“อย่าส่งอะไรที่เป็นเงินมาให้ผมอีกนะครับ ผมรู้สึกไม่ดี”


ยุนซองรับรู้เกี่ยวกับส่วนนั้นดี ก็เลยตอบกลับไปแบบอย่างนุ่มนวล


“ได้สิ”

“แล้วก็จะพูดอย่างชัดๆ เลยนะครับ”


มาถึงตรงนี้มันราบลื่นมากๆ ฮันฮีสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่โดยไม่มีเสียง แต่มันก็ยังเหลือส่วนที่สำคัญที่สุดอยู่ สายตาของพวกเขายังคงประสานกัน ยุนซองกำลังรอว่าฮันฮีจะพูดออะไร ซึ่งเรื่องนี้น่ะมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย


“ผมไม่รู้หรอกนะครับ ว่าคู่ขาคนอื่นๆ ของกรรมการผู้จัดการจะเป็นยังไง แต่ผมน่ะทำเพราะความพึงพอใจของตัวเองครับ”


เขามองเห็นคิ้วข้างหนึ่งของยุนซองกระตุก ไม่รู้หรอกนะ ว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ฮันฮียังพูดสิ่งที่สำคัญกว่านั้นไม่เสร็จ


“ผมเลือกกรรมการผู้จัดการในฐานะคู่ขานะครับ”


ตอนนั้นนั่นเอง ที่สายตาของฮันฮีปะทะกับยุนซองโดยตรงในตอนที่จบประโยค ทั้งคู่เบี่ยงสายตาออกจากกันเพียงเล็กน้อย ยิ่งเป็นสถานการณ์ที่ฮันฮีต้องเงยหน้าขึ้นด้วย แต่ความจริงนั้นมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมาก


“เมือกี้มันอันตรายมากเลยนะ”


ทั้งกับฮันฮี แล้วก็อาจจะสำหรับยุนซองด้วย


“อยากจูบขึ้นมาน่ะ”


สิ่งที่สำคัญจริงๆ ก็คือ สายตาของทั้งคู่ที่สบกันอย่างไม่ลดละแม้ชั่วขณะเดียว ตอนนั้นนั่นเองที่ยุนซองยิ้ม ซึ่งไม่มีทางรู้เลยว่า มุมปากที่ยกขึ้นอย่างอัตโนมัตินั้นหมายความว่าอะไร แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะสงสัยว่ายุนซองอารมณ์ดีขึ้นแล้วหรือยัง

เป็นการเจรจาประนีประนอมอย่างกับในละคร ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วว่าร่องรอยของเงินร้อยล้านวอนจะไปอยู่ที่ไหน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น