โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

04-4 การโอนอำนาจควบคุม

ชื่อตอน : 04-4 การโอนอำนาจควบคุม

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-4 การโอนอำนาจควบคุม
แบบอักษร

​เปิดประตูดีหรือไม่เปิดดีนะ คนที่บอกว่า ‘อยากจะทุบยุนซองไม่ยั้ง’ เมื่อตอนก่อนนอนหายไปไหนแล้วล่ะ ปลายนิ้วที่เอ้อระเหยอยู่แถวๆ กลอนประตูดูไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย ฮันฮีกลืนน้ำลายดังเอื๊อกลงไปในคอ เมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าอยู่ต่างจังหวัดหรอกเหรอ แล้วก็บอกว่ายุ่งอยู่ด้วยนี่ แล้วทำไมยุนซองถึงมาอยู่ที่หน้าประตูบ้านเขาได้ แถมยังในเวลานี้ด้วย 

ฝันไปหรือเปล่านะ แต่ความหวังเล็กๆ ก็พังครืนลงมาทันทีเมื่อเขาส่องดูตรงตาแมว คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือยุนซองแน่นอน รูปร่างสมบูรณ์แบบที่ไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย พันผ้าพันคอแคชเมียและโค้ทที่คุ้นตา ไม่มีทางไหนจะไม่ใช่ยุนซองได้เลย 

ฉิบหายแล้ว แต่ถึงแม้ใบหน้าของฮันฮีจะซีดเผือก แต่เขาก็สางผมที่ยุ่งเหยิงอย่างรวดเร็วแล้วก็เช็กเสื้อผ้าอีกครั้งหนึ่งด้วย ถึงจะทำอย่างนั้น แต่การแต่งตัวที่ใส่แค่กางเกงในตัวเดียวกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นหลวมๆ นี่ เหมือนจะไม่ได้ช่วยให้ส่วนไหนดีขึ้นมาเลย แต่ก็... 

“...มีธุระอะไรที่นี่เหรอครับ” 

เปิดประตูเถอะ ผู้ชายที่ลุกลี้ลุกลนก่อนหน้านี้หายไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นใส่แค่กางเกงในกับเสื้อเชิ้ตหลวมๆ ฮันฮีก็สวมใบหน้าของเลขาที่สามารถเห็นได้ที่บริษัท สายตาเย็นชาจ้องมองยุนซอง 

แต่ก็ ‘กลัว’ นิดหน่อย ใบหน้าของยุนซองที่รออยู่ข้างนอกก็เย็นชาไม่แพ้กัน 

อีกฝ่ายยื่นปลายรองเท้าเข้ามาด้านในประตูแทนที่จะตอบ แน่นอนว่าไม่ได้รอการยินยอมจากเจ้าของบ้านด้วย ฮันฮีหลบไปข้างๆ โดยอัตโนมัติ เพราะว่าถูกผลักเข้ามาด้วยความดื้อดึง 

หลังจากชายหนุ่มเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ฮันฮีถึงได้กลุ้มใจว่าทำไมถึงปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามา แต่มันก็สายเกินไปซะแล้ว ยุนซองเร็วกว่าเขา แล้วก็มีแรงมากกว่าด้วย 

“มาที่นี่เพราะเรื่องอะไรเหรอครั...” 

“ถามเพราะไม่รู้เหรอ” 

ผู้ชายคนที่ว่องไว ไม่แม้แต่จะรอฟังฮันฮีพูดจนจบก็ย้อนถามกลับ สายตาของคนทั้งสองประสานกันอีกครั้ง 

“บอกว่ากำลังยุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” 

“ก็รู้ดีนี่” 

จะให้เขาพูดยังไงล่ะ จะมาทำไร้มารยาทแบบนี้ก็ได้เหรอ คำพูดแค่สี่พยางค์ของอีกคน ทำให้ภายในของฮันฮีที่เงียบไปพักหนึ่งพลิกกลับมาอีกครั้ง 

“ทำให้ฉันต้องมาหาถึงที่นี่ ระหว่างที่ยุ่งขนาดนั้น ก็เป็นหน้าที่ของเลขาใช่ไหม” 

“ผมบอกให้มาเหรอครับ” 

“จะลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้างั้นเหรอ” 

ลาออกโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่คราวนี้เขาพูดไม่ออกกับประโยค ฮันฮีเป็นคนที่มีสามัญสำนึกพื้นฐานอย่างเต็มที่ต่างจากอีกฝ่าย และรู้ว่าการกระทำที่ทำลงไปมันไม่ใช่เรื่องที่ดี เขากลืนน้ำลาย งั้นมันก็เป็นเรื่องที่เขาเป็นฝ่ายผิดอย่างชัดเจนสินะ ไม่สิ ถึงจะไม่รู้ว่าผิดไหม แต่มันก็ชัดเจนว่าไม่ใช่การกระทำที่ดีแน่นอน แต่มันก็มีเหตุผลที่ทำแบบนั้น ส่วนเหตุผลนั้น อีกฝ่ายน่าจะรู้ดีมากกว่า 

“...ถ้าจะให้พูดชัดๆ ก็คือเป็นการขอลาออกครับ” 

“ขอเหรอ ก็แค่บอกให้รู้ใช่ไหม ” 

“อะไรก็ได้ครับ” 

ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมา ตามความรู้สึกใจเต้นบีบอัดอยู่พักหนึ่ง จะขอหรือจะแจ้งล่วงหน้าก็ไม่สำคัญทั้งนั้น ก็บอกว่าจะเลิก ไม่อยากไปทำงานแล้วเจอหน้าคุณอีกต่อไปแล้ว ทันทีที่อารมณ์เมื่อกี้ปรากฏออกมา ริ้วรอยก็เกิดขึ้นบนใบหน้าที่แสร้งทำเป็นเฉยชาทีละนิด ที่คิดว่าจะต้องสุขุม ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นได้แค่ความตั้งใจเท่านั้นแหละ และความตั้งใจนั้นน่ะ อย่าว่าแต่สามวันเลย แค่สามนาทีก็พังไม่เป็นท่าแล้ว 

“ไม่อนุมัติ” 

เพราะว่าอีกฝ่ายไม่มีความความละอายใจเลย ฮันฮีถอนหายใจเบาๆ อย่างสั้นๆ เขากอดอกอยู่ตั้งแต่แรกก่อนจะเงยหน้ามองยุนซอง 

“กรรมการผู้จัดการคิดว่าถึงจะอยู่ข้างนอก ผมก็ยังเป็นพนักงานใต้บังคับบัญชาของคุณอยู่งั้นเหรอครับ ที่บอกว่าจะเลิกทำงานน่ะ ผมตัดสินใจเรียบร้อยแล้วครับ” 

สายตาที่จ้องมองเหมือนกับจะไม่ยอมแพ้รุนแรงพอสมควร ครั้งนี้แม้ว่าเขาจะพยายามพูดยังไง แต่ยุนซองก็ไม่มีคำตอบให้ อีกฝ่ายแค่กำลังมองหน้าฮันฮีอยู่อย่างเงียบๆ 

เป็นความนิ่งเงียบที่น่าเบื่อแล้วก็น่ารำคาญด้วย ในที่สุดยุนซองก็ทนไม่ไหวจนต้องขมวดคิ้วแล้วถามซ้ำ 

“เฮ้อ... ดี ดีมาก มันมีปัญหาอะไรกันแน่” 

น้ำเสียงที่มีลมหายใจปะปนออกมาเมื่อกี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากำลังโกรธ มันเป็นการถอยหนึ่งก้าวในแบบฉบับของยุนซอง แต่ความรู้สึกส่วนตัวของยุนซองที่เหมือนกับจะบอกว่าไม่ใช่ปัญหาของฉัน ไม่ว่ายังไงฮันฮีก็ยังคงโกรธอยู่ 

“น่าจะพูดไปชัดตั้งแต่เมื่อกี้นะครับ ผมไม่ได้อยากจะไปทำงาน พร้อมๆ กับขายตัว” 

“ขายตัวงั้นเหรอ ฉันไม่รู้นะว่าข้อสรุปแบบนั้นมันมาจากไหน” 

“...ถามว่าจากไหนงั้นเหรอครับ กรรมการผู้จัดการไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสามัญสำนึกพื้นฐานจริงๆ เหรอครับ” 

“ไม่มีสามัญสำนึก นี่คือสิ่งที่เธอจะพูดกับฉันตอนนี้งั้นเหรอ” 

ฮันฮีกำลังจะเป็นบ้าแล้ว จะต้องมาอธิบายสถานการณ์อีกรอบด้วยปากตัวเองอีกเหรอ 

“หลังจากที่พวกเราอยู่ด้วยกันสี่คืน... แบบนั้น ก็มีเงินร้อยล้านวอนเข้ามาในบัญชีผม แล้วกรรมการผู้จัดการก็บอกเองว่า มันคือเงินค่าตอบแทนเกี่ยวกับเรื่องนั้น นั่นน่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าผมขายตัว แล้วคืออะไรล่ะครับ มันเป็นสิ่งที่คุณก็ทำให้คู่ขาทั้งหลายมาตลอดไม่ใช่เหรอ” 

“แน่นอนว่าถ้าเป็นเงิน ก็ต้องจ่ายสิ” 

อุก ก่อนที่วิจารณญาณจะบินหายไปอีกครั้ง ตามความโกรธที่พุ่งขึ้นมา 

“ที่เซ็นสัญญานั่นน่ะ มันเหมือนจะเป็นแค่ครั้งแรกกับครั้งสุดท้ายของเธอ แต่...” 

ยุนซองดูนิ่งมากๆ เมื่อเทียบกับเขา ไม่มีความรู้สึกสั่นไหวสักนิดจากใบหน้าที่เรียบเฉย มีแค่เขาที่รู้สึกไม่ยุติธรรม มีแค่เขาที่โกรธ พอคิดแบบนั้น ฮันฮีก็โมโหขึ้นมาอีก เป็นความรู้สึกเลวร้ายที่เขาพยายามจะตัดมันทิ้งไปสองสามครั้งแล้วในวันนี้ และตอนนี้ฮันฮีอยากจะหยุดแล้ว 

ริมฝีปากที่เคลื่อนไหวและขยับขึ้นในที่สุดก็เปิดออก 

“มันจำเป็นต้องมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับงานทุกๆ งาน นั่นคือความยุติธรรมที่ฉันคิด ฉันจะคืนให้เธอเท่าที่ฉันได้รับ เพราะสำหรับฉัน คืนนั้นมันมีมูลค่าประมาณนั้น” 

“.......” 

“ขายตัวงั้นเหรอ สิ่งที่ฉันจะซื้อ มันก็คือเวลาของเธอนั่นแหละ ไม่ใช่ร่างกาย ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันสามารถซื้อขายได้ด้วย แต่ถ้าจะเป็นแบบนั้น มันก็ต้องมีการระบุไว้ว่า เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ต่อหนึ่งครั้ง ในสัญญาที่เราเขียนไม่ใช่เหรอ” 

ริมฝีปากที่ชะงักไประหว่างฟังคำอธิบายปิดแน่นอีกครั้ง เขานึกคำพูดที่จะโต้แย้งไม่ออกเลย ขณะที่รู้สึกไม่สบายใจ ยุนซองกำลังทำให้ฮันฮีหวั่นไหว 

ถึงเขาจะไม่รู้จักนักพูดที่สามารถพูดไปได้เรื่อยๆ เหมือนจะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่มันเป็นคำพูดที่ผิด แต่ถ้าลองฟังดูแล้วก็เหมือนเป็นคำพูดที่ถูกทั้งหมดอย่างน่าประหลาด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทีที่ภูมิฐานมากๆ หรือเปล่านะ 

จะต้องคิดให้ออกตอนนี้เลย แต่ในหัวของเขามันสับสนไปหมด ไม่ใช่การให้ค่าตัวเหรอ ถึงจะสามารถซักไซ้ว่าเป็นเวลาหรือร่างกายอีกทีได้ แต่ในความคิดเขา คำพูดของอีกฝ่ายมันก็ไม่ได้ผิดอะไร พวกเขาไม่เคยพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงินมาก่อนเลย ไม่เคยตัดสินใจเรื่องให้ค่าตอบแทนด้วย 

แต่ร้อยล้านวอนน่ะ ก็อยากจะเรียกว่าเป็น ‘ความมีน้ำใจ’ ของเจ้านายเขา ตอนนี้ผู้ชายคนนี้น่ะ แค่อยากจะบอกว่านั่นมันเป็นแค่เงินสด และตัวเองก็กระเป๋าหนักกกว่าคนปกติทั่วไปด้วย 

หลบเลี่ยงไปได้เรื่อยๆ เหมือนปลาไหล ด้วยข้ออ้างที่แนบเนียน แววตาของฮันฮีรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เหนือสิ่งอื่นใดคือ เขานึกไม่ถึงว่า ตัวเองเกือบจะเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว 

จะบอกว่าถึงผลลัพธ์มันจะผิดมากๆ แต่มันไม่ได้เกิดปัญหาจากการกระทำตัวเองถูกไหม ตกหลุมพรางกับคำพูดแค่ไม่กี่คำ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ตกลงไปมาก แต่ตรงกันข้ามเขาก็ไม่มีใจที่จะปัดความรับผิดชอบให้ยุนซอง 

เขาเองก็พึงพอใจกับช่วงเวลานั้นมาก และไม่ได้คิดว่ามันเป็น ‘งาน’ ด้วย แล้วก็... 

“พูดแบบนี้... กับคู่ขาคนอื่นๆ ด้วยไหมครับ” 

เพราะว่าชอบไง แค่นั้นเลย เพราะว่าชอบ... แม้ปากจะแสร้งบอกว่าไม่ใช่ แต่มันเป็นความจริง 

ความคิดเห็น