Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 ผมขอโทษ

ชื่อตอน : บทที่ 19 ผมขอโทษ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2562 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 ผมขอโทษ
แบบอักษร

        "อะ อะไรกัน" จูอี้หลงก้าวลงจากเตียงเร็วไปประกอบกับที่เอาแต่นอนติดต่อกันมาสองสามวัน ทำให้เขาอ่อนแรงจนเซไปเล็กน้อย เผิงกวนอิงปราดเข้าประคองหิ้วปีกไว้         

        จูอี้หลง ในสมองมีแต่เสียงอื้ออึง ภาพของไป๋อวี่ที่คุกเข่าลงเบื้องหน้าเป็นเหมือนภาพในความฝัน จนเขาต้องใช้อุ้งมือกระแทกขมับตึบตึบเพื่อขับไล่ภาพลวงตา แต่ไป๋อวี่ก็ยังคงอยู่ตรงนั้น แจ่มชัดเสียยิ่งกว่าความจริงไหนๆ         

        จูอี้หลงหันมามองหน้าเผิงกวนอิง สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม          

        "คงเรื่องพ่อเขาแหละ" กวนอิงกระซิบจนติดใบหู แต่ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างอันใดกับคนป่วยเลย จูอี้หลงยิ่งเลิกคิ้วสูงขึ้นไปอีก เผิงกวนอิงกระซิบแผ่วเบากว่าเดิม          

        "ที่นายถูกแทง... เขาบงการ..."  เขาบอกข้อมูลที่เขาได้มาจากจูไฉ่หงอีกทอดหนึ่ง       

        "อะ อะไร..." จูอี้หลงกระซิบเสียงแหบ ก่อนที่ข้อมูลที่ได้ยินจะไหลเข้ากระแทกประสาทการรับรู้ของเขา ทำให้เขาขนลุกและชาเห่อไปทั้งตัว เมื่อสติขาดผึงไปเหมือนเชือกป่านที่ถูกว่าวติดลมบนกระชาก จูอี้หลงร่วงผลอยลงกับพื้นไม่ต่างไปจากสายป่านที่ขาดว่าวดึงรั้ง เผิงกวนอิงรีบกระชับมือที่เขาพยุงจูอี้หลงไว้แต่แรก เกร็งข้อพยุงร่างของเพื่อนไว้ พร้อมใช้อีกแขนรีบอ้อมไปโอบรับไม่ให้จูอี้หลงร่วงลงกระทบพื้น ก่อนที่จะพบว่าเขาใช้แรงมากจนเกินไป เขาไม่รู้เลยว่าจูเหมยลี่ของเขาจะผอมบางลงไปมากถึงเพียงนี้ น้ำหนักคงจะหายไปเกือบสิบกิโล         

        ถึงแม้ว่าเรื่องน้ำหนักขึ้นลงของนักแสดงจะเป็นเรื่องปกติ เพราะมันอาจจะสืบเนื่องมาจากการโหมงานหนัก หรือการเตรียมตัวเพื่อรับบทบาทใหม่ แต่ตอนนี้เผิงกวนอิงไม่มีสาเหตุอื่นใดอยู่ในหัวของเขาทั้งสิ้น นอกจากไป๋อวี่ เขาช้อนอุ้มร่างของจูอี้หลงขึ้น พร้อมกับตวัดหางตามองดูไป๋อวี่ ที่ผวาลุกขึ้นมาประชิดด้านข้าง ยื่นมือมาเพื่อช่วยพยุง...         

        "นายกล้าลุกขึ้นเรอะ" เขาคำรามในลำคอเหมือนราชสีห์ที่เตรียมจะตะครุบเหยื่อ ไป๋อวี่สะท้านเฮือกขึ้นทั้งร่าง แล้วทรุดเข่าฮวบลงไปกระแทกพื้น         

        จูไฉ่หงยังคงใช้มือทั้งสองซ้อนกันปิดปากตัวเองไว้ เธอทำอะไรไม่ถูกตั้งแต่เห็นไป๋อวี่ทรุดลงคุกเข่าหลังจากที่เขาเปิดประตูเข้ามาในห้อง ยิ่งเมื่อจูอี้หลงล้มลง เธอก็ทำได้แค่ยืนตัวแข็ง ตอนนี้นัยตาของเธอเบิ่งกว้าง มองไป๋อวี่ที่ลุกพรวดพราดผวามาด้านหน้าเพื่อจะช่วย แต่กลับทรุดลงตรงแทบเท้าของเผิงเหล่าซือ         

        เผิงกวนอิงค่อยๆวางจูอี้หลงลงบนเตียง จูไฉ่หงได้สติ รีบเข้าไปช่วย แต่ทางไป๋อวี่กลับทรุดฮวบจากคุกเข่ายืนเป็นลงนั่งกับพื้น หัวเข่าที่ตั้งชันไว้ทั้งสองแบะแยกออกจากกัน เขาใช้มือทั้งสองกำและทุบถองศรีษะตัวเอง ส่งเสียงร่ำไห้คล้ายคนเสียสติ

        "ผมขอโทษ ผมขอโทษ..." เขาคร่ำครวญ         

        จูไฉ่หงรู้สึกคล้ายเกิดอาการเดจาวู* ก่อนที่เธอจะระลึกได้ว่าภาพที่เธอเห็นไป๋อวี่ตอนนี้ไม่ต่างไปจากที่เธอเคยเห็นบนจอมอนิเตอร์ ภาพของจ้าวอวิ๋นหลานที่คร่ำครวญปานใจจะขาด เมื่อยามที่เสิ่นเวยล้มลงกับพื้น วิญญานใกล้ออกจากร่างที่กลบไปด้วยเลือด       

        กับความรู้สึกของคนสองคน ที่แม้คนรอบข้างจะมองเห็น จะเข้าใจ แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมาเป็นคำพูด คนทั้งคู่คงจะยิ่งไม่กล้าเอ่ยปาก ยิ่งผู้ชายหัวโบราณที่มักจะระมัดระวังตัว มีสติอยู่เสมออย่างจูเหล่าซือ คงไม่แค่ไม่กล้าเอ่ยปาก แม้แต่จะคิด เขาก็คงไม่กล้าคิด          

        จูไฉ่หงไม่ได้ดูถูกหรือรังเกียจความรักหรือความรู้สึกแบบนี้ แต่เธอกลัวแทนคนทั้งสองจนไม่อยากจะรับรู้ บางทีถ้าจูอี้หลงกับไป๋อวี่เกิดเป็นคนชาติอื่น หรือเกิดในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า ตอนนั้นสังคมจีนคงจะเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว โลกรอบๆตัวพวกเขาคงจะยอมรับความรักของพวกเขาได้แล้ว พวกเขาคงจะรักกันได้โดยไม่ต้องเป็นกังวลกับบรรทัดฐานของสังคม คนใกล้ชิดก็จะไม่มองความรักของพวกเขาเป็นเหมือนอาชญากรรม หรือเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตอีก ... แล้วมันคงไม่มีใครต้องออกมา ขอโทษ ขอโทษ อย่างร้าวรานจนแทบจะขาดใจตายเช่นนี้         


        ................ 


* เดจาวู   déjà vu​ ความรู้สึกว่าเคยเห็น เคยได้ยิน หรือเคยประสบกับเหตุการณ์นั้นๆมาก่อน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}