Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ​15 สูญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 703

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​15 สูญ
แบบอักษร

​แกร่ก แกร่ก แกร่ก หงิง หงิง หงิง 

อ๊าาาาา อ้ะ อ้ะ อร้ายยยยยยยยยย

อู๊ด! อุ่ย! หงิง หงิงง อิ๋งงง อิ๋งงงง แหมวว

อ่ะ ฮ๊าาาาา อ้ะ อ๊ะ อร๊างงง อ่ะ อร้ายยย



นั่นไม่ใช่ฉัน... ถ้าหวังว่าเปิดบทมาจะเจอฉาก nc ล่ะก็ หดเฉาไปเถอะ


หลังจากวันนั้นที่ฉันตื่นมาเจอผัวปัญญาอ่อนสองตัวโชว์ความอุบาทว์ใส่ พวกมันแข่งยังคงแข่งกันอ่อยอย่างต่อเนื่อง และฉันก็ยังต่อต้านพวกมันอย่างแข็งขันเช่นกัน ถึงจะนอนด้วยกันมาหลายครั้ง แต่ฉันยังคงต่อต้าน อาจเพราะเคยชินกับการถุูกหม่าม๊าเลี้ยงให้เป็นผู้หญิงผัวเดียวล่ะมั้ง 

แล้วพวกมันก็เริ่มสงครามประสาท งัดกลเม็ดหลากหลายมาก่อกวน อิแร่ดกลายร่างเป็นตัวเมีย หันไประบายอารมณ์หื่นกับอีเคะคู่ขามัน ส่งเสียงกับกลิ่นหื่นฟุ้งไปทั้งเผ่า 

"ถึงจะเป็นการนอกกาย เมื่อเจ้าไม่ยินยอมเราก็จำเป็นน่ะ" อีมู่หรงอ้างพิธีกรรมต่อแขนต่อขา ยกลูกมาบังหน้าหน้าตาเฉย

หึ!

ส่วนอีหมีควาย โชคดีที่มันยังหลอนกับการถูกอีแร่ดฟันในช่วงวัยรุ่นจึงไม่โวยวายมากเท่าที่ควร ลืมตัวหางจุกก้นทุกครั้งที่อีมู่หรงปรายตา อยู่อย่างสงบเสงี่ยมในตอนกลางวัน แต่ไม่หลับไม่นอน เห่าหอน ตะกุยข้างฝาทั้งคืน​



วันนี้ก็เหมือนกัน เสียงอึกทึกทุกเสียงเพิ่งจะเงียบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนฟ้าสาง 

ฉันดึงผ้าอุดหูกับผ้าจมูกกันกลิ่นหื่นออก ขยี้ไถจนจมูกบาน คิดถึงยาดมจากโลกเก่าจับใจ ลุกขึ้นนั่ง สกัดกลั้นอาการเมาวิ๊งจากการแพ้ท้องร่วมกับนอนไม่พอ เดินโงนเงนออกจากห้อง ช่วงนี้อาการแพ้ท้องเริ่มกลับมาอีกแล้ว ฉันคงต้องรีบตัดสินใจ ....

... อีหมีควายในร่างสี่ขากำลังนอนหงาย ละเมอเยิ้บเด้าอากาศอยู่หน้าห้องนอน ...

"........................"

"งี๊ด งี๊ด ... ฮู หยีนนนน เหะ เหะ แฮร่ แฮ่ก ๆๆๆๆๆๆ อ๋าววว ๆๆๆ" 

​​​"........................" 

เยิ้บ เยิ้บ เยิ๊บบบ

ยิก ยิก ยิก

"........................"

เปรี๊ยง!!!

เอ๊งงง!!! 

ตูมมม!!!


หลังจากจัดการอรุณสวัสดิ์ผัวสุดที่รักทั้งสองตัวด้วยการเตะผัวเบอร์หนึ่งกระเด็นไปทะลุประตูห้องของผัวเบอร์สอง ฉันเดินมึนจากแรงเจ็บสะท้อนกลับ โซเซไปหาของกินในครัว เจออีเคะกำลังยืนปรุงอะไรสักอย่างง่วนอยู่

มันผงะ ฉันชะงัก ฉันจะถอยหลังออกจากครัว มันพรวดพราดไถชามที่กลิ่นดูน่ากินยื่นพรวดให้ฉันแล้วถอยกรูดหันหลังให้

อะไรวะ? 

ฉันหรี่ตามอง อีเคะเหลือบมองฉันอีกรอบแล้วหันหลังกลับไปปรุงอะไรของมันต่อ  ฉันมองมัน มองชามซุป เห็นซุปกลิ่นเดียวกันในหม้อ ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม อีเคะก้มหน้าก้มตาเคี่ยวของในอีกหม้อไม่หันมามองฉัน 

ก็ได้วะ ...

ทรุดตัวลงนั่งละเลียดซุป มีกลิ่นสมุนไพรลอยเข้าจมูกที่ทำให้อาการเวียนหัววิ้งๆในช่วงเช้าของฉันดีขึ้น

ชามอาหารอีกอย่างค่อยๆเลื่อนมา ฉันเงยหน้ามอง อีเคะสะบัดหน้าหนีกลับไปง่วนกับหม้อตรงหน้า ปลายหูส่วนที่โผล่พ้นผมดำยาวแดงก่ำ

"เอ่อ ... ขอบใจ" ฉันงึมงำ 

ปลายหูแดงมากขึ้นอีกนิด

ปฎิกริยาตัวผู้เขินอายต่อหน้าฉันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทำให้ปิศาจตัวผู้ติดสัดได้ แถมมีกลิ่นที่บอกว่าอยู่ในช่วงแพ้ท้อง จะดึงดูดตัวผู้ก็ไม่แปลก เพราะเรื่องนี้ฉันจึงต้องยอมอยู่หลังคาเดียวกับอีหมาและอีแร่ดป้องกันถูกฝูงตัวผู้ลากไปรุมโทรม

อีเคะใส่ใบอะไรสักอย่างลงไปในหม้อ กลิ่นสมุนไพรโชยฟุ้งขึ้นมา หัวฉันโล่งหายแพ้ท้องลงไปปลิดทิ้ง มันเทใส่ชาม ยื่นให้ฉัน ฉันมองหน้ามัน มันมองหน้าฉัน วางชามลง แล้วหลบตาหันหน้าหนี

"ยาอะไร? นายน่ะเป็นหมอหรือ" ฉันลองญาติดีกับผัวน้อยของผัวเบอร์สอง​

มันเม้มปาก เงียบไปสักพัก เห็นฉันยังไม่ยอมดื่มยา เลยชี้ที่ปากกับท้อง ทำปากบอกว่าดื่มแก้แพ้ท้องแบบไร้เสียง

เป็นใบ้? เอาเถอะ ถ้ามันจะวางยาฆ่าฉันทิ้ง อีมู่หรงคงไม่ปล่อยหรอก

ฉันซดยานั่นแต่โดยดี อาการหนักหัวหายเป็นปลิดทิ้ง เงยหน้าจากชาม อ้าปากจะขอบคุณ ....

หนานกงกงขันทีปลอมนายนั้นคลี่ยิ้ม 

รอยยิ้มงามล่มเมืองที่สว่างไสวพันล้านวัตต์ส่งมาให้ฉัน ...

หัวใจของฉัน ... กระตุก ...

"ฮูหยีนนนนน ...นน" ฉันถูกอีหมีควายรวบไปนั่งตัก "กงกงหนานกงกงกง เราจำได้ว่าใช้ให้เจ้าไปทำธุระมิใช่หรือ" อีมู่หรงตัวเมียโผล่พรวดเข้ามาทำเสียงเย็นชาสั่ง ทรุดตัวลงนั่งประกบข้างฉัน

"........................" บรรยากาศมาคุนี้ ....

หนานกงล้วงห่อเอกสารส่งให้อีมู่หรง ก้มหน้าก้มตาคำนับ 

อีมู่หรงเชิดหน้าทระนง เมินไปอีกทาง แล้วลอยหน้าลอยตาเอ่ยขึ้นมาอย่างแสนเย็นชา "เป็นแค่น้ำท่าอย่ามาปนกับน้ำบ่อ เป็นฝูงกาอย่าได้ริอ่านปะปนกับฝูงหงส์ ของของเราอย่าได้คิดว่าจะมีวาสนามาแตะต้อง" 

??

ฉันมองหน้าอีหมา มันทำหน้างงตอบกลับมา 

ฉันมองไปทางทิศที่อีมู่หรงหันหน้า มันพูดกับ ... ผนัง?

มันพูดกับใคร? จิกใครวะ? ฉันหรือคู่ขาของมัน?

อีหนานกงทำปากสั่นระริก ตาแดง ก้มหน้าก้มตาหมอบคำนับแล้วหายไปเหมือนเงามืด

อีมู่หรงเปิดเอกสารออกดู เผาเอกสารเมื่ออ่านจบ ปรายตามองชามใส่ยาในมือ กระชากตัวฉันจากตักอีหมีควายเข้าไปจูบบดริมฝีปาก มือฉันตะปบเข้าที่เป้ามัน บีบเตือน มันถอนจูบ 

"เราให้มันมารักษาและคุ้มครองเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เจ้ามอบลูกให้มัน"

มันกัดริมฝีปากฉัน

"ถ้ามันริจะอาจเอื้อมเป็นบ่าวอุ่นเตียง เราได้เห็นดีกันแน่!!"

แหม๋เว้ย ... เห็นกรูเป็นคุณผู้ชายใจทรามมุดมุ้งคนรับใช้ตอนเมียเผลอไรงี้

กรูไม่ใช่ตาเฒ่าหัวงูหื่นกระหายใจสกปรกนะเว้ย!


...................................................


เอาล่ะ กลับมาที่การทำมาหากินดีกว่า


อีหมีควายเล่าให้ฉันฟังว่าพวกมันรู้ตัวว่าฉันไปบุกดงมะละกอจากปฎิกริยาเจ็บสะท้อนของคู่ผัวเมีย มันรู้ตัวช้ากว่าอีมู่หรงเพราะท้องอ่อนกว่า แต่อีมู่หรงติดพันธุระด่วนในวัง จึงส่งอีหนานกงมาก่อน 

ฉันนึกไปถึงเด็กผู้หญิงมีหูมีหางที่ช่วยฉันจากเหว ถ้านั่นไม่ใช่ภาพหลอน คงเป็นอีกร่างของไอ้หนานกงสินะ

แล้วผัวทั้งสองตัวก็ตามมาทันตอนฉันน่วมไปแล้ว พวกมันโกรธจัดเลยอาละวาดเผาดงมะละกอวอดวาย โชคดีที่ยังเหลือหน่อของต้นมะละกอที่ใครสักคนขุดมาใส่กล่องที่ลงเวทสำหรับเก็บผักผลไม้สด 

ถึงจะเสียดายแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย 

ฉันจัดการทดลองปลูกหน่อมะละกอในกล่อง กับพวกลูกไม้ที่หนูหยางคาบมาให้พร้อมกัน ซึ่งจากสัญชาตญาณเกษตกรของฉัน ฉันคิดว่าพวกมันน่าจะรอด


พูดถึงหนูหยาง ช่วงนี้มันเริ่มหายหน้าไปนานขึ้นเรื่อยๆ

"แกเริ่มติดสัดแล้วเหรอ?" ฉันถามในเช้าที่เจอหน้ามัน

ไข่ต้มในปากเหรี้ยร่วงผล็อย "ฟ้ะ?!?!"

"ก็เห็นหายไปนาน จะมีผัวก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่คุมด้วย ขี้เกียจช่วยแกเลี้ยงลูก" ลำพังตัวฉันยังเอาตัวไม่รอด ถ้าต้องมาเลี้ยงลูกเหรี้ยอีกก็ไม่ไหวนะ ... ว่าแต่เหรี้ยนี่ตอนได้มั้ยวะ?

"ฟ้าา!! ฟะ ฟะ ฟ้า ฟ้าาาา!!!" อีหนูหยางหน้าแดง ใช้ขาหน้าระดมทุบอกฉันที่ได้แต่ขำ ก่อนจะสะบัดสะบิ้ง​สะบัดตรูดเดินหนีไป

เอ๊า! 

เอาเห๊อะ ดูท่าทางหวงเนื้อหวงตัวหวงตรูดของมัน ฉันคิดว่ามันคงไม่ใจง่ายไปกับตัวผู้ (หรือตัวเมียวะ?) จนหอบลูกมาให้ฉันเลี้ยงหรอกมั้ง


.................................................


มะละกอที่ลงดินเมื่อสามวันก่อน ให้ผลในหนึ่งอาทิตย์ เร็วเว่อจนน่าตะลึง แถมมีสิ่งที่คล้ายหัวปลีโผล่ออกมาด้วย 

ฉันจัดการแยกหน่อมาปลูกเพิ่ม อีมะละกอส่งเสียงกรี๊ดๆ ดิ้นไปดิ้นมา ตอนฉันตัดหน่อเหมือนมันถูกตอน แต่ฉันเตรียมพร้อมด้วยการใช้ขี้ผึ้งอุดหูมาก่อนหน้านี้แล้ว .... ตกลงมรึงเป็นต้นมะละกอ กล้วย หรือเมนเดร็กวะ

ส่วนหัวปลี (ฉันขอใช้คำนี้ล่ะนะ ก็มันดูคล้ายจริงๆ) ที่งอกมาแค่อันเดียว ขนาดเท่าท่อนแขน ฉันหยิบมาลองดม ...

ฟีดดดด ... 

หือ?

ฟื๊ดดดดดด ...

อ่าสสสสสส์

กลิ่นนี้ นี่มัน ... 

ลองสะกิดให้ของเหลวข้างในไหลออกมานิดหน่อย .... อา เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ฉันว่าฉันมีของมาขายใหม่แล้วล่ะ


ฉันกะเวลาสองสัปดาห์รอให้ผลผลิตสำหรับร้านส้มตำเติบโต ระหว่างนี้มีกิจการอีกอย่างที่รอให้ฉันจัดการ ถึงตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว ถึงเวลาที่สัญญากับหนีหนี่ว่าจะเปิดกิจการที่ร่วมหุ้นกับนาง 

ฉันบอกอีหมีควายกับหนีหนี่ให้สั่งให้พวกลูกฝูงแมวจรกับลูกน้องฝูงแมวที่ยังไร้คู่ไปอาบน้ำแต่งตัวให้พอพบปะผู้คนได้ อาบแบบอาบน้ำจริงๆไม่ใช่แค่เลียขนพอเป็นพิธี พวกลูกฝูงแมวจรที่เคยผ่านการเมคโอเวอร์ด้วยฝีมือของฉันยินยอมแต่โดยดี ส่วนพวกตัวผู้รุ่นเยาว์สังกัดของหนีหนี่ขู่ฟ่อแฟ่เมื่อเจอน้ำ

ฉันพยักหน้าให้อีหมีควาย มันทำหน้าพะอืดพะอมลากขาเดินตามมาช่วยฉันที่ถลกแขนเสื้อ ควงมีดโกน นำขบวนไปปรับลุคฝูงแมวหนุ่ม

ด้วยการใช้ระเบิดต้นวิเศษกับวิทยายุทธที่ฉันฝึกในช่วงที่ว่าง มีแค่การบาดเจ็บระดับเลือดสาด แต่ไม่มีใครตายในวันนั้น และตำแหน่งในฝูงของฉันกับอีหมีควายเลื่อนขึ้นปรู้ดปร๊าด

ฉันตั้งใจจะสร้างคลับโฮสต์ล่ะ

พวกแมวหนุ่มหน้าตาท่าทางหลังอาบน้ำโกนหนวดกับหุ่นลีนๆนี่หนุ่มโฮสต์ชัดๆ ฉันเห็นว่าเมืองนี้ช่างจืดชืดไร้แสงสี มีเพียงซ่อ- อา ... ฉันหมายถึงสถานเริงรมย์เก่าๆ อับเฉาไม่กี่แห่ง แถมคนกุมกระเป๋าเงินของโลกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพศหญิง

"ยังไงก็ได้ ถ้าพวกมันท้องก็ดี เผ่าข้าจะได้ขยาย" หนีหนี่บอกมาโคตรตรงไปตรงมาแบบนี้ตอนที่ฉันเล่าแผนครั้งแรก ฉันได้แต่ทำตาปริบๆ ขณะที่พวกลูกฝูงตัวผู้บิดไปบิดมาสะทกสะเทิ้นเขินอาย

อา ... โลกของปิศาจแห่งนี้ ชีวิตช่างอิสระจริงๆนะ 

แต่บาร์โฮสต์ของฉันอยู่ในระดับสถานเริงรมย์ ไม่ฮาร์ดคอร์ระดับเปิดห้องเซอร์วิสลับหรอกนะ เพียงนั่งดริงค์พร้อมบริการอาหารเลิศรสกับการแสดง ส่วนใครจะพึงใจไปต่อ ฉันก็ไม่ว่าหรอก (ถ้ากระเป๋าหนักพอน่ะนะ)

สถานที่พร้อมแล้ว อาหารเลิศรสพร้อมแล้ว เสื้อผ้าฉันได้ฟรี อีมู่หรงเห็นแบบเสื้อที่จะสั่งตัดแล้วแค่นเสียงหยาม เลยให้ฉัน "ยืม" เสื้อผ้าของบ่าวของตำหนักมันมาดัดแปลง

ที่เหลือมีเพียงความพร้อมของคน

อย่างที่บอก หน้าตาท่าทางของพวกแมวน่ะดูดีอยู่แล้ว แต่นิสัยแมวๆของพวกมันไม่ใช่พวกกล้าแสดงออกหรือชอบสมาคมแบบพวกหมาหรอกนะ

"พวกแกไม่มีใครร่ายรำเป็นเลยเรอะ!" ฉันถามอย่างเพลียจิตเมื่อเห็นท่าเต้นแบบแมวๆ ที่ดูยังไงก็เหมือนจิ๊กโก๋เต้นหน้าแตรวงงานบวช

"จะหวังอะไรกับปิศาจแมวไร้อารยะ! โฮ่ะ โฮ่ะ โฮ่ะ" อีมู่หรงที่โผล่หัวมาจากไหนก็ไม่รู้กรีดกรายมาหยาม ตามติดมาด้วยอีเคะคู่ขามัน

อีหมีควายกับเหล่าแมวคำรามฮึ่มแฮ่ที่ถูกท้าทาย

อีมู่หรงพยักหน้าให้องครักษ์เงาของมันเอาเครื่องดนตรีมาตั้งวง แล้วเริ่มแดนซ์แบทเทิ่ลระหว่างมันตัวเดียวกับอีหมีควายและลูกฝูงแมวทั้งฝูง

แน่นอนว่าถ้าแข่งเรื่องจริตจะก้านมารยา เรื่องเต้นอ่อยยังไงให้ได้ผัวได้เมียน่ะ แร่ดชนะแมวใสๆอยู่แล้วล่ะ

ฉันนั่งดูการแบทเทิ่ลอยู่นานแล้วคิดขึ้นมาได้ ถ้าละลายความอายได้ ปัญหาเรื่องนี้ก็จะหมดไปสินะ

อา คิดออกแล้ว!

ฉันวิ่งกลับไปเตรียมของที่กระท่อม การแดนซ์แบทเทิ่ลดำเนินต่อไปใกล้จบ ทีมฝูงแมวพ่ายให้แก่อีมู่หรงจนหมดกำลังใจใกล้วิกฤติ 

ฉันจิกอีหมีควายที่นั่งคอตกหมดกำลังใจ เอาถุงกระดาษใส่ยางหัวปลีผสมผงต้นวิเศษมาอุดจมูกกับปาดมัน

"อุ่ก!! ฟื่ดดดด ... อ่าาาาา" อีหมีควายฟินจนนัยน์ตากลอกกลับจนเห็นตาขาว คว้าถุงไปสูดอัดจมูกด้วยท่วงท่าที่ดูคุ้นๆ จนฉันต้องแย่งถุงแล้วถีบมันไปแบทเทิ่ลกับอีมู่หรง

โอว ... เดอะสตาร์อิสบอร์น 

อีมู่หรงเปิดฟลอร์ด้วยท่าดึงดาว พลิ้วกายไปตามใจฝัน สะบัดสะโพกรัวๆไม่ยำเกรงกับการแบทเทิ่ลแดนซ์โต้กลับของอีมู่หรง 

มันพลิ้วกลับมาหาฉัน อาศัยจังหวะที่ฉันเผลอ แย่งถุงไปสูดรัวๆ แล้วกลับไปแบทเทิ่ลต่อ 

กลิ่นจากถุงดึงดูดความสนใจอีมู่หรง มันแย่งถุงไปสูดบ้าง การแบทเทิ่ลรุนแรงขึ้นตามดีกรีความเมา

สุดท้ายฉันกับอีเคะต้องเข้าไปแยกก่อนที่ผัวของฉันทั้งสองตัวจะเมาปลิ้นจนได้เสียเป็นเมียผัวกลางฟลอร์เต้นรำ


บาร์โฮสต์ของฉันประสบความสำเร็จงดงาม เหล่าชาวเมืองต่างเล่าลือถึงความเลิศรสและความแพงระยับของส้มตำ การร่ายรำแสนงดงามของเหล่าหนุ่มโฮสต์ตาปรือฉ่ำเยิ้ม นิสัยใจกว้างโอนอ่อนผ่อนตาม ลวนลามได้ไม่หือไม่อือ


และถุงคลายเครียดรุ่นลิมิเต็ดของภัตตาคารหวงกงจู่ที่แพงจนแทบต้องขายไตซื้อ แต่ก็หมดทุกครั้งที่เปิดประมูล 


 ................................................


"เราต้องไปทำธุระที่ต่างเมืองสักสองสามสัปดาห์" อีมู่หรงตัวผู่บอกฉันในเช้าวันหนึ่ง

"อือ" จำได้ว่าเช้าวันนั้นฉันกำลังยุ่งกับการขุดหลุม พรวนดิน เตรียมลงกล้าไม้รุ่นใหม่ เลยตอบกลับไปแบบนั้นทั้งที่ไม่ได้เงยหน้ามอง

ฉันถูกดึงขึ้น ตามด้วยการจูบลึกล้ำ ยาวนาน

"รออยู่ที่นี่ เราจะกลับมา" ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องมาที่ใบหน้าฉัน มีแววเศร้าสร้อยอยู่ในนั้น มือใหญ่ลูบหัว แล้วมันก็เดินจากไป

?

อะไรวะ? 

อารมณ์แปรปรวนจากการแพ้ท้อง? คงไม่ใช่มั้ง หลังจากได้อาหารและยาบรรเทาจากอีเคะ อารมณ์ของฉันนิ่งขึ้น 

หรือเพราะช่วงนี้เหล่าผัวๆของฉันไม่มาวอแวนัวเนียเหมือนเมื่อก่อน อีหมีควายกับฝูงของมันถูกหนีหนี่ใช้ให้ไปคุมบาร์ช่วงกลางคืนที่ฉันต้องนอน อีมู่หรงก็มักจะหายไปทำธุระที่ฉันไม่รู้อยู่บ่อยๆ แม้แต่หนูหยางก็โผล่หน้าเหรี้ยมาให้เห็นไม่บ่อยครั้งเหมือนเมื่อก่อน  

ฉันสะบัดหัวไล่ความรู้สึกประหลาดออกไปจากสมอง​ 

จัดการกิจการในสวนผักเสร็จ ฉันให้ลูกน้องทั้งแมวและมนุษย์ลำเลียงผลผลิตไปภัตตาคาร กินข้าว อาบน้ำ ขึ้นรถม้าเดินทางตามไปเปิดภัตตาคารในตอนบ่ายอย่างที่เคยเป็นเช่นทุกวัน

แต่วันนี้มีรถม้าแล่นมาขนาบกับรถม้าของฉันก่อนที่ฉันจะถึงประตูเมือง

โฮ่...

รถม้าเทียมเกวียนหลังไม่ใหญ่ไม่เล็ก ดูจากท่าทางของสารถี สภาพม้าและวัสดุของรถท่าทางจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา 

ฝั่งฉันมีสารถีเผ่าแมวกับบริวารที่อีมู่หรงส่งมาคุ้มกันรับใช้หนึ่งตัว ตัวฉันมีเสียมเน่า ระเบิดจากต้นวิเศษ กับผงสมุนไพรที่พอจะโยนไปกลางวงศัตรูแล้วซื้อเวลาชิ่งหนีได้

รถม้าเข้ามาใกล้ มีเสียงแจ้งให้หยุดจากรถม้าคันนั้น

ตอนนี้คือช่วงเที่ยง ฟ้าแจ้งจางปาง แถมเมืองก็อยู่ใกล้แค่นี้ ... เอาวะ!

รถเบี่ยงเข้าไหล่ทาง หยุด ฉันกับลูกน้องลงมาก้มคำนับรอคำสั่ง

"แม่นางหวงสี่อิงใช่หรือไม่ เงยหน้าขึ้นเถิด" เสียงแหลมเล็กเหมือนเสียงของขันทีฟังดูเป็นมิตร

ฉันเงยหน้า ขันทีตรงหน้าใส่ชุดธรรมดาเหมือนพ่อค้าวัยกลางคนส่งยิ้มประดิษฐ์มาให้ ฉันยิ้มประดิษฐ์ตอบกลับ คำนับทักทาย "ข้าน้อยคือหวงสี่อิงเจ้าค่ะ มิทราบว่าท่านมีเรื่องใดให้ข้าน้อยรับใช้"

"โฮ่ะ โฮ่ะ ช่างงดงามสมดังคำร่ำลือ นายข้าเพียงอยากชมโฉมของแม่นาง และมีของกำนัลยามพบหน้ามาให้ ขอเชิญแม่นางไปที่รถม้าได้หรือไม่"

อิห่าน! กรูปฎิเสธได้เรอะ!   ฉันเหลือบมองหยกที่มีตราระบุสังกัดที่พวกขันทีในวังมักจะพกกัน และหยกเป็นหยกเนื้อดี  ... 

ขันทีแอ๊บพ่อค้าพาฉันไปข้างรถ ทำมือบอกให้หยุด เดินหลบไปข้างประตู "นายท่าน นี่คือแม่นางหวง" ขันทีคำนับ ฉันงกเงิ่นทำตาม ก้มหัวตาจ้องพื้น

จ้องอยู่แบบนั้นแหล่ะ ท่ามกลางความเงียบและแดดยามบ่าย ราวสิบนาทีถึงมีเสียงออกมาจากรถ

"มอบของขวัญให้นาง"

กล่องไม้หรูหราถูกยื่นมาให้ ฉันรับมาถือ คิดหนักว่าจะเนียนเอาไปกำจัดทิ้งยังไงดี

มีเสียงหัวเราะจากในรถ "ยินดีที่ได้รู้จัก แม่นางหวงสี่อิง" แล้วรถม้าก็เคลื่อนจากไปอีกทางแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฉันเลิ่กลั่ก รอจนรถม้าคันนั้นไปลับตา

แล้วเขวี้ยงกล่องนั้นออกไปเต็มแรง

รีบวิ่งกลับไปที่รถ สั่งลูกน้องทั้งสองตนให้หนีออกไปไกลๆ เผื่อว่ากล่องที่ถืออยู่คือระเบิด ฉับพุ่งไปหมอบใช้รถกำบังตัว

... แต่ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีีอะไรเกิดขึ้น

ฉันฉวยเสียมจากในรถม้า เดินกลับไปดูกล่องที่ตอนนี้ฝาเปิดออกมาแล้ว


ข้างในกล่องนั้นมีซากที่มีเลือดแห้งกรัง แต่พอมองออกว่าเป็นส่วนหัวที่ถูกตัดขาดของสัตว์เลื้อยคลาน ... หัวของเหรี้ยที่มีเกล็ดสีขาว นัยน์ตาสีดำขุ่นมัวไร้แววจ้องกลับมาที่ฉัน


ทุกอย่างที่ตาของฉันมองเห็นเป็นสีแดงฉานเหมือนเลือด ฉันอ้าปากคำรามไร้เสียง พุ่งไปตามกลิ่นของรถม้าที่เพิ่งจากไป


______________________________________







ความคิดเห็น