Kroekkiat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไปโรงเรียนกันเถอะ

ชื่อตอน : ไปโรงเรียนกันเถอะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 03:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไปโรงเรียนกันเถอะ
แบบอักษร

"เดี๋ยวก่อนสิเด็กๆยังมีของหวานอยู่นะ" ราชาพูดขึ้นมาอย่างร้อนรน

"ฮืม กลัวเหรอคะ กังวลเหรอคะ แล้วคิดว่าทำอะไรได้เหรอคะ แล้วอีกอย่างที่คุณพ่อพูดไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกหนูไม่พอใจ ฉะนั้นไม่ต้องร้อนรนแล้วเอาใจพวกหนูหรอกคะ" อสิสุหันกลับมาสวนราชาหน้างาย ด้วยคำพูดที่เย็นชาและเรียบเฉยพร้อมกับขยับแว่น

"หมายความว่ายังไงเหรออสิสุ" เจ้าหญิงที่กำลังเดินตามหลังมาถามขึ้นด้วยความสงสัย

"ถ้าคุณพ่ออยากทำลายอาณาจักรนี้ เขาก็แค่พาพวกหนูและคุณแม่ออกไป จากนั้นก็บึ้ม ไม่จำเป็นต้องให้ของอะไรแบบนี้กับคุณแม่หรอกค่ะ แต่ที่พ่อทำแบบนี้ก็แสดงว่า อาณาจักรนี้กำลังมีภัยต่างหากละ" อสิสุพูดสั่งสอนราชาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยและนิ่ง ปราศจากความกังวลแม้จะคุยกับราชา

"นะ-นี้เราถูกเด็กสั่งสอนเหรอเนี่ย" 

"ก็เออดิ กลับกันเถอะทุกคน"

"พูดกับท่านตาแบบนั้นไม่ดีนะลูก" 

"ค๊าๆถึงห้องค่อยเทศนาหนูก็ได้นะคุณแม่" 

"เอมินะ พี่ขอไปเล่นด้วยนะ" ราชาตัดพ้ออย่างกับคนอดอะไรตายอยากโดยมีราชินีเข้าไปปลอบอยู่ข้างๆ ส่วนอสิสุนั้นก็ยังคงไม่มีความเกรงใจในคำพูดเช่นเคย

เวลาต่อมาก็เดินทางมาถึงห้อง เด็กๆก็เข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว อสิสุเข้าไปอ่านการ์ตูน มิโฮะเข้าไปเตะกระสอบทราย มินน่า มุรุกิ นารุกิและเจ้าหญิงเข้าห้องครัวเพื่อไปทำกับข้าว ส่วนพี่สาวเจ้าหญิงนั้นยืนอึ้งอยู่ข้างนอก เพราะว่าปกติแล้วไฟของที่นี้จะมีสีส้ม แต่ทว่าไฟในห้องนี้มีสีขาวอย่างกับอยู่ในเวลากลางวัน แถมยังเย็นสบายกว่าข้างนอก ของภายในห้องที่มีสิ่งของหน้าตาประหลาดสำหรับพี่สาวเจ้าหญิง

"อะเออคือว่า" พี่สาวเจ้าหญิงพูดอย่างอึ้งๆไม่รู้จะพูดอะไรดี

"เออท่านป้า เข้ามาสิค่ะ" อสิสุที่อ่านหนังสืออยู่หันมาเห็นพี่สาวเจ้าหญิงยืนอึ้งอยู่เลยชวนให้เข้ามา จากนั้นอสิสุก็ใช้เวทมนต์บังคับโต๊ะและเก้าอี้รับแขกลอยมาตั้งตรงที่กว้างๆ จากนั้นน้ำชาและแก้วน้ำก็ตามมาจากตู้เย็น

"เชิญเลยคะท่านป้า รออีกซักครู่นะคะ ท่านแม่กำลังทำอาหารอยู่" อสิสุพูดอย่างสุภาพราวกับคนละคนก่อนหน้านี้

"ขอบคุณจะ เอ๊ะ!!" พี่สาวเจ้าหญิงกำลังรินน้ำ แต่ขวดน้ำมันก็รินให้เอง

"นะ-นี่มัน ชดชื่นและอร่อยมาก ความเปรี้ยวของเลมอนผสมผสานเข้ากับความหวานของน้ำผิ้งได้เป็นอย่างดี กลิ่นหอมของเลมอนเข้ากับชาเขียนได้ลงตัวสุดๆ บวกกับความเย็นทำให้มันชดชื่นและอร่อยเข้าไปอีก คะ-คนละระดับกับน้ำชาของเราเลย" พี่สาวเจ้าหญิงพูดอย่างอึ้งๆ

ผ่านไปซักพักอาหารก็เสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้พี่สาวเจ้าหญิงรับรู้ทันทีเลยว่า ทำไมเด็กๆถึงบอกว่าอาหารของอาณาจักรห่วย เพราะว่าอาหารที่เด็กๆกินนั้นมันอร่อยคนละระดับกับที่นี้

"กริ็งๆๆๆๆ" เสียงมือถือของอสิสุดังขึ้น

"ค่ะท่านพี่รินเส่ ค่ะๆๆ กำลังกินข้าวค่ะ ออค่ะ จะมาเยี่ยมเหรอค่ะ เออได้ค่ะแต่ว่าอย่ามาในร่างมังกรนะคะ ตุ๊ด" "เอ่ท่านรินเส่จะมาเหรอลูก แต่พรุ่งนี้ลูกมีเรียนนะ" "อืมก็ฝากท่านแม่ดูแลท่านพี่ด้วยนะคะ" "เอ่!!!!!!!" "นี่เอมินะ ร่างมังกรคืออะไรเหรอแล้วรินเส่นี้ใคร?"

"ก็อกๆ" เสียงเหมือนมีคนเคาะหน้าต่าง

"ครืด" อสิสุใช้เวทขยับผ้าม่านออก

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!" พี่สาวเจ้าหญิงกรี๊ดลั่นห้อง

"มินน่าจัดการ" 

"โอ้วววว" จากนั้นมินน่าก็จัดการท่านป้าของเธอด้วยการมัดให้เหมือนมัมมี่

"ท่านพี่ค่ะก็บอกแล้วว่าอย่ามาในร่างของมังกร" 

"เอ่!!แต่พี่ใช้เวทพรางตัวแล้วนะ นอกจากน้องๆไม่มีใครเห็นพี่ ยกเว้นซะจากคนที่มีสายเลือดมังกรอ่านะ"

"เดี๋ยวก็ชินเองละคะท่านพี่" เจ้าหญิงเข้าไปปลอบพี่สาวอย่างใจเย็นเหมือนเรื่องแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

มิโฮะเปิดหน้าต่างให้รินเส่เข้ามา จากนั้นรินเส่ก็เข้ามาในรูปแบบที่อยู่ในร่างของมนุษย์สาวผมสีแดงยาวถึงไหล่นัยน์ตาสีแดงเรียวเล็ก หน้ากลม คิ้วหนาสีแดง ปากแดงเหมือนกับเลือด ผิวสีขาวน้ำผึ้ง สูง 180 เซนติเมตร ใส่กี่เพ้าสีแดง รองเท้าส้นสูงสีดำ

"มนุษย์นี่พ่นขวัญได้จริงๆด้วย ว่าแต่เจ้าหญิงไม่กลัวฉันแล้วเหรอ" รินเส่เห็นสภาพของพี่สาวเจ้าหญิงและเจ้าหญิงก็เลยถามขึ้น จากนั้นรินเส่ก็อุ้มพี่สาวเจ้าหญิงมานอนที่เตียง แล้วก็นั่งคุยกัน ส่วนเด็กๆก็ทำกิจกรรมของตัวเอง

"ไม่รู้สิค่ะ ตั้งแต่คุณทินโดเป่าที่หูดิฉัน ดิฉันก็ใจเย็นลงเยอะเลย" 

"อะ-ออเวทของท่านพ่อยังตกข้างอยู่สินะ" 

"แล้วท่านรินเส่มีธุระอะไรเหรอค่ะ" 

"ฉันว่าจะมาอยู่ที่นี่ซักพัก ตอนแรกว่าจะซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วเข้ามาเป็นพ่อค้าหรือขุนนาง แต่ว่ามันน่าเบื่อ ก็เลยจะหางานทำ" 

"อย่าเผาเมืองก็พอคะ ไม่งั้นดิฉันฟ้องคุณทินโดนะคะ" 

"ค๊าไม่ทำหรอก" พูดจบรินเส่ก็บินออกไป พร้อมกับทิ้งของฝากไว้ให้น้องๆ เวลาผ่านไปพี่สาวเจ้าหญิงก็ตื่นขึ้น เจ้าหญิงก็ตอแหลว่าพี่หลอนไปเอง พี่สาวเจ้าหญิงก็เชื่อโดยดีแล้วก็เดินกลับห้องไป จากนั้นทุกคนก็เข้านอน ส่วนเจ้าหญิงก็นอนคิดมากเรื่องที่ว่า มีตัวหายนะมาเดินเล่นในเมืองเพิ่มอีกตัวแล้วสินะ

แล้วการมาของเด็กๆนั้นพวกขุนนางและคนใหญ่คนโตต่างก็รู้ข่าว ว่าเจ้าหญิงนั้นมีบุตรบุญธรรมที่ได้มาจากท่านเทพมินะและมิกะ ทำให้เด็กๆเป็นจุดสนใจ ไม่ว่าใครๆก็อยากให้ลูกชายของตัวเองแต่งงานกับบุตรบุญธรรมของเจ้าหญิง

ตอนเช้าของวันต่อมา เด็กๆอาบน้ำกินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องไปโรงเรียน ตอนนี้เจ้าหญิงกำลังแต่งตัวให้เด็กๆ โดยชุดที่ใส่นั้นข้างในจะเป็นชุดคอกลมสีขาว สวมทับด้วยเสื้อแขนยาวคอวีสีชมพูอ่อน ผู้ชายจะใส่สีฟ้าอ่อน กระโปงสั้นถึงเข่าลายสก็อต ดำ แดง ขาว ตรงแขนเสื้อจะมีตราชนชั้น ถ้ามีดาวแสดงว่าคือชนชั้นสูงหรือผู้ที่มีพลังมาก ถ้าไม่มีคือคนธรรมดา ตรงหน้าอกด้านซ้ายคือตราโรงเรียน ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ถ้าผู้ที่มีพลังมากที่สุดในโรงเรียน 3 อันดับแรกจะใส่ชุดคลุมแทนเสื้อแขนยาว

"ไปก่อนนะคะคุณแม่" 

"ไปก่อนนะฮะ" 

"ปะ-ไปก่อนนะคะ" 

"ไปปายกร่อนนะค๊าฮาวปิ้ว" 

"ง่ำๆ" 

"ไปดีมาดีนะจ๊ะ" เด็กๆและเจ้าหญิงบอกลากัน จากนั้นเด็กๆก็นั่งรถม้าสุดหรูไปโรงเรียน ณ โรงเรียน มีตึกสูง 3 ชั้นเรียงกันเป็นรูปตัว U ตรงกลางตัว U คือนำพุและลานกว้างที่มีต้นไม้สนามหญ้า ม้านั่ง ด้านหลังเป็นอาคารที่ไว้สำหรับการประลองหรือทดสอบ

"เธอๆดูนั้นสิ เด็กทั้ง 5 ที่เขาลือกันละเธอ" 

"อุ้ยจริงด้วยลงมาจากรถม้าของราชอาณาจักรเลยละแก" 

"ก็ดูเป็นเด็กที่น่ารักๆทั่วไปนี้น่า" 

"แหม่อิจฉาเหรอยะที่เจอคนที่น่ารักกว่า" 

"ไม่ใช่ยะ" 

"ว่าแต่ตัวเล็กแค่นี้ขึ้น ม.ปลายแล้วเหรอ" เสียงซุบซิบของหญิงสาวนักเรียนที่เห็นเด็กทั้ง 5 กำลังลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียน โดยมีพ่อบ้านนำทาง

"ฮืม" จู่ๆมิโฮะก็รู้สึกถึงอันตรายจากด้านหลัง พอมิโฮะหันไปก็พบกับชายหนุ่มสูงราว 170 เซนติเมตรกำลังใช้ดาบไม้ฟาดเธอด้วยความเร็วสูงและหนักหน่วง เขาใส่ผ้าคลุมสีน้ำเงิน

"หมับ" มิโฮะจับดาบไม้ได้สบาย

"โฮ่ส-" ชายคนนั้นมาเพื่อทดสอบพลังของเด็กๆ เขากำลังจะพูดว่า 'โฮ่สมแล้วที่เป็นบุตรบุญธรรมที่ได้มาจากท่านเทพ มินะและมิกะ' แต่ว่าเท้าของมิโฮะนั้นกำลังตัดผ่านดาบไม้จนหัก ชายคนนั้นเห็นท่าไม่ดีจึงใช้เวทป้องกันขั้นสูงสุด แต่ก็แตกสลายไปง่ายๆ จากนั้นเท้าของมิโฮะก็เข้าประทะกับใบหน้าของชายหนุ่มที่เหวอรับประทาน ส่วนใบหน้ามิโฮะนั้นเต็มไปด้วยความจริงจัง สายตาที่บ่งบอกว่ากูเอาตายนะมึง

"ผั๊ว!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ฟิ้ววววว โครมๆๆๆๆ" ชายหนุ่มปลิวว่อนกระแทกกับกำแพงโรงเรียนทะลุไป กระแทกกับบ้านอีกหลายหลัง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น