โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 17

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 985

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17
แบบอักษร

อีโบริมถามเสียงเบา พัคดงกอลยิ้มเศร้าพลางตอบคำถาม

“การหาทางเอาชีวิตรอดเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ฉันก็ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ ร่วมมือกันมันก็ดีนะ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้และจากความรู้สึกของฉันแล้ว มันก็แค่เรื่องไร้สาระทั้งเพ”

“ก็คิดว่าจะพูดอะไรซะอีก ถ้างั้นก็ไปซะสิ หนีไปคนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียว”

หญิงสาวไหวพริบดีแค่นหัวเราะพลางพูดเสียงดัง แต่พัคดงกอลไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาแค่พยักพเยิดหน้าและผงกศีรษะ

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย”

“ก็บอกว่าให้ไปไงเล่า”

“ฟังฉันก่อนสิ ฟังให้จบ เข้าใจมั้ย ฟังให้จบแล้วค่อยพูด”


เมื่ออันฮยอนส่งสายตาให้ หญิงสาวจึงยอมปิดปากแม้ว่าจะไม่พอใจนัก หลังจากได้รับความสนใจจากทุกคนพัคดงกอลก็พูดต่อ

“ฉันไม่มีความรู้และเป็นคนหยาบกระด้าง แต่ฉันโกหกไม่เป็น เพราะฉันเป็นคนเรียบง่าย ก่อนหน้านี่ที่พื้นที่ว่างฉันวิ่งหนีและเกือบตาย ฉันรู้สึกถึงหลายสิ่งและได้คิดอะไรหลายอย่าง หลังจากนั้นคำว่าร่วมมือกันก็ทำให้ฉันไม่ค่อยชอบใจนิดหน่อย”

เมื่อพัคดงกอลพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่างเมื่อครู่ ทุกคนก็สั่นสะท้าน ลำคอของพัคดงกอลขยับเล็กน้อยราวกับรอกำลังปฏิกิริยาเช่นนี้อยู่

“ถ้าพูดกันตามตรงมันไม่ใช่แค่ไม่สบายใจนะ แต่ฉันกลัวมาจริงๆ ถึงจะน่าอายแต่ฉันกลัวจนเกือบจะฉี่ราด ลองคิดดูสิ จะทนได้เหรอที่พวกที่เคยเห็นแค่ในหนังในทีวีอย่างเดียวจะมาอยู่ตรงหน้า ถ้าเจ้าคนที่ดูลาดเลาคนนั้นไม่ไหวตัวทัน ป่านนี้พวกเราอาจจะกลายเป็นอาหารมื้ออร่อยของพวกมอนสเตอร์นั่นไปแล้วก็ได้ ดังนั้นฉันจึงกังวล ฉันไม่ได้คิดจะโอ้อวดหรือข่มขู่อะไรทั้งนั้น เพราะงั้นอย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันเคยใช้มีดมาก่อน จะมีดหรืออะไรก็ตาม ตอนนี้ฉันไม่ลังเลที่จะฆ่าสัตว์หรือคน เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะฉันไม่อยากตายไงล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันในที่ว่างนั่นทำให้ฉันตกใจและสับสน แต่ฉันก็อยากมีชีวิตอยู่ ดังนั้นถ้าเกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้นอีก ฉันจะใช้อาวุธเพื่อเอาชีวิตรอด”

คำพูดของพัคดงกอลยาวเหยียดและยังไม่จบ แม้ว่าทุกคนจะกังขาแต่ก็เริ่มตั้งใจฟังเขาพูด ผมที่รู้ไส้รู้พุงหมอนี่เดาะลิ้นรอดูไปก่อน เขาชี้ตัวรายคนพลางพูดต่อไป

“คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่พี่ชายที่ดูเหมือนอันธพาลท่าทางจะออกกำลังกายมาบ้าง เขามีอาวุธมาและเอาชนะมอนสเตอร์ และเธอที่อยู่ตรงนั้น ถ้าเธอทำอะไรได้มากกว่าที่ปากพูดก็คงพอจะช่วยได้บ้าง ไม่ต้องพูดถึงเจ้าคนถือธนู สี่คนนี้อาจจะมีประโยชน์ หรือก็คือเราสร้างความร่วมมือกันได้สำเร็จใช่มั้ยล่ะ”

คำพูดของพัคดงกอลทำให้สีหน้าของอีโบริม อีชินอูและอันซลค่อยๆ หมองลง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือพวกเขาช่วยอะไรไม่ได้ อีโบริมรวบรวมความกล้าและถามออกมา

“หมายความว่าจะไม่ร่วมมือกับคนที่ไม่มีประโยชน์อะไรแบบนั้นใช่ไหมคะ”

“โอ้ ใจเย็น ฉันยังพูดไม่จบสักหน่อย”

“จะพูดอะไรกันแน่...”

“ถ้างั้นเธอทำแบบเจ้าหนุ่มถือธนูนั่นได้มั้ย พวกเธอคิดว่าจะสามารถคว้ามีดหรือหินมาแทงมอนสเตอร์ได้หรือเปล่า เพราะที่ฉันเห็นอยู่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะเธอกับยัยเด็กที่ตัวติดกับเจ้าหมอนั่น ทุกครั้งที่ไอ้ตัวพวกนั้นโผล่มาก็เอาแต่ส่งเสียงกรี๊ด ผู้หญิงคนนั้นยังปิดปากอยู่เงียบๆ ได้เลย แล้วก็ไม่ขัดขวางอะไรด้วย ฉันก็เลยไม่มีอะไรจะพูด”

คนที่พัคดงกอลพูดถึงก็คือหญิงสาวที่ถามผมว่าทำไมต้องไปจากที่นี่ หล่อนยังคงเย็นชาและรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้

เวลาผ่านไปชั่วครู่ อีโบริมถามขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ เป็นเสียงที่ฟังดูสิ้นหวังมากเมื่อเทียบกับตอนแรก

“แปลว่าคุณจะทิ้งคนที่ไม่มีประโยชน์...”

มองดูอีโบริมที่พูดไม่ออกแล้วผมก็คิดเกี่ยวกับตัวตนของพัคดงกอล ถึงผมจะไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร แต่สิ่งที่เขาพูดก็น่าเก็บมาลองคิดดูอีกครั้งเหมือนกัน ในตอนแรกผมคิดว่าเขาเป็นคนที่โง่เขลา แต่เขาเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้และพูดออกมาได้อย่างมีเหตุมีผล ไม่ว่าแผนการในใจของเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ในขณะที่อีโบริมสิ้นหวัง พัคดงกอลก็ยิ้มอวดฟันเหลืองๆ พลางพูดอย่างมั่นใจ

“ทำไมถึงได้คิดไปเองล่ะ ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย อย่าอ่อนไหวนักเลย โลกใบนี้คือการให้และการรับ ดังนั้นการร่วมมือกันก็ต้องทำให้เห็นว่าพวกเธอมีประโยชน์ในระดับหนึ่ง ถ้าเราก้าวออกไปข้างนอกด้วยความร่วมมือที่คลุมเครือแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ เจ้าหนุ่มอันธพาลนั่นก็ยุ่งกับการโอ๋แฟนสาว และถ้าเด็กนั่นไม่แข็งทื่อจนกลายเป็นภาระก็คงจะดี ที่ฉันจะบอกก็คือ ฉันไม่ต้องการร่วมมือหรือปกป้องพวกโง่เง่า ชีวิตของฉันสำคัญที่สุด พวกนายไม่คิดแบบนั้นเหรอ”

หญิงสาวไหวพริบดีไม่พูดอะไรนอกจากขยับมือไปมา ใบหน้าของพนักงานธนาคารหญิงคนนั้นแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเห็นว่าหล่อนกำหมัดแน่นจนตัวสั่นแต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะพูด พัคดงกอลมองท่าทีของทุกคนอย่างสบายๆ เขาคงรู้สึกว่าในที่สุดก็ถึงเวลายกยอความสามารถของตัวเอง จึงเริ่มพูดต่อโดยไม่ติดขัด

“ฉันคิดว่าทุกคนก็คงคิดเหมือนๆ กันว่าชีวิตของเรานั้นสำคัญที่สุด ถ้ายอมรับก็พูดมาตรงๆ เถอะน่า เราไม่สามารถร่วมมือกับบางคนในที่นี้ได้ ดูพวกเราตอนนี้สิ กำลังพึ่งพาความไม่แน่นอนอยู่ ยัยหนูตรงนั้นน่ะ คิดแบบนั้นใช่มั้ยล่ะ”

เมื่อตัวเองถูกชี้ อันซลก็มองฮยอนด้วยสีหน้าสับสนพลางขยับปาก เธอพึมพำเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออกดั่งใจคิด จึงก้มลงซ่อนใบหน้าอีกครั้ง พัคดงกอลมองท่าทางนั้นพลางยักไหล่ทั้งสอง

“หมอนั่นเองก็รู้ดี เมื่อกี้ถึงได้บอกให้ยัยเด็กนั่นเดินด้วยตัวเอง ถ้าเราไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าหนุ่มถือธนูนั่นบอกให้ไป เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ หืม ทำไมทำท่าแบบนั้นล่ะ ฉันพูดอะไรผิดหรือไง”

ก็ไม่ถึงกับพูดผิด ไม่ว่าเนื้อในของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาประเมินความจริงได้ในระดับหนึ่ง ปัญหาก็คือเขาเอาแต่ซ้ำเติมคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

“ถ้าคิดว่าฉันพูดผิด ก็พิสูจน์ให้เห็นเลยสิ ลงไปข้างล่างเนินเขาตอนนี้แล้วลากมอนสเตอร์สักตัวสองตัวมาตรงหน้าฉันสิ แล้วฉันจะหุบปากทันที”

“...”

พัคดงกอลถอยกลับไปยังที่ของเขาอีกครั้งราวกับได้พูดทุกอย่างหมดแล้ว ผมอยากรู้ปฏิกิริยาของคนอื่นๆ จึงเริ่มมองใบหน้าของพวกเขาช้าๆ

อันฮยอนหลับตาลงคล้ายว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง ส่วนอันซลตัวสั่นเบาๆ พลางเหลือบมองพี่ชาย ทว่าคนที่น่าสงสารที่สุดคืออีโบริมกับอีชินอู เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นเป้าหมายของพัคดงกอลตั้งแต่ต้น ผมเห็นทั้งคู่กัดฟันด้วยความกังวลใจ

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วคนที่พูดขึ้นมาก่อนก็คืออันฮยอน

“ก็พอจะเข้าใจนะว่าพูดเรื่องอะไรอยู่”

อันฮยอนที่เอาแต่เงียบมองไปที่น้องสาวซึ่งอยู่ข้างๆ และพูดออกมาอย่างชัดเจน

“ซลไม่ใช่แฟน แต่เป็นน้องสาว และผมไม่มีความคิดที่จะทิ้งซล”

“พี่คะ”

อันซลโถมกอดอันฮยอนด้วยความตื้นตันใจ พัคดงกอลที่ไม่รู้เรื่องนั้นมาก่อนมองสองพี่น้องอย่างงุนงง

“พี่น้องเหรอ ไม่รู้เลย งั้นก็ช่วยไม่ได้ แต่ว่าก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกนะ ใครจะรับรองได้ว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นอีก”

สถานการณ์กำลังสนุก เขาเล็งเป้าไปที่อันฮยอนไม่ได้จึงกดดันอันฮยอนด้วยการใช้อันซลเป็นเป้าหมายแทน ดูเหมือนว่าพัคดงกอลเลือกจะเป็นฝ่ายไปเอง เขาไม่ต้องการจากไปแบบเงียบๆ แต่ต้องการสั่นคลอนความมั่นใจของคนอื่นๆ แทน

อันฮยอนไม่ได้พูดอะไรอีก บนเนินเขาเงียบมากเสียจนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ

“อย่าคิดในแง่ร้ายจนเกินไป ฉันอาจจะพูดยาวไปหน่อย แต่สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ก็ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่างนี่นา คนที่เกลียดฉันก็ดูจะมีเยอะเสียด้วย”

“ถ้างั้น... คุณต้องการอะไร”

หญิงสาวไหวพริบดีถามโดยลดความจิกกัดลง พัคดงกอลตอบทันที

“ฉันอยากจะสร้างทีมจากที่นี่”

ทุกคนไม่พูดอะไร คำพูดของพัคดงกอลแทงลึกเข้าไปในใจของทุกคน หลังจากเลียริมฝีปากแห้งผากแล้วพัคดงกอลก็พูดต่อ

“ฉันคิดว่าไม่จำเป็นที่จะเชื่อใจใคร ในเมื่อชีวิตของตัวเองต้องมาก่อน ทีมที่ฉันต้องการคือทีมที่สามารถช่วยเหลือและไม่ถ่วงกันและกัน ฉันต้องการคนที่พร้อมจะไปด้วยกัน”

“เกินไป... แล้ว”

อีโบริมตอบเสียงสั่นเครือ ดูเหมือนหล่อนไม่คิดจะยอมแพ้ไปทั้งแบบนี้ แต่อันฮยอนและหญิงสาวไหวพริบที่ถูกดักคอไว้ก็ยังคงปิดปากเงียบ ใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ก็ยังดิ้นรนสุดชีวิต

“จะบอกว่าเห็นแก่ตัวหรือจะด่าก็ได้ สุดท้ายมันก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันจะบอกให้ ถ้าไม่ต้องการฉัน ฉันก็จะไปคนเดียว ที่จริงฉันไม่ใช่คนเดียวที่เบื่อหน่ายท่าทางครึ่งๆ กลางๆ ของพวกนาย เจ้าหนุ่มถือธนูก็คงอึดอัดเหมือนกันถึงได้ออกไปดูลาดเลา พวกนายลองคิดดูแล้วกัน”

“ล้อเล่นหรือไง จะรู้ว่ามีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ได้ยังไง ถ้ายังไม่ได้ลอง”

หญิงสาวไหวพริบดีแย้งขึ้นมาทันที แต่เสียงของหล่อนก็แผ่วเบานัก พัคดงกอลพูดด้วยสีหน้าเป็นต่อ

“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงงั้นเหรอ ล้อกันเล่นหรือไง”

“ว่าไงนะ”

“ยังคิดว่าที่นี่ไม่ใช่เรื่องจริงสินะ เธอมีเก้าชีวิตหรือไง ที่นี่ไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์ที่จะเซฟแล้วโหลดเล่นใหม่ได้นะ มีสติหน่อย! ถ้าเกิดวิ่งออกไปแล้วพลาดขึ้นมา...”

พัคดงกอลหยุดพูดครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วโป้งทำท่าปาดคอ

“เราก็จะตายกันหมด”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น