หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 22 ตราหยกขาว (2)

ชื่อตอน : บทที่ 22 ตราหยกขาว (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2562 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 ตราหยกขาว (2)
แบบอักษร

ในขณะนั้นชายชราดูมีภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องประมูล พร้อมกับเด็กหนุ่มผู้ติดตาม

หน้าตาชายชราดูมีราศี อีกทั้งยังดูแข็งแรงมากกว่าคนที่มีอายุในวัยเดียวกันอยู่มาก ส่วนเด็กหนุ่มผู้ติดตามของเขานั้นมองไปรอบๆ ห้องนี้ด้วยความสงสัย

“จ่านเอ๋อร์ อย่าแตะต้องของพวกนี้เป็นอันขาด” ชายชรากล่าวขึ้นด้วยท่าทีนิ่งๆ

เด็กหนุ่มจึงก้มหน้าและหยุดมองสิ่งรอบห้องนี้ลงทันที แต่ด้วยเขาติดตามชายชรามาเป็นเวลานาน ทั้งสองจึงสนิทสนมกัน ไม่นานเด็กหนุ่มก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ ประเดี๋ยวหลังจากที่ได้ ‘คัมภีร์จักรพรรดิหยกขั้นสูง’ มาครอบครองแล้ว หากยังพอมีเวลาเหลือ ผมขอไปเดินดูรอบๆ ได้ไหมครับ?”

ชายชราจ้องเด็กหนุ่มตาเขม็ง ทำเอาเด็กหนุ่มรู้สึกกลัวจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แล้วนิ่งฟังชายชราพูดว่า “ศิษย์คนนี้นี่นะ อาจารย์เคยบอกเจ้าไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอ็ดไป พวกผีปีศาจมันมีอยู่ทุกที่ทุกเวลา แผ่นตราหยกนั้นเป็นของสำคัญ ถ้าเรื่องรั่วไหลไปจะทำอย่างไร... ”

ชายชรายังพูดไม่ทันจบ เด็กหนุ่มก็กล่าวขึ้นด้วยท่าทีที่จริงจังว่า “พอเรื่องรั่วไหลออกไป ความโลภของเหล่าปีศาจก็จะบังเกิด ทะเลสาบทั้งผืนจะเต็มไปด้วยคราบของสงคราม เมื่อนั้นพวกเราจะไม่สามารถบำเพ็ญตนอย่างสงบได้! ท่านอาจารย์ผมท่องถูกไหมครับ?”

“เสียงดังจริง!” ชายชราตะคอกใส่เด็กหนุ่มพร้อมพูดว่า “หุบปากของเจ้าไป แล้วท่องบทคัมภีร์ในใจร้อยจบ”

เด็กหนุ่มอ้าปากเหมือนอยากจะพูด...แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของท่านอาจารย์ ทำได้เพียงก้มหน้าลงแล้วเดินตามหลังท่านอาจารย์ไป แต่ในใจก็ยังคงคิดว่าบทคัมภีร์นั้นเขาท่องจนคล่องนานแล้ว

และในเวลานั้นก็มีชายอายุราวๆ สามสิบปีสวมแว่นโบราณสีดำวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน และล้มลงอยู่ตรงหน้าของชายชรา ชายชราจึงรีบประคองเขาไว้ได้ด้วยท่าทีคล่องแคล่วและแข็งแรง แล้วเขาก็เห็นสายตาที่กำลังตื่นตระหนก สีหน้าอันขาวซีดและร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากตัวของชายผู้นั้น

ชายชราจึงยื่นฝ่ามือออกไปกระแทกกับแผ่นหลังของชายผู้นั้นเข้าอย่างเต็มแรง จึงทำให้ชายผู้นี้รู้สึกตัวขึ้นมาในทันที “ผม...ผมเป็นอะไรไป”

“เป็นเพราะจิตของคุณกำลังสับสน ทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้าไม่ได้ข้า...ถ้าไม่ได้ฉันช่วยไว้ คุณคงจะอาการหนักกว่านี้” ชายชราพูดพร้อมกับยืนขึ้น

ชายผู้นั้นรู้สึกได้ว่ามีพลังงานบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เขารู้สึกปวดหัวจนเหมือนจะระเบิดออกมา แต่หลังจากนั้นอยู่ๆ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง จึงรีบกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านมากจริงๆ”

หลังจากที่ชายผู้นั้นพูดจบก็รีบเดินเข้าไปในห้องประมูล

“คนนี้มันอะไรกัน? คนช่วยยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ไปเสียแล้ว?” เด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่ค่อยพอใจชายผู้นั้นสักเท่าไร

ชายชราพูดขึ้นนิ่งๆ ว่า “ท่องบทคัมภีร์ในใจจบแล้วหรือ?”

“ยะ...ยัง...ผมจะท่องเดี๋ยวนี้แหละ ท่องเดี๋ยวนี้เลย” เด็กหนุ่มหุบปากของตนลงในทันที

ชายชราทำราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินเข้าไปในงานประมูลช้าๆ

......

“คุณผู้หญิงครับ เงินหนึ่งแสนห้านี้ได้หักค่ามัดจำไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากว่าวันนี้ไม่ได้ประมูลสินค้าใดในงานเลย เราก็จะคืนเงินจำนวนเต็มให้กับลูกค้าทั้งหมด นี่เป็นป้ายหมายเลขการประมูล และใบรับรองการเข้าประมูลในครั้งนี้ คุณลูกค้าเก็บไว้นะครับ แล้วนี่เป็นนามบัตรของผม ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเลยนะครับ”

โยวเย่พยักหน้า แล้วรับป้ายหมายเลขการประมูลและเอกสารมาจากตาผู้จัดการฝ่ายการประมูล ด้วยท่าทีเมินเฉยแล้วเดินออกมา

พนักงานต้อนรับสาวที่มาพร้อมกับผู้จัดการคนนั้นอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มในตอนนั้น คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้สวยเกินไปแล้ว และถ้าไม่ใช่พวกที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นโดยตรงก็อาจดูไม่รู้ว่าเสื้อผ้าที่เธอใส่นั้นเป็นแบรนด์เสื้อที่มีชื่อเสียงระดับสากล ซึ่งเพิ่งเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ของฤดูร้อนไปในปีนี้เอง

อย่าพูดถึงอย่างอื่นเลย แค่กระเป๋าที่เธอถืออยู่นั้นก็เทียบเท่าเงินเดือนครึ่งปีของตาผู้จัดการนั่นแล้ว เธอจะมาสนใจอะไรกับคนไร้รสนิยมแบบนี้ล่ะ?

แต่ก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เป็นใคร ถึงทำให้สาวมาดเย็นชาคนนี้เผยรอยยิ้มออกมาได้

ดูท่าทางแล้วคงไม่น่าใช่คุณชายจากบ้านคนรวย หรือจะเป็นแมงดาที่เกาะผู้หญิงคนนี้กิน? แต่ก็ดูไม่เหมือนนี่นา?

ในขณะที่พนักงานสาวต้อนรับกำลังคิดไปต่างๆ นานาอยู่นั้น ตาผู้จัดการอ้วนหน้าตาไม่รับแขกคนนั้นก็ตบโต๊ะแล้วพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเฉิน! ฉันจะออกไปแป๊บหนึ่ง เธอดูแลความเรียบร้อยทางนี้นะ! อย่าให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น!”

“ค่ะผู้จัดการ”เสี่ยวเฉินตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนหันหลังกลับไปพร้อมกับกรอกตามองบน พลางคิดในใจ ได้ยินมาว่าคุณหนูสาวสวยจากร้านกู่เย่ว์ไจจะมางานครั้งนี้ด้วย ดูท่าแล้วตาผู้จัดการคนนี้คงอยากจะเข้าไปตีสนิท...แต่ดันไม่ดูสารรูปตัวเองเลย

แต่อย่างไรก็ดีเสี่ยวเฉินเองก็ไม่ได้ดูสารรูปของตนเลย สิ่งที่ฉาบอยู่บนหน้าตัวเอง คือแป้งหนาและขาววอก ซึ่งกำลังยืนต้อนรับแขกอยู่

โยวเย่เดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของลั่วชิว แล้วกล่าวขึ้นเสียงแผ่วเบาว่า “กำลังมองอะไรอยู่คะ?”

“อ้อ...เมื่อกี้ได้เห็นอะไรน่าสนใจน่ะ” ลั่วชิวยิ้ม แล้วเล่าเรื่องที่ชายชราประคองชายคนหนึ่งที่ล้มลงไปให้โยวเย่ฟัง “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่าทางชายคนนั้นดูกังวลอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนว่าชราคนนั้นจะเป็นหมอ?ประมาณว่าเป็นสุดยอดหมอจีนโบราณอะไรประมาณนั้น?”

“อาจจะเป็น ‘พลังลมปราณ’ ที่สืบทอดกันมาของชาวตะวันออกโบราณ” โยวเย่กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

ทีแรกลั่วชิวตั้งใจจะถามด้วยความตกใจ ว่าในโลกนี้มีวิชาจำพวกกำลังภายในจริงๆ เหรอ...แต่พอคิดถึงเรื่องแปลกประหลาดอย่างเช่น การดำรงอยู่ของสมาคมทราฟฟอร์ด อีกทั้งสัตว์ประหลาดผีเสื้อ และสัตว์ประหลาดตั๊กแตนที่เพิ่งเจอไปแล้ว เรื่องวิชากำลังภายในก็ดูเหมือนจะธรรมดาไปเลย เขาจึงเปลี่ยนคำถามใหม่ “แล้วมีคนรู้เรื่องเกี่ยวกับกำลังภายในเยอะไหม?”

“มันคือ ‘พลังลมปราณ’ ค่ะ”โยวเย่พูดย้ำกับลั่วชิวอีกครั้งว่า “ถ้าจะพูดให้ถูกคือการกำหนดลมหายใจเข้าออก มันต่างจากกำลังภายในที่ถูกสืบทอดต่อกันมาของผู้คน ส่วนเรื่องที่คนรู้มากน้อยแค่ไหนนั้น อันนี้ก็พูดยาก แต่ก็เคยได้ยินนักพรตท่านหนึ่งที่เคยมาเยือนสมาคมแห่งนี้กล่าวไว้ว่า นักพรตสมัยนี้ไม่ได้มีวิชาเหมือนนักพรตสมัยก่อนแล้ว ตอนนี้อาจหลงเหลือคนที่พอมีวิชาอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ด้วยผู้สืบทอดส่วนใหญ่ได้หายไปกับการเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยจนหมดสิ้น”

ลั่วชิวหัวเราะ พลันพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเหมือนกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่ไร้ผู้สืบทอดน่ะสิ”

“นายท่านคะ งานใกล้จะเริ่มแล้ว เราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” โยวเย่กล่าว

ลั่วชิวดูเวลาแล้วกล่าวขึ้นว่า “ก็จริง...ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าต้องจ่ายค่ามัดจำด้วย จ่ายไปแล้วเท่าไรล่ะ?”

โยวเย่ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เยอะค่ะ เงินแค่นี้ยังซื้อไข่ปลาคาเวียร์ช้อนหนึ่งที่นายท่านกินไม่ได้เลยค่ะ”

“จริงเหรอเนี่ย...” ลั่วชิวพยักหน้าและเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

ถึงแม้ว่าไข่ปลาคาเวียร์มักจะถูกเสิร์ฟในภัตตาคารหรู แต่ก็เคยเห็นที่แพ็คเป็นถุงขายตามท้องตลาดทั่วไป เมื่อพูดไปแล้วคนที่ไม่ได้ศึกษาหรือรู้จักอาหารชนิดนี้ดีอย่างลั่วชิวก็คิดว่าราคาของมันไม่น่าจะแพงนัก

ค่ามัดจำที่นี่ถูกดีนะ...

ลั่วชิวล้วงมือเข้าจับแผ่นตราหยกในเสื้อของเขา ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า เพราะเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้องประมูลแห่งนี้ แผ่นตราหยกของเขาก็ร้อนขึ้นมาทันที

ความจริงแล้วลั่วชิวอยากที่จะเอาแผ่นตราหยกนั้นออกมาดูให้แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่ จึงหันหลังกลับไป จากนั้นก็เห็นชายคนหนึ่ง ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเขาคือชายหนุ่มที่ชายชราคนนั้นช่วยไว้เมื่อกี้นี้กำลังจ้องมองลั่วชิวอยู่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น