โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12-1 ความกังวล

ชื่อตอน : บทที่ 12-1 ความกังวล

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12-1 ความกังวล
แบบอักษร

ริกซ์ฝัน ฝันว่ามีมือกำลังยื่นมาหาเธอ เธอกำลังหนีอยู่ แล้วเธอกำลังถูกจับ เธอเห็นบางอย่างที่แหลมคม แล้วตัวเธอก็จมดิ่งลง

‘เย็น เย็นจัง’

จู่ๆ แสงสีขาวก็มาโอบล้อม

‘อ๊ะ! สถานที่ที่มาถึงนั้น เป็นโลกที่สร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ!’

 เธอจุ่มเท้าในทะเลสาบที่มีแสงแดดอบอุ่นกับสายลมอ่อนๆ พัดผ่าน และได้สัมผัสกับดินนุ่มๆ ที่จมอยู่ใต้พื้นด้านล่าง 

‘รู้สึกดี รู้สึกดีจัง! ลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กันเถอะ อย่าไปนึกถึงมัน! จะจำไปเพื่ออะไรล่ะ!’

ปล่อยให้มันพังลงไปแบบนั้น!


* * *


กลิ่นเข้มที่แผ่ออกมาข้างๆ เข้าไปในจมูกทันที กลิ่นไม่ได้รุนแรงเหมือนน้ำหอม และกระจายออกมาอย่างเจือจาง มันเป็นกลิ่นที่หอมและหวานจนต้องเหลียวมอง

กลิ่นที่กระจายอยู่ด้านบนหัวนั้นไม่จางหายไปและยังผสมกับกลิ่นใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดอกไม้หลายสิบชนิดราวกับส่งเสียงอื้ออึ้งเพื่อร้องขอให้เมียงมองมาที่ตนเอง

ประเภทของกลิ่นค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนเธอสัมผัสได้ว่ามีเป็นร้อยชนิด ริกซ์ก็ลืมตาช้าๆ ขณะที่มองไปรอบๆ เธอก็เห็นเส้นผมสีเขียวจึงได้ลุกขึ้นด้วยความตื่นตกใจ

“เฮือก!”

เส้นผมสีเขียวที่เข้ามาในสายตา ดวงตาที่เหมือนกับอัญมณีประกายสีเขียว มังกรเขียวพีริดินนั่นเอง พีริดินนั่งอยู่บนหัวเตียงกำลังมองลงมาที่ริกซ์ เขาสบตาแล้วยิ้มออกมาอย่างแจ่มใส ก่อนจะส่งคำทักทายยามเช้ามาให้ด้วยเสียงเนิ่บๆ

“หลับสบายไหม”

“คือ คือว่า...”

ขณะที่ริกซ์สับสนและพยายามหาคำตอบให้เขา เธอก็หันมองไปด้านหลังที่มีสิ่งนุ่มนวลกำลังโอบล้อมตัวเธออยู่ กลิ่นที่เธอสัมผัสได้นั้นมาจากมวลหมู่ดอกไม้ที่กำลังผลิบาน มีดอกไม้ผลิบานไปทั่วสถานที่แห่งนี้ กลีบดอกไม้มากเสียยิ่งกว่าใบไม้ ทั้งหมดกลายเป็นสวนดอกไม้ยกเว้นเตียงที่ริกซ์เคยนอนอยู่เท่านั้น

“...ทั้งหมดนี่คืออะไรคะ”

ริกซ์แหวกดอกไม้จับขอบเตียงเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่ง เมื่อดูอย่างละเอียด มันไม่ใช่การเด็ดมารวมกัน เพราะเหมือนกับว่าดอกตูมที่มีลำต้นเรียวยาวนั้นกำลังจ้องมองริกซ์อยู่ แม้จะเป็นกลิ่นที่สดชื่น แต่เธอก็รู้สึกว่ามันฉุนมาก

“ข้าเห็นเจ้านอนหน้านิ่วคิ้วขมวด”

“ข้าเหรอคะ”

“อืม แต่พอข้าทำให้ดอกไม้บาน สีหน้าเจ้าก็เลยดีขึ้น”

ริกซ์จมอยู่กับความคิดครู่หนึ่ง เหมือนจะฝันอะไรสักอย่าง แต่คิดไม่ออกเลย ไม่มีความทรงจำ เหมือนกับว่าในตอนแรกมันแย่ แต่ชั่วขณะหนึ่งมันก็เหลือเพียงความรู้สึกที่ดีขึ้น คล้ายกับว่าเป็นเพราะมังกรเขียวแผ่กลิ่นที่ผสมกับกลิ่นดอกไม้ออกมาให้

ในตอนแรกริกซ์ก็จำความฝันไม่ค่อยได้ แม้จะเผชิญเรื่องนี้บ่อยๆ ตั้งแต่มาที่ปราสาทมังกร แต่มันยากที่จะปรับตัวเรื่องการมีคนจ้องมองตอนตัวเองนอนหลับได้

หากเป็นอยู่ในสภาพศพที่ถูกบรรจุในโลงคงไม่พร่ำบ่นอะไร แต่การนำดอกไม้มาวางไว้อย่างสวยงามและให้เธอนอนอยู่ท่ามกลางดอกไม้นั้นทำให้เธอซาบซึ้งใจ แต่หากลองนำมาเปรียบเทียบกับมังกรล่ะ แม้ฤดูใบไม้ผลิจะเป็นฤดูกาลแห่งดอกไม้ แต่มังกรเขียวที่เหมือนจะเต็มไปด้วยความสดชื่นของผืนป่าสีเขียวชอุ่มกำลังเผยรูปโฉมที่น่าสรรเสริญมากที่สุดท่ามกลางฤดูกาลที่เหมาะกับตนเองเพียงแค่ตนเดียว

ชื่อว่า ‘พีริดิน(Viridin)’ นั้น ในภาษาโบราณมีความหมายว่าสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของสายลมที่เขาปล่อยออกไป สีของเส้นผม สีดวงตาของ และพลังอำนาจราวกับได้รับพรจากผืนป่าของเขา ต่อให้ได้พบเหล่ามังกรพร้อมๆ กัน  แต่แค่ชื่อก็ทำให้รับรู้ได้ว่ามังกรตนนี้แหละคือเขา

มังกรคือคำเรียกขานที่ผู้คนยกย่อง และสถานะของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน ในบรรดาพี่น้องทั้งห้าของพวกเขานั้น เขาเป็นมังกรตนเดียวที่เพียงแค่ได้ยินชื่อก็สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเขาเป็นมังกรอะไร ส่วนที่เหลือนั้นเธอไม่กล้าคาดเดาเลยว่าทำไมถึงได้ครอบครองชื่อแบบนั้น เพราะความสามารถที่มังกรเขียวแสดงให้เห็นตรงหน้าในตอนนี้มันดึงดูดสายตาของเธอได้จนหมด

ริกซ์ให้ความสนใจกับดอกไฮยาซินธ์สีม่วงอมแดงที่เปล่งประกายอย่างแจ่มชัดอยู่ในตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ ถึงมันจะไม่ใช่พืชที่มีความสูงมาก แต่ก็น่าทึ่งที่มันเติบโตตั้งแต่จุดที่ใกล้กลับพื้นดินมากที่สุดสูงไปจนถึงสะโพกของพีริดินในขณะที่เขานั่งได้

ความจริงแล้ว พืชพรรณทั้งหมดในภูมิภาคแห่งนี้นั้นเติบโตสูงใหญ่กว่าที่ริกซ์เคยรู้มาก่อน มันเติบโตขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยขึ้นอยู่กับลมหายใจของมังกรเขียว หากมังกรเขียวอารมณ์ดี มันก็จะยิ่งเติบโต หากเขายิ้มดอกไม้ก็จะผลิบาน คำพูดนั้นไม่ใช่การเปรียบเปรยเลยสักนิด ช่วงเวลาที่ดอกไม้หอมๆ เบ่งบานนั้นมีมากจริงๆ ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ก็จะยิ่งเบ่งบานมากขึ้น

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วนับจากเหตุการณ์นั้น แต่ริกซ์ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดกับพีริดินอยู่ ความรู้สึกนั้นใกล้เคียงกับความหวาดกลัว แม้พยายามที่จะไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่ถ้าหากสัมผัสโดยไม่ทันได้ตั้งตัวหรือได้สบตากัน เธอก็จะสะดุ้งตกใจ เธอคิดว่าเดี๋ยวก็ลืมได้ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย

จะว่าไปแล้ว มังกรเขียวก็มาหาริกซ์บ่อยมาก และเพราะแบบนั้นเธอจึงไม่มีเวลาลืมเลือนสิ่งเหล่านั้นได้เลย ถึงแม้ว่าเธอก็กำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอไม่หลบสายตา ไม่ตัวสั่น และไม่ห่อตัวมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า ในตอนนั้นเหมือนเธอจะแสดงท่าทางเกินจริงไป แต่ไหนแต่ไรริกซ์ค่อนข้างจะเมินเฉยต่อทุกสิ่งทุกอย่าง และเธอก็ทำแบบนั้นมาตลอดชีวิต

“...สวย”

“อะไรนะคะ”

“เจ้าน่ะ สวยที่สุด”

พีริดินเด็ดดอกรักเร่สีชมพูบนเตียงมาหนึ่งดอกแล้วทัดหูให้ริกซ์ แม้จะเป็นคำที่อบอุ่นก็ตาม แต่ริกซ์ก็ต้องพยายามที่จะไม่สะดุ้งตกใจมือที่เคลื่อนเข้ามามากกว่าจะใส่ใจคำพูดแบบนั้น

ความพยายามกลับต้องจากไปด้วยความพ่ายแพ้ และขณะที่พีริดินชักมือออกจากริกซ์ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากของเขาขยับขึ้นราวกับจะตำหนิ โชคดีที่ก่อนที่พีริดินจะพูดอะไร ก็มีใครบางคนเข้ามาเสียก่อน

“อ้า ชีคาน”

“ริกซ์!”

ทันทีที่ชีคานเรียกชื่อเขาก็ยิ้มออกมาอย่างแจ่มใสแล้วเข้าไปใกล้ริกซ์ แม้เธอจะรู้สึกถึงสิ่งนี้อยู่เสมอ แต่สีหน้าของชีคานในตอนที่ยิ้มกับสีหน้าในเวลาอื่นนั้นต่างกันมาก และรอยยิ้มนั้นส่งไปยังริกซ์อยู่เสมอเช่นกัน

“คิดถึงจัง ข้าขอกอดเจ้าหน่อยได้ไหม”

“อ้า  ค่ะ...”

ก้าวผ่านค่ำคืนไปอย่างยากลำบาก... การได้อยู่กับพีริดินแค่สองคนนั้นแสนอึดอัดจึงได้ทำสีหน้ายินดีออกมามากจนเกินไป เมื่อลองปรายตาดูก็พบว่ามังกรเขียวหรี่ตาและเม้มปากแน่น

“เฮ้ย คาน”

 “ริกซ์ วันนี้เจ้าจะออกไปนอกปราสาทไหม ดอกไม้บานเต็มไปหมดเลย”

“อยู่ตรงนี้ข้าก็ทำให้มันบานได้...”

“จูบด้วยได้ไหม”

พีริดินนั่งกอดอกแล้วทำเสียงฟึดฟัดในจมูก เขาขยำดอกไม้บนเตียงจนแหลก ขณะเดียวกันก็มองสองคนนั้นที่จูบกันอยู่ตรงหน้า และเรียกลมเบาๆ มาอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อทำให้ดอกไม้รอบๆ แหลกเป็นชิ้นๆ กลีบดอกไม้สีม่วงแดงเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีม่วงและตกลงบนพื้น

ชีคานผละริมฝีปากและลูบไล้ทั้งสองมือของริกซ์ หากแค่ได้สบตากับริกซ์ เขาก็แย้มยิ้มออกมาไม่หยุด ริกซ์ที่หลบสายตาแวบหนึ่งด้วยความอึดอัดนั้นถามสิ่งที่เธอสงสัยออกมา แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยออกนอกปราสาทไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เธอก็ยังถามออกมา

“คือ... จะออกไปยังไงคะ”

“กอดข้าแล้วออกไป”

ริกซ์เคยถามชีคานเรื่องออกไปนอกปราสาท และดูเหมือนเขาจะจำเรื่องนั้นได้ เพื่อที่จะออกไปจากปราสาทได้ไวๆ จึงต้องเลิกกังวลเรื่องทิวทัศน์รอบๆ แม้จุดประสงค์จะแตกต่างกับในตอนแรก แต่เพราะตามชีคานออกมาทำให้ไม่มีอะไรไม่ดี เหนือสิ่งอื่นใด แค่มองจากด้านในมันก็เป็นปราสาทมังกรที่งดงามแล้ว แต่เธอสงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรหากมองจากด้านนอก

“ข้าด้วย...!”

‘ข้าก็อยากจูบด้วย ข้าเองก็กอดได้เหมือนกันนี่!’

ก่อนที่จะเอ่ยคำนั้นออกมา ชีคานก็เข้าไปกอดริกซ์และออกไปด้านนอกในทันที ขณะที่พีริดินนอนเหม่อมองดอกไม้อยู่บนเตียงที่ริกซ์เคยนอนนั้น เขาก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินจ้ำตามพวกเขาออกไป


* * *


ปีกของชีคานรูปร่างคล้ายกับของเพลซัน เยื่อบุผิวขนาดใหญ่ที่บดบังแสงแดดได้ พลังเย็นๆ ที่สัมผัสได้จากสีน้ำเงินเข้ม แม้เธอจะเดินเองได้ แต่ชีคานที่ดึงดันจะอุ้มริกซ์ไปจนถึงสวนนั้นก็ยังคงบินขึ้นไปอยู่บนอากาศตามเดิม

จู่ๆ ความสูงก็เพิ่มขึ้นจนริกซ์ต้องกอดชีคานและหลับตาแน่น เธอรอจนให้บินแหวกผ่านอากาศและเสียงปีกที่โบกสะพัดคงที่ ริกซ์ถึงได้ลืมตาขึ้น

ตอนที่ริกซ์บินด้วยพลังของตัวเองก่อนหน้านั้น เธอมองไปรอบๆ อย่างเร่งรีบ จึงทำให้ไม่สามารถมองว่าปราสาทมังกรมีลักษณะเป็นอย่างไร ปราสาทมังกรที่ได้เห็นช้าๆ ขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของชีคานนั้นมันช่างใหญ่โตจนทำให้ขนลุก

“หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง...”

มีต้นไม้ ตะไคร่น้ำ น้ำตก และก้อนหินประกอบกันอยู่จน ทำให้มันดูสมบูรณ์แบบ เป็นปราสาทที่ถูกสร้างให้เป็นรูปวงกลมโดยเจาะให้ตรงกลางเป็นสวน นอกจากที่สวนแล้วไม่มีสถานที่ที่ดูเหมือนทางเข้าออกเลย กลับกัน  ตรงใจกลางกำแพงปราสาทมีรูทรงกลมอยู่ ที่ตรงนั้นมีน้ำไหลออกมาราวกับน้ำตก

ขณะที่น้ำไหลก็ทำให้เห็นสายรุ้งสองสามอันอยู่ตรงนั้นเพราะหยดน้ำที่กระเด็นออกมา สิ่งนั้นก็งดงามเช่นกัน  ชีคานที่มองตามสายตาของริกซ์ไปยังสถานที่เดียวกันนั้นยิ้มออกมาอย่างสดใส

“ชอบไหม ฝีมือข้า”

“จริงเหรอคะ”

“อืม แล้วก็สิ่งนั้น...”

“ข้าปลูกมันเอง”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น