ปัณภัส - รสลิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เด็กในปกครอง 120 %

ชื่อตอน : เด็กในปกครอง 120 %

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 124

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2562 07:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เด็กในปกครอง 120 %
แบบอักษร

“ก็ใกล้สอบแล้วนี่คะ” 

พิพิมไม่อยากทำให้รณชัชต้องผิดหวัง ผลการเรียนของเธอดีเยี่ยมทุกเทอม และจะเป็นเช่นนั้นจนกว่าจะเรียนจบ เด็กสาวสัญญากับตัวเองในใจ เธอไม่มีอะไรจะตอบแทนเขา นอกจากผลการเรียนและความรักที่แอบซ่อนอยู่ในใจ

แปลก… เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้ แม้กระทั่งกับคู่ชีวิตอย่างตวงขวัญ

“รับทราบค่า” 

คนตัวเล็กยิ้มประจบพลางทำท่าตะเบ๊ะรับอย่างทะเล้น หัวใจพลันพองโตกับของฝากถุงใหญ่ที่เขาหยิบมาวางบนตัก ก่อนจะแฟบลงเรื่อย ๆ เหมือนลูกโป่งหมดแก๊ส พร้อมกับดวงหน้าสวยที่ม่อยลงอย่างเห็นได้ชัด

“ตุ๊กตาหมีกับช็อกโกแลต?” พิพิมทำหน้าพิศวงได้อย่างน่ารัก รณชัชอดไม่ได้ที่จะลูบหัวทุยของเธอเบา ๆ

“ใช่ครับ พิมไม่ชอบหรือ”

“ชอบก็ได้ค่ะ” เจ้าของเสียงหวานตอบหงอย ๆ นึกว่าจะได้ของฝากเป็นช่อดอกไม้หรือเครื่องประดับสำหรับหญิงสาวเสียอีก

“ชอบก็ได้ หึ ๆ พิมกำลังทำให้ฉันเสียเซลฟ์รู้ไหม”

“คะ ?” มองหน้าเขางง ๆ ที่รณชัชพูดหมายความว่าอย่างไร

“ก็ฉันเป็นคนเลือกพวกนี้เองกับมือ”

หนุ่มใหญ่แสร้งทำหน้าสลดลงราวกับคนใจน้อย เขาไม่เก่งนักหรอกกับเรื่องการเลือกของขวัญให้ผู้หญิง ขนาดกับภรรยาอย่างตวงขวัญ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าหล่อนชอบหรือไม่ชอบอะไร

“พิมชอบนะคะ น่ารักดีออก” บอกเขาตาใส พลางพินิจตุ๊กตาเจ้าหญิงจากชนเผ่าไหนสักแห่งของจีนในมือตัวเองอีกครั้ง แล้วพบว่าก็น่ารักดี เพียงแต่เธออาจจะคาดหวังมากไปหน่อย

“ไม่ต้องพูดปลอบใจคนแก่ให้รู้สึกดีหรอก ฉันรู้ตัวดี ฉันคงเลือกของฝากไม่เก่งเท่าคนหนุ่ม ๆ”

“ใครว่าล่ะคะ พิมชอบของฝากจากคุณชัชม้ากมาก ขอบคุณนะคะ” พิพิมประนมมือไหว้บนอกหนาแน่นหนึ่งที

“เด็กน้อย” ฝ่ามืออบอุ่นลูบหัวทุยเบา ๆ ไม่ต่างจากผู้ใหญ่เอื้อเอ็นดูเด็กอย่างขอบคุณที่เธอปลอบไม่ให้เขารู้สึกแย่ 

เวลาเย็นย่ำ ไม่ว่าจะเป็นใคร ร่ำรวยใหญ่คับฟ้าขนาดไหน ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดบนท้องถนน พิพิมส่งยิ้มสดใสให้กำลังใจคนงานยุ่ง พลางแกะช็อกโกแลตเข้าปากอย่างเงียบ ๆ หลังจากที่คุยกับเขาได้ไม่กี่ประโยคก็มีสายด่วนเข้ามาแรก รณชัชคุยงานมาตลอดทาง  ใบหน้าคมคร้ามเคร่งเครียดเป็นระยะ

พิพิมลอบมองคนข้างกายที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบสัปดาห์ด้วยความคะนึงหา ตั้งแต่สิ้นผู้เป็นย่า หนุ่มใหญ่ก็กลายเป็นผู้ปกครอง กลายเป็นหลักยึดที่ทั้งแข็งแกร่งและอบอุ่น จะดีแค่ไหน หากเธอได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่ก็คงเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ ตัวเธอคงไม่น่าพิสมัย ไม่น่ากอดหอมเหมือนบรรดาสาวไฮโซกระมัง เขาถึงชอบเอาตัวออกห่างอยู่ร่ำไป คนตัวเล็กนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสา กระทั่งรณชัชวางสายจากโทรศัพท์ แล้วหันมาถาม

“เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดี พิมอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม” รณชัชอยากตามใจเด็กดีของเขาบ้าง ช่วงนี้พิพิมหักโหมกับการเรียนมากเกินไป จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้

“อะไรก็ได้ค่ะ พิมแล้วแต่คุณชัช”

“ถ้างั้นฉันอยากกินฝีมือพิมได้หรือเปล่า”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ” เต็มใจเสียยิ่งกว่าเต็มใจ ให้ทำตลอดชีวิตเลยยังได้ 

“ว่าแต่คุณชัชอยากกินอะไรคะ”

“ขอเป็นต้มยำปลากะพงกับคะน้าหมูกรอบแล้วกัน”

“ได้เลยค่ะ พิมจะทำสุดฝีมือเลย” พิพิมรับปากหนักแน่น อยากอวดฝีมือให้เขาเชยชมจะแย่

“ฝีมือลูกศิษย์ย่าช้อยต้องอร่อยอยู่แล้ว” เขาเอ่ยชมให้ดวงหน้าหวานแต่งแต้มสีระเรื่ออีกหน เด็กสาวกลั้นยิ้มจนแก้มแตก        

แอสตันมาร์ตินเลี้ยวเข้ามาจอดในช่องจอดส่วนตัวบนอาคารพักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี พิพิมเอาแต่เหม่อลอยคิดถึงเมนูอาหารแสนอร่อยเลยไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ประตูฝั่งเธอได้ถูกเปิดออกโดยเจ้าของฝ่ามืออบอุ่นเรียบร้อยแล้ว              

“พิมครับ พิม !”

“ค...ะ” ดวงหน้าเกลี้ยงเกลาเหลอหลาอย่างน่าขัน

“ถึงบ้านเราแล้วจ้ะ” รณชัชหัวเราะในลำคอ ก้มลงบอกชิดใกล้ส่งผลให้ปลายจมูกทั้งสองเกือบแตะกัน แต่ก็แค่เกือบล่ะนะ

“แหะ ๆ ขอโทษด้วยค่ะ พิมนั่งเพลินไปหน่อย” ปริปากขอโทษเขาเสียงอ่อย

“ใจลอยไปถึงไหนกัน แอบคิดถึงใครอยู่หรือเปล่า” รณชัชแกล้งถามให้เธอตกใจเล่น

“เปล่านะคะ” เธอไม่ได้คิดถึงใคร นอกจากรณชัชคนเดียว 

“หึ ๆ ช่างเถอะ” 

หนุ่มใหญ่ว่าพลางก้าวนำไปยังลิฟต์กระจกส่วนตัว ซึ่งสามารถมองเห็นกรุงเทพฯ ได้แบบสามร้อยหกสิบองศา ให้ความรู้สึกเหมือนลอยตัวอยู่บนผืนฟ้ากว้าง ลานจอดรถและลิฟต์ส่วนตัวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อยู่อาศัยทุกครัวเรือน 

ติ๊ง !

ลิฟต์ตัวใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องพักขนาดใหญ่กว้างขวางด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่าหกร้อยตารางเมตร เรียกได้ว่าไม่ต่างจากบ้านหลังหนึ่ง ภายในครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทางซ้ายมีมุมอ่านหนังสือในห้องรับแขก มุมโปรดของเธอ ตู้หนังสืออัดแน่นด้วยนวนิยายทั้งไทยและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำขนาดย่อม รวมถึงสวนเล็ก ๆ ร่มรื่น เย็นสบาย กลิ่นความสุขฟุ้งกระจาย สถานที่โอ่โถงในวันที่มีรณชัชนั้น ช่างอบอวลไปด้วยละอองแห่งความสุข ต่างจากวันที่เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง

“คุณชัชนั่งพักเถอะค่ะ เดี๋ยวพิมจัดการเอง” เธอรีบบอกเขา เมื่อเห็นรณชัชพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก

“ฉันอยากช่วยพิม”

พิพิมขัดเขาได้เสียที่ไหน สุดท้ายคนที่ลงมือทำอาหารมื้อเย็นก็คือรณชัช ส่วนเธอเป็นแค่ลูกมือต๊อกต๋อยคอยช่วยหยิบส่วนผสมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะเธอจะได้ทานอาหารรสมือคุณชัช แบบนี้ต้องเก็บบันทึกไว้เป็นความทรงจำเสียหน่อย

เธออาศัยจังหวะช่วงที่หนุ่มใหญ่ไปอาบน้ำแอบถ่ายรูปอาหารสองสามอย่างบนโต๊ะอาหาร แล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมซึ่งมีคนติดตามกว่าสามหมื่นคน ทั้งที่นานทีปีหนพิพิมถึงจะลงรูปตัวเอง ปกติเธอจะชอบลงรูปสัตว์เลี้ยงแสนรักหรือไม่ก็ภาพอาหาร และไลฟ์สไตล์ทั่วไปใชีวิตประจำวัน

รณชัชจัดการกับธุระส่วนตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว กลิ่นหอมสดชื่นจากคนตัวโต ซึ่งดูดีแม้จะอยู่ในชุดอยู่บ้านสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดคอกลมและกางเกงขาสั้น ส่งผลให้คนที่เผลอสูดเอากลิ่นกายบุรุษเข้าปอดหน้าแดงเป็นลูกตำลึกสุกอย่างไม่มีสาเหตุ

“ลงมือกันเถอะ” ร่างสูงเลื่อนเก้าอี้ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม   

“ค่ะ”

 มือบางเอื้อมตักข้าวจากโถข้าวเซรามิกลงบนจาน  รินน้ำใส่แก้ว ก่อนจะตักอาหารทานด้วยกิริยาเรียบร้อยน่ารัก ไม่มีเสียงพูดคุยใด ๆ จากคนทั้งคู่ แต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดหรือแปลกประหลาดแต่อย่างใด ถือเป็นสถานการณ์ปกติ ในเมื่อรณชัชไม่เอื้อยเอ่ย เด็กสาวก็ไม่อยากรบกวน บ่อยครั้งที่หนุ่มใหญ่ตักอาหารมาบริการใส่จาน ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกผัก เพราะเขารู้ดีว่าเด็กสาวสมัยนี้ไม่ชอบทานผักสักเท่าไหร่ พิพิมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ดูจากจานผัดผักซึ่งพร่องไปเพียงเล็กน้อย

“กินผักเยอะ ๆ ฉันอยากให้พิมสุขภาพร่างกายแข็งแรง” แครอตและบร็อกโคลีพอดีคำถูกวางลงบนจาน

“ขอบคุณค่ะ” พิพิมรับคำพลางก้มหน้าก้มตาทานผักอย่างฝืน ๆ ไม่อยากทานเลยสักนิด

“เก่งมากครับ” 

เขาพูดชมเหมือนเธอเป็นเด็กอนุบาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นัยน์ตาพราวระยับราวกับล้อเลียน

“คุณชัชน่ะ ชอบทำเหมือนพิมเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ” 

ทีนี้ดวงหน้าสวยเลยงอหงิกเป็นจวัก  

“หึ ก็พิมยังเป็นเด็ก หรือไม่ใช่” 

รณชัชมักมีข้อโต้แย้งที่ทำให้เธอเถียงไม่ออกทุกครั้งไป

“พิมโตแล้วค่ะ สิบแปดแล้ว” กลีบปากสีชมพูบ่นพึมพำ   

รณชัชกระตุกยิ้มมุมปาก พลางส่ายหัวเบา ๆ คล้ายกับว่าเอ็นดู

เด็กหนอเด็ก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไรกัน ในสายตาหนุ่มใหญ่พิพิมเปรียบเสมือนผ้าขาว ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก

ครั้งแรกที่พบกันเมื่อปีกลาย พิพิมยังโศกสลดและผอมบางชนิดที่มวลอากาศมาปะทะคงลอยไปไกลแสนไกล ทว่าตอนนี้เธอดูมีน้ำมีนวล สดใสร่าเริงกว่าเดิมหลายเท่า ได้แต่หวังว่าอย่าได้มีสิ่งใดมาพรากความสดใสสมวัยไปจากเธอ

“ถึงอย่างไรพิมก็ยังเด็กในสายตาฉันอยู่ดี” 

ประโยคบอกเล่าแสนธรรมดาเชือดเฉือนใจดวงน้อยให้ห่อเหี่ยวอีกครา ไม่ว่าอย่างไรในสายตารณชัชเธอก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เมื่อไรเขาจะมองเธอเป็นอย่างอื่นเสียที หรือเธอต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เขาเห็น เด็กสาวเม้มปากแน่นอย่างคนคิดหนัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น