ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 28: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 28: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 01:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 28: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 100%
แบบอักษร

HATE LOVE 28: เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

บ้านจิรวัฒนานนท์...


อัศนัยและอินทุกรตื่นมาเตรียมตััวตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะรอพบวินิตราที่จะเดินทางมาวันนี้ ภาคย์ที่วันนี้ตั้งใจจะมาบอกข่าวดีกับหญิงสาวไม่ทัน​ได้พูดธุระสำคัญของตัวเองจนครบเธอก็ขอร้องให้เขาช่วยเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันนี้ ตื่นเต้นเหลือเกินเพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พบแม่ของตนเองจริงๆ เรื่องที่เหนือความคาดหมายได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธออย่างน้อยๆตอนจบมันก็ลงเอยด้วยดี


"ชุดนี้เป็นไงบ้างคะพี่ภาคย์ คุณแม่จะชอบไหม? แล้วอุ่นใส่ดูแก่ไปหรือเปล่าคะ?" อินทุกรสวมชุดเดรสสีฟ้าแขนสั้นทรงคอเหลี่ยมเดินลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน เธอเดินหมุนตัวให้ภาคย์ช่วยสำรวจด้วยอีกคน "ทำไมเอาแต่มองอย่างเดียวเลยล่ะคะ?"


"สวย อุ่นใส่อะไรก็สวยทั้งนั้นแหละ" คำพูดของเขาทำให้คนฟังเขินจนไม่เป็นอันทำอะไร "พี่ไม่เคยโกหกอยู่แล้ว"


"ขอบคุณค่ะ"


ไม่นานนักป้าจิตรก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม หญิงสูงวัยหยุดหายใจสักพักก่อนจะบอกว่าคนที่พวกเขากำลังรออยู่ตอนนี้มาถึงแล้ว "คุณนิตมาถึงแล้วนะคะ รอน้องไออุ่นอยู่กับคุณผู้ชายในห้องรับรอง รีบไปกันเถอะค่ะ"


"ค่ะป้าจิตร ไปกันค่ะพี่ภาคย์" อินทุกรยิ้มด้วยความดีใจโดยที่เธอควงแขนภาคย์เดินตามหลังป้าจิตรไปติดๆ แต่ทว่าเมื่อไปถึงเธอกลับมีอาการตกใจ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆจางหายกลายเป็นความหวาดระแวงขึ้นมา เธอเริ่มเพิ่มแรงบีบรัดที่แขนของภาคย์มากขึ้นและไม่ยอมเดินเข้าไปต่อ


ภาคย์ดึงแขนของเขาออกแล้วจับไหล่เธอเอาไว้ "คนตรงหน้าเป็นแม่แท้ๆของอุ่นนะ ไม่ใช่ผู้หญิงเลวคนนั้นหรอก ตั้งสติเอาความกลัวออกไปก่อน"


"แต่...." อินทุกรยังคงลังเลเพราะใบหน้านั้นเหมือนกับสิรินราวกับว่าเป็นคนๆเดียวกัน


"เข้ามาสิลูก แม่เขากำลังรออุ่นอยู่นะ" อัศนัยช่วยกระตุ้นอีกแรง ลองถ้าพ่อของเธอยิ้มกว้างขนาดนี้เธอก็คงไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว


"อย่าบังคับลูกเลยค่ะ ฉันเข้าใจว่าลูกเพิ่งอะไรมา ค่อยๆปรับตัวกันดีกว่า" น้ำเสียงอบอุ่นของวินิตราบอกกล่าวแก่ทุกคน


แค่น้ำเสียงก็บอกได้แล้วว่าเป็นคนละคนกัน...


ภาคย์จับมืออินทุกรแล้วพาเดินเข้าไปหาครอบครัวของเธอ หญิงสาวยกมือไหว้ทักทายผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า สักพักไอซ์ที่นั่งกอดตุ๊กตาหมีสีชมพูก็ปรบมือขึ้นมาดังๆด้วยรอยยิ้ม "เย่ๆ มีพี่สาวสวยๆอีกคนแล้วนะแม่จ๋า"


"จ้ะ น้องไอซ์นี่พี่ไออุ่นนะ เป็นพี่สาวของหนู" วินิตราบอกแก่ไอซ์แล้วหันกลับไปยิ้มให้อินทุกรอีกครั้ง "ไออุ่นไม่รังเกียจน้องใช่ไหมจ๊ะ"


"คุณแม่..." เธอเอ่ยคำนี้อย่างแผ่วเบา ส้ำเสียงสั่นเครือด้วยความดีใจและแฝงไปด้วยความประหลาดใจอยู่ไม่น้อย "ขอเวลาให้อุ่นสักหน่อยได้ไหมคะ? แต่น้องน่ารักมากเลยนะคะ"


อัศนัยโอบกอดวินิตราพลางร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่ เขาทั้งคิดถึง เป็นห่วงและยังคงรักมั่นอยู่กับเธอตลอดเวลา แม้ว่าก่อนหน้านี้ความหวังที่จะได้พบกันอีกมันพังทลายลงจนเผลอคิดว่าเธออาจจะตายไปแล้ว แต่สุดท้ายสวรรค์ก็เมตตาส่งเธอกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง "ไม่เป็นไรนะนิต ฮึก ไม่มีใครรังเกียจน้องไอซ์หรอก เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม? เป็นสี่คนพ่อแม่ลูกของเรา" เขามองไปยังไอซ์ที่พยายามจะเช็ดน้ำตาให้วินิตราอยู่ "น้องไอซ์ นี่พ่อนะลูก มาให้กอดหน่อยสิ"


"น้องไอซ์มีพ่อเหมือนคนอื่นด้วยหรอแม่จ๋า" เธอยังคงยิ้มแล้วถามวินิตราอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ "แม่บอกว่าพ่อไปเที่ยวแล้วพ่อกลับมาแล้วใช่ไหม?"


"จ้ะ พ่อเขาไปเที่ยวเบื่อแล้วเลยกลับ" วินิตราลูบผมของไอซ์ที่ดูมีอารการดีใจอยู่ไม่น้อย


"มีพี่สาวด้วยนะ" อินทุกรชี้มาที่ตัวเองโดยเธอยิ้มทั้งๆที่น้ำตากำลังเอ่อล้นออกมา เธอคลานเข่าเข้าไปหาวินิตราแล้ววางมือเบาๆบนหน้าตักของคนเป็นแม่ "คุณแม่จะไม่จากอุ่นกับคุณพ่อไปไหนอีกแล้วใช่ไหมคะ? ฮึก"


"จ้ะ แม่จะไม่ไปไหนอีกแล้ว" ทั้งสี่คนสวมกอดกันอยู่ท่ามกลางความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความยินดี แม้ว่าจะมีเสียงร้องไห้ออกมาแต่ก็เป็นน้ำตาแห่งความสุข


ภาคย์มองภาพนั้นก็ยิ้มให้กับทุกคนก่อนที่เขาจะปลีกตัวออกมาด้านนอกห้อง เขากดโทรศัพท์ออกหาปวันเพื่อสานต่อความตั้งใจที่จะทำในวันนี้ "ฮัลโหล...ว่างหรือเปล่าครับ? เรื่องที่ผมขอให้ช่วยเรียบร้อยดีทั้งสองอย่างไหมครับ?....อย่าเพิ่งบอกให้ใครรู้โดยเฉพาะไออุ่นรู้นะครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะบอกเธอเอง" หลังจากวางสายกับปวันแล้วภาคย์ก็เดินกลับไปยังห้องเดิม ตอนนี้บรรยากาศที่มีเพียงแค่สี่คนพ่อ แม่ ลูกนั้นอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของสายใยแห่งครอบครัว 


วินิตรามองเขาด้วยแววตาที่สุดแสนจะคุ้นเคยก่อนจะส่งยิ้มให้ "ขอบใจภาคย์มากเลยนะจ๊ะ อึก ถ้าไม่ได้ภาคย์ช่วยดูแลไออุ่นอาคงไม่มีโอกาสได้มาเจอกันอีกแน่ๆ รู้อยู่แล้วใช่หรือเปล่าว่าอายังไม่ตาย"


ภาคย์ก้มหน้าเล็กน้อย "อย่าพูดอะไรแบบนั้นเลยครับ ผมกับตำรวจแค่ไปเจอประวัติการเข้าออกประเทศของอาก็เท่านั้นเองครับ แต่ก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อยจนภัทรโทรมาบอกวันนั้นนั่นแหละครับ" เขาเดินไปนั่งลงที่โซฟายาวข้างๆอินทุกรด้วยสีหน้าเหมือนกำลังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย "แต่อาก็ต้องระวังเอาไว้ก่อนนะครับ เท่าที่ผมรู้จากตำรวจเหมือนจะมีพวกยศสูงพยายามเข้ามายุ่งเรื่องนี้อยู่"


อัศนัยได้ฟังแล้วก็มองหน้าภรรยาที่เพิ่งจะได้เจอกัน เขาถอนหายใจพร้อมกับกุมมือของเธอเอาไว้ "ไม่เป็นไร ต่อไปนี้อาจะใช้เวลาที่เหลือเพื่อครอบครัวของอาเอง จะไม่ให้มันผิดพลาดเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนนี้เด็ดขาด"


"ผมเชื่อว่าอาทำได้ครับ" ภาคย์มั่นใจว่าหลังจากนี้อัศนัยจะไม่ใช่คนที่อ่อนแอจนปล่อยให้ครอบครัวต้องเจอความลำบากอีก เมื่อทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีภาคย์จึงเริ่มธุระของตนเองเช่นกัน "วันนี้ผมจะขอพาไออุ่นไปทานข้าวข้างนอกนะครับ และอาจจะค้างคืนด้วย"


"แต่อุ่นยังอยากอยู่กับคุณแม่ก่อน ได้ไหมคะ?" อินทุกรทำน้ำเสียงออดอ้อน เพราะเพิ่งจะได้พบแม่ของตัวเองจะให้ออกไปกับเขาด่อนได้อย่างไรกัน


วินิตราหัวเราะออกมาเบาๆ "ไปเที่ยวกับพี่เขาเถอะลูก แม่ยังไม่ย้ายกลับมาบ้านวันนี้หรอกจ้ะ" เธอหันไปทางอัศนัยที่คงอยากจะถามเหตุผลของเธอ และก็คิดว่าภาคย์คงจะรู้อยู่แล้ว "พรุ่งนี้นิตต้องไปเป็นผู้ใหญ่เจรจาสู่ขอหนูภัทรให้คุณคีย์ค่ะ ไหนจะต้องให้น้องไอซ์ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับทุกคนด้วย เสร็จจากธุระพรุ่งนี้แล้วถึงจะย้ายกลับมาอยู่กับคุณกับลูก"


"ได้สิ ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว" อัศนัยถอนหายใจโล่งก่อนจะลุกขึ้นยืน "แม่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่หนีไปไหนอีก กลับมายังไงหลังจากนี้อุ่นก็จะได้เจอแม่เขาทุกวัน"


"ก็ได้ค่ะ" อินทุกรยิ้ม เธอมองไปยังไอซ์ที่นั่งโยกตัวแล้วร้องเพลงอยู่คนเดียว "แล้วคุณแม่ต้องพาน้องไปด้วยหรอคะ?"


"จ้ะ" หญิงวัยกลางคนขยับเปลี่ยนท่านั่ง "น้องไอซ์เป็นเด็กพิเศษอารมณ์แปรปรวนบ่อย ไออุ่นยังไม่คุ้นกับน้องถ้าปล่อยให้มาอยู่ด้วยเดี๋ยวจะเอาไม่อยู่"


ภาคย์มองนาฬิกาข้อมือตัวเองสักพักเขาก็จับมือของอินทุกรเอาไว้ "ใกล้เวลามากแล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้ผมกับไออุ่นขอตัวก่อนนะครับ" สองหนุ่มสาวยกมือไหว้ผู้ใหญ่ก่อนที่จะพากันออกมา แม้ว่าอินทุกรจะยังไม่อยากไปไหนแต่ก็ไม่ได้ขัดใจเขา เธอคิดไปว่าภาคย์คงจะไม่สบายใจเรื่องของภัทธิราเลยไม่อยากจะอยู่ฟังต่อก็เป็นได้ 


########


ห้างสรรพสินค้า...


ภาคย์ขับรถพาเธอมาร้านเสริมสวยครบวงจรในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก่อนที่ตัวเขาจะปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาในการแต่งตัวอย่างอิสระ อินทุกรรู้สึกประหลาดใจในการกระทำของเขาอยู่ไม่น้อยแต่เป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นเอาเสียมากๆ ในระหว่างรอเขาได้เดินไปยังร้าน DDM GEMS เพื่อไปรับสิ่งของที่กำชับกับปวันเอาไว้ เมื่อไปถึงกันตาที่ยังคงทำหน้าที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ก็เอ่ยต้อนรับในทันที


"มาถึงเร็วจังเลยค่ะคุฯภาคย์ เชิญนั่งรอก่อนนะคะเดี๋ยวกันย์ไปตามคุณปวันให้" กันตาผายมือเชิญตามมารยาท


"ขอบใจ" เขาตอบรับก่อนจะไปนั่งรอตามที่ที่เธอจัดเอาไว้ให้ ไม่นานนักปวันก็ออกมาจากหลังร้านพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สองกล่องในมือ 


ปวันนั่งลงข้างๆแล้วส่งมอบสินค้าให้กับภาคย์ "นี่ครับประโยชน์ที่คุณได้ใช้จากผม ส่วนเรื่องสถานที่ตอนนี้ก็จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้วนะครับ" เจ้าของผลงานยิ้มชอบใจก่อนที่จะนึกย้อนไปถึงเรื่องเก่าๆ "น่าแปลกดีนะครับที่จู่ๆมันก็มีเรื่องบังเอิญกับเรามากมาย แต่ที่พีคสุดก็ชะเอมหลอกทิ้งคุณมาแต่งงานกับผม"


ภาคย์ปรายตามองคู่สนทนาด้วยสีหน้านิ่งขรึม "อยากจะลองโดนผมต่อยสักหมัดหรือเปล่า?"


"มะ ไม่ครับ" ปวันรีบปฏิเสธในทันที เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องพวกนั้นผมก็คงไม่ได้มาเจอสิ่งที่ดีกว่า แล้วคุณภาคย์ล่ะครับคิดว่ายังไง?"


ภาคย์สำรวจดูสิ่งของแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าด้านในเสื้อสูท "ก็คงเหมือนกันนั่นแหละครับ กว่าผมจะรู้ตัวว่ามีสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอยู่กับตัวก็เกือบจะเสียซะแล้ว โชคยังดีที่หายโง่ซะก่อนผมถึงได้พยายามเริ่มต้นใหม่กับเธอ"


"ดีแล้วล่ะครับ" ปวันลุกขึ้นยืนอีกครั้งโดยที่เขาหันมาทางภาคย์ก่อนจะพูดว่า "รู้สึกอิจฉาก็คราวนี้แหละ งั้นผมไม่กวนเวลาคุณภาคย์ดีกว่านะครับ ขอตัวไปทำคะแนนของตัวเองก่อนดีกว่า" ร่างสูงของเจ้าของร้านเดินห่างออกไปหากันตาที่ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง ปวันหอมแก้มเธอต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้นซึ่งต่างพากันนิ่งตะลึงกันทั้งหมด ไม่นานก็ได้ยินเสียงโวยวายของกันตาดังขึ้นมา


ภาคย์มองภาพนั้นก็รู้สึกยินดีที่ปวันพาตัวเองออกจากหลุมแห่งความทุกข์ได้สำเร็จ เขาเดินออกไปแล้วตรงไปยังร้านเสริมสวยที่อินทุกรใช้บริการอยู่ตอนนี้ด้วยความรวดเร็ว ป่านนี้เธอก็น่าจะแปลงโฉมเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน...


เมื่อไปถึง...


อินทุกรเดินออกมาจากห้องลองเสื้อผ้าด้วยชุดกระโปรงยาวเหนือเข่าลายลูกไม้สี โดยรอบชุดประดับไปด้วยมุกและเพชรกระทบแสงวาววับระยิบระยับ ชายหนุ่มมองตาค้างกว่าจะหลุดออกจากภวังค์ได้ก็ถูกเธอเรียกสติไปไม่รู้กี่รอบ


"พี่ภาคย์เป็นอะไรคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงเขินอาย "วันนี้จะพาอุ่นไปไหนหรอคะ? แล้วทำไมต้องให้อุ่นแต่งตัวแบบนี้ด้วยล่ะคะ?"


ภาคย์ยิ้มแล้วยกมือขวาขึ้นโดยเขาหงายฝ่ามือเพื่อรอเธอตอบรับคำเชิญ "วันนี้พี่อยากจะเดทกับเจ้าหญิงของพี่ ไปกับพี่ได้ไหม?"


อินทุกรมีท่าทีเอียงอายก่อนจะวางมือเรียวประทับไว้บนฝ่ามือของเขา "ไปค่ะ"


ในยามที่พระอาทิตย์ดับแสงลง พระจันทร์ก็รับหน้าที่ให้แสงสวางในยามค่ำคืนแทนที่...


ณ ร้านอาหารริมน้ำกับบรรยากาศใต้แสงไฟสลัว...


ภาคย์จับมืออินทุกรมายังโต๊ะอาหารที่ประดับไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน แสงเทียนสลัวพร้อมกับอาหารหลากหลายบนโต๊ะทำให้หญิงสาวหยุดยิ้มไม่ได้ ภาคย์ดูจะเก้ๆกังอยู่นิดหน่อยกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการทุกอย่างเพราะนอกจากเขาและเธอก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย ชายหนุ่มขยับเก้าให้เธอได้นั่งก่อนที่เขาจะเดินมานั่งที่ฝั่งตรงข้าม


หลังจากที่พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟเรียบร้อย...


"พี่ภาคย์ทำไมสีห้าเครียดจังเลยล่ะคะ" ระหว่างที่ทานอาหารอยู่นั้นอินทุกรได้สังเกตสีหน้าของเขาไปด้วย "กังวลเรื่องพี่ภัทรหรอคะ?"


ภาคย์ยิ้ม "ก็มีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ตอนนี้พี่กำลังกังวลอีกเรื่องนึงมากกว่า"


"...."


เขานำกล่องกำมะหยี่สองกล่องออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงตรงหน้า แววตาคมมองหญิงสาวแล้วสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้ง "พี่อยากจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม พอนึกไปคืนนั้นที่ เอ่อ...ที่พี่ขืนใจอุ่นมันก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองแรงๆสักวันละที พี่เอาแต่ทิฐิมาลงกับอุ่นทั้งๆที่อุ่นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นเลย"


อินทุกรเอื้อมมือซ้ายมาจับมือของเขาเอาไว้ "ก็ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังนี่คะ อุ่นพยายามลืมจนไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วล่ะค่ะ แค่มีคุณพ่อ คุณแม่แล้วก็พี่ภาคย์คอยอยู่ข้างๆอุ่นก็ดีใจมากแล้ว อ้อ! มีป้าจิตรแล้วตอนนี้ก็มีน้องไอซ์ด้วย"


ภาคย์ลูบที่นิ้วนางข้างซ้ายอันว่างเปล่าของเธอ "เราเป็นคู่หมั้นที่ไม่ได้สวมแหวนหมั้นกันเลยเนอะ พี่ขอโทษที่ละเลยอุ่นมากเกินไป" เขาเปิดกล่องกำมะหยี่ที่วางอยู่ใกล้ตัวแล้วนำแหวนเพชรที่ล้อมรอบด้วยพลอยหลากสีในนั้นมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ใบหน้าคมคายก้มลงแล้วจุมพิตเบาๆที่หลังมือขแงเธอ "พี่รักอุ่นนะ สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ถอดแหวนวงนี้ให้ใครอีก"


อินทุกรเขินจนใบหน้าแดงกล่ำ เธอยิ้มพร้อมพยักหน้าตอบเขาด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ "ค่ะ อุ่นจะไม่ถอดแหวนวงนี้จนกว่าพี่ภาคย์จะเป็นขอคืน"


"พี่ไม่มีวันขอคืน เพราะมันคือหัวใจของพี่" เขาส่งกล่องกำมะหยี่อีกอันให้กับเธอ "สวมให้พี่หน่อยได้ไหม?"


อินทุกรดึงมือของเธอออกแแล้วเปิดกล่องกำมะหยี่ใบนั้นทันทีที่ได้รับมาจากเขา พิธีหมั้นที่ถูกจัดขึ้นตามลำพังระหว่างเขาและเธอกำลังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เธอหยิบแหวนวงใหญ่ที่ดีไซน์เหมือนกันกับวงของเธอออกมาสวมบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขา ภาคย์ลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินไปหยุดตรงที่ของเธอก่อนจะเชยคางมนขึ้นพร้อมก้มลงจูบเธอ เขามอบความอ่อนโยนและความรักผ่านรสจูบอันแสนละมุน


เนิ่นนานกว่าจะผละริมฝีปากออก...


"อย่าค่ะ อุ่นอายคนอื่นเขา" หญิงสาวรีบเอ่ยห้ามก่อนที่เขาจะจูบเธอซ้ำ


"ไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลยนี่ เป็นเมียพี่ลืมไปแล้วหรือยังไง?" เขาย้ำสถานะกับเธออีกครั้งยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกเขินอายมากกว่าเดิม "โอเค พี่ไม่แกล้งแล้ว ทานข้าวกันต่อดีกว่า"


"ค่ะ" 


ช่วงเวลาแห่งความหวานนั้นคงจะติดตาตรึงใจอินทุกรไปอีกแสนนาน เขาและเธอใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารเป็นเวลาหลายชั่วโมงและหลังจากนั้นก็พากันเดินทางกลับบ้านของเขา ความตั้งใจแรกของภาคย์นั้นสำเร็จไปได้ด้วยดี ความสัมพันธ์ระหว่างภาคย์และอินทุกรเองก็มีเพิ่มมากขึ้นจนไม่อาจจะปฏิเสธได้อีกว่าทั้งใจของเขายกให้เธอไปทั้งหมดแล้ว และหลังจากนี้จะดูแลเธอเป็นอย่างดีไม่ให้เธอมีน้ำตาเพราะเขาอีกอย่างแน่นอน


วันต่อมา....


บ้านรัตนโยธิน....


ห้องนอนของภาคย์...


ภาคย์และอินทุกรนอนเปลือยกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่และยังคงสวมกอดกันอยู่บนเตียงนอนของเขาโดยที่หญิงสาวยังคงหลับสนิทในเวลาเช้ามืดเช่นนี้ เขาไล่จูบไปมาตามเนื้อผิวขาวของเธออย่างรักใคร่และหวงแหนเสียยิ่งกว่าอะไร พอได้มองใบหน้าของเธอที่อยู่ในห้วงนิทรานั้นก็ทำให้เขาหลงใหลเธอยิ่งกว่าอะไร


"น่ารักแบบนี้แล้วพี่จะไปไหนได้" เขากล่าวกับตัวเองเบาๆก่อนจะจูบบนหน้าผากของเธออีกครั้ง


ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ


เสียงโทรศัพท์ของภาคย์ดังขึ้นมาถี่ ร่างสูงค่อยๆดึงแขนที่ให้เธอหนุนแทนหมอนออกอย่างๆช้าและเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน ภาคย์เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของเขาแล้วเปิดอ่านข้อความที่ได้รับมา เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคงจะไม่มีใครส่งข้อความมาตั้งแต่เช้าแบบนี้


[LINE]


​Nontha: เรื่องใหญ่แล้วว่ะ ท่านรองมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชะเอมกับแม่แล้วก็พวกเสี่ยอิทธิ

​Nontha: กูเพิ่งรู้เรื่องเมื่อคืน คำสั่งปล่อยตัวมีผลเที่ยงวันนี้ มึงระวังตัวดีๆนะไอ้ภาคย์ กูเชื่อได้ว่ามันต้องเล่นมึงก่อนแน่นอน

​Nontha: ส่วนคู่หมั้นมึงเดี๋ยวกูจะให้หมวดธาวินกับทีมไปเฝ้าระวังให้ที่หน้าบ้าน กูกำลังปรึกษากับพ่อเรื่องนี้อยู่เดี๋ยวแปดโมงกูไปหามึงที่บ้านก็แล้วกัน

สีหน้าของภาคย์เครียดลงในทันที เขาลงจากเตียงพร้อมหยิบผ้าขนหนูปิดคลุมกายก่อนจะออกไปที่ระเบียงของห้อง ไม่รอให้ถึงแปดโมงหรอก...ภาคย์กดโทรศัพท์ออกหานนท์ธวัชทันทีเมื่อได้โอกาส


​"......ฮัลโหล"

"มึงอธิบายมาเดี๋ยวนี้นะไอ้นนท์ พวกนั้นถูกปล่อยจัวได้ยังไงวะ?" ภาคย์ถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงตรึงเครียดอย่างถึงที่สุด


​"กูก็พยายามแล้วว่ะ แต่คำสั่งออกมาแบบนี้กูทำอะไรไม่ได้"

"แต่มึงเป็นลูกของ ผบ.ตร. มึงจะทำอะไรไม่ได้เลยหรอวะ?"


​"กูเป็นลูกของ ผบ.ตร. ก็จริงแต่ยศกูน้อยกว่าคนออกคำสั่งเว้ย มึงก็รู้ว่านี่ประเทศไทย... เฮ่อ ตอนนี้กูกำลังปรึกษากับพ่อเรื่องนี้อยู่ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไขเว้ย เอาเป็นว่าแปดโมงกูไปหามึงแต่ตอนนี้กูห้หมวดธาวินกับทีมไปคอยซุ่มดูที่หน้าบ้านคู่หมั้นมึงแล้ว"

"อืม" ภาคย์ตอบรับเพียงแค่นั้นก่อนจะวางสายไป เขาถอนหายใจหนักหน่วงออกมาแล้วมองไปยังอินทุกรที่กำลังหลับอย่างมีความสุข ตอนนี้ต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่พวกนั้นจะเริ่มลงมือและสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาอีก ภาคย์กดโทรศัพท์ออกหาธกฤตในทันทีเมื่อเขามีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว "ตื่นหรือยัง ฉันมีเรื่องให้แกช่วย....ให้คนของเราไปที่คอนโดของฉันแล้วเอาของในห้องนั้นออกมาให้หมด เปลี่ยนกุญแจ คีย์การ์ด แล้วบอกนิติว่าถ้าอัญชนากับแม่ของยัยนั่นอาละวาดก็ให้บอกไปว่าฉันขายห้องนี้ไปแล้ว"


___________________________________ 100 % _________________________________________


มาแล้วจ้าาา

ไรท์มีความคิดมาเสนอ ขอคำตอบหน่อยนะคะ...ถ้าคอมเม้นท์นิยายถึง 3 พัน กับยอดไลค์เพจเพิ่มขึ้น

ไรท์จะแจก E book พ่อคิณกับแม่ณิริณให้นักอ่านดีไหมน๊าาา

(ตอนนี้ติดโปรเซล์ ต้องรออันนี้หมเดก่อน)


เจอกันวันเสาร์จ้า... ปล.ตอบแบบสอบถามให้ไรท์ด้วยนะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น