ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 17 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 17 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 17 100%
แบบอักษร



มาเฟียไร้รัก 17



หลายเดือนผ่านมาลู่เหวินที่อยู่ในช่วงกำลังคลานและกำลังหัดเดินก็สร้างความวุ่นวายให้คนทั้งคฤหาสน์ได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอวิระคลาดสายตาจากลู่เหวินไม่ถึงนาที เจ้าตัวน้อยก็จะคลานหนีไปซ่อนอย่างรวดเร็ว บางทีก็ทำให้หัวใจวิระแทบวายเพราะเจ้าตัวน้อยที่กำลังเริ่มหัดเดินพยายามเกาะโต๊ะวางของตัวเล็กๆ ทำให้โต๊ะเกือบล้มทับ แต่ยังดีที่วิระเข้ามาอุ้มหนีไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงหัวร้างข้างแตกเข้าแน่ๆ


“ลู่เหวิน!” เหมือนอย่างตอนนี้ ที่เจ้าตัวเล็กกำลังจะปีนขึ้นโต๊ะแก้วที่อยู่ในห้องรับแขก วิระที่เดินไปหยิบขวดนมให้ลูกเพียงแปบเดียวเท่านั้น กลับมาก็เห็นลู่เหวินกำลังพยายามจะปีนขึ้นบนโต๊ะแม้โต๊ะจะเตี้ยก็เถอะ แต่ลู่เหวินเพิ่งหัดเดินเท่านั้น มันเลยดูยากสำหรับเด็กที่เพิ่งหัดเดิน และลู่เหวินก็ดื้อเกินกว่าที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เจ้ามือน้อยๆนั่นกำลังพยายามหาที่จับเพื่อจะใช้จับให้ขึ้นไปบนโต๊ะให้ได้


“อื้อ!!!” พอวิระเข้าไปอุ้ม เจ้าตัวน้อยก็ดิ้นอย่างขัดใจที่โดนจับขึ้นมาอุ้ม ใบหน้าเริ่มบูดเบี้ยวเพราะไม่พอใจ แสดงออกอย่างชัดเจน จนวิระอดดุไม่ได้


“อย่าดื้อนะลู่เหวิน”


“เป็นอะไรกันวิระ แล้วกำลังทำอะไรกัน เสียงเจ้าตัวน้อยดังออกไปถึงหน้าบ้านเลย” วีรภาพที่กลับมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงเจ้าตัวน้อยดังออกไปจนถึงหน้าบ้าน มักจะเป็นแบบนี้ทุกวัน ยิ่งโตยิ่งดื้อ ติดที่ว่ายังพูดจาไม่ค่อยได้ ไม่งั้นคงจะน่าปวดหัวมากกว่านี้เป็นแน่


“ก็ลู่เหวินน่ะสิจะปีนโต๊ะตัวนี้ ดีนะที่มาจับไว้ทัน แล้วโต๊ะมันเป็นกระจกด้วย เกิดแตกขึ้นมาก็บาดตัวพอดี พอดุก็ร้องไม่พอใจแบบนี้ไง”วิระบอกพร้อมกับลูบหลังลูกชายที่กำลังดิ้นไม่หยุดไปด้วยเบาๆ


“เฮ้อ พอเริ่มจะเดินได้ก็ดื้อเลยนะ” วีรภาพบอกก่อนจะรับลูกชายมาอุ้มเอง ลู่เหวินที่พอโดนพ่ออุ้มก็ยิ่งดิ้นหนักกว่าเดิม แถมยังส่งเสียงร้องประท้วงอ้อแอ้ด้วยความไม่พอใจอีก จนวีรภาพยอมปล่อยลูกชายลงที่พื้น ที่ตอนนี้พื้นทั้งบ้านถูกปูด้วยแผ่นยางกันกระแทก เพื่อให้ลู่เหวินได้หันเดินโดยที่เข่าของลูกชายจะไม่ช้ำ


“นั่นไง ลู่เหวิน เดี๋ยวจะโดนตีนะ ม๊าบอกว่าไม่ได้ไงครับ” พอปล่อยลงพื้นเจ้าลูกชายที่ดูท่าแล้วจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆก็กลับไปที่โต๊ะแก้วที่เดิมพร้อมพยายามจะปีนอีกครั้ง แต่คราวนี้วีรภาพเป็นคนที่เข้าไปอุ้มและวิระก็เอ่ยดุและจับมือน้อยๆนั่นขึ้นมาตีเบาๆเป็นการลงโทษ


“ฮึก… แง้!” พอโดนดุและโดนตีอีกครั้งลู่เหวินก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง วิระพอเห็นแบบนั้นก็แอบถอนหายใจใส่ลูกชาย ที่โดนตีแถมเจ็บน้อยกว่ามดกัดแต่ร้องไห้เหมือนวิระใช้ไม้ตีซะงั้น


“โอ๋ๆ ลู่เหวินของป๊า หยุดร้องนะเดี๋ยวหายใจไม่ทัน” พอร้องไห้เพราะถูกวิระดุก็จะหันมาซบวีรภาพแทน แต่พอหายงอนก็จะหันมาเชิดใส่วีรภาพเหมือนเดิมเป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง


“พาลูกไปอาบน้ำด้วยแล้วกัน เดี๋ยวจะไปดูว่าวันนี้มีอาหารอะไรในครัว” เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ไปเยี่ยมคุณชายอี้เฟิงที่ไทย วิระเลยไม่ได้ให้ที่ครัวทำอาหารเยอะ เพราะคงกินไม่หมด และของลู่เหวินอีก


ลู่เหวินเป็นเด็กกินยาก และไม่ค่อยชอบกินผัก วิระเลยต้องดุเป็นประจำ เพราะตั้งแต่เริ่มมีฟันวิระจะเน้นให้ลูกกินให้อาหารให้ครบห้าหมู่ในทุกมื้อและสิ่งที่ลู่เหวินจะเมินก็คือผัก วิระเลยดุทุกครั้งถึงจะยอมกิน แต่ถ้าวิระเผลอเมื่อไร เป็นอันได้คายทิ้งทุกครั้ง วีรภาพเห็นก็ทำเฉยแถมยังเอาทิชชู่เก็บที่ลูกคายทิ้งซ่อนไว้อีกต่างหาก ที่ลูกเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้ก็เพราะวีรภาพคอยตามใจนี่แหละ นี่ให้พาลูกไปอาบน้ำไม่รู้ว่าจะเปียกตามลูกมั้ยเถอะ เฮ้อ!


วีรภาพที่พาลูกชายมาอาบน้ำตอนนี้ก็เปียกไปครึ่งตัวแล้วเหมือนกัน เพราะลู่เหวินไม่ยอมลงอ่างเด็กที่ใช้อาบเป็นประจำง่ายๆ แถมยังดิ้นๆจนน้ำกระเด็นมาเปียกวีรภาพไปหมด พอจะสระผมก็ร้องโวยวาย กว่าจะสระผมถูสบู่ที่ตัวให้เสร็จ จากที่วีรภาพเปียกแค่ครึ่งตัว ตอนนี้เปียกทั้งตัวเลย


“ทำเอาป๊ารู้สึกแก่ขึ้นเป็นสิบปีเลยนะ” หลังจากเอาตัวลูกชายมาเช็ดตัวจนแห้งและเอาตัวลูกชายทาด้วยแป้งฝุ่นทาตัวจนเสร็จ ก็สวมแพมเพิร์สและใส่ชุดนอนให้ลูกชายก่อนจะจับลูกชายเข้าไปเล่นในคอกไม้ที่สั่งทำไว้เพื่อไม่ให้ลูกคลานไปทั่วห้องตอนที่วีรภาพเข้าไปอาบน้ำ ซึ่งพอเจ้าตัวน้อยเข้าไปอยู่ในนั้นก็ร้องโวยวาย จับราวของคอกไว้เพื่อที่จะหาทางออก วีรภาพเห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าออกมาไม่ได้สักที อีกสักพักลู่เหวินคงร้องลั่นบ้านอีกรอบแน่ เพราะร้องเก่งเหลือเกินแถมร้องทั้งวันก็ไม่มีหวั่นสักนิด






“เอาลูกไปนั่งที่โต๊ะเด็กเลย ถึงเวลาทานข้าวแล้ว” พอเห็นวีรภาพอุ้มลูกชายลงมาแล้ว วิระก็สั่งให้วีรภาพพาลูกไปนั่งบนเก้าอี้เด็กข้างๆวิระ ก่อนที่วิระจะสวมผ้ากันเปื้อนเด็กให้ลูกก่อนจะค่อยเริ่มป้อนข้าว


“หม่ำๆเร็วครับลู่เหวิน อ้าม…” วิระพยายามกล่อมลูกชายให้กินข้าว แต่ลู่เหวินที่เห็นอาหารของตัวเองในวันนี้ก็หันหน้าหนีทันที


เด็กเอาแต่ใจ!


“โอเคครับ ถ้าไม่หม่ำก็ไม่ต้องหม่ำ” วิระบอกก่อนจะวางอาหารของลู่เหวินลงบนโต๊ะและตนเองก็หันกลับมานั่งทานข้าวโดยไม่สนใจลูกชายอีก วีรภาพที่พอหันมองลูกก็โดนวิระจ้องหน้าดุๆ ก็ถ้ายังตามใจลูกไม่เลิก ลูกก็จะติดนิสัยไม่น่ารักแบบนี้ไปจนโตนั่นแหละ


“มะ หม่ำๆๆ” ลู่เหวินที่พอเห็นวิระไม่สนใจและมองอาหารของตนเองก็เลยร้องหม่ำๆ เพราะรู้สึกหิวขึ้นมา วิระเลยละมือจากอาหารของตัวเองและหันกลับมาป้อนข้าวลู่เหวินที่รอบนี้ยอมกินข้าวเข้าไปแต่โดยดีไม่มีอิดออดเหมือนตอนแรก เป็นแบบนี้แทบทุกครั้งในป้อนข้าวลู่เหวินเลย ชอบเล่นตัวทั้งๆที่ก็หิว


“ค่อยๆเคี้ยวครับ เดี๋ยวติดคอ” พอได้กินลู่เหวินก็กินเอาๆ แถมยังไม่ค่อยเคี้ยวให้ละเอียดอีก แม้อาหารจะค่อนข้างละเอียดอยู่แล้วก็ตาม แต่วิระอยากให้ลูกได้ใช้ฟันหัดเคี้ยวอาหาร จนบางครั้งวิระต้องคอยบอกลูกเสมอ ไม่รู้ว่าเข้าใจรึเปล่าเพราะไม่เคยทำตามเลย เฮ้อ…..


“กินเก่งแบบนี้โตเร็วแน่ๆ” วีรภาพพูดขึ้นมาหลังจากเห็นลูกชายทานข้าวจนหมด แม้จะคายพวกผักออกมาเล็กน้อยก็ตาม


“โตเร็วๆก็ดี เพราะตัวแค่นี้ก็ดื้อเหลือเกิน”


“พอถึงเวลาลูกโตนายอาจจะปวดหัวกว่านี้ก็ได้นะวิระ”


เพราะวีรภาพคิดว่าลูกชายตนเองคงไม่หยุดดื้อแค่วัยเด็กหรอก เพราะขนาดยังไม่ถึงขวบยังขนาดนี้ ลองเดินได้พูดได้สิจะขนาดไหน




..................................................50%..............................................................



เช้าวันใหม่วิระที่รู้สึกว่าร่างกายเหมือนหนักอึ้งไปทั้งร่าง อาจจะเพราะเมื่อคืนลู่เหวินไม่ยอมนอนสักที กว่าจะกล่อมให้นอนได้ก็ดึกมาก แถมหลายวันที่ผ่านมาวิระก็พักผ่อนน้อย ทำให้วันนี้วิระเลยเหมือนกำลังมีไข้ เพราะตอนนี้วิระร้อนกระบอกตาและปวดเมื่อยร่างกายไปทั้งร่างเลย


“วิระ นายเหมือนมีไข้นะ ลู่เหวินไม่เอาครับ ไม่ใกล้ม๊านะครับ ม๊าไม่สบาย” วีรภาพที่เข้ามาแล้วเอาฝ่ามือแนบหน้าผากของวิระที่นอนซมอยู่บนเตียงอย่างเป็นกังวล ปกติวิระจะตื่นเช้ามากๆ เพราะต้องตื่นมาเตรียมรับมือกับลู่เหวิน แต่วันนี้วิระกลับหลับสนิท พอวีรภาพเข้าไปปลุกก็พบว่าร่างกายวิระมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ พอไปหยิบปรอทมาเช็กกับวิระก็พบว่าวิระมีไข้ค่อนข้างสูงเล็กน้อย


“มะ ฮื่ออออออออออออ” ลู่เหวินพยายามจะปีนขึ้นเตียงให้ได้ แต่ก็โดนวีรภาพอุ้มหนี เพราะวิระเคยพูดไว้ว่า หากใครป่วยห้ามให้ลู่เหวินเข้าใกล้เพราะลู่เหวินอาจจะติดไข้แล้วคราวนี้แหละ งานเข้าทั้งบ้านแน่ๆ


“เอาลูกออกไปข้างนอกก่อน” วิระบอกเสียงแหบเมื่อเห็นว่าลูกดิ้นจะเข้ามาหาตนเอง


“อืม ฉันให้เฟยโทรเรียกหมอแล้วนะ เดี๋ยวเอาลูกไปให้คนในบ้านดูก่อน เดี๋ยวขึ้นมานะ”


“อื้อ”


วีรภาพที่อุ้มลู่เหวินลงมาให้เฟยดูแลก่อนก็รีบขึ้นไปดูวิระอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มวิระไปเช็ดตัว แปรงฟันในห้องน้ำและเปลี่ยนชุดให้วิระ พอทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมอที่ให้เฟยตามมา ก็มาถึงพอดีพอตรวจเสร็จหมอก็บอกค่าวิระแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ เลยทำให้ป่วยแบบนี้ หมอเลยจัดการฉีดยาให้และอีกสองสามวันถึงจะหายดี ช่วงนี้ก็ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ วีรภาพเลยต้องหอบลูกมาทำงานด้วย เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ ว่าส่วนใหญ่นอกจากพ่อกับแม่ วีรภาพและวิระ ลู่เหวินจะไม่ค่อยชอบให้ใครมาอุ้ม เพราะแบบนี้เลยไม่สามารถให้คนในบ้านช่วยดูลู่เหวินได้ในตอนวิระกำลังป่วยแบบนี้


“เตรียมของลูกไปครบแล้วใช่มั้ยวีร์”


“อืม เดี๋ยวแม่บ้านจะคอยขึ้นมาดูนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา”


“ดูแลลูกดีๆนะ” วิระค่อนข้างเป็นกังวลเหลือเกินว่าวีรภาพจะดูแลลูกได้มั้ย เพราะวีรภาพไม่ค่อยได้ดูลูกเท่าไร เกิดลู่เหวินแผลงฤทธิ์ขึ้นมาจริงๆ วีรภาพจะรับมือลู่เหวินถูกมั้ย พอวิระนอนคิดเรื่องนี้แล้ว เหมือนไข้จะขึ้นยิ่งกว่าเดิมเลย เฮ้อ!





วีรภาพที่วันนี้เป็นคุณพ่อลูกติดหนึ่งวันก็ต้องหอบลูกมาทำงานด้วย ปัญหาแรกที่เจอคือลู่เหวินแผลงฤทธิ์ไม่ลงนั่งที่รถเข็นแต่จะให้วีรภาพอุ้มอย่างเดียว วีรภาพเลยสั่งให้เฟยจัดการนำของทุกอย่างขึ้นไปที่ห้องทำงานก่อน เพราะวีรภาพต้องอุ้มลู่เหวินที่ดิ้นไม่หยุด ให้อารมณ์ดีกว่านี้ก่อนถึงจะพาเข้าไป


พอเข้ามาในบริษัท พนักงานทั้งหลายต่างพากันจ้องมาที่วีรภาพที่ในตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทแม่ของตระกูลหยางด้วยความสนใจ เพราะเด็กน้อยในอ้อมกอดของท่านประธานที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกัน และก็คงจะเป็นคุณชายน้อยทายาทคนโตของท่านประธานที่เป็นที่พูดถึงว่ามีสิทธิ์ได้รับมรดกของตระกูลหยาง


“ลู่เหวินครับ วันนี้ป๊าของร้องเถอะนะ ดื้อน้อยๆหน่อย” พอมาถึงห้องทำงาน วีรภาพก็วางลูกชายลงที่โซฟาตัวใหญ่ ทำให้ลู่เหวินที่หน้างออยู่แล้วยิ่งงอลงยิ่งกว่าเดิม คงจะเพราะไม่เคยห่างกายจากวิระ พอไม่เห็นม๊าของตัวเองในสายตาก็เริ่มอารมณ์เสียตามเด็กน้อยที่เอาตนเองเป็นใหญ่


“มะๆๆ หามะ”


“ม๊าไม่สบายนะครับ วันนี้ลู่เหวินต้องอยู่กับป๊า”


“ฮึก มะ…”


“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ นี่ครับนม นอนกินนมนะครับ” วีรภาพหยิบขวดนมออกมาล่อลวงลูกชายที่กำลังเริ่มจะงอแง แต่พอได้ขวดนมก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาก่อนจะดูดนมจากขวดแล้วหลับตาลงตามความเคยชิน วีรภาพเห็นแบบนั้นก็เบาๆใจ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อดูเอกสารที่ต้องอ่านและเซ็นในวันนี้




พอนั่งทำงานไปสักพัก และหันมองไปที่โซฟาเห็นลูกหลับวีรภาพก็เบาใจ ก่อนจะหันกลับมาทำงานต่อ แต่วีรภาพคงเชื่อใจลู่เหวินมากเกินไป เพราะพอลู่เหวินตื่นขึ้นมา ลู่เหวินก็ลุกนั่งและพยายามลงจากโซฟาด้วยตนเองทั้งๆที่ขายังไม่แข็งแรง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนเป็นคลานแทน และก็คลานไปรอบๆห้องด้วยความเงียบ สายตาของเด็กน้อยช่างซุกซนมองนู้นมองนี้ด้วยความสนใจ อาจจะเป็นเพราะเป็นห้องที่แปลกตาไม่เหมือนที่บ้าน ก่อนลู่เหวินจะคลานไปตรงหน้าประตูห้อง แต่โชคดีที่วีรภาพปิดประตูห้องไว้ไม่งั้นลู่เหวินคงคลานออกไปเป็นแน่


เด็กชายลู่เหวินที่เห็นว่าประตูห้องไม่สามารถออกไปได้ ก็คลานไปรอบห้องอีกครั้ง จนคลานไปชนขาของวีรภาพที่นั่งทำงานอยู่ พอวีรภาพก้มลงมองดู ก็เห็นลูกชายกำลังพยายามเกาะขาของวีรภาพเพื่อลุกขึ้นยืน


“ตื่นตั้งแต่ตอนไหนครับลู่เหวิน คลานกับพื้นแบบนี้เข่าช้ำกันพอดี เดี๋ยวป๊าก็โดนม๊าเราบ่นหรอก” วีรภาพบ่นไปปัดฝุ่นบนร่างกายลูกชายออกด้วย ดีที่วันนี้จับลู่เหวินใส่กางเกงขายาว ไม่งั้นเข่าน้อยๆนั่นต้องแดงจนเห็นช้ำแน่ๆ และวีรภาพก็จะโดนวิระด่าที่ดูแลลูกไม่ได้


“ฮึก อื้อออออออ” จับลูกขึ้นมานั่งบนตักไม่ถึงนาที ลู่เหวินก็ทำหน้าตาบูดเบี้ยว ก่อนจะส่งเสียงออกมา และเพียงไม่นานก็มีกลิ่นตามมาด้วย ทำให้วีรภาพรับรู้ว่าเสียงที่ลูกชายร้องออกมาเมื่อครู่คือลู่เหวินกำลังเบ่งอึ เพราะตอนนี้เริ่มส่งกลิ่นแรงขึ้นมาเรื่อยๆแล้ว


“อย่าเพิ่งเบะครับ ป๊ากำลังจะพาไปล้างก้นนะ” วีรภาพรีบลุกขึ้นก่อนจะพาลูกลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำล้างก้น โชคดีที่มีห้องน้ำในห้องทำงาน วีรภาพเลยไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปนอกห้อง ลู่เหวินเองที่รู้ตัวว่าก้นเลอะอึก็เริ่มจะเบะปากเตรียมแผ่เสียงร้องไห้ออกมา วีรภาพเองก็รีบพาลูกชายไปล้างก้นให้เร็วที่สุด แต่เหมือนจะไม่ทันใจเจ้าลูกชายอยู่ดี เพราะตอนนี้ลู่เหวินแผดเสียงร้องดังไปทั่วห้องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆเสียด้วย


“ก้นไม่เลอะอึแล้วไงครับลู่เหวิน เงียบเร็ว” วีรภาพเริ่มจะปวดหัวขึ้นมาเพราะลูกชายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อง วีรภาพเลยอุ้มลูกชายที่เพิ่งใส่แพมเพิร์สและสวมกางเกงตัวใหม่ไปกดเรียกเฟยที่อยู่หน้าห้องให้เข้ามา


“ครับนาย”


“ไปสั่งอาหารชุดเด็กให้ลู่เหวินหน่อย สงสัยจะหิว นี่ก็เที่ยงแล้ว เอาแบบที่ไม่มีผักนะ”


“แต่วิระโทรมาสั่งเรื่องอาหารของคุณชายน้อยไว้แล้วครับ อาหารต้องครบห้าหมู่ วิระสั่งพร้อมบอกชื่อเมนูเรียบร้อยแล้วครับ”


“งั้นก็เอาตามที่วิระบอก เร็วๆนะเฟย”


“ครับนาย”


พอเฟยเดินออกไป ลู่เหวินก็ยังไม่หยุดร้องวีรภาพเลยเดินไปหยิบของเล่นในกระเป๋าที่เตรียมมาส่งให้ลูกชาย แต่ลู่เหวินก็จับไว้และเอาโยนทิ้งลงพื้นทันที วีรภาพเลยไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกหยุดร้อง เลยพาเดินไปดูวิวผ่านกระจกจากในห้องแทน ซึ่งก็พอจะเรียกความสนใจของลูกชายตัวดื้อได้บ้าง ตอนนี้เลยแค่เหลืออาการสะอึกเล็กน้อยเท่านั้น


“หายงอแงนะครับ ดูวิวดีกว่าเนอะ” วีรภาพพยายามหลอกล่อลูกชาย ซึ่งการดูวิวก็ใช้ได้ผล ลู่เหวินสนใจวิวบนตึกจนหายสะอึกสะอื้น เมื่อพาดูจนลู่เหวินพอใจก็พอดีกับเฟยที่นำอาหารของลู่เหวินและของวีรภาพเข้ามาในห้อง แต่ห้องนี้ไม่มีเก้าอี้สำหรับเด็ก วีรภาพเลยจับลู่เหวินนั่งตักพร้อมกับเตรียมป้อนข้าวลูกชายก่อน วันนี้เป็นข้าวผัดที่ใส่แครอท ข้าวโพด และถั่วลันเตา เป็นข้าวผัดสำหรับเด็กน้อยอย่างลู่เหวินที่ต้องใช้ฟันหัดเคี้ยวอาหาร และมีผลไม้เป็นส้มอีกหนึ่งลูก เมื่อจับลูกนั่งได้เรียบร้อยแล้ว วีรภาพก็บอกให้เฟยหยิบผ้ากันเปื้อนเด็กน้อยในกระเป๋าของใช้ของลู่เหวินออกมา ก่อนจะสั่งให้เฟยสวมให้ลู่เหวินที่ดิ้นเล็กน้อยเพราะไม่ชอบใจที่ต้องใส่ กว่าจะสวมใส่ให้ได้ก็กินเวลาไปเกือบห้านาที เมื่อเรียบร้อยวีรภาพก็ให้เฟยออกไปรอข้างนอก เพราะวีรภาพจะจัดการป้อนข้าวลู่เหวินเอง


“หม่ำๆครับ อ้าม”


“มะ!” เด็กชายลู่เหวินหันหน้านี้เมื่อสายตาจับจ้องเห็นสีเขียวบนช้อนกินข้าว พร้อมกับเม้มปากอย่างเอาแต่ใจและบ่งบอกว่าไม่กิน!


“เฮ้อ งั้นเอาผักออกนะครับ นี่ไงมีแต่ข้าว” วีรภาพเขี่ยพวกผักออกจากข้าวจนหมด ก่อนจะตักข้าวผัดจ่อไปที่ปากลูกชายอีกครั้ง คราวนี้ลู่เหวินยอมรับข้าวเข้าปากแต่โดยดี แต่ใช่ว่าจะยอมเคี้ยวง่ายๆ ในเมื่อลู่เหวินเริ่มแผลงฤทธิ์ด้วยการอมข้าวอีกครั้ง


“ลู่เหวินครับ เคี้ยวข้าวสิครับแบบนี้ไง” วีรภาพบอกให้ลูกชายเคี้ยวข้าวพร้อมทำท่าทางเคี้ยวให้ดู แต่ลู่เหวินไม่สนใจและอมข้าวต่ออยู่แบบนั้น


“เด็กดื้อ เคี้ยวข้าวเร็วๆครับ ไม่งั้นฟ้องม๊าเรานะว่าเราดื้อ” วีรภาพเอ่ยคำขู่ออกไป แต่ใช่ว่าลูกชายจะฟัง เพราะลู่เหวินแหวะข้าวออกมาจนเปื้อนผ้ากันเปื้อนไปหมด ซึ่งในตอนนี้วีรภาพรู้ซึ้งแล้วว่าเลี้ยงลูกมันลำบากแค่ไหน อยากจะตะโกนให้วิระได้ยิน ว่าให้มาช่วยเลี้ยงลู่เหวินหน่อยครับเมีย และนี่มันก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีเลยที่วีรภาพรู้สึกอยากจะร้องไห้เพราะลูกชายดื้อแบบนี้!




..............................................100%.....................................................

วงวารคุณพ่อลูกติดนะคะ 55555555


ความคิดเห็น