Goink

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

นินนารายืนมองรอยตีตราที่เขาทำเอาไว้กับเธอผ่านกระจกในห้องน้ำแล้วนึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้เขามาทำแบบนี้ ทำไมเธอถึงไม่เคยลืมเขาได้สักทีทั้งที่เขาทำร้ายเธอทุกอย่างแต่ก็ยังจะรักเขา 

มือบางเอื้อมไปเปิดฝักบัวปล่อยให้สายน้ำไหลลงมากระทบผิวกาย นินนาราใช้มือขยี้รอยที่เขาทำไว้กับเธอ พยายามที่จะลบรอยบ้าๆ นี้ออกจากร่างกาย เธอปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาตอนนี้เธออ่อนแอเหลือเกินไม่มีทางเลยใช่ไหมที่จะเอาชนะคนอย่างเขาได้เธอบอกกับตัวเองมาตลอดว่าจะไม่ให้เขาเจอกับลูกเด็ดขาดแต่สุดท้ายเธอก็ทำมันไม่ได้ 

หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาให้พอแล้วหลังจากนี้เธอจะสู้ทุกหนทาง เธอจะไม่มีทางแพ้ให้กับคนอย่างเขา เธอจะปกป้องลูกของเธอเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานพอสมควรก่อนจะเดินออกมาแต่งตัวเพื่อที่จะลงไปหาลิลินที่รออยู่ด้านล่าง พอแต่งตัวเสร็จกำลังจะก้าวขาเดินออกจากไปก็เห็นเด็กหญิงเปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน 

“อ้าวมามี๊กำลังจะลงไปรับอยู่เลย” 

“ลิลินแกบ่นว่าง่วงน่ะ แม่ก็เลยพาแกขึ้นมาส่ง” คุณหญิงมะลิตอบออกมาแทนหลานสาวของตน 

“คุณแม่ไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” 

“มาให้ยายหอมแก้มก่อนเร็วหลานรักของยาย” คุณหญิงมะลิเดินเข้าไปใกล้ๆ เด็กหญิงพร้อมกับย่อตัวลงไปหอมแก้มหลานสาว 

ฟอด “ฝันดีนะคะลิลินหลานรักของยาย” 

“ฝันดีเหมือนกันนะคะคุณยาย” 

พอคุณหญิงมะลิเดินออกจากห้องไปเธอก็ต้องมาจัดการกับลูกสาวตัวแสบที่บอกว่าง่วงแต่พอเธอพาเข้านอนกับตาแป๋วใสไม่ยอมหลับเสียที 

“ลิลินนอนได้แล้วลูก พรุ่งนี้หนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” 

“คุณแม่คะ อาทิตย์หน้าโรงเรียนจัดกิจกรรมครอบครัวปะป๊าจะว่างมาไหมคะ” 

 

นินนาราไม่รู้จะตอบยังไงกับคำถามของลูกสาวที่เอ่ยออกมา เด็กหญิงมักจะถามหาคนเป็นพ่ออยู่บ่อยครั้งแต่เธอก็บอกเพียงว่าปะป๊างานยุ่งจนไม่มีเวลามาหา มันเป็นแบบนี้มาตลอดไม่ว่าเด็กหญิงจะเอ่ยถามสักกี่ครั้งคำตอบก็ยังเหมือนเดิมทุกครั้ง 

“ปะป๊างานยุ่งไงคะมาไม่ได้หรอก เดี๋ยวมามี๊ไปงานคนเดียวก็ได้ค่ะ” นินนาราฝืนยิ้มออกมาให้กับลูกสาว เธออดที่จะสงสารลูกไม่ได้เวลาได้ฟังคำตอบจากเธอทีไรเด็กหญิงมักจะมีสีหน้าเศร้าและผิดหวังเสมอ เธอไม่ได้อยากจะโกหกเลย ทุกครั้งที่เธอต้องโกหกลูกเรื่องของเขาเธอก็เจ็บปวดใจไม่แพ้กัน 

“ไม่เอาดีกว่ามามี๊ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว นอนได้แล้วค่ะพรุ่งนี้หนูต้องตื่นแต่เช้า” หญิงสาวเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง แล้วล้มตัวกอดร่างอวบอิ่มของลูกสาวแล้วหลับไปพร้อมกัน 

 

สนามแข่งรถ 

“ไงโผล่หัวมาได้แล้วเหรอ” ธีรทัชทักทายเพื่อนสนิทที่หายหน้าหายตาไปไม่ค่อยได้เข้ามาที่สนามแข่งเลย 

“ทำไมกูไม่เข้ามาแล้วมึงจะตายหรือไง” 

“อ้าวไอ้นี่” 

“เอารถฉันไปเช็กสภาพที” พีรดนย์ไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนเขากลับหันไปสั่งลูกน้องให้เอารถไปตรวจสภาพพร้อมกับโยนกุญแจรถให้ก่อนที่จะหันกลับมาพูดกับธีรทัชต่อ “ของเดิมพันที่มึงว่าเด็ดนักเด็ดหนานี่คืออะไรวะไอ้ธี” 

“เอาน่า ใจเย็นๆ สิวะเดี๋ยวตอนลงแข่งมึงก็รู้เอง” 

21.00 นาฬิกา แหละของเดิมพันในวันนี้คือรถคันนี้ของผมแล้วก็ผู้หญิงคนนั้น เสียงของชายหนุ่มที่จะลงแข่งกับเขาในวันนี้เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ผู้หญิง 

“น่าสนใจดีนี่ ส่วนของเดิมพันของฉันในวันนี้คือรถคันนี้ถ้านายเอาชนะฉันได้ก็เอารถคันนี้ไปเลย” 

“โอเค งั้นมาเริ่มแข่งกันดีกว่าอย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย” 

พีรดนย์หยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมใส่ แล้วขับไปยังจุดสตาร์ททันที บึ้นๆๆๆ บึ้น.....!! เสียงบิดรถดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ 

“พร้อม ไป!!” 

สิ้นเสียงสัญญาณบอกเป็นการเริ่ม พีรดนย์เร่งเครื่องออกตัวด้วยความเร็วพุ่งทะยานไปข้างหน้า คู่แข่งพยายามที่จะขับตีเสมอและแซงหน้าเขาไป จนมาถึงโค้งสุดท้ายพีรดนย์เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถตีเสมอคู่แข่งได้ แล้วแซงหน้าไปอย่างขาดรอยพุ่งเข้าสู่เส้นชัยเป็นผู้ชนะ ด้วยความที่ชายหนุ่มนั้นชอบแข่งรถอยู่เป็นประจำจึงมีทักษะมากมายที่จะเอาชนะ ไม่ว่าจะลงแข่งสักกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยแพ้ให้กับใคร 

เย้ๆๆ .......วู้ด!!!!!! เสียงกองเชียร์ข้างๆ สนามแข่งรถดังขึ้นเมื่อรถพุ่งเข้าสู่เส้นชัย  

เอี๊อด !!! เสียงเบรกที่ทำให้รถจอดนิ่งสนิท พีรดนย์ก้าวลงมาจากรถบิ๊กไบค์ของตน มือหนาเอื้อมไปถอดหมวกกันน็อคออกแล้วเดินเข้าไปหาคู่แข่งที่ยืนอยู่ขอบสนาม 

“นายแพ้แล้ว” 

“นี่กุญแจรถผม แล้วนั่นก็ผู้หญิง” ชายหนุ่มยื่นกุญแจรถของตนให้ พร้อมกับชี้ไปยังผู้หญิงที่เป็นของเดิมพันคืนนี้ 

“ฉันเอาแค่รถส่วนผู้หญิงฉันไม่เอา” พีรดนย์ยื่นมือไปหยิบเอากุญแจรถแล้วเดินออกไปจากสนามแข่งทันที 

“เห้ยไอ้พีท วันนี้มึงเป็นอะไรวะผู้หญิงสวยๆ มึงปฏิเสธไม่เอาได้ไง ปกติมึงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะเว้ย” พอเดินเข้ามาถึงห้องพักส่วนตัวธีรทัชก็เอ่ยถามออกมา เขางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มากเขาไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้มาก่อน 

“เบื่อๆ ว่ะ มีเรื่องที่ต้องคิดเลยไม่มีอารมณ์” 

“แล้วมึงมีเรื่องอะไร ปรึกษากูได้” 

“มึงจำผู้หญิงที่กูคบเมื่อห้าปีก่อนได้ไหมวะ” 

“ใครวะมึงพูดอย่างกับมึงคบแค่คนเดียว” 

“ลินิน” 

“อ่อ น้องลินินคนที่สวยๆ แล้วมึงก็กลัวการแต่งงานเลยชิ่งหักอกน้องเขาน่ะเหรอ” 

“อ้าวไอ้นี่” 

“เออ แล้วยังไงเล่ามา” พีรดนย์ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ธีรทัชฟัง ชายหนุ่มเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจมากที่สุดจึงไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง 

“แล้วมึงจะเอาไงต่อ” 

“ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกของกูจริงกูจะเอาลูกคืน” 

“ทางที่ดีกูว่ามึงควรที่จะใจเย็นๆ ก่อน อย่าพึ่งทำอะไรพลีพลามเชื่อกูรอดูไปก่อน” 

“เออๆ งั้นวันนี้กูกลับก่อนละกัน” พีรดนย์ตอบเพื่อนไปแบบส่งๆ แล้วเดินออกไป 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น