Goink

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 32k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร

บ้านปัญญานิวัฒน์ 

         เมื่อคืนเธอตั้งใจว่าจะกลับมาหาลูกสาวให้ทันแต่ก็ยังไม่ทันอยู่ดี เพราะเด็กหญิงนั้นได้อาละวาดร้องไห้จนหลับไปแล้วขนาดคนที่เป็นยายยังเกือบเอาไม่อยู่ วันนี้เธอตั้งใจว่าจะไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนก่อนที่จะไปทำงาน และวันนี้ยังเป็นวันแรกที่เธอจะต้องเข้าไปทำงานในบริษัทฐานะรองผู้บริหารและเธอยังจะต้องออกไปพบลูกค้าซึ่งต่อไปนี้คงจะมีเวลาให้กับลูกสาวน้อยลง 

“ลิลินคะ แต่งตัวเสร็จยังคะ” 

“เสร็จแล้วค่า” 

“ไหนมาให้มามี๊ตรวจความเรียบร้อยหน่อยสิ แต่งตัวเองเป็นยังไงบ้าง” 

“ได้เลยค่า” เด็กหญิงเดินออกมาให้ผู้เป็นแม่ตรวจว่าเด็กหญิงนั้นใส่ชุดนักเรียนเองได้เรียบร้อยหรือเปล่า พร้อมกับทำท่าหมุนตัวไปรอบๆ 

“โอเคค่ะ เรียบร้อยดีแล้วลงไปทานข้าวเช้าได้แล้วค่ะ คุณตาคุณยายรออยู่” 

“ลงมาได้แล้วเหรอหลานสาวตัวสุดที่รักของยาย ดูสิใส่ชุดนักเรียนน่ารักเชียว” คุณหญิงมะลิเอ่ยชมหลานสาวด้วยความเอ็นดู 

“คุณแม่คะ วันนี้ลินินจะไปส่งแกเองนะคะ” 

“แล้วตอนเลิกเรียนล่ะ ลินินจะว่างมารับไหม ถ้าไม่ว่างแม่จะได้ไปรับแกเอง” 

“ยังไม่รู้เลยค่ะ ต้องออกไปพบลูกค้าด้วยไม่แน่ใจว่าจะเสร็จทันเวลาแกเลิกเรียนหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าลินินไม่ว่างลินินจะโทรมาบอกแม่อีกทีนะคะ” 

“โอเคจ๊ะ” 

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จหญิงสาวก็มาส่งลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง "เอาล่ะถึงโรงเรียนแล้วค่า ตั้งใจเรียนด้วยนะคะลูกสาวคนเก่งของมามี๊” 

“มามี๊ขา...เดินไปส่งลิลินที่ห้องเรียนก่อนได้ไหมคะ” 

เด็กหญิงมีท่าทีงอแงขึ้นมาไม่ยอมเดินเข้าไปกับคุณครูที่มายืนรอรับหน้าโรงเรียน แกคงจะยังไม่ชินกับโรงเรียนใหม่และปรับตัวกับการเรียนของที่นี่ยังไม่ได้ 

“ได้สิคะ เดี๋ยวมามี๊เดินไปส่ง” เด็กหญิงเดินจับชายเสื้อของมารดาแล้วเดินตามไปยังห้องเรียน 

“ถึงห้องเรียนแล้วค่ะ ไม่งอแงนะคะมามี๊เคยบอกว่ายังไงจำได้ไหม หื้ม” เด็กหญิงพยายามกลั้นน้ำตาแล้วพยักหน้าตอบคนเป็นแม่ 

“โอเคค่ะ เข้าห้องเรียนได้แล้ว” 

“ตอนเลิกเรียนมามี๊มารับได้ไหม ลิลินอยากให้มามี๊มารับ” 

“ได้เลยค่ะเดี๋ยวตอนเลิกเรียนมามี๊จะมารับ” 

“สัญญานะคะ” เด็กหญิงยกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อทำสัญญากับมารดา 

“มามี๊สัญญา”  

หลังจากที่ส่งลูกสาวที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็รีบตรงเข้าบริษัททันทีเพราะบิดาได้นัดประชุมกับทุกฝ่ายเพื่อที่จะประกาศว่าเธอจะเข้ามาทำงานในหน้าที่รองผู้บริหารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังออกจากห้องประชุมหญิงสาวก็ต้องเตรียมงานไปเสนอลูกค้าว่าเขาต้องการคอนเซ็ปเสื้อผ้าแนวไหนเธอจะได้ออกแบบให้ถูก 

“คุณอินคะ เข้ามาพบลินินหน่อยค่ะ” หญิงสาวกดเรียกให้เลขาที่อยู่หน้าห้องเข้ามาพบ 

“คุณลินินมีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“วันนี้คุณอินออกไปพบลูกค้ากับลินินนะคะ” 

“ได้ค่ะคุณลินิน” 

วันนี้เธอต้องออกไปพบลูกค้าเวลาสี่โมงซึ่งเป็นเวลาที่จะต้องไปรับลิลินที่โรงเรียนหญิงสาวได้สัญญากับเด็กหญิงเอาไว้ว่าจะไปรับ จึงทำให้เธอต้องเอาลิลินติดสอยห้อยตามไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“งั้นออกไปตอนนี้เลยค่ะ ลินินต้องไปรับลูกที่โรงเรียนด้วย” หญิงสาวไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทโชว์รูมรถยนต์เพื่อที่จะคุยงานต่อ 

“คุณอินคะวันนี้ลินินจะเข้าไปคุยงานเอง คุณอินอยู่เป็นเพื่อนลิลินที่หน้าห้องก็พอค่ะ” หญิงสาวหันไปบอกเลขาส่วนตัวว่าให้อยู่เป็นรอที่หน้าห้องเป็นเพื่อนลูกสาวส่วนงานเธอจะเป็นคนเข้าไปคุยงานเอง 

“ได้ค่ะ คุณลินิน” 

“ลิลินมามี๊จะเข้าไปคุยงาน หนูอยู่กับพี่เขาจะต้องไม่ดื้อเข้าใจไหมคะ” 

“เข้าใจค่า มามี๊ไม่ต้องห่วงลิลินจะเป็นเด็กดี” 

“เก่งมากค่ะลูกสาวของมามี๊” 

 

ห้องทำงานผู้บริหาร วันนี้เขานัดดีไซเนอร์มาคุยงานเขาอยากให้งานออกมาดี งามทุกงานที่เขารับผิดชอบจะต้องออกมาเพอร์เฟคที่สุดเสื้อผ้าทุกตัวที่นางแบบต้องใส่โชว์คู่กับรถยนต์ที่นำเข้ามาจะต้องมีความหรูหราสมราคา 

“ดีไซเนอร์ที่นัดไว้มาหรือยัง” พีรดนย์เอ่ยถามเลขาทันที่เมื่อไม่เห็นว่าดีไซเนอร์ที่นัดไว้นั้นจะมาสักที 

“ขอโทษนะคะที่มาชะ....” นินนาราเปิดประตูเข้ามาจะเอ่ยขอโทษที่มาคุยงานช้าแต่กับต้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้เห็นหน้าของผู้ชายคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด 

“นั่นไงมาแล้วครับ” เสียงเลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นหญิงสาวเข้ามาในห้องโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน 

“ออกไปก่อน” พีรดนย์หันหน้าไปสั่งเลขาหนุ่มเสียงเข้ม 

“มาให้เจอจนได้นะ นินนารา” 

ชายหนุ่มเอ่ยชื่อจริงของเธอออกมาเธอรู้นิสัยของชายหนุ่มดีว่าถ้าเขาโมโหหรือกำลังไม่พอใจอะไรเขาจะเอ่ยชื่อออกมาเพื่อเน้นว่าตอนนี้เขากำลังไม่พอใจ  

แล้วเขาจะไม่พอใจอะไรในตัวเธอทั้งที่เขาต่างหากที่เป็นคนทิ้งเธอไป พีรดนย์ก้าวขายาวๆเข้ามาหาเธอพร้อมกับกระชากบีบแขนเธอจนเกิดรอยแดง 

“ปล่อย !!”  

“ทำไมทีเมื่อก่อนทำมากกว่านี้ไม่เห็นว่าเธอจะห้ามอะไร” 

“อย่ามาพูดหยาบคายกับฉัน แล้วก็ปล่อยแขนฉันได้แล้ว” 

“เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยนะลินิน ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะ” 

“ที่ฉันเปลี่ยนไปก็เพราะคุณไง !!” 

“หึ เธอคงจะลืมแล้วใช่ไหมว่าเธอเป็นเมียฉันกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่” นี้เขายังต้องการอะไรจากเธอที่เขาทำร้ายจิตใจเธอมันยังไม่พออีกใช่ไหม 

“ขอโทษนะคะ ฉันยังไม่เคยแต่งงานเพราะฉะนั้นฉันไม่เคยเป็นเมียใคร !!” 

“งั้นฉันจะเตือนความจำให้เอาไหม ว่าเธอเป็นเมียฉัน” ชายหนุ่มผลักดันร่างหญิงสาวให้ชิดกำแพงของห้อง ริมฝีปากหนาก้มลงบดขยี้ปากของเธออย่าดุเดือดจนรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งอยู่ในปากก่อนจะเลื่อนลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอหญิงสาวเพื่อสร้างรอยตีตราให้กับเธอ เขาใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบไล้ขาเรียวแล้วล้วงเข้าไปใตกระโปรงที่ถูกถลกขึ้นสูง 

“อย่า !” นินนาราพยายามเอ่ยห้ามต่อต้านและทุบตีแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้อยู่ดี 

“ปล่อย บอกให้ปล่อยไง !!” หญิงสาวออกแรงที่เหลือน้อยนิดผลักเขาออกอีกครั้งจนสำเร็จก่อนที่มือบางจะฟาดลงที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรง 

 “อย่ามาทำตัวทุเรศๆ แบบนี้กับฉัน” นินนาราปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อล้นออกมาก่อนจะหันหลังรีบวิ่งออกจากห้องไป 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น