Goink

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

กว่าที่เธอจะหาทางเดินเลี่ยงออกมาจากพวกนักข่าวได้ก็ใช้เวลาพอสมควร นินนารารีบเดินเข้าไปในงานทันที เพราะวันนี้เธอเป็นประธานกล่าวเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวขายในเร็วๆ นี้ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้เธอเป็นคนออกแบบเองทั้งหมดเธอเลยต้องเดินทางมาเพื่อเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแบรนด์นี้ด้วยตัวเอง 

“ค่ะ สำหรับคอลเลคชั่นนี้ลินินเป็นคนที่ออกแบบเองทั้งหมดและจะเปิดขายเร็วๆ นี่ที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ K ขายที่ประเทศไทยเป็นสาขาแรกค่ะ และหวังว่าคอลเลคชั่นนี้จะได้รับความสนใจและตอบโจทย์กับลูกค้าทุกๆ ท่านนะคะ และสุดท้ายนี้หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับงานในค่ำคืนนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ” 

หลังจากที่เธอกล่าวเปิดงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็เดินไปทักทายผู้คนที่มาร่วมงานในวันนี้พอเป็นพิธีก่อนที่เธอนั้นจะขอตัวกลับก่อนเพราะเป็นห่วงลูกสาวตัวแสบป่านนี้คงมีการดราม่าเกิดขึ้นแล้วมั้ง วันนี้ทั้งวันเธอไม่มีเวลาให้กับลูกสาวเลยมัวแต่ยุ่งๆ กับงานเธอเลยตั้งใจว่าจะกลับบ้านเร็วหน่อย 

นินนาราหยิบโทรศัพท์ในการเป๋าขึ้นมาเพื่อโทรไปบอกให้คนขับรถออกมารับเธอที่หน้างานสองขาเรียวรีบเดินไม่ทันระวังทำให้เดินชนกับใครคนหนึ่งเข้า 

“ขอโทษค่ะ” นินนาราเอ่ยขอโทษแล้วตั้งหน้าตั้งตาก้มลงเก็บของช่วยโดยไม่ทันสังเกตว่าคนเธอเดินชนนั้นเป็นใคร 

“ใช่ลินินรึเปล่าจ๊ะ” นินนาราเงยหน้าขึ้นมาแล้วแสดงด้วยสีหน้าที่ตกใจทันทีที่เห็น 

“คุณแม่!!” หญิงสาวร้องออกมาอย่างตกใจ ไม่สิเธอต้องเรียกว่าคุณหญิงประภาดาเพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ใช่ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของพีทคนที่เธอเกลียดมากที่สุด 

“ลินินหายไปอยู่ไหนมาลูก” คงต้องถามลูกชายตัวดีของท่านแล้วล่ะว่าเขาทำอะไรไว้กับเธอทำให้เธอต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ 

“คุณพ่อให้ลินินไปช่วยดูแลร้านเสื้อผ้าสาขาย่อยที่ต่างประเทศค่ะ” 

“อ่อเหรอจ๊ะ ว่างๆ มากินข้าวกับแม่หน่อยสิแม่คิดถึง” 

“ค่ะ...ถ้าว่างลินินจะไป” นินนาราตอบกลับไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธท่านยังไงท่านดีกับเธอมาก ต่างจากลูกชายลิบลับและการที่ไปนั่งทานข้าวกับท่านสักมื้อคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง 

“คุณแม่คะ ขออย่างหนึ่งได้ไหมคะ” 

“ได้สิลูก” 

“เรื่องวันนี้อย่าบอกพีทนะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงอ่อย 

“ได้สิ แม่จะไม่บอกพีท” ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขามีปัญหาอะไรกันฉันพยายามที่จะเอ่ยถามลูกชายหลายครั้งว่าทำไมไม่พาลินินมาเจอฉันเลยแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบจากลูกชายเลย แต่ฉันก็พอจะดูออกว่าพวกเขามีปัญหากัน ฉันรักลินินมากรักเหมือนกับลูกสาวของฉันคนหนึ่งลินินเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยมีความเป็นกลุสตรี 

และลินินก็ยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ลูกชายพามาเจอฉันและฉันก็รู้สึกเอ็นดูเธอเป็นอย่างมากอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้แต่พอนึกถึงลูกชายตัวดีแล้วก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้ที่ต้องเสียผู้หญิงดีๆ อย่างลินินไปทุกวันนี้ทำตัวเป็นพ่อไก่แจ้ควงคนนั้นทีคนนี้ทีจนคนเป็นแม่อย่างฉันเหนื่อยที่จะบ่นในเรื่องเดิมๆ 

“คุณแม่คะ พอดีว่าลินินรีบงั้นของตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวกล่าวลาพร้อมยกมือขึ้นไหว้ก่อนเดินจากไป  

บ้านปิติคุณานนท์ 

“ว่าไงกลับบ้านได้แล้วเหรอพ่อลูกชายตัวดี” เสียงมารดาเอ่ยทักหลังจากที่ก้าวขาเข้ามาในบ้านได้ไม่นาน 

“โธ่คุณแม่ครับ ถ้าไม่ให้ผมกลับบ้านแล้วจะให้ไปไหนได้ล่ะครับ” 

“ก็นึกว่าจะไปคลุกอยู่กับแม่นางงามอะไรนั้นซะอีก” คุณหญิงประภาดาเอ่ยประชดประชันลูกชาย 

“ไม่เอาน่ะครับ ยังไงผมก็รักแม่กว่าอยู่ดีนั่นแหละ วันนี้ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้วขอตัวขึ้นไปพักก่อนนะครับ” 

พีรดนย์กำลังที่จะเดินขึ้นห้องแต่ต้องหยุดชะงักกับคำพูดของมารดาที่เอ่ยขึ้น 

“วันนี้แม่เจอหนูลินิน” ฉันตั้งใจว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กลับลูกชายแต่ก็อดไม่ได้อยากที่จะรู้นักว่าถ้าพ่อลูกชายตัวดีนั้นรู้เรื่องนี้จะมีท่าทียังไงแต่ชายหนุ่มก็ไม่แสดงทีท่าว่าจะสนใจในเรื่องที่เธอบอกเลยสักนิด 

“แล้วยังไงล่ะครับ มาบอกผมทำไม” ชายหนุ่มทำท่าทีเมินเฉยแล้วเดินขึ้นห้องไป 

คุณหญิงประภาดาได้แต่ยืนส่ายหน้าให้กลับความดื้อด้านปากไม่ตรงกับใจของลูกชายอายุก็ไม่ใช่จะน้อยๆ แล้วยังไม่รู้หัวใจตัวเองอีก แล้วแบบนี้จะได้อุ้มหลานตอนอายุเท่าไรกันเนี่ย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น