ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หัวใจดวงนี้...100%

ชื่อตอน : หัวใจดวงนี้...100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.3k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หัวใจดวงนี้...100%
แบบอักษร

“เขมมิกา ฉันบอกไว้เลยว่าถึงแม้ว่าฉันจะเลวแต่ฉันก็มีความรับผิดชอบมากพอ ดีแค่ไหนที่ไม่พาเธอไปทำแท้ง!”

“ถ้าคุณทำอย่างนั้น คุณจะเป็นคนเลวที่เลวเกินกว่าคน ฆ่าได้แม้กระทั้งชีวิตของเด็กตัวน้อยๆที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรด้วยเลยสักนิด ฮึก!”

 “แต่ฉันก็ไม่ได้ทำไงเพราะฉันมีความรับผิดชอบมากพอรู้ว่าอะไรควรไม่ควร” เขารู้ดีว่าชีวิตของคนคนหนึ่งมันมีค่ามากมายขนาดไหน เขาไม่มีทางที่จะมีความคิดชั่วๆเช่นนั้นแน่นอน

 “ถะ...ถ้าอย่างนั้นก็ดี จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีๆ ฮึก! คุณรู้แค่เรื่องลูกว่าควรจะทำอย่างไร แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่าฉันจะเป็นอย่างไร คุณมันใจร้าย! ฮึก ฮือออ!!!” เธออดที่จะน้อยใจต่อตัวเองไม่ได้เลย เขาแค่ว่ารู้ว่าควรจะทำอย่างไรเรื่องลูกแต่สำหรับเธอ...

 “ปึก!”

 เธอไม่อยากจะมองหน้าเขาเลยในตอนนี้ อยากจะหนีไปให้ไกลๆ ไม่ต้องมาพบมาเจอกันอีก เธอไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอเหนื่อย เหนื่อยมากพอแล้วสำหรับหัวใจดวงนี้...เขมมิกาปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวแล้วรีบลงเดินออกไปจากรถทันที

 “เขมมิกา จะไปไหน!”

 แม้ว่าจะได้ยินเสียงขานเรียกแต่เธอก็ไม่อาจจะหยุดในสิ่งที่ทำอยู่ ในตอนนี้เธอไม่หวั่นอะไรทั้งสิ้น แม้ว่าถนนเบื้องหน้ามันจะเปลี่ยวและหน้ากลัวมากเท่าไหร่เธอก็พร้อมเผชิญหน้ากับมันดีกว่าต้องทนมองคนที่กำลังทำร้ายหัวใจของเธอด้วยเพียงคำว่ารับผิดชอบ หาใช่ความรักที่ใจเฝ้าโหยหามาตลอด เด็กที่จะเกิดมาต้องได้รับความรักจากคนเป็นพ่ออย่างใจจริงหาใช่หน้าที่ที่ต้องทำยามเมื่อมันผิดพลาด

 “เขมมิกาเธอจะไปไหน! โธ่เว้ย!!!” เรียกเสียงลั่นแต่ทว่าร่างของสาวเจ้าก็ไม่อาจที่จะหยุดการกระทำ เขาจึงต้องรีบตามลงไปแล้วไขว้คว้าร่างนั้นเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่งของตนเอง

 “เป็นบ้าอะไรไป! เดินลงมาแบบนี้ไม่กลัวหรือยังไง!”

 “.............” เธอได้ยินแต่เธอเลือกที่จะไม่พูดกับเขา ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างฉับไวดวงหน้าทั้งใบมีเพียงแค่คราบน้ำตาที่เอ่อไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ

 อัศวินรีบก้าวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อก้าวตามให้ทันหญิงสาวที่เดินอย่างมุ่งมั่นอยู่ข้างหน้าในตอนนี้ เขมมิกาไม่แม้แต่จะหยุดชะงักหรือเหลียวตาแลมองเขาเลยสักนิด หัวใจของอัศวินมันเริ่มที่จะเต้นไม่ปกติเมื่อเขมมิกาแสดงได้ออกชัดเจนว่าในตอนนี้เธอนั้นรู้สึกเช่นไร

 “เขมมิกา หยุด! ฉันบอกว่าให้หยุด!” มันไม่เป็นดั่งคำที่เขาว่าเลยสักนิด เธอยังไม่ยอมหยุดเท้า จนต้องเป็นเขาเองที่ต้องวิ่งเข้าไปใกล้หญิงสาว

 “หมับ!”

 อัศวินวิ่งเข้าคว้าร่างของเขมมิกาไว้ในอ้อมแขนจากด้านหลังของหญิงสาว มือหนานั้นบีบรัดแน่นเมื่อเอพยายามจะขัดขืนแล้วยังส่งเวียงให้ปล่อยอยู่ตลอดเวลา

 “ปล่อย! ฮึก! ปล่อยฉัน!” น้ำตาเธอยังเอ่อออกมาเรื่อยๆ เรี่ยวแรงแขนทั้งสองข้างก็ปัดป้องขัดขืน พยายามดันมือของอัศวินให้หลุดออกจากรอบเอวของตัวเองแต่ทว่าเขานั้นรัดแน่นมากจนเธอไม่อาจที่จะทำได้สำเร็จ พลัน! สมองน้อยๆมันก็นึกถึงอีกคนภายในท้อง!

 “ลูก!!!”

 อัศวินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบคลายอ้อมแขนทันที เขาเองก็ตกใจที่ตนเองนั้นเผลอลืมไปว่าในท้องของสาวเจ้านั้นยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอีกคนหนึ่ง อัศวินถอยตัวออกมาจากเขมมิกาจ้องมองเธออย่างรู้สึกผิด

 “ฉะ...ฉันขอโทษ”

 “คุณเกือบจะฆ่าลูกแล้ว! คนใจร้าย! ฮึก!” เธอเดินเข้าไปทุบที่อกเขาแรงๆด้วยอารมณ์ที่ทั้งกลัวและโกรธ กลัวว่าแรงรัดนั้นมันจะมีผลต่อคนในท้องนัก

 “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉะ...ฉันขอโทษ” เขาพยายามที่จะเอี่ยวเอามือนั้นดึงเขมมิกาเขามาในอ้อมกอดอีกครา

 “ฮึก!  ฮือ! คุณมันใจร้าย ฮึก!”

 หญิงสาวที่กำลังโกรธไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องตกไปอยู่ในแขนแกร่งของเขา มือนั้นหาได้ผลักไสเช่นคราแรกแต่ทว่ากับทุบเข้าที่อกแกร่งรัวเป็นพัลวัน ราวกับว่าจะส่งต่อความเจ็บปวดนี้ของเธอให้เขาได้รับรู้บ้างว่ามันเจ็บแสนเจ็บมากแค่ไหน ที่ต้องทนกับทุกอย่าง ต้องสู้กับความอดสูที่ต้องเจอครั้งแล้วครั้งเล่า...

 “ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!” เสียงมือของเขมมิกาที่ทุบเข้าที่หน้าอกของอัศวินอย่างเจ็บปวด...

 ร่างของเขมมิกาค่อยทรุดลงที่พื้นอย่างช้าๆ มือของอัศวินก็โอบประคองร่างของเธอไว้ เขาดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมอก หัวทุยของหญิงสาวโดนมือหนาของอัศวินจับประคองให้ซบลงที่อกแกร่ง  เขาโอบล้อมร่างนี้ด้วยสองลำแขนของตัวเอง สายตาจ้องมองลงไปที่สาวเจ้าอย่างไร้เหตุผลและความคิด รู้เพียงแค่ว่าในยามนี้เขาอยากจะทำให้เธอนั้นสงบลงเสีย แม้ว่าต่อให้เธอจะทุบตีเขาเช่นไร เขาก็จะไม่ขัดขืนหรือปัดป้องแม้แต่น้อย

 “ทุบสิ ถ้ามันทำให้เธอเลิกร้องไห้”

 “ฮึก! ฮืออ!!!”

 “..........” บางทีมันก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ แม้ว่าเขาจะเปิดโอกาสให้เธอได้ทำดั่งปรารถนาโดยไม่โต้แย้งก็ตาม แต่ใช่ว่าเธอจะมีแรงมาสู้ได้ในตอนนี้ มือที่มันใช้กระทำกับคนร่างหนามันก็เริ่มจะตกหล่นลงมาเรื่อยๆเสียแล้ว

 มือหนาของอัศวินจับเฉยคางของหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้นมาเผชิญแก่เขา คราบน้ำตามันยังคงปรากฏเป็นสัญลักษณ์ว่าเธอผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ดวงตาของเธอก็จ้องมองเขาเช่นกันแต่ทว่ามันคล้ายว่ามันเริ่มจะหนักอึ้งไปเสียทุกที ดวงตาพร่ามัว สมองมึนงง เห็นภาพซ้อนจนเธอต้องกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับการโฟกัสภาพให้ชัดเจน

 “เป็นอะไรไปเขมมิกา” มองเห็นอาการผิดปกติของหญิงสาวจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 “.......” ยามนี้รู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว

 “เขมมิกา! เขม!” เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะไม่ไหวติง เสียงเข้มของอัศวินก็เอ่ยเรียกด้วยหัวใจที่ร้อนรน มือทั้งสองประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้

 “มองหน้าฉัน เธอเป็นอะไรบอกฉันสิ” หัวใจร้อนรุ่มเป็นที่สุด เรี่ยวแรงของเธอในยามนี้มันแทบจะไม่มีเลย

 “ฉะ...ฉันยะ...อยากกลับบ้าน” เสียงที่มันแสนแผ่วเบา ถูกพร่ำออกมาจากหญิงสาวที่อ่อนแรงอยู่ในอ้อมแขนของคนที่ขึ้นชื่อว่าสามี

 ยามนี้มันทั้งปวดหัวและมึนงงรวมกันปนเปไปหมด ดวงตาก็เริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆเสียแล้ว เรี่ยวแรงที่เคยมีมันก็เริ่มจะลดลงเช่นกัน...

 “ได้ ฉันจะพาเธอกลับเอง อดทนไว้นะ” น้ำเสียงเขานั้นแสนอ่อนโยน จนเธอเผลอคิดว่าเขาคือคนละคนกันกับซาตานที่เธอเคยพบพานมาตลอดเวลา

 เขมมิกาทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เขาพูดเขานั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกอัศวินอุ้มอิงแอบอกแกร่งมุ่งตรงไปที่รถคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก อัศวินว่างสาวเจ้าลงที่เบาะรถอย่างแผ่วเบาก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งทะยานรถกลับบ้านทันที

 พอถึงที่หมายแล้วเขาก็เร่งรีบพาร่างของเขมมิกาขึ้นไปบนท้องทันที จัดแจงทำทุกอย่างเสร็จสับทั้งเช็คตัวหญิงสาวทั้งหาน้ำป้อนยาให้เธอ อัศวินในยามนี้ทำอย่างกับว่าเขาไม่ใช่คนเดิม เสมือนว่าเขาคืออัศวินคนใหม่...หาใช่คนที่เคยคอยทำร้ายคนที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงนั้น

 “ลุกขึ้นมากินยาก่อนนะ”

 อัศวินประคองศีรษะของเขมมิกาขึ้นมา มืออีกข้างก็นำยาป้อนเข้าปากหญิงสาวแล้วตามด้วยน้ำเปล่า แล้วว่างเธอนอนลงเช่นเดิม เขาสับสนวุ่นวายหัวใจนัก เขารู้สึกห่วงใยผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป กลัวว่าเธอจะหายไป...ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่ดั่งเช่นครั้งแรกที่เขารู้สึก มันเป้นเช่นไรกันแน่?

 *“วินค่ะ วิน”* เสียงหวานแสนคุ้นหูเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่กำลังหลับใหลอยู่ในยามนี้ ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทองอร่ามมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งสวมใส่ชุดสีขาวยาวถึงตาตุ่ม ยืนเรียกชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่บนเตียงสีขาวที่ตั้งตงาดอยู่กลางทุ่ง สายลมปลิวไสวพัดผ่านร่างของของหญิงสาว ผมยาวปลิวสลวย ดวงตาคมที่เปิดตามองเห็นหญิงสาวที่หัวใจเฝ้าคิดถึงรอยยิ้มปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้า

 *“วิ...คุณมาหาผมแล้ว”* อัศวินลุกขึ้นจากเตียง ก้าวเดินเข้าหาหญิงสาว

 ค่ะ วิมาหาวินแล้ว

 *“ผมคิดถึงคุณวิ ผมคิดถึงคุณ”* เขาโอบรัดร่างของหญิงสาวไว้แน่นในอ้อมแขน

 วิก็คิดถึงวินค่ะ

 *“มันไม่ใช่ความฝันใช่มั้ยวิ บอกผมสิว่ามันไม่ใช่ความฝัน”* เขาอยากจะภาวนาให้สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้เป็นเรื่องจริงหาใช่ความฝัน

 มันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่ที่วิมาหาวินเพราะวิมีเรื่องที่ต้องพูดกับวินให้รู้เรื่องเสียที

 *“เอาไว้ทีหลังเถอะนะ ผมอยากอยู่กับวิให้นานกว่านี้”* ยามนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะปรารถนาไปมากกว่าการที่ได้อยู่เคียงข้างคนที่รักเช่นวิชุดาอีกแล้ว ส่วนเรื่องอื่นค่อยเอาไว้ว่ากันทีหลัง

 ไม่ได้ วินต้องรู้หัวใจตัวเองเสียที

 หมายความว่ายังไง...

 ก็หมายความว่าหัวใจของวิน ตอนนี้มันไม่ได้มีวิอยู่แล้ว...

 มะ...ไม่ ผมรักวิแค่คนเดียว

 อย่าฝืนหัวใจตัวเองอีกเลยค่ะ วินหลอกคนอื่นได้แต่วินไม่สามารถหลอกหัวใจตัวเองได้

 *“ไม่วิ ผมไม่เคยหลอกหัวใจตัวเอง มันมีแค่วิคนเดียว”* เขาเชื่อมั่นว่ามันเป็นเช่นนั้น

 แน่ใจแล้วหรือค่ะ แล้วเขมมิกาล่ะ

 *“.........”* ทำไมกันไม่รู้ เขาไม่อาจที่จะให้คำตอบได้ทั้งๆที่มันควรจะเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุดสิ

 วินตอบวิไม่ได้เพราะอะไรรู้มั้ยค่ะ...

 เพราะหัวใจคุณตอนนี้มันมีเพียงแค่เขมมิกาคนเดียวเท่านั้น ความรู้สึกของคุณมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ

 *“ไม่!* ผมจะไม่รักคนที่ทำร้ายวิเด็ดขาด*!”* ไม่มีทาง*!* หัวใจเขาเป้นของวิชุดาเพียงคนเดียวเท่านั้น หาใช่เขมมิกาดั่งที่หญิงสาวพูด

 ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว...คนที่วินรักคือเขม

 ไม่วิ มันต้องไม่ใช่แบบนี้

 อย่าฝืนหัวใจตัวเองให้ทรมานอีกเลย กลับไปหาเขมเถอะนะคะ รักเธอให้มากๆเหมือนที่เธอรักวินแทบจะสุดหัวใจ

 ผมอยากอยู่กับวิ ขอร้องละ ได้โปรด

 ไม่ได้ค่ะ วิต้องไปแล้ว เราอยู่ด้วยไม่ได้แล้ว

 จะไปไหนวิ บอกผมสิว่าวิจะไปไหน

 วิบอกไม่ได้ ที่ที่วิจะไปมันไกลมาก

 *“ไกลแค่ไหนผมก็จะไป”* ไกลแค่ไหนขาก็พร้อมที่จะก้าวไปพร้อมกับวิชุดาเพียงแค่ขอให้เขาและเธอได้อยู่ด้วยกันเถิด

 *“ไม่ได้ วินต้องกลับไป ดูแลเขมมิกาให้ดี ดูแลเธอให้เหมือนที่วินดูแลวิ รักเขมมิกาให้เหมือนกับความรักที่เธอมีให้วิน จิตใจของเขมมิกานั้นแสนบริสุทธิ์นัก จงรักษาหัวใจดวงนั้นไว้ดีๆ อย่าไปให้หลุดมือไปนะคะ”* 

  “วิ...”

 ลาก่อนค่ะ*”*** จากนั้นแล้ว ร่างของหญิงสาวก็เริ่มเลือนรางค่อยๆจางหายไปที่ละนิดคลายกับฝุ่นที่กำลังโดนลมให้พัดพาไป

 วิ...วิ!” เสียงเรียกนี้แม้จะพยายามจานเรียกหญิงสาวให้กลับมาเท่าไหร่ แต่เธอก้ทำเพียงแค่ส่งรอยยิ้มหวานให้กับเขาแล้วจางหายไปตามลม...

 “วิ...วิ” เสียงเรียกนี้มันกระทบเข้าโสตประสาทของอีกคนที่นอนอยู่บนเตียงเคียงข้างใกล้กันกับเขา เขมมิกาลืมตาตื่นเพราะเสียงเรียกหาของอัศวินที่มันดังพอสมควร จวนให้เธอนั้นลืมตาตื่นขึ้นหันไปมองดวงหน้าของเขา ที่ยามนี้ที่ดวงตาข้างขวาของเขามันมีหยาดน้ำตาหยดน้อยๆไหลออกมา


 มือบางหมายจะยื่นเข้าไปเช็คมันให้กับเขา เสียงเรียกที่อัศวินเรียกร้องออกมาว่ามันจะไม่ทำให้เธอนั้นเจ็บปวดหัวใจ แต่เราจะทำเช่นไรได้เล่า ในเมื่อคนที่อัศวินเฝ้ารักและคิดถึงมาตลอดมีเพียงแค่ผู้หญิงคนคนเดียวเท่านั้น นั้นก็คือ...วิชุดา


 เขมมิกาปาดมือลงที่ใบหน้าของอัศวิน ปาดหยาดน้ำตาทิ้งแล้ว มันก็ยังคงหลั่งไหลออกมาอีก...


 “วิ!” เสียงสะดุ้งดังลั่นของอัศวินมันก็พล่านทำให้สาวเจ้านั้นตกใจไปตามๆกัน เขาคงจะคิดถึงเธอมากสินะ


 อัศวินลืมตาตื่นพบกับความเป็นจริง ข้างกายเขาไม่ได้มีวิชุดาอยู่แต่ทว่ามันกลับมีเขมมิกาที่นอนหลับนิ่งอยู่ข้างๆ เขาไม่รู้ว่ายามนี้จะต้องทำเช่นไร สิ่งที่เพิ่งจะพบพานไปเมื่อครู่มันหาใช่ความจริงแต่เป้นความฝัน วิชุดามาเพื่ออะไรกัน? เพื่อให้นั้นรู้หัวใจตัวเองอย่างนั้นหรือ? ดวงตาคมจ้องมองคนที่กำลังหลับตาพริ้มก่อนจะเอื่อยเอ่ยด้วยคำพูดที่อ่อนนุ่มแต่ทว่ากลับปาดลึกลงที่จิตใจของคนฟังยิ่งนัก


 “ฉันจะรักเธอได้หรือเขมมิกา” มือหนาเอื้อมไปสัมผัสลงที่ใบหน้าของสาวเจ้าด้วยความอ่อนโยน ดวงตาจ้องมองด้วยความครุ่นคิดหลากหลาย


 โดยที่เขาก็หารู้ไม่ว่าคนที่ตนพูดด้วยรับรู้ในทุกอย่าง ทุกถ้อยคำที่เขาพูด ได้ยินชัดเจนทุกประโยชน์ แม้กระทั้งเสียงที่เขาพร่ำเพ้อหาวิชุดา เธอก็ได้ยินมันเต็มทั้งสองรูหู น้ำตาใสที่ไม่อาจจะอดกลั้นต่อถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยของอัศวินมันก็ไหลออกมาอย่างที่ไม่อาจจะสามารถยับยั้งมันได้ แต่ทว่ามันมีเพียงแต่หยาดหยดน้ำตาที่รินไหลเท่านั้น หาได้มีเสียงสะอื้นไห้ออกมา


 ดวงตาที่ปิดพริ้มถูกอัศวินจ้องมองอย่างสงสัย หากเธอหลับได้สนิทเช่นนี้แล้วมันเป็นเหตุใดเล่า ที่จะทำให้หยาดน้ำตาของเขมมิกาไหลเอ่อได้เช่นนี้ ดวงตาของเขามองเธออย่างหาความหมาย มือหนาเอื้อมไปเช็คหยาดน้ำตาของหญิงสาวให้เหือดหายไปจากดวงตาของเธออย่างแผ่วเบา


 “เธอได้ยินที่ฉันพูดใช่มั้ย” เสียงเขามันแสนนุ่มเอ่ยถามคนที่นอนอยู่ข้างกัน


 ดวงตาของหญิงสาวเปิดขึ้นกระพริบถี่เพื่อขับไล่หยาดน้ำใสให้จางหายออกไปจากดวงตา แม้ว่ามันจะได้การขับออกไปด้วยฝีมือของผู้ชายตรงหน้าที่กำลังจ้องหน้าเธออย่างที่ต้องการคำตอบในสิ่งที่เขากำลังถามเธออยู่ก็ตามแต่คราบที่ของรอยน้ำตามันก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่


 “......”


 “เธอได้ยินในส่งที่ฉันพูดออกไปใช่มั้ย”


 “ค่ะ” เป็นเพียงแค่คำสั้นๆที่เอตอบเขา


 “ลืมมันไปเถอะ ทำเหมือนว่าไม่เคยได้ยิน”


 “ฉันคงจะทนทำแบบนั้นไม่ได้”


 “.......”


 “คุณไม่ต้องพยายามที่จะฝืนหัวใจของคุณให้มารักฉัน ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องทำอะไรกับความรู้สึกของคุณทั้งนั้นหากว่าคุณยังไม่แน่ใจพอว่าคุณจะสามารถรักฉันได้หรือไม่ เพราะฉันเองในยามนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าเราควรจะใช่ชีวิตที่อยู่บนความแค้นด้วยกันแบบนี้ได้อยู่มั้ย” เธอเหนื่อยแล้ว เธอไม่มีแรงสู้รบปรบมือกับเขาอีกแล้ว


 “หมายความว่ายังไง เธอกำลังจะบอกอะไรฉัน”


 “ทุกอย่างมันใกล้จะจบแล้ว...”


 คิ้วของอัศวินขมวดกันเป็นปมใหญ่บนหน้า อะไรกัน ในสิ่งที่เธอกำลังพร่ำพูดกับเขาในยามนี้ เธอต้องการอะไรกันแน่...?


 “เราหย่ากันเถอะค่ะ...” 


แม้ว่ามันจะเจ็บปวดที่ต้องเอ่ยคำนี้ แต่มันจะต้องก็ทางเลือกที่เธอคิดว่ามันคงจะดีที่สุดแล้วระหว่างเธอและเขา ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะความรักแต่มันเกิดขึ้นมาเพราะความแค้นมันก็สมควรที่จะจบลงเท่านี้ได้แล้วเพราะพลานจะอยู่กันไปก็พากันเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย หัวใจบอบช้ำกันทั้งคู่ 

 “ไม่! เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว” เขาเด้งตัวขึ้นมาทันที

 “พอเถอะ มันสมควรที่สุดแล้วต่อให้ฉันจะตัวคนเดียวหรือจะมีอีกลมหายใจอยู่ในท้องก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดคือหยุดได้แล้ว ฉันเจ็บมาเพียงพอแล้วสำหรับสิ่งที่ทำลงไป”

 “........” เขาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียวแม้สาวเจ้าพูดในสิ่งที่เขาเองก็รู้ว่านั้นรู้สึกเช่นไร แต่ยามนี้เวลานี้และตอนนี้ เขาไม่อาจที่จะยอมรับในสิ่งที่เขมมิกาเสนอมาได้จริงๆ

 “มันเหนื่อยเกินพอที่ฉันจะรับไหวแล้วจริงๆคุณวิน ไม่มีคืนไหนที่ฉันจะนอนหลับได้อย่างเต็มตา ไม่มีคืนไหนที่จะไม่ความรู้สึกผิดเข้ามาประทั่ง สิ่งที่คุณตอกย้ำและกระทำมันเพียงพอแล้วสำหรับฉันที่สมควรได้รับ”

 “มันจบแล้วเขมมิกา อยู่กับฉัน...” ทั้งๆที่ก็พูดอยู่เต็มปากว่าจะรักเธอได้อย่างไร แต่คำพูดของในตอนนี้มันชั่งสวนทางกันนัก เขาไม่อาจที่จะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินออกไปจากชีวิตเขาได้จริงๆ ต่อให้เธอนั้นจะเป็นคนที่เขาพร่ำตะโกนกร้าวบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่เขาก็ทนไม่ได้จริงๆ หากข้างกายนี้จะไม่ผู้หญิงที่ชื่อเขมมิกาเคียงกาย ความคิดเฝ้านึกยามเมื่อไม่มีเธอ...หัวใจดวงนี้มันก็เจ็บช้ำ คล้ายว่าจะเสียคนที่ตนรักไปเป็นรอบที่สอง

 “พอเถอะ ฉันเหนื่อยแล้ว เหนื่อยมากเกินพอแล้วจริงๆ ฉันไม่อาจจะยืนสู้คุณได้ไหวต่อไปแล้ว ฉันไล่ตามคุณไม่ทันแล้ว หัวใจของฉันมันเจ็บจนแทบจะแตกสลายเหมือนที่คุณหวังแล้วคุณวิน ขอร้อง” หยาดน้ำตาที่มันไม่อาจจะกลั้นได้ เอ่อไหลออกมาอย่างคนอดสู เธอไม่ชอบตนเองเลย ทุกครั้งสิ่งที่จะจบเรื่องราวของความเสียใจมันก็คือคราบและรอยน้ำตาของเธอ มันแสดงความอ่อนแอที่มีจนน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสาร

 “......ฉะ...ฉัน” เขาพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ทุกอย่างมันจุกอยู่ที่ลำคอไม่อาจที่จะพ่นมันออกมาเพื่อสื่อความหมายและพูดคุยต่อคนตรงหน้าได้เลย ยามนี้เสมือนว่าเป็นเขาเสียเองที่น่าสมเพชน่ารังเกียจที่สุด!

 “นะ...นอนเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว” พอแล้ว เรื่องนี้มันสมควรพอได้แล้ว มันไม่มีใครเจ็บไปมากกว่ากันเลยทั้งเธอและเขา พูดกันไปมันก็มีแต่จะตอกย้ำกันเสียเปล่าๆ เรื่องนี้เธอตัดสินใจดีที่สุดแล้ว

 “ไม่...เธอจะไม่ได้ไปจากฉัน” เขารั้งร่างของเขมมิกาขึ้นมาให้อยู่ในอ้อมกอดแกร่ง อ้อมรอบมันด้วยลำแขนทั้งสองข้าง ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองผ่านอ้อมกอดนี้ อ้อมกอดของเขาที่ครั้งนี้มันอบอุ่นกว่าทุกครั้งที่เขมมิกาเคยสัมผัสมา ครั้งนี้อ้อมแขนนี้มันเปลี่ยนแปลงไป มันไม่ได้มีความเย็นชาอยู่ในสัมผัสนี้ มีเพียงแค่ความอบอุ่นของเขาที่มันแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของเธอ...จนหัวใจมันเต้นด้วยความชุ่มชื่น แม้ว่ามันจะปะปนไปด้วยความเศร้าเจ็บหัวใจก็ตาม...

 “คะ...คุณวิน”

 “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”

 “คะ...คุณไม่ได้รักฉัน เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ต่อไปแล้ว”

 “ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น”

 “.......” เขากำลังจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดหัวใจอีกครั้ง

 “อยู่ให้ฉันได้รู้หัวใจตัวเองได้มั้ย” บางครั้งก็อยากจะนึกสมเพชตนเองนักที่ในคราแรกนั้นเกลียดผู้หญิงคนนี้เขากระดูกดำ แต่พอในยามนี้เล่าเขากลับไม่อยากที่จะปล่อยเธอไปไหน...

 “......”

 “อยู่กับฉัน” เขารั้งเขมมิกาออกจากอ้อมอกแล้วจับไหล่มนให้มาเผชิญหน้า

 “คุณคงไม่อาจจะยอมรับคนที่ฆ่าคนรักของคุณได้หรอกค่ะ มันไม่มีทางที่คุณจะรักฉันได้เลยสักนิด มีเพียงแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่มอบใจของตัวเองไปให้คุณเต็มร้อยแต่ทว่าสิ่งที่คุณให้กลับคืนมาคือความเกลียดชังและหัวใจที่เต็มไปด้วยความเคืองแค้นหัวใจที่ได้รับกลับคืนมามันมีค่าเป็นศูนย์นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับมาจากคุณตลอด ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเราอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้แล้ว บางครั้งคุณอาจจะเจอคนที่ดี”

 “ไม่มีทาง!!!” เขารีบปฏิเสธทันควัน

 “ฉันเสียวิไปคนนึงแล้ว ขอร้องอย่าให้ฉันเสียเธอไปอีกคนเลย” เขาเข้าใจแล้วว่าวิชุดามาหาเขาเพราะเหตุใด แต่เขาก้ยังไม่อาจจะพูดได้เต็มปากนักว่ามันเป็นเพราะความรักหรือความผูกพัน

 “คุณแน่ใจกับหัวใจตัวเองแล้วหรอค่ะ” ครั้งนี้คล้ายว่าเขมมิกาจะเริ่มเย็นชากับบุคคลตรงหน้า เก็บกลั้นความรู้สึกไว้ในส่วนลึก

 “.......”

 “ตัวคุณเองยังไม่แน่ใจเลย เพราะฉะนั้นอย่าเอาฉันไปรั้งไว้กับชีวิตของคุณมันคงจะดีกว่ามันจะมีแต่เสียกับเสียเพราะความเกลียดแค้นที่มันอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของคุณ”

 “ฉะ...ฉัน”

 “ละ...ลูกอยากนอนแล้วค่ะ ขอร้อง” รีบตัดบทสนทนาเสีย เธอพูดอะไรเท่าไหร่ก็ไม่อาจจะฟังกันเสียที จนเธอเริ่มที่จะไม่ไหวแล้วจริงๆและอีกอย่างคนในท้องก็คงอาจจะอยากพักผ่อนบ้างเหมือนกัน

 “ฉะ...ฉันขอโทษ” นี่คงจะเป็นสิ่งเดียวที่พูดออกไปได้

 “นอนเถอะค่ะ” จากนั้นแล้วเธอก็ล้มตัวลงนอน พลิกตัวหันหลังให้กับเขาที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับที่เดิม ไม่ได้เขยื้อนกายไปไหน


มาเเล้วจ้า

ขอโทษที่มาช้าน้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น