ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แค่เลขา (135%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2562 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่เลขา (135%)
แบบอักษร

ทั้งสองเงียบไม่มีคำพูดอะไร ทุกเวลาทุกนาทีที่ผ่านไป อิทธิกุลใช้เวลาทั้งหมดจดจ้องไปที่หญิงสาว เขามองเธอยังไม่รู้เบื่อ คิดๆ แล้วใจหาย หากสักวันจะไม่มีเธอให้นั่งมองอย่างวันนี้ อิทธิกุลตักอาหารให้เธอ วันนี้เขามาแปลกจนหญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ ตลอดที่ทานอาหารกันทั้งคู่แทบจะไม่ได้คุยกันเลย ทั้งที่จริงใจพวกเขาไม่กล้าจะคุยกันมากกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างก็กลัวคำตอบของอีกฝ่าย

“ท่านประธานจะไปไหนต่อไหมคะ หรือจะกลับเลย”

เขาไม่ทันได้ตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนึ่มรีบหยิบขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นใครโทร.มา เขาเหลือบมองดูเธอเล็กน้อยแต่มินตราไม่ได้สนใจ เธอเขี่ยขนมหวานที่เขาสั่งมาให้แทน

“ครับคุณนรี”

“แหมเรียกนรีเหมือนคนอื่นเลยนะคะพี่อิท เรียกนรีเฉยๆ ดีกว่าค่ะ”

“ครับ มีอะไรหรือเปล่า”

“ต้องมีอะไรด้วยเหรอคะ นรีถึงจะโทรหาพี่อิทได้”

ณัฐนรีหยอดน้ำเสียงกระเง้ากระงอดแกมน้อยใจ อิทธิกุลเหลือบมองมินตราอีกครั้ง ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจแต่ใครจะรู้ว่าภายในใจของหญิงสาวนั้นน้ำตาตกในเพียงใด

“พี่อิทอยู่ที่ไหนคะ เย็นนี้นรีจะชวนพี่อิทมาทานข้าวน่ะค่ะ ตั้งแต่นรีกลับมาจากนอก นรีก็ไม่ได้ไปทานอาหารนอกบ้านเลย เพื่อนๆ ก็หนีไปมีครอบครัวกันหมด นรีเบื่อๆ น่ะค่ะ รบกวนพี่อิทได้ไหมคะ”

หญิงสาวลองหยั่งเชิงว่าเขาจะตอบรับอย่างไร แต่ถึงกระนั้นหากเธอมีจุดหมายแล้ว ต่อให้มีอุปสรรคเธอก็ต้องเอามาเป็นของเธอให้จงได้ เพราะนี่คือณัฐนรีผู้แพ้ไม่เป็น

“สักกี่ทุ่มดีล่ะ”

มินตรารู้สึกเหมือนมีมีดกรีดลงบนใจ หญิงสาวพยายามเตือนตัวเองว่าเธอไม่มีสิทธิ์ น้ำตาห้ามไหลออกมา ห้ามทำให้ขายหน้า ห้ามไม่ให้ตัวเองเจ็บปวด แต่มันยากเหลือเกิน

“ทุ่มหนึ่งเป็นไงคะ นรีไม่ชอบทานอาหารดึกๆ ค่ะ เดี๋ยวหุ่นไม่สวย”

หญิงสาวกล่าวติดตลกในตอนท้าย แล้วก็ต่างวางสายไป เขาเหลือบมามองคนตรงหน้า ที่เล่นเขี่ยขนมไปมาจนน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ไม่รู้จะพูดกับเธออย่างไรดี เสียงถอนหายใจของเขาดังขึ้น ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่งยิ้มให้

“กลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวท่านประธานต้องกลับไปเตรียมตัวอีก”

อิทธิกุลกระดากปากเกินไปที่จะมาพูดหรือนั่งอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟัง ทำไมการทำร้ายจิตใจมินตรามันยากเย็นเพียงนี้ เมื่อครั้งที่เขายังไม่เจอกับเธอ การปฏิเสธหญิงสาวคนอื่นๆ หรือการบอกลามันยังไม่ยากเย็น ทั้งๆ ที่คิดว่ามินตราเองก็เป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ และไม่เคยเรียกร้องหรือทำให้หนักใจ แต่เขาเองต่างหากที่ทำให้ตัวเองลำบากใจ

มินตรามาถึงบริษัทเวลาใกล้จะเลิกงานพอดี หญิงสาวหยิบเอกสารสำคัญใส่ลิ้นชัก ยังไม่ทันได้ล็อกกุญแจก็มีดอกกุหลาบสีแดงหนึ่งดอกยื่นให้ตรงหน้า เธอแหงนหน้าขึ้นมองแล้วอมยิ้ม ก่อนจะรับมาแล้วปักใส่แจกันที่วางไว้บนโต๊ะแทน

“จะซื้อมาทำไมสิ้นเปลืองเปล่าๆ” มินตรามิวายหันไปเอ็ดคนที่ซื้อมาฝาก

“แม็กซ์ก็อยากให้มิ้นรู้ว่าเราก็โรแมนติกเป็นเหมือนกันนะ”

ธนัชเลิกงานจากบริษัทก็ตรงดิ่งมาหาหญิงสาวทันที บริษัทที่เขาทำงานอยู่ไม่ไกลจากบริษัทของพี่ชายมากนัก และวันนี้ธนัชตั้งใจจะติดรถของมินตรากลับไปด้วยกัน จึงมาหาเธอเพื่อเซอร์ไพร้ส์

“จะมาไม่เห็นบอกก่อนเลย”

“ถ้าบอกก่อน มิ้นก็บอกว่าไม่ต้องมาหา แม็กซ์ก็คิดถึงนะ” มินตรายิ้มแล้วส่ายหน้ากับคำพูดและท่าทางของเพื่อน

“ไปกินข้าวกันไหมมิ้น แม็กซ์เลี้ยงเอง”

“ไม่ไหวล่ะ มิ้นยังอิ่มอยู่เลย”

“วันพรุ่งนี้ก็ได้นะมิ้นนะ แม็กซ์อยากอยู่กับมิ้นนานๆ น่ะ”

“เดี๋ยวมิ้นดูก่อนนะ แต่ไม่รับปากนะแม็กซ์” มันเป็นการตัดบทสนทนาได้เป็นอย่างดี ในขณะที่อีกคนมีความหวัง

“วันนี้แม็กไม่ได้ขับรถม าเดี๋ยวแม็กซ์ขับรถไปส่งมิ้นที่คอนโดฯ นะ”

มินตรามองหน้าใสซื่อของเพื่อนแล้วก็พยักหน้าก่อนจะหยิบกุญแจยื่นให้ แค่นี้ธนัชก็ดีใจแทบเต้น สองหนุ่มสาวเดินออกไปพร้อมกัน อิทธิกุลที่ตั้งใจจะว่าส่งเธอที่บริษัทแล้วจะตรงกลับบ้าน แต่เขาลืมเอกสารสำคัญจึงตั้งใจจะกลับมาเอา ชายหนุ่มได้ยินทุกประโยคที่นางบำเรอและน้องชายคุยกัน เขามองตามภาพกัดฟันกรอด อยากจะเข้าไปกระชากร่างบางมาจูบโชว์ไอ้น้องชายเสียเหลือเกิน แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น

“มิ้นนี่เก่งจังเลยนะ ทำงานไม่กี่ปีก็เก็บเงินซื้อรถซื้อคอนโดฯ แม็กซ์สิไม่ได้เรื่องเลย เรื่องแค่นี้ก็แพ้มิ้น”

ธนัชชื่นชมเธอหลังจากขับรถมาจอดใต้ตึกที่คอนโดฯ ของมินตรา หญิงสาวรู้สึกละอายใจ เพราะทั้งหมดที่ได้มาเธอไม่ได้เก่งอย่างที่เขาชื่นชมเลยสักนิด ทุกอย่างมันได้มาจากการเอาตัวเข้าแลก หากเขารู้ความจริงธนัชคงเกลียดเธอ

“แม็กซ์น่าจะเป็นที่พึ่งให้กับมิ้นได้ ไม่ใช่ไม่ได้เรื่องอยู่แบบนี้”

“แบบแม็กซ์ก็ดีแล้ว มิ้นขอบคุณแม็กซ์มากนะที่แนะนำงานที่ดีให้มิ้น”

“ขอบคุณขอบคงอะไรกัน ทุกอย่างอยู่ที่ความสามารถของมิ้นล้วนๆ เลยนะ แม็กซ์ก็แค่แนะนำเท่านั้น”

มินตราเดินมาส่งธนัชที่ด้านหน้าของคอนโดฯ เธอให้ รปภ.เรียกแท็กซี่ให้ โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าระหว่างที่ยืนคุยกันอยู่นั้น มีใครบางคนขับรถตามมาแอบดูตั้งแต่ที่ทำงาน ณัฐนรีถอดแว่นตาสีดำออก มองไปยังสองหนุ่มแล้วแล้วเบะปากยิ้ม เรื่องราวเริ่มจะสนุกแล้วสิ พี่น้องบ้านนี้หลงเสน่ห์ผู้หญิงคนเดียวกันอย่างนั้นหรือ ไม่คนใดคนหนึ่งโดนหลอกก็ใครหนึ่งโง่จนไม่เงยหน้ามองความจริง แล้วเธอก็ขับรถจากไป เพราะค่ำคืนนี้มีนัดกับอิทธิกุล บางทีการได้พูดคุยกับเขาในค่ำคืนนี้ อาจจะทำให้เธอตัดสินใจทำอะไรดีๆ ก็เป็นได้

มินตราเดินขึ้นห้องพัก เธอวางข้าวของส่วนตัวแล้วทิ้งตัวเองลงบนโซฟาตัวนุ่ม นอนคิดไปเรื่อยเปื่อย ควานมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาตัดสินใจ ว่าเธอควรจะโทร,บอกเขาดีไหมว่าเธอถึงห้องพักแล้วเหมือนในทุกๆ วัน แต่สุดท้ายหญิงสาวก็เก็บมันไว้ที่เดิม คงไม่มีประโยชน์เพราะเขาคงไม่ว่างรับอยู่แล้ว ทางด้านอิทธิกุลจะโทร.หาหญิงสาวเขาก็ไม่ทำ แม้จะลังเลอยู่สองสามครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่โทร.ออกไปหาเธอ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมาน เพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวกับน้องชายไปที่ไหนกันต่อหรือเปล่า แต่คนที่มีทิฐิสูงอย่างเขาไม่มีทางทำอะไรที่จะให้เสื่อมเสียศักดิ์ศรีเป็นอันขาด

“อาหารไม่ถูกปากเหรอคะ” ณัฐนรีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ตักอะไรทานเลยมีแต่เขี่ยไปมา

“อ้อ...ยังรู้สึกอิ่มอยู่นิดหน่อย แต่ที่นี่อาหารอร่อยดีนะ นรีชอบพี่ก็ดีใจ”

อิทธิกุลผู้ชายปากหวานหยอดเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการของตัวเอง วิธีนี้อาจจะได้ผลหากใช้กับผู้หญิงคนอื่น แต่ไม่ใช่ณัฐนรีผู้หญิงที่ตามผู้ชายทัน

“คุณแม่พี่อิทบอกว่าเราจะไปซื้อแหวนแต่งงานกันวันไหนดีคะ” ยุคที่ทุกอย่างเท่าเทียม ผู้หญิงก็มีสิทธิ์รุกได้เต็มที่

“แล้วนรีว่างวันไหนล่ะ”

“นรีแล้วแต่พี่อิทค่ะ พี่ว่าวันไหนก็วันนั้น”

“แบบนี้ไม่ใช่นรีเลยนะ เพราะที่พี่ได้ยินมานรีนี่ขี้เหวี่ยงขี้วีน เอาแต่ใจไม่ใช่เหรอ”

ณัฐนรีหลุดขำ เพราะเขาก็ตามเธอทันเช่นกัน เรียกว่าหนึ่งต่อหนึ่งกันเลยทีเดียว หญิงสาวหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย สายตามองสำรวจผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เคอะเขิน ใครก็ตามที่อยู่ใกล้เขาก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้าง เธอก็เช่นกัน อิทธิกุลยังคงดูดี เท่ สมาร์ททุกกระเบียดนิ้ว ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้คงหลอมละลายทุกคนไป แม้กระทั่งเลขาฯ สาวคนนั้นก็ไม่แตกต่างกัน

“รู้ทันนรีอย่างนี้ ถ้าแต่งงานไปจะเปลี่ยนจากรู้ทันเป็นรู้ใจนรีแทนได้ไหมคะ”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเรียนรู้”

“ทั้งชีวิตศึกษาพอไหมคะ”

ณัฐนรีเริ่มติดกับเขาเข้าให้แล้ว จากที่คิดว่าจะมาเป็นนักล่า เธอกลับเป็นฝ่ายถูกล่าจนจนมุมเสียเอง หญิงสาวรู้สึกมีความสุข เธอยิ้มตลอดงานที่ได้พูดคุยและอยู่ชิดใกล้กับเขา ผู้ชายมีเสน่ห์ก็ชวนมองเช่นนี้นี่เอง สำหรับเธอเขาคือสิ่งที่ทำให้ใจเต้นแรงตลอดเวลา หญิงสาวตัดสินใจได้ในทันทีว่าต่อไปนี้เธอคงต้องเดินหน้าชนกับทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดกับเขา

“ขอสักเรื่องก่อนแต่งงานได้ไหมคะพี่อิท” เมื่อน้ำเสียงเริ่มจริงจัง อิทธิกุลก็หยุดเล่นเช่นกัน

“ครอบครัวของนรีบ้านแตกเพราะว่าคุณพ่อเจ้าชู้ คุณแม่เสียใจมากเลยหนีไป คุณพ่อก็ไม่ได้สนใจนรีสักเท่าไหร่ ท่านสนใจพวกผู้หญิงของท่านมากกว่า พี่อิทก็ทราบใช่ไหม” เขาพยักหน้าเล็กน้อย

“นรีไม่อยากให้ลูกของเรามีสภาพเหมือนนรี” เสียงพูดหยุดถอนหายใจ

“บรรดาผู้หญิงทั้งหมดของพี่อิท เลิกได้ไหมคะ”

ความคิดเห็น