โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

04-1 การโอนอำนาจควบคุม

ชื่อตอน : 04-1 การโอนอำนาจควบคุม

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 15:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-1 การโอนอำนาจควบคุม
แบบอักษร

04. การโอนอำนาจควบคุม 

 

ร้อยล้านวอน 

ไม่ว่าจะมองแล้ว มองอีก นับเลขศูนย์ทีละตัวยังไง ก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่ผิดแน่ ร้อยล้าน... แม้จะเป็นจำนวนเงินที่เรียกได้ว่าเหมือนงอกออกมาจากต้นไม้ในปัจจุบันนี้ แต่ความรู้สึกที่เห็นมันในยอดเงินที่เหลือของบัญชีตัวเองกับที่เห็นจากในข่าวน่ะ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ฮันฮีทำสีหน้าเคร่งเครียด ร้อยล้านเหรอ เป็นร้อยล้านที่โผล่มาจากไหนกันล่ะ ถ้าลองคำนวนเงินที่เขาทำงานหามาได้จนถึงตอนนี้ มันก็ไม่ใช่จำนวนเงินที่น่าตกใจหรอก แต่เป็นครั้งแรกเลยที่จำนวนเงินขนาดนั้นเข้ามาในครั้งเดียว 

มันเป็นเงินที่ไม่สามารถรู้ที่มาได้ ฮันฮีไม่สามารถละสายตาออกจากจอมือถือได้เลย ขณะที่เขาเอามือมาก่ายหน้าผากโดยไม่รู้ตัวอยู่พักหนึ่ง จนถึงตอนที่หน้าจอไม่สามารถรอการตอบสนองของเจ้าของ มันจึงดับสนิทไป 

ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับงานแปลกๆ ที่เขาไม่รู้หรอกใช่ไหม มันไม่มีชื่อคนโอนด้วย ถ้าหากว่ามันเป็นเป็นหนึ่งในร้อย ของเงินที่โอนเข้ามาผิดจากที่อื่นล่ะ ถึงแม้จะเป็นขั้นตอนที่ควรโทรไปตรวจสอบกับธนาคาร แต่ว่าตอนนี้พวกพนักงานธานาคารคงจะเลิกงานไปหมดแล้ว 

เอาล่ะ มาลองคิดดูอีกครั้งเถอะ ร้อยล้าน... 

ในบรรดาคนรอบๆ ตัว ถึงจะไม่สามารถนึกถึงใครที่น่าจะโอนเงินร้อยล้านวอนให้เขาได้อย่างง่ายดายแบบนี้ได้ แต่ถ้าเป็นคนที่น่าจะสามารถโอนเงินร้อยล้านวอนได้ก็มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ฮันฮีรู้จัก 

คังยุนซอง... ทันทีที่นึกชื่อออกมา ข้อสงสัยทั้งหมดก็เรียงกันเป็นหนึ่งเดียว และความสัมพันธ์ต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็วราวกับกำลังรอให้เขานึกถึงชื่อของผู้ชายคนนั้นออกมายังไงยังงั้น 

เป็นยุนซองนั่นแหละ คนที่เขารู้จักทั้งหมด ถ้าเป็นคนที่สามารถเขวี้ยงเงินจำนวนร้อยล้านใส่บัญชีโดยไม่รู้สึกอะไรน่ะ ก็มีแต่เจ้านายเขาเท่านั้นแหละ 

แต่ ‘ทำไมล่ะ’ ข้อสงสัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยคำถามใหม่ โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ที่คราวนี้มันไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นในการหาข้อสรุป ฮันฮีวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเงียบๆ ทั้งๆ ที่ลืมไปซะสนิทถึงความจริงที่ว่าเขาจะต้องโอนเงินให้แม่ 

บุหรี่... ตอนนี้เขาต้องการบุหรี่อย่างเร่งด่วน 

“ฟู่...” 

บุหรี่ที่วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ เป็นของที่เขาซื้อทิ้งไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน แต่มันก็ยังเหลืออยู่ตั้งครึ่งหนึ่ง ฮันฮีไม่สูบบุหรี่ระหว่างทำงาน มันเป็นบุหรี่ที่เขาหยิบออกมาคาบทีละมวนบ้างในบางครั้ง ตอนที่งานยุ่ง ไม่ก็ตอนที่คิดมาก หรือซื้อมาในตอนที่รู้สึกแย่ๆ แม้ช่วงเวลาแบบนั้นจะมีประมาณหนึี่งซองต่อหนึ่งอาทิตย์ แต่ถ้าเป็นพนักงานออฟฟิศในเกาหลีใต้ล่ะก็ มันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่น่าตกใจขนาดนั้น 

ฮันฮียืนอยู่ตรงระเบียงแล้วจุดไฟที่ปลายบุหรี่ พ่นควันออกมาเหมือนกับถอนหายใจ เขาต้องการสงบสติอารมณ์ รวมถึงต้องการเวลาคิดด้วย สายตาที่เหม่อลอยมองไปทางตึกฝั่งตรงข้ามมองป้ายสถาบันกวดวิชาที่แขวนอยู่ข้างหน้าต่าง อ่านตัวอักษรที่เขียนว่ารับสมัครเด็กอนุบาล อ่านไปตามเบอร์โทรที่ไม่สามารถจำได้ 

แต่หลังจากนั้น เขาก็สามารถท่องมันได้ทันที 

“เวรเอ๊ย” 

แม่ง เขาพ่นวลีสุดท้ายที่ไม่สามารถพูดออกมาจนจบได้ผ่านซอกฟัน 

“ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม” 

ไม่จำเป็นที่จะต้องคิดซ่อนความรู้สึกอะไร เพราะที่นี่คือคอนโดของฮันฮี เขาอยู่คนเดียว และวางตัวตนทุกอย่างลงแล้ว แต่สถานการ์ตอนนี้มันน่าโมโหมาก มากๆ มากที่สุด มากโคตรๆ 

ถ้าเป็นเงินที่ยุนซองส่งมา มันก็ชัดเจนมากๆ ว่าเงินนั้นหมายความว่าอะไร แม้ว่าหลังเลิกงานเขาจะต้องติดตามอีกฝ่ายไปยังสถานที่เลี้ยงรับรองที่สกปรกทั้งหลาย ก็ยังไม่เคยได้รับเงินจำนวนเท่านี้เลย หมายความว่าถึงจะทำงานที่จะต้องทำอย่างเหมาะสม ก็ยังไม่เคยได้รับเงินค่าล่วงเวลามากเท่านี้มาก่อนเลย 

แต่เงินร้อยล้านวอนที่ถูกยัดเข้ามาในบัญชีเขารวดเดียวเนี่ย มันหลังจากที่เขาเล่นกับยุนซองครั้งแรกอย่างไม่คาดฝัน ไม่มีทางไหนให้คิดถึงความหมายอื่นของเงินนี้ได้เลย ไม่มีเลยจริงๆ 

มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้หลังจากกลายเป็นคู่ขาอย่างเป็นทางการ 

สุดท้ายมันก็เรียกว่าค่าตัวของเขา 

ฮันฮีขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งวางเด่นอยู่แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อากาศที่ถูกสูดเข้ามาผ่านทางหลอดลมนั้นเย็น เศษฝุ่นเล็กๆ ที่จางหายไปสักพักกับอากาศปลอดโปร่งน่ะ เป็นการปลอบใจเพียงอย่างเดียว 

ถึงอากาศที่เย็นสดชื่นของอุณหภูมิในฤดูหนาวตอนนี้จะซึมผ่านปอดเข้าไปทุกครั้งที่หายใจลึกๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หัวของเขาโล่งเลยสักนิด มันยุ่งเหยิงและก็สับสน ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่สามารถทำให้มันสงบลงได้เลย ยิ่งการทำเป็นสุขุมน่ะ ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ 

เขาสูบบุหรี่เพิ่มอีกมวนนึง ยังไม่มีความจำเป็นที่จะจัดการกับความคิด เพราะก่อนอื่นต้องตรวจสอบก่อน ฮันฮีจึงเดินกลับเข้ามาหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งแล้วกดโทรหาเบอร์โทรส่วนตัวของเจ้านายตัวเองตอนนั้นเลย มันเป็นเบอร์ที่มีคนรู้อยู่แค่ไม่กี่คน และแน่นอนว่าไม่ใช่เบอร์โทรระหว่างประเทศด้วย ถึงจะเป็นเบอร์ที่เขาไม่เคยโทรหาอีกฝ่ายเลยสักครั้ง แต่เพราะว่ามีเรื่องที่จะต้องคุยเป็นการ ‘ส่วนตัว’ มันจึงเหมาะสมที่จะต้องโทรด้วยเบอร์นี้ 

จนกระทั่งเสียงสัญญาณจบ สิ่งที่ฮันฮีสามารถได้ยินก็คือ ‘ตอนนี้ไม่สามารถมารับโทรศัพท์ได้ โทรมาใหม่...’ ถึงจะไม่แปลก แต่มันก็แค่เป็นข้อความที่ไม่น่าพอใจแค่นั้น หลังจากที่กดปุ่มวางสายได้ไม่นาน เขาก็กดปุ่มโทรออกไปใหม่ คราวนี้ก็ล้มเหลวอีก แล้วเขาโทรออกใหม่ แน่นอนว่าอีกคนไม่รับโทรศัพท์ สุดท้ายฮันฮีก็กดโทรออกอีกครั้ง 

ท้ายที่สุดยุนซองก็ยังไม่รับโทรศัพท์อยู่ดี 

เขาไม่สามารถเอาชนะความโกรธได้ โทรศัพท์ที่ถูกเขวี้ยงทิ้งก็กระเด้งดัง ตุบ ตุบ ตกลงบนเตียง ฮันฮีรวบรวมลมหายใจอีกครั้งแล้วยกสองมือขึ้นมาเท้าเอว คิดสิ จะต้องคิด อาจจะไม่ใช่เงินที่ยุนซองส่งมาก็ได้ ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์เลยเหรอ ถึงแม้จะเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์ซะหน่อย 

ดังนั้นความเป็นไปได้นั้น มันมีอยู่เท่าไหร่กันนะ 

ถ้าเกิดเป็นเงินที่ยุนซองส่งมาจริงๆ ถ้าเงินนี้มันมีความหมายเหมือนกับเงินค่าล่วงเวลาที่อีกคนให้กับพวกคู่ขามาตลอดล่ะ เขาจะต้องทำยังไงกันเหรอ 

พอคิดมาจนถึงตอนนี้ ความคิดของเขาก็ติดขัด หมายความว่ายังไง แล้วเขาต้องทำยังไงล่ะ คงจะต้องโอนคืนสินะ ฮันฮีไม่ได้มีนิสัยที่จะกลุ้มใจกับอะไรแบบนี้ได้นาน 

ถ้าคนอื่นมาได้ยินอาจจะบอกว่ามันฟังดูบ้า แทนที่จะดีใจกับเงินร้อยล้านวอนที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เขาจะไม่ดื่มด่ำกับมันมาก เพราะมันไม่มีความเป็นจริงอยู่เลย ถึงแม้จะเป็นแค่หนึ่งในสิบในฐานะพนักงานบริษัทของเกาหลีใต้ซึ่งไม่มีทางหลีกเลี่ยงความโลภอยากได้อยากมีที่มากเกินตัว 

แต่ไม่ว่าจะกลุ้มใจหรือไม่ มันก็เป็นปัญหาคนละเรื่องกับสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับเขาเป็นคนที่ขายตัวเพื่อแลกกับเงิน และมันทำให้เกิดบาดแผลใหญ่ในศักดิ์ศรีของฮันฮี 

ทั้งคู่เป็นคู่เล่นที่ร่างแม้กระทั่งสัญญาขึ้นอย่างชัดเจน เขาบอกไปแล้วนี่ อย่างน้อยความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในการเล่นก็ต้องเท่าเทียมกัน พวกเขาต้องเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับส่วนนั้นๆ ไม่ใช่เหรอ 

แต่ให้เงินเนี่ย ตอนนี้... ให้เขาน่ะเหรอ ชายหนุ่มผู้อวดดีให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมรับมันเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่อีกด้านนึงก็มีคำถามขึ้นมาว่า จะเอาแต่ใจตัวเองไปถึงไหน มันไม่ใช่ส่วนที่จะสามารถมองข้ามไป หรือจะเจรจาตกลงกันได้สักหน่อย 

ความคิดเห็น