Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 คนบ้า ท้ามังกร

ชื่อตอน : บทที่ 15 คนบ้า ท้ามังกร

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 140

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2562 15:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 คนบ้า ท้ามังกร
แบบอักษร

​        ไอ้คนประหลาด หัวโตแล้วยังชอบทำทะเล้น จูอี้หลงคิดและพยายามที่จะเลี่ยงไป๋อวี่เท่าที่เขาจะทำได้ นักแสดงวัยสามสิบรู้สึกอิหลักอิเหลื่อทุกครั้งที่ไป๋อวี่พยายามทำให้เขาหัวเราะ เขาทำได้แค่ยิ้มหรือหัวเราะเบาๆตามมารยาท ไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับนักแสดงไร้มารยาทที่ไม่เคยยอมสังเกตสีหน้าคนอื่นแบบนี้อย่างไรดี รองผู้จัดการที่อยู่ด้วยก็ประหลาดไม่แพ้กัน บางครั้งก็ยิ้มหวานวิ่งวุ่นบริการจูอี้หลงจนเขาประหม่า ถัดมาแค่ครึ่งวันก็จ้องเขาเหมือนจะกินเลือดให้หมดตัว ทำเอาเขาทำตัวไม่ถูก

        "เห็นไป๋เหล่าซือขี้เล่นอย่างนั้นก็เถอะ เขาเป็นคนจิตใจดีมากนะ อาหลง" ผู้จัดการหลินบอก หลังจากที่เห็นจูอี้หลงปฏิเสธไม่ให้ไป๋อวี่ยืม Segway ของเขา จูอี้หลงพยายามรักษามารยาททุกครั้งที่ไป๋อวี่ยืม Segway ของเขาไปเล่น เขาเคยบอกเป็นนัยๆให้รู้ว่าเขาเอาเครื่องนี้มาด้วยเพื่อใช้งานยามจำเป็น ไม่ได้เอามาเพื่อเล่นสนุก แต่ดูเหมือนไป๋อวี่จะไม่ยอมฟัง จูอี้หลงรู้สึกว่าที่ไป๋อวี่พยายามมาตอแยเขามากๆก็คงเพื่อยั่วให้เขาโกรธ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร        

        "คงไม่มีใครใจดีเกินไป๋เหล่าซืออีกแล้ว... "จูไฉ่หงก็พลอยสนับสนุนไป๋อวี่ไปด้วย ทำให้จูอี้หลงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนโดดเดี่ยว ยิ่งทำให้ไม่ชอบขี้หน้านักแสดงหัวโตที่มักจะมองเขาด้วยนัยตาฉ่ำเยิ้มคนนี้มากขึ้นไปอีก         

        "เห็นเสี่ยวหลานนั้นไหมคะ" ไฉ่หงถาม จูอี้หลงก็แค่ครางอือ ไม่ได้ใส่ใจมอง นัยตาจับอยู่ที่เกมส์ที่กำลังเล่น         

        "เธอเป็นเด็กพิเศษ.... " จูอี้หลงเลิกคิ้วแต่ยังไม่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์         

        "ถ้าไม่มีเส้นสายตั้งแต่แรกก็คงเข้ามาทำงานนี้ไม่ได้หรอก... พอเข้ามาแล้ว ใครก็ไม่อยากได้เธอ ต้องย้ายไปย้ายมาระหว่างดาราคนนั้นคนนี้ ขนาดถังซันยังจะขอคนอื่นมาแทนตอนที่ได้เธอมาใหม่ๆเลย" จูอี้หลงค่อยๆวางโทรศัพท์ลง         

        "แต่ไป๋เหล่าซือไม่ยอม ... นี้ก็จะสามปีแล้วกระมังคะ ที่เสี่ยวหลานทำงานอยู่กับไป๋เหล่าซือ"         

        "คงมีแต่ไป๋อวี่แหละที่จะรับเธอไว้ได้.... พิเศษพอพอกัน" จูอี้หลงสรุปเหมือนไม่ใส่ใจก่อนจะหลับตาลง แสดงให้ไฉ่หงเห็นว่าเขาต้องการพักผ่อน จูไฉ่หงจึงลุกขึ้น ค่อยๆเลี่ยงออกไปทางด้านหลัง ปล่อยให้จูอี้หลงนอนเหยียดอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบแต่เพียงลำพัง         


        นับตั้งแต่วันนั้น จูอี้หลงเริ่มมีปฏิกิริยาเปลี่ยนไป เขาเริ่มมองไป๋อวี่มากขึ้น นานขึ้น จนในที่สุดก็ราวกับว่าเขาคอยสังเกตแทบทุกความเคลื่อนไหวของไป๋อวี่ จิตใจที่เริ่มเปิดรับคนแปลกหน้าและต่างนิสัยอย่างไป๋อวี่ของจูอี้หลงทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกคนในทีมงาน เพราะมันทำให้งานเดินไปอย่างราบรื่นและบรรยากาศในกองถ่ายก็ดีมากๆด้วย         

        แต่ใครจะคิดว่าพี่น้องคู่นี้จะสนิทสนมกันจนหลายๆคนต้องตั้งคำถามขึ้นในใจ ว่ามันเป็นความรู้สึกที่มีให้กันจริงๆ หรือทั้งคู่เอาบทบาทที่ตนเองเล่นตามออกมานอกจอด้วย หรือเพียงแค่จะใช้ความสนิทสนมในลักษณะนี้สำหรับการโปรโมทละครเท่านั้น ต่อมา ทุกคนต่างก็ใจเสียเมื่อเจิ้นหุนแพร่ภาพจนจบแต่กลับต้องกลายเป็นนักฟุตบอลที่โดนใบแดงให้ออกนอกสนาม ความสนิทสนมจนเกินพอดีของนักแสดงนำทั้งสอง ทำให้ทางทีมงานรีบร้อนที่จะดึงทั้งคู่ออกจากกัน ไม่ว่าสาเหตุของการระงับการออกอากาศของละครเจิ้นหุนจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ คนรอบข้างต่างก็สังเกตเห็นแล้วว่าความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ต่อให้ไม่มีใครกล้าพูดออกมาก็เถอะ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยยอมแยกกันเสียก่อนย่อมจะดีกว่า สองทีมงานเลยกลายเป็นทีมงานที่เพียงแค่สบตากันก็เข้าใจ บริหารจัดการเรื่องการรับงาน ปฏิเสธงาน ยกเลิกงาน ได้ราวกับว่าเป็นทีมงานเดียวกัน โทรศัพท์หากันบ่อยเสียยิ่งกว่าคนในบริษัทเดียวกันเสียอีก          

        แต่ที่พยายามทำไปทั้งหมด มันก็เป็นเรื่องของงานเท่านั้น ทีมงานไหนจะมีปัญญาไปกำหนด จัดสรร แบ่งปันหัวใจคนได้ โดยเฉพาะหัวใจของคนบ้า... ที่กล้าแหวะอกมังกร เพื่อครอบครองหัวใจมัน ....        

        ถ้าทำได้... วันนี้ ก็คงจะไม่มีภาพของไป๋อวี่คุกเข่าทั้งสองลงหน้าเตียงคนไข้ ท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของทั้งจูอี้หลง เผิงกวนอิงและจูไฉ่หง          

        ................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}