I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 1 (เอียนXเจียวเจียว)

ชื่อตอน : อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 1 (เอียนXเจียวเจียว)

คำค้น : เอียน เจียวเจียว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 1,675
× 10,000
แชร์ :
อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 1 (เอียนXเจียวเจียว)
แบบอักษร

 

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 

1 

(เอียนXอันเจียวเจียว) 

 

ตือดึ้ง 

**!** 

เอียนเลิกคิ้วขึ้น ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในช่องวางข้างเกียร์รถยนต์ที่สวมปลอกโดราเอมอนสีฟ้าตามความชอบของเจ้าเด็กตัวแสบของเขา 

ติ๊ด! 

ขณะกำลังรอไฟแดงเอียนก็กดเปิดข้อความออกก่อนจะเลื่อนอ่านข้อความจากฮั้นตี้ที่ส่งมาอย่างงุนงง คิ้วเข้มขมวดแน่นเป็นปมขึ้นทุกครั้งที่อ่านประโยคบอกเล่าของเจ้าของข้อความ แต่พอเลื่อนลงมาอีกนิดเห็นภาพถ่ายครอบครัวของเต๋อหัว และตะวันกล้า รวมไปถึงภาพแอบถ่ายของซื่อหนานที่กำลังดุเด็กสองคนที่หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ ไหนจะท่าทางถ่ายรูปทะเล้นๆของฮั้นตี้กับเด็กๆในชุดเทควันโดสายดำนั่น คิ้วเข้มจึงคลายออก สีหน้าผ่อนคลายประกอบกับมุมปากยกขึ้นเพราะความขบขันของข้อความที่ส่งมา 

ครูจำเป็นผู้ถูกกระทำ.... 

ใบหน้าของฮั้นตี้เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนประหลาดเต็มไปหมด....หึๆๆๆ เจ้าพวกคนเห่อลูกเอ้ย! เอียนหัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้าไปมาอย่างระอาหลังอ่านข้อความจบพอดีกับไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว เอียนจึงวางโทรศัพท์ลง ขยับเกียร์ แล้วเหยียบคันเร่งเคลื่อนรถไปข้างหน้า ตรงไปยังมหาวิทยาลัย M...สถานที่ที่เขานัดอันเจียวเจียวไว้ทุกสี่โมงเย็น..... 

16.30 น. 

ร่างโปร่งบางเดินถือสมุดเล่มใหญ่สองเล่มอย่างเร่งรีบขณะเดินลงบันไดจึงไม่ทันระวังสะดุดบันไดทำหนังสือร่วงลงบนพื้น ดีที่เขาพยุงตัวเองไว้ได้จึงไม่ล้มลงไปกองบนพื้น เจ้าตัวจึงถอนหายใจโล่งอกก่อนจะโน้มตัวลงไปหยิบหนังสือบนพื้น ทว่ากลับมีมือคู่หนึ่งยื่นมาหยิบแซงหน้าไปเสียก่อน 

อันเจียวเจียวเงยหน้าขึ้นกำลังจะกล่าวขอบคุณ แต่คำพูดกลับถูกกลืนลงคอไปเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคย 

“ไม่ขอบคุณหน่อยหรอ” เอียนถามพลางยิ้มกรุ้มกริ้มก่อนจะยื่นมือไปแย่งหนังสือในมือมาถือไว้เอง 

“ทวงจริ๊ง” 

“อ่ะแน่นอน ไม่ว่าความดีที่ฉันทำจะเล็กจะใหญ่ฉันก็ทวงหมดแหละ โดยเฉพาะความดีที่ทำกับนาย” มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น 

อันเจียวเจียวถลึงตาใส่คนพูดก่อนจะดันแผ่นหลังกว้างให้ออกตัวเดินไปข้างหน้าก่อนที่จะถูกสายตาของเพื่อนร่วมคณะสอดส่องไปมากกว่านี้ คิดๆไปแล้วเขาไม่น่าให้เอียนมารับเลยจริงๆ เพราะทุกครั้งที่คนตัวสูงมารับจะต้องตกเป็นเป้าสายตาตลอด 

“รีบไปเถอะ คนมองกันใหญ่แล้ว” มาทำกระลิ้มกระเหลี่ยอยู่นั่น น่าอายจริงๆ 

“ครับๆ” เอียนรับคำด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง ไม่มีครั้งไหนที่เขามองหน้ายุ่งๆของอันเจียวเจียวแล้วไม่ยิ้ม เห็นแล้วมันน่าหมั่นเขี้ยวจริง แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะรอขึ้นรถก่อนแล้วจัดสักยก เอ่อ...ยกที่ว่าแค่จับนิดๆหน่อยๆพอหอมปากหอมคอน่ะ 

ปึง! 

ฟอด! 

“นี่! หยุดนะโว้ย!” อันเจียวเจียวทำตาขวางใส่คนขี้ฉวยโอกาส หลังจากเดินขึ้นรถมาได้ ปิดประตูไม่ทันล็อคก็จู่โจมเข้ามาหอมแก้มเขาจนยุบทันที 

“ค่าตอบแทน แทนคำขอบคุณเมื่อกี้ไง” บอกพลางยักคิ้วให้ทีหนึ่งอย่างกวนๆ 

“ขับรถไปเลยไป!” 

“หึ...” เอียนไม่พูดอะไร เขาหักห้ามใจตัวเองขยับไปนั่งดีๆก่อนจะจัดการล็อคประตูรถแล้วสตาร์ทรถขับออกไปบนท้องถนน พอเหลือบมองคนที่นั่งข้างๆใบหน้าเนียนนั่นกลับตียุ่งแต่ขึ้นสีระเรื่อบนแก้มกลมนั่นจนเขาต้องถอนสายตากลับไปมองถนนเบื้องหน้าพลางบอกตัวเองให้อดทน 

เจียวเจียวนั่งสงบจิตสงบใจตัวเองได้ปากเล็กๆจึงขยับพูด “ต่อไปไม่ต้องมารับแล้วนะ เดี๋ยวกลับเอง” 

“ได้ไงละ ฉันสัญญากับพ่อนายไว้แล้ว ไหนจะซาร่า และย่าของนายอีก....ว่าฉันจะดูแลนายให้ดีที่สุด” 

เจียวเจียวเม้มปาก “เรื่องนั้นรู้แล้วละน่า...แต่ว่าไปกลับมหาลัยเองผมทำเองได้...” เจียวเจียวบอกเสียงอ่อย นัยน์ตาล่อกแล่กปากเม้มเข้าเม้มออก 

เอียนขมวดคิ้วไม่ชอบใจ พอรถจอดหยุดไฟแดงจึงหันไปหาคนข้างกาย “มีเหตุอื่นไหม ที่นายไม่อยากให้ฉันไปรับไปส่ง” 

เจียวเจียวมองสบตาคมคู่นั่นก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก “มะ...ไม่มี” ส่ายหน้ารัวๆ 

เอียนหรี่ตามองอย่างจับผิด เจียวเจียวจึงชี้ไปที่ไฟจราจร “ไฟเขียวแล้ว” 

เอียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองถนนแล้วเหยียบคันเร่งแล่นรถไปบนท้องถนนโดยไม่ถามอะไรอีก บรรยากาศในรถเงียบลงและมีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูง เจียวเจียวลอบมองสีหน้าของเอียนแล้วไม่สบายใจจึงหาเรื่องชวนคุย 

“เอ่อ...ผมได้เมลล์จากคุณตะวันเมื่อวันก่อน เขาบอกอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเป็นวันเกิดของไออุ่นกับไอเย็น เขาเลยอยากจะให้ผมกับคุณไปร่วมงานด้วย” หลังจากย้ายออกมาจากตระกูลหลง และจบเรื่องเสี่ยงตายต่างๆกับตระกูลหลงได้ เอียนก็พาเขาและครอบครัวมาที่ฮ่องกง แต่พ่อของเขาอยากกลับไปตั้งรกรากที่จีน ที่บ้านเก่าของย่า เอียนจึงพาพวกเขาไปที่นั่นและตกลงว่าจะดูแลพวกเขา เอียนไม่เคยผิดคำพูด เขาดูแลพวกเราทุกคนดีจริงๆ จนตอนนี้ที่บ้านเปิดกิจการร้านอาหารโดยมีซาร่าเป็นผู้ดูแลหลัก ส่วนเขาถูกพ่อและซาร่าคะยั้นคะยอให้กลับมาเรียนให้จบ เอียนจึงขอให้พ่อเขาส่งเขามาเรียนที่ฮ่องกง เพราะใกล้กับที่ทำงานของเอียน เอียนจะได้ดูแลเขาสะดวก และพ่อก็เห็นดีเห็นงามด้วย สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แค่มาเรียนมหาลัยใกล้กับที่ทำงานของเอียน แต่เข้ามาอยู่กับเอียนที่คอนโดด้วยเลย นี่มันยิ่งกว่าสะดวกซะอีก! 

สะดวกทางเอียนน่ะซิ! แต่ว่า...พอมาอยู่จริงๆเอียนกลับไม่ได้ล่วงเกินเขามากกว่าจูบ และกอด เจียวเจียวจึงวางใจ และเริ่มยอมรับเอียนมากขึ้น จนยอมตกลงเป็นคนรู้ใจกันในที่สุด เรื่องนี้....พ่อและซาร่าก็ไฟเขียวสุดๆด้วยเช่นกัน 

เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี....รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณตะวัน ก็ไม่เคยห่างหาย หากมีเวลาก็ติดต่อพูดคุยถามไถ่สารทุกสุขดิบกันบ้าง ทุกวันนี้แม้กายห่างไม่พบหน้า แต่พูดคุยได้ดั่งมิตรทุกเชื่อวัน เขาอยากจะไปร่วมแสดงความยินดีและพบหน้ากับคุณตะวันอีกสักครั้งเช่นกัน หลังจากไม่ได้พบกันมานานกว่า 5 ปี 

“นายอยากไปไหมละ” 

“ก็...ก็อยาก” 

“ถ้านายอยากไป ฉันก็จะพาไป ไม่ว่านายต้องการอะไร ฉันจะตามใจทุกอย่าง” 

อันเจียวเจียวเม้มปากแน่นพูดอะไรไม่ออก ฟังจากคำพูดดูจากท่าทางของเอียนแล้วคงจะเคืองที่เขาไม่อยากให้ไปรับไปส่งที่มหาลัย พอรถขับมาจอดใต้คอนโด อันเจียวเจียวจึงรีบพูดแก้ตัว 

“เรื่องไปรับไปส่ง....ที่ผมไม่ให้คุณไปส่ง ไม่ได้แปลว่าผมไม่อยากให้คุณไปส่งนะ” 

“หืม? แล้วทำไมไม่อยากให้ไปส่งละ อธิบายมาละเอียดๆซิ” เอียนหยุดรถแล้วหันมาถามอันเจียวเจียว 

อันเจียวเจียวมองหน้าหล่อคมอ้ำๆอึ้งๆ ผิวหน้าร้อนวูบวาบจนต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมแก้ม แล้วเม้มปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้าหนีสายตาพราวเสน่ห์คู่นั้น แล้วพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ 

“ปะ...เปล่า ไม่ต้องรู้หรอก” เจียวเจียวพูดจบก็เปิดประตูรถออก เดินลงจากรถไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้คนอายุมากกว่ามองตามอย่างงุนงง ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา 

“เป็นอะไรของเขา.....” 

“.....” 

“....แต่ก็น่ารักดี” 

เอียนหัวเราะในลำคอเบาๆมองร่างเล็กของเจียวเจียวที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าไปในลิฟต์อย่างอารมณ์ดี พลันสายตาหันไปเห็นหนังสือกองหนึ่งจึงหลุดยิ้มกว้างออกมาอีกรอบ 

“ลืมหนังสือนี่นา” 

เอียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปหยิบหนังสือมือไว้ในมือก่อนจะจัดการล็อครถแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ตามอีกคนขึ้นไปบนห้องของพวกเรา 

หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆมาได้เอียนก็ทำข้อตกลงกับฮั้นตี้ เขายังคงทำงานให้ฮั้นตี้ในฐานะสายข่าว และหัวหน้าฝ่ายบุคคลในบริษัทของฮั้นตี้ และพวกเขาก็วินวินกันทั้งสองฝ่าย เพราะทางฮั้นตี้เองยังจัดการให้คนอยู่ภายใต้อำนาจของตัวเองได้ไม่มาก ไหนจะบริษัทคู่แข่ง ในช่วงปีแรกๆที่จัดตั้งสมาคมอี้หลานขึ้น จึงค่อนข้างจะหนักหน่วงไม่น้อย แต่ก็ผ่านมาได้ และดีขึ้นเรื่อยๆเพราะความไม่ย่อท้อของพวกเขา ฝ่ายฮั้นตี้เองแต่ก่อนเขาหวังจะได้อำนาจมาอย่างสุจริต และใช้อำนาจนั้นข่มเหงพวกทุจริตที่เคยอยู่ในพรรคต่างๆเพื่อบีบให้คนเหล่านั้นหันมาเข้าร่วมสมาคมกับพวกเขา ก็เพื่อ...ต้องการครอบครองการตลาดในฮ่องกงทั้งหมด แต่มาวันนี้เจ้านั่นกลับไม่สนไม่แคร์อะไรนอกจากครอบครัว นับว่านี่เกินความคาดหมายของเขาไปมาก ส่วนเขาเองแต่ก่อนคิดว่าหาเงินได้เยอะๆแล้วออกไปท่องโลกกว้างตามฝัน มาวันนี้ความคิดเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ... 

ตอนแรกเขาคิดเพียงจะดูแลครอบครัวอันเจียวเจียวโดยส่งเงินให้เป็นทุนสร้างตัวโดยไม่ต้องเข้าไปดูแลใกล้ชิดอะไรขนาดนั้น แต่พอสบตาใสแจ๋วและเสียงแว้ดๆนั่นดังข้างหู เอียนก็ตัดใจจากไปไม่ลง เพราะเขาอยากจะสบตาคู่นั้นทุกวัน อยากฟังเสียงเจียวเจียวด่าว่าเขาทุกวัน ต่อให้ถูกตราหน้าว่าโคแก่กินหญ้าอ่อนก็ช่าง เขาจะหน้าด้านหน้าทนจนกว่าเจ้าเด็กไม่รู้ความ รู้ว่าเขาไม่ได้เอ็นดูเพียงอย่างเดียว แต่อยากจะดูเอ็น เอ้ย อยากจะเอ็นดูไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน 

ติ๊ง! 

ประตูลิฟต์เปิดออก ขายาวก้าวออกมาจากลิฟต์ตรงไปยังห้องสุดทางเดิน แล้วล้วงคีย์การ์ดออกมามารูด สัญญาณดังติ๊ดๆ แล้วประตูก็เปิดออก ร่างสูงผลักประตูเข้าไป แล้วดันประตูให้ปิด เสียงล็อคประตูก็ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ 

“ช้า!” อันเจียวเจียวกอดอกมองหน้าเอียนอย่างหงุดหงิด 

“ช้านิดหน่อยน่า” ก็มัวแต่เก็บขนหนังสือให้ไงจ๊ะ ถึงช้า 

“ฮึ่ย...จะกินอะไร” 

“หืม?” 

“ทำไมคุณต้องให้ผมถามย้ำด้วย เมื่อกี้ได้ยินชัดๆ” 

เอียนมองร่างเล็กที่กระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงโซฟาแล้วอยากขำก็ขำไม่ออก เมื่อยังทำหน้าเขินเคืองเขาอยู่เลย นี่อะไรเปลี่ยนอารมณ์มาหงุดหงิดเขาแล้ว เขาทำผิดอะไรอ่ะ? 

“กินอะไรก็ได้...นายทำอะไรก็อร่อยหมด” เอียนตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินเอาของไปวางบนโต๊ะหน้าทีวี 

“ไม่กินอะไรก็ได้ซิ คุณต้องเจาะจง” 

เอียนขมวดคิ้วคิด มองหน้าเจียวเจียวที่จ้องนิ่งมายังเขาอย่างรอคำตอบ “เร็วซิ วันนี้อารมณ์ดีอยากตามใจคุณนะ” เจียวเจียวเร่ง 

เอียนยกยิ้มอ่อนจางเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา....จึงยื่นมือออกไปคว้าร่างเล็กเข้ามากอดพลางซุกหน้าลงที่ไหล่เล็ก แล้วยกตัวเจียวเจียวขึ้นจากพื้นพามานั่งที่โซฟาโดยให้อีกคนนั่งคร่อมเขาไว้บนตักในท่วงท่าล่อแหลม จนอีกคนต้องรีบดันตัวออกจากอกเขา 

“อื้อออ กอดแน่นไปแล้ว!” 

“ฮ่าๆๆ ก็นายทำตัวน่ารักนี่นา” 

เจียวเจียวหน้าร้อน มองสบตาคมพราวเป็นประกายแล้วเบนสายตาลงไปมองที่เคราขับให้ใบหน้าชายต่างชาติดูดิบเถื่อนแต่เท่ห์ขึ้นมาแล้วใจเต้นตึกตัก กลัวหน้าจะร้อนไปมากกว่านี้จึงต้องแสร้งทำหน้าโกรธ “ตกลงจะกินอะไร” เมื่อกี้เขาทำตัวไม่ดี จึงอยากจะไถ่โทษที่ทำให้เอียนรู้สึกไม่ดี มีไม่กี่อย่างที่เขาทำได้ดี แน่นอนว่าสิ่งที่ทำได้ดีของเขาตอนนี้รวมเรื่องการทำอาหารการกินเข้าไปด้วย 

หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงตะโกนด่าอีกคนแว้ดๆไม่หยุด แต่เอียนทำดีกับเขากับครอบครัวเขามาตลอด จนไม่กล้าทำอะไรที่เสียมารยาทอีก รวมไปถึงเรื่องที่ทำให้อีกคนขุ่นใจเขาก็ไม่อยากทำ 

“อืม....กินอะไรดีละ” 

“อย่าคิดนานซิ เลยเวลาทานข้าวขึ้นมากินดึกๆท้องอืดนอนไม่ได้พอดี” 

“นั่นซิ” เอียนทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะไล่สายตามองคนตรงหน้าแล้วยื่นมือไปชี้หน้าอกด้านซ้ายของเจียวเจียว “....กินนายได้มะ” 

เพียะ! 

เจียวเจียวปัดมือแกร่งที่จงใจชี้มาถูกหัวนมเขาออกอย่างเคืองๆก่อนจะปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่ได้!” โทษเขาไม่ได้หรอกนะ เรื่องนี้น่ะต้องโทษความปากพล่อยของเอียนที่ตกลงรับปากกับพ่อของเขาว่าจะไม่มีอะไรกับเขาจนกว่าเขาจะเรียนจบมหาลัยน่ะ 

“ทำไมอ่า...” เอียนแทรกกระทืบเท้าบนพื้นอย่างขัดใจ แต่มือก็กระกอดร่างเล็กรั้งเข้ามาแนบชิดจนส่วนกลางกายเสียดสีกันไปมา 

เจียวเจียวเบิกตากว้างเม้มปากแน่น ยันอกแกร่งเอาไว้แล้วตีลงบนอกของเอียนแรงๆ “หยุดเลยนะ! ทำอะไรน่าเกลียดที่สุดเลย” 

“อื้มมม สบายดีออก น่าเกลียดตรงไหน” เอียนครางเสียงพร่าในลำคออย่างพอใจพลางจับสะโพกเล็กเข้ามาแนบชิดให้ถูไถกลางกายเบาๆ ตอนแรกกะจะหยอกเย้าพอหอมปากหอมคอ แต่อารมณ์ดันพุ่งพล่านขึ้นมาเสียนี่ อ่า...ช่วยไม่ได้ละนะ 

“อะ...อื้อ...หยุดนะ หยุดเลย” เจียวเจียวหน้าแดงกร่ำกล่าวห้ามไม่เต็มเสียง ส่วนนั้นที่เขาสัมผัสมันแข็งอยู่ใต้ร่มผ้าเสียดสีกับก้นเขาเสียจนวาบหวาม ขนอ่อนลุกตั้งชันไปหมด 

“อื้มมมม นายไม่อยากให้ฉันหยุดจริงๆหรอก” เอียนบอกเสียงทุ้มพร่าก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อเชิ้ตลายสสก็อตสีเขียวเข้มลูบไล้เอวบางอยู่พักหนึ่งก็ขยับขึ้นไปสะกิดเม็ดแตงบนอกของร่างเล็กจนอีกฝ่ายสะดุ้งกัดปาก 

เอียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเล็กแดงระเรื่อ “นะ....ขอฉันกินนายแทนข้าวเถอะ” เอียนบอกเสียงทุ้มพร่าแล้วแกล้งเป่าลมเข้าหูเล็กเบาๆ ลมร้อนสัมผัสผิวทำเอาร่างเล็กสยิวจนเผลอครางออกมา 

“อ่า...อึก...แค่ข้างนอก....อื้อ...เหมือนทุกที” เจียวเจียวบอกเสียงหอบ มือดันไหล่กว้างเอาไว้อย่างอ่อนแรง เมื่อนิ้วแกร่งหยาบสะกิดบีบเม็ดแตงบนหน้าอกเขาระรัวไม่หยุด 

จุ๊บ! 

เอียนจูบที่ใบหูเล็กแล้วขมติ่งหูน้อยพลางใช้ลิ้นเลียรอบหนึ่งแล้วผละหน้าออกมามองใบหน้าหล่อใสแต่ออกหวานของเจียวเจียวที่กำลังแดงกร่ำอย่างน่ารักแล้วอดก้มลงไปหอมแก้มแล้วขบแก้มขาวสลับแดงเบาๆนั่นไว้ไม่ได้ พอผละออกมาได้ เห็นตาปรือปรอยเยิ้มๆของอันเจียวเจียว เอียนยิ่งรู้สึกอยากขย้ำคนตรงหน้าเพราะความยั่วของอีกฝ่าย เขาจึงจู่โจมเข้าปากเล็กที่ถูกกัดจนเป็นรอยฟันของเจ้าตัว ริมฝีปากเล็กหวานที่เขาสัมผัสครั้งแล้วครั้งเล่า สัมผัสกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ยามลิ้นไล้กวาดต้อนลิ้นเล็กชมพูของเจียวเจียวได้ เขาจะดูดเม้มเล่นกับมันอย่างคุ้นเคย พอผละออกมาจนน้ำใสๆยืดยาวตามออกมาเอียนก็จัดการทำความสะอาดดูดเม้มริฝากเล็กจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ผละออกมาได้เขาก็ต้องครางออกมาอย่างพึงใจ 

“ซี๊ดดด....” เจียวเจียวคงจะไม่รู้ว่าตัวเองได้เผลอขยับตัวถูไถกับช่วงล่างของเขาอย่างลืมตัว 

เอียนรู้ว่าเจียวเจียวไม่เคยสัมผัสอารมณ์ทางเพศบ่อยนักนอกเสียจากเขาจะเป็นคนปลุก พอเขาปลุกเร้าอีกฝ่ายเพียงไม่กี่กระบวนท่าผลตอบรับกลับมาเกินคาดและอีกคนมักจะตอบสนองอย่างไม่ประสาด้วยความต้องการมากล้น เพราะนานๆครั้งจะทำ มาครั้งนี้เจียวเจียวส่ายสะโพกเข้ากับตอร์ปิโดของเขาอย่างเร้าร้อนทำเอาเขาต้องกัดปากครางอย่างห้ามใจ 

ให้ตายเถอะ...พระเจ้า ขืนเด็กนี่ยังควบตอเขาไม่หยุด ไม่แน่ว่าจะไม่ใช่แค่ภายนอกอย่างที่ตกลงกันไว้แล้ว... 

“อ่า...เจียวเจียว...ฉันจะกินนายละนะ...เริ่มจากน้มนมก่อนเนอะ” 

เจียวเจียวมองคนตรงหน้าแล้วรีบหลบสายตาพราวเจ้าเล่ห์ของเอียนด้วยการหลับตาปี๋ เมื่อกี้เสื้อผ้าเขายังอยู่ครบ มาตอนนี้ไม่รู้ว่ามันหลุดออกไปเหลือเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ไม่รอให้คนตัวเล็กกว่าอนุญาต ริมฝีปากบางได้รูปแบบชายตะวันตกรีบก้มลงไปครอบครองเจ้าเม็ดแตงสีสดจัดการดูดกลืนแล้วเค้นคลึงด้วยเรียวลิ้นไม่หยุด 

“อ๊ะ....อื้อ....อื้อ....เอียน....แฮ่ก....” อื้อ....มะ...ทำไม...มันร้อนกว่าทุกทีนะ ร้อนไปหมดทั้งตัวเลย เจียวเจียวคิดพลางไม่รู้ตัวกำลังยันอกเข้าใส่ปากที่กำลังปรนเปรอเขาด้วยลิ้นบนแผงอกพลางหรี่ตาขึ้นมองร่างสูงที่กำลังตั้งใจดูดกลืนแผ่นอกเขาสลับไปมา เจียวเจียวกระชับแขนเกี่ยวคอแกร่งเอาไว้แล้วเผลอขยับเข้าแนบชิดไออุ่นร้อนจากร่างสูงตามแรงปรารถนาที่เริ่มเอ่อล้น 

“อ่า...แฮ่ก” 

“อื้มมมม อร่อยจัง....” เอียนผละหน้าออกมาพูดตามองหน้าหวานใสของคนในอ้อมกอดด้วยความต้องการ มือก็คอยเค้นคลึงเม็ดแตงจนแข็งเป็นไต 

“อ๊ะ...อื้ออ ร้อน...” 

“อื้มมม ทำไมนายเร้าร้อนกว่าทุกทีละเสี่ยวเจียว...” 

เจียวเจียวส่ายหน้าพลางเกาะเกี่ยวร่างหนาเอาไว้แน่นขณะที่อีกคนพลิกตัวเขานอนลงกับโซฟาแล้วเริ่มใช้ปากไต่ไปยังหน้าท้องจนไปถึงกลางกายของเขา.... 

“อ๊ะ...มะ....อ๊ะ...อื้มมมม” เจียวเจียวกัดปากแน่นมือดันศีษระร่างสูงที่กำลังก้มจูบกลางกายเขาไม่หยุด เจียวเจียวรู้สึกมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปมาระหว่างหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ข้าอ้ากว้างและหุบเข้าเป็นครั้งคราวเมื่อร่างสูงใช้ลิ้นไล้เลียขึ้นลงแล้วดูดเม้มจนเขาเผลอเด้งสะโพกเข้าใส่ด้วยความต้องการ ในใจเจียวเจียวรู้สึกน่าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แต่ความต้องการโหยหามีมากกว่าที่เขาจะเอ่ยปากให้อีกคนหยุด 

“อ่า...น่ารักจังไอศกรีมแท่งนี้....”    ตาคมวาวบอกพลางแลบลิ้นเลีย เจียวเจียวเม้มปากแน่นเบนสายหนีแววตาร้อนแรงของเอียน 

แผลบ! 

“อื้อออออออ!” เจียวเจียวเม้มปากแน่นมือดันศรีษะของเอียนออกแต่สะโพกลับหยันรับสัมผัสอย่างเต็มใจ เจียวเจียวสะบัดหน้าไปมายามเรียวลิ้นไล้สัมผัสขึ้นลงพร้อมกันนั้นฝ่ามืออุ่นร้อนของอีกฝ่ายก็ทำหน้าที่โอบรัดขึ้นลงไม่หยุด จังหวะเร่งเร้าต่อส่วนอ่อนไหวปลุกอารมณ์เสียวซ่านของเขาจนสายน้ำสีขุ่นไหลพุ่งออกมาอย่างสุขสม เจียวเจียวนอนหอบอยู่บนโซฟาได้ครู่หนึ่งก็เบิกตากว้างเมื่อขาเรียวถูกจับอ้ากว้างตามมาด้วยร่างสูงทาบทับแทรกลงมา 

“อื้อออ พอได้แล้ว...” เจียวเจียวยกมือขึ้นดันอกแกร่ง แต่เอียนจับข้อมือของเจียวเจียวออก รวบมือทั้งสองข้างของร่างเล็กเอาไว้เหนือหัว 

“อ๊ะ....คุณสัญญาแล้วจะไม่ทำอะไร....” 

“ขอละ....นายยั่วฉันเกินไป จนฉันอยากจะเสียบนายจะแย่ ถ้าจะให้แค่ข้างนอกไม่ไหวหรอก” 

เจียวเจียวหน้าแดงทั้งโกรธทั้งอาย ถลึงตามองเอียนที่กำลังมองตนเหมือนเสือจ้องเหยื่อก็อดสะท้านหวาดหวั่นไม่ได้ 

“พูดออกมาได้ไม่อายปาก คุณสัญญาเองแท้ๆนะ และ...และ...อ๊ะ...ไม่!....เอามันออกไปห่างๆนะ” เจียวเจียวร้องเสียงหลงสัมผัสร้อนมาจ่อที่ปากทางพลางถูไถบริเวณนั้นไม่หยุด เขากำลังจะกระเถิบสะโพกหนีแต่มือแกร่งกลับจับสะโพกเขาเอาไว้แน่น 

“นะๆๆ มันอยากทำความรู้จักนายให้ลึกซึ้งจริงๆ เรื่องสัญญาอะไรนั่นอีกไม่เดือนนายก็เรียนจบแล้ว ฉันอุตสาห์สู้อดทนมาจนตอนนี้....” 

“อื้อออ ก็..ก็อดทนไปอีกนิด...อ๊ะ หยุดเอามันมาถูสักที!” 

“ฮึ่มมม ไม่ถูแต่เสียบเลยได้มะ” ว่าพลางขยับมันเข้ามาจ่อใกล้กว่าเดิมจนหัวของมันถูกปากทางเข้าอย่างแนบชิด และร่างกายเจ้ากรรมเขากลับไม่ฟังคำสั่งแทนที่จะถอยห่างอยู่นิ่งกลับขมิบตอบรับเสียจนฝรั่งหนุ่มต้องแหงนหน้าทำเคลิ้มซี๊ดปาก 

“นะ...น่าอาย...ทำท่าอะไรของคุณ” 

“มันเสียวนิ อยากเสียวกว่านี้ด้วย ในตัวนาย” เสียงพร่าบอกพลางเร่งเร้าสะโพกขยับเสียดสีจนต้องกัดปากกลั้นเสียง 

บ้าๆๆ บ้าที่สุด! เขารู้ว่าเอียนชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติค่อนข้างเปิดเผยตรงไปตรงมาเรื่องเซ็กส์แต่แบบนี้ก็ออกจะเกินไปแล้ว! 

“มะ...ไม่” 

“น่า....นายไม่บอกพ่อนาย พ่อนายก็ไม่รู้หรอก อื้มมมม...ให้ฉันเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว มันบวมจนปวดไปหมด....” 

“อื้อออ...อ๊ะ...ถอย...” 

“นายเองก็ชอบแท้ๆอย่าทำร้ายกันเลย....จุ๊บ! นะ” เอียนอ้อนเสียงพร่าโน้มตัวลงไปจูบปากเล็กบวมเบาๆแล้วผละออกมาใช้จมูกถูไถจมูกเล็กรั้นอย่างออดอ้อน “ฉันอดทนมากี่ปี เสี่ยวเจียว นายรู้ดี...ให้ฉันเถอะ....ให้ฉันรักนาย....อย่างที่ปากพูดนายจะได้รู้ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน” 

จุ๊บ! 

“อื้มมม....แฮ่ก...” เอียนผละจูบออกมาใช้หน้าถูไถไปกับหน้าเล็กของเจียวเจียวสอดส่ายสะโพกไปมาให้ส่วนนั้นเสียดสีกันจนร้อน เจียวเจียวหอบปนครางออกมาอย่างวาบวามมันวูบวาบไปทั้งตัวยามกายแกร่งเสียดสีแนบชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับตน ความใจแข็งที่มีมาเนิ่นนานสลับกับเสียงของเสี่ยวซีเพื่อนที่มหาลัยแวบเข้ามาในหัว ทำให้เจียวเจียวเผลอพยักหน้าตกลงในที่สุด 

“จริงหรือ....นายยอมแล้ว? อ่า....จุ๊บ! ฉันจะอ่อนโยนที่สุด” 

จูบจมูกเล็กรั้นอย่างปลอบโยน เอียนไม่คอยช้าจัดแจงท่าทางของคนตัวเล็กอย่างชำนาญก่อนจะเตรียมพร้อมจ่ออาวุธให้ตรงเป้า 

“ดะ...เดี๋ยว” เจียวเจียวดันหน้าท้องแกร่งรั้งเอาไว้ 

“ไม่เดี๋ยวแล้ว นายตกลงแล้ว” เอียนบอกเสียงเข้มหรี่ตามองร่างเล็กใต้ร่างอย่างเอาเรื่อง ให้หยุดยังไงก็ไม่หยุดแล้ว เขาอยากจะกินคนตรงหน้าเต็มทีแล้ว เอาช้างมาฉุดก็หยุดไม่อยู่โว้ย 

“มะ...มันจะเจ็บไหม” เจียวเจียวถามเสียงอ่อย ก่อนหน้านี้เขาหาข้อมูลเรื่องนี้ตามเว็บและกระทู้ต่างๆ เขาบอกว่ามันเจ็บมากโดยเฉพาะครั้งแรกและอันเจียวเจียวก็กลัวมากด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวซีพูดเรื่องนั้นให้เขาฟัง เขาไม่มีทางยอมเอียนก่อนหมดสัญญาแน่นอน 

“หืมมม....” เอียนเลิกคิ้วยกยิ้มอ่อนโยน ยื่นมือไปจับหน้าเล็กเอาไว้แล้วบีบแก้มขาวเบาๆ “ไม่ต้องกลัว...จะอ่อนโยนที่สุดเลยครับ” ซะเมื่อไหร่....จะเอาให้สุดๆให้สมอยากเลยละ....เอียนเผยสีหน้าเจ้าเล่ห์แวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มอบอุ่นยื่นหน้าไปจูบเร้าร้อนกับเจียวเจียวพลางขยี้ลงบนเม็ดแตงของเจียวเจียวแล้วค่อยๆดันกลางกายอุ่นร้อนเข้าไปในถ้ำที่มันเฝ้ารอมานอน... 

เอียนแอบขบฝันแน่นเมื่อสิ่งที่สัมผัสได้มีแต่ความคับแน่น เขาลำพองใจและพึงพอใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เป็นคนแรกของเจียวเจียว และจะเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครอง ใครก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวเจียวเจียวเท่ากับเขา เขาคิดพลางขยับแก่นกายดันเข้าเรื่อยๆ โดยไม่สนเสียงร้องครวญครางของเจียวเจียวและร่างเล็กที่ดีดดิ้นถอยหนี พลันดันเข้าไปจนสุดจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับถึงได้สติแล้วหันมองคนใต้ร่างที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา นอนหอบสะท้านมองตนอย่างเครียดแค้น 

“มันเจ็บๆ ผมบอกคุณ แต่คุณก็ยังทำ! ผมเจ็บคุณได้ยินไหม ฮือออ ฮึกก” เจียวเจียวด่าเอียนเสียงพร่าทุกกำปั้นลงบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง 

เอียนยิ้มแห้งโน้มตัวลงไปจูบปลอบโยนคนตัวเล็กอีกครั้งแล้วพึมพำขอโทษเสียงเบาซ้ำไม่หยุด ก่อนจะผละออกมาบดจูบกับเม็ดแตงจนอีกคนเริ่มผ่อนคลาย เขาถึงค่อยๆขยับตัวเข้าออกช้าๆ 

“อ๊ะ...มันแปลกๆ” เจียวเจียวเกาะไหล่ของเอียนแล้วจิกลงบนไหล่กว้างลามไปยังแผ่นหลังกว้าง 

“อ่า...เขาเรียกว่าเสียว” เอียนบอกเสียงพร่าอย่างขำๆ ก่อนจะโน้มหน้าลงมาดูดเม้มทำรอยรักทั่วลำคอขาวอย่างถือสิทธิ์ ส่วนร่างก็ขยับเข้าออกไม่หยุด 

“อื้อออ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ....” 

เอียนครางต่ำอย่างพอใจยามท่อนเนื้อแกร่งเสียดสีในโพรงนุ่มอุ่นมันโอบรัดเขาไว้อย่างพอดีทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วตามอารมณ์ความต้องการทำให้เอียนสุขจนแทบล้นออกมาอยู่หลายครั้งตามคนตัวเล็กใต้ร่างแต่เขาอยากกินเจียวเจียวให้ได้นานๆจึงอดกลั้นมันไว้แล้วกระแทกกระทั้นเข้าออกช้าลงเมื่อใกล้จุดสูงสุด พร้อมกับเปลี่ยนท่าให้เป็นท่ายืนเข่ากับโซฟาก่อนจะจับร่างเล็กมาโอบกอดไว้สะกิดเม็ดแตงบนหน้าอกไปมา แผ่นหลังและแผ่นอกแนบชิดคนสองคนใกล้กันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว 

เจียวเจียวครางเสียงเบาหวิวยามกายแกร่งขยับเสียดสีในท่วงท่าสอดประสานที่ลึกจนเสียววาบไปทั่วท้องน้อย ร่างกายร้อนเร่งเร้าและหวีดร้องยามส่วนร่างถูกกระแทกจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องรับแขก เสียงหอบปนเสียงครางทำให้เจียวเจียวหน้าแดงกร่ำด้วยความอายและความต้องการ เมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันร่างแกร่งกระแทกกระทั้นรัวเร็วจนร่างปลิดปลิวตามแรงโยกเจียวเจียวแหงนหน้าขึ้นครางลั่นร่างเล็กกระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วปล่อยน้ำสีขุ่นออกมา 

ร่างกายเบาหวิวล่องลอยเสียงหอบแหบต่ำดังข้างหูและครางออกมาอย่างพอใจหลังจากกระตุกพ่นน้ำใส่จนขาเรียวเปรอะเปื้อน เจียวเจียวหมดแรงเอนหลังพิงอกแกร่งเอาไว้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจูบไซร้อย่างพอใจ ก่อนจะหวีดร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มตัวลอย ถูกจับพลิกตัวกลางอากาศให้หันกลับไปบดจูบร้อนกับริมฝีปากของร่างสูง 

เจียวเจียวใช้ขากอดหมับเข้าที่เอวสอบสองแขนเกี่ยวคอแกร่งเอาไว้แน่นแล้วผละหน้าออกจากริมฝีปากบางของเอียนร้องครางออกมากับความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้ใหม่ในท่องท่ายืนที่สอดประสานได้ลึกกว่าเดิม เอียนจัดการอุ้มคนตัวเล็กเดินไปที่ห้องนอนของตนเองไปพลางกระแทกกระทั้นไปพลางก่อนจะเร่งรัวเร็วเมื่อใกล้ถึงเตียง 

ตับ ตับ ตับ 

“ซี๊ด...อ่าห์...” 

“อ่า...ฮ้า...อื้อ...เอียน” 

เอียนสูดลมหายใจเข้าลึกวางคนตัวเล็กบนเตียงตะกองกอดไว้อย่างหวงแหนซุกไซร้เม้มขบตามผิวบางจนเป็นรอยรักสีแดงประปรายไปทั่วก็จัดการพลิกตัวคนตัวอ่อนให้นอนคว่ำก่อนเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันใหม่ 

เสียงครวญครางเบาหวิวของเจียวเจียวทำให้เอียนได้ใจขยับกายเข้าออกตามแรงเร้าจากภายในที่ตอบรับเขาระรัวไม่หยุดเอียนยื่นหน้าไปบดจูบกับแก้มขาวที่ขึ้นสีระเรื่อฟอดใหญ่กระซิบบอกรักเสี่ยวเจียวตัวน้อยซ้ำก่อนเร่งสปีดเสียดสีแล้วปล่อยความสุขล้นออกมา “อ่าห์...” 

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...เขาก็ไม่อิ่ม... 

เอียนปล่อยให้ร่างเล็กได้พักเพียงชั่วครู่บทรักครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้น เป็นอย่างนี้ทั้งคืนจนเช้า.... 

ดูเหมือนว่าความอัดอั้นที่มีมาเนิ่นนานพอได้รับการปลดปล่อยจะหยุดไม่อยู่เสียแล้ว.... 

17. 00 น. ของวันใหม่ 

เจียวเจียวนอนหมดแรงคว่ำหน้าอยู่บนเตียงในห้องนอนตัวเองด้วยความเพลียจัด หลังจากเอียนพาเขาไปทำความสะอาดในห้องน้ำ จากนั้นเขาก็ไม่รับรู้อะไรอีก รู้แต่เพียงว่าตัวเบาหวิวและถูกพากลับมานอนในห้องที่มีแต่กลิ่นของตัวเองตามมาด้วยร่างสูงคว้าเขาเข้าไปกอด ในตอนนั้นเขาทำได้เพียงละเมอบอกร่างสูงเสียงแผ่วว่าพอแล้วนะ แล้วหลับไป.... 

ฟื้นมาอีกทีก็เพราะกลิ่นอาหารที่กำลังลอยเข้ามาในห้องทำให้ท้องร้องประท้วง 

“อื้อ...เจ็บ...” เขาปวดไปทั้งตัว! นี่หรือที่จะบอกว่าจะเบาน่ะ! เจียวเจียวคิดอย่างเจ็บใจขณะกำลังพลิกตัวเปลี่ยนเป็นนอนหงาย พอดีกับร่างสูงของเอียนเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าผ่องใส 

ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมมีแค่เอียนที่ดูจะไม่เป็นอะไร! เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด 

“ตื่นแล้วหรอ อาหารพร้อมแล้วนะ” เอียนบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เดินอ้อมมาที่เตียงฝั่งเจียวเจียวนอนก่อนจะจัดการช้อนอุ้มอีกคนจนตัวลอย 

“อ๊ะ...เบา” 

“ครับๆ” 

“ฮึ่ย!” แม้จะเคืองจนสะบัดหน้าหนีแต่มือก็คว้าคอแกร่งกอดเอาไว้แน่นอยู่ดี เอียนยิ้มขำพาร่างเล็กในอ้อมแขนเดินไปยังโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วค่อยๆวางคนตัวเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกปูทับด้วยผ้าอีกหลายชั้นให้นุ่มฟู เวลาที่นั่งจะได้ไม่เจ็บจนเกินไป และเขาก็เหลือบเห็นร่างเล็กในอ้อมแขนทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มอย่างพอใจด้วยตอนนั่ง ถือว่าสอบผ่านด้านแรกในการเอาใจมือละนะ ฮุ๊! 

“อาหารมากมายขนาดนี้ คุณสั่งมาหรอ” 

“อืม...จากร้านประจำที่เราชอบกินด้วยกันบ่อยๆด้วยนะ” 

เจียวเจียวขมวดคิ้ว “ร้านนั้นอยู่ไกลจากที่พักเรามากนะ เขายอมมาส่งได้ไง” ถามพลางใช้ตะเกียบคีบหมูกรอกขึ้นมาใส่ปากแล้วเคี้ยว 

“จ่ายเงินพิเศษน่ะซิ” เอียนตอบด้วยท่าทางสบายๆ ใช้ช้อนตักผักกวางตุ้งใส่ลงในถ้วยของอันเจียวเจียว 

“ไม่ได้นะ เงินกว่าจะหามาได้ อย่ามาใช้ทิ้งขว้าง” 

“ครับๆ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ที่ทำเพราะอยากให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษ” เอียนตอบพลางขยิบตาให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างหว่านเสน่ห์ 

เจียวเจียวหน้ามุ่ย “มื้อพิเศษอะไรก็ปกติ” คนพูดก้มหน้าก้มตาขยับปากมุบมิบ 

เอียนหัวเราะในลำคอยื่นมือไปจับมืออีกข้างของเจียวเจียวที่วางอยู่บนมาคลึงเล่นเบาๆ “พิเศษซิ พิเศษที่เราได้เป็นผัวเมียกันเต็มตัว” 

“นี่!” เจียวเจียวเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่ ปากก็อมตะเกียบเอาไว้อย่างประหม่าน่ารัก เอียนจึงยกยิ้มอ่อนโยน 

“เรื่องจริงนี่นา....ฉันกับนายเป็นของกันแล้วกันโดยสมบูรณ์แล้วนะเสี่ยวเจียว” 

“แค่ครั้งเดียว จะไม่มีครั้งต่อไป” ว่าพลางย่นจมูกใส่อย่างน่าเอ็นดู 

“หืมมม แน่ใจ? โอ๋ๆๆ ไม่พูดแล้ว นายกินเถอะ” เพราะเห็นใบหน้าน่ารักแดงกร่ำเขินอายและมุ่ยหนักจนเขาอยากจะจับฟัดอีกสักรอบ เอียนจึงรีบเปลี่ยนบทสนทนา แต่มือยังคงจับมือเล็กอวบนิดๆคลึงเล่นโดยที่เจ้าของมือก็ไม่บ่นว่าอะไรสักคำ 

“จะว่าไป นายมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า กลับจากมหาลัยมาเมื่อวาน ท่าทางแปลกๆนะ” 

เจียวเจียวชะงัก....เหลือบมองคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจออกมา “จะว่ามีก็มี...” เจียวเจียวตอบเสียงแผ่ว 

“เรื่องอะไร” 

“เสี่ยวซีบอกว่า....หมิงฉิน สนใจคุณอยากให้ผมติดต่อให้ แล้วก็....เขาน่ะมาแอบมองคุณทุกวันตอนที่คุณมารับผมด้วย....” หมิงฉินเป็นผู้ชาย แต่มีใบหน้าคมสวยมีเสน่ห์ หุ่นก็ดี เพียวบางกว่าเขาอยู่มาก ท่วงท่าเป็นสง่าน่ามอง เขากลัว...กลัวว่าถ้าเอียนเผลอเห็นอาจจะชอบ... 

เอียนได้ฟังอย่างนั้นก็นิ่งอึ้งไป มองหน้าคนสารภาพความจริงให้ฟังแล้วก็อดยื่นมือไปยีหัวเล็กเบาๆไม่ได้ ไม่ว่ายังไงต้องขอบคุณเพื่อนของเจียวเจียวที่ชื่อเสี่ยวซีแล้วละ ที่มีส่วนทำให้เขาได้กินเจียวเจียวน้อยหลังจากที่รอและอดกลั้นมานาน 

“เด็กขี้หึง” 

“มะ...ไม่ได้หึงสักหน่อย แค่ไม่ชอบใจ...” คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมาเถียงคอเป็นเอ็นปากเล็กบวมก็ยื่นออกมาเถียงเสียจนต้องยื่นมือบีบเบาๆ หมั่นเขี้ยว! 

“เขาเรียกว่าหึงนั่นแหละ หึงมากจนยอมให้ฉันจับกิน แสดงว่าอยากจะแสดงความเป็นเจ้าของฉันคนนี้น่ะซิ” 

เจียวเจียวหน้าแดงร้อนกว่าเดิม ถลึงตาใส่เอียนที่กำลังทำหน้าระรื่นนั่นอย่างเคืองๆ “หลงตัวเอง...” 

“อ๊ะ ไม่นะ ฉันไม่ใช่คนหลงตัวเอง แต่ฉันหลงนายต่างหาก!” 

“บ้า!” 

“ฮ่าๆๆๆ....ฟังนะเสี่ยวเจียว ตั้งแต่ที่ฉันได้พบนาย ฉันก็ไม่อยากมองใครอีกแล้ว....เพราะฉะนั้นอย่ากังวลเลย” 

เจียวเจียวเม้มปากแน่น มองคนตรงหน้าแล้วก่นด่าในใจ ....พูดอะไรไม่รู้ ใจเต้นไปหมดเลยคนบ้า... 

“อีกอย่างนายเองก็ได้ฉันไปแล้ว ไปบอกกับเขาเลยว่าฉันเป็นของนาย เป็นผัวนาย รักกันดี และห้ามแตะ^^” บอกพลางจับมืออวบเล็กมาคลึงเบาๆ 

“บะ...บ้า ผมไม่ได้หน้าด้านเหมือนคุณหรอกนะ” แต่ถ้าถึงเวลาต้องพูด คงต้องพูดละมั้ง ฮึ่ยยย ร้อนหน้าชะมัด 

“พอได้ครอบครองนายแล้ว...ทำให้ฉันนึกอยากทำอะไรจริงจังขึ้นมาบ้างแหะ” เอียนพูดขึ้นหลังจากใช้ช้อนตักเนื้อปลาวางลงในถ้วยข้าวของเจียวเจียว น้ำเสียงที่พูดเรียบเรื่อยแต่วาจาน่าฟังชวนให้หูเล็กกระดิกฟังอย่างสนใจ แต่ปากก็คีบอาหารเข้าปากไม่หยุด 

“ง้ำๆ จริงจังอะไร” 

“ทำให้นายเป็นของฉัน........ทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย.......หลังจากเรียนจบ นายกับฉันแต่งงานกันเถอะเจียวเจียว” 

ตึกตัก 

เจียวเจียวทำหน้าอึ้งมองสบตาสีแปลกของคนตรงหน้าอย่างไปไม่เป็น แต่ฉับพลันเขาก็รู้สึกเย็นๆที่นิ้วนางข้างซ้ายที่มือที่เอียนคว้าไปคลึงเล่น....พอเหลือบตาไปมองก็เห็นว่ามันเป็นแหวนสีเงินเรียบสวยมีรูปทรงด้านบนเป็นรอยแยกโค้งและรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในวงเดียว 

“นะ....” 

“คุณ....” เขาพูดไม่ออก ยิ่งสบตาเป็นประกายอ่อนโยนตรงหน้าเจียวเจียวยิ่งรู้สึกน้ำท่วมปาก หัวใจพองคับอก แต่พอเรียกสติตัวเองกลับมาได้ เจียวเจียวจึงแสร้งทำหน้าโกรธใส่ “ถูกจับกินจนเกือบจะเหลือแต่กระดูก ถ้าไม่ให้คุณรับผิดชอบ ผมก็โง่เต็มทีแล้ว” ทำหน้าโกรธได้แป๊ปเดียว รอยยิ้มกว้างที่พยายามกลั้นไว้ดูเหมือนจะกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป เจียวเจียวรู้สึกมีความสุขจนข่มรอยยิ้มเอาไว้ไม่ไหว พอมองหน้าเอียนที่กำลังยกยิ้มกว้างส่งมาให้เขาด้วยความดีใจ เขายิ่งรู้สึกเขินจนต้องหลบตามองไปยังถ้วยข้าวของตัวเองแทนใบหน้าหล่อคมตรงหน้า 

จุ๊บ! 

เจียวเจียวปิดตารับสัมผัสจากร้องสูงที่โน้มตัวเข้าหา มาจุมพิตบนหน้าผากของเขาค้างนาน แล้วผละออก “จะรับผิดชอบดูแลไปตลอดชีวิตเลยครับ” 

“อืม” 

เขารู้....ว่าเอียนจะรักษาคำพูด เพราะแบบนั้นเขาถึงไม่กลัวอะไร และยินดีมอบชีวิตที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่งให้เอียนได้ครอบครอง.... 

....ไม่มีผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหนควรได้ครอบครองเท่ากับเอียนอีกแล้ว....จะมีแค่เอียนเท่านั้นที่เขาจะมอบให้....ทั้งใจ 

“กินข้าวเถอะ เดี๋ยวเย็นหมด” เอียนบอกเสียงนุ่มพลางคีบนั่นหยิบนี่ใส่ถ้วยของเจียวเจียว เช่นเดียวกับเจียวเจียวที่หยิบของโปรดของอีกคนใส่จานข้าวของเอียนด้วยเช่นกัน 

ภายหลังกินข้าวเสร็จพวกเขาก็มานั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก เนื้อหาสาระตรงหน้าทำให้เจียวเจียวขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันไปถามเอียนที่กำลังนั่งนวดขาให้เขาอยู่ โดยที่ขาของเขาถูกวางพาดบนตักแกร่ง “นั่นมันคนรู้จักของคุณไหม....” เขาคุ้นๆหน้า 

เอียนเงยหน้าขึ้นมองทีวี หน้าจอแสดงภาพของคนสามคนที่กำลังยืนให้นักข่าวถ่ายรูปร่วมกัน ถ้าเขาจำไม่ผิดน่าจะเป็นหวังโจวลี่ หลิวฟาง และอู่ซงเหวิ่น พวกอินทรีพิฆาตที่กำลังผันตัวเองมาทำธุรกิจโรงน้ำชาและโรงแรมหรูในฮ่องกง 

“อืม...จะว่ารู้จักก็รู้จัก” เอียนตอบ เพราะเขาเองก็คอยสืบเรื่องของพวกเขาเป็นระยะเช่นกัน 

“คนที่อยู่ตรงกลางหน้าตาเขาไม่สดชื่นเลย พวกเขามีแววทุกข์” 

“หืมมม มองแค่นี้ก็รู้แล้ว?” 

“มันเป็นเซนส์” เจียวเจียวตอบพลางหันไปจ้องทีวีอีกรอบ แต่ถูกมือแกร่งยืนมาจับหน้าให้หันไปมองสบตา 

“เรื่องของพวกเขา เราอย่าไปยุ่งเลย” 

“ผมก็ไม่ได้คิดจะยุ่งสักหน่อย” เจียวเจียวตอบเสียงขุ่น 

ตือดึ่ง! 

“โทรศัพท์คุณดังแหนะ” 

“ไม่ต้องสนใจหรอก พวกขายของออนไลน์น่ะ” เอียนตอบยิ้มๆ ก่อนจะยึดรีโมทของร่างเล็กเปิดไปช่องอื่น เพราะไม่อยากให้เจียวเจียว สงสัยหรือสนใจในเรื่องที่มีเศษเสี้ยวเก่าๆพวกนั้นอีก ตอนนี้พวกเราควรเริ่มใหม่และอยู่กับตัวเอง 

ตือดึ่ง! 

“รอบที่สามแล้วนะเอียน” 

“อย่าสนใจเลย พวกขี้อิจฉาน่ะ” เอียนตอบพลางยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มาปิดเสียงแล้วหันมานวดขาและจู๋จี๋กับเมียต่อ 

ถ้าถามว่าข้อความในโทรศัพท์ทำไมเด้งบ่อยนักคงเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาส่งรูปตัวเองที่มีเจียวเจียวนอนซบอกเข้าไปในกลุ่มไลน์ด้วยความเยาะเย้ย และอวดสุดๆละมั้ง 

ไลน์กลุ่มฉุกเฉิน 

*แนบรูป 

@ฮั้นตี้ 

กินจนอิ่ม...สงสารใครบางคนที่แม้แต่ปลายเส้นผมยังไม่ได้แตะ 

^^ 

ก็.....สมควรที่มันจะส่งข้อความมาด่าอ่ะนะ หึๆๆๆๆ 

“อื้ออ เอียน....ผมง่วงแล้วละ” เอียนหลุดจากภวังค์ความคิดหันไปยิ้มบางเบาให้ร่างเล็กก่อนจะช้อนตัวคนตัวเล็กไปนอนในห้อง แล้วล้มตัวลงนอนข้างกัน... 

อ่า...ชีวิตแบบนี้ มีความสุขกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย… 

จุ๊บ! 

จุ๊บหน้าผากคนตัวเล็กเสร็จก็ผละออกมาบอก “ฝันดีครับ...เมีย” 

“อื้ออ” เจียวเจียวครางรับ ซุกไซ้หน้ากับอกแกร่งแล้วหลับไป เอียนยิ้มแล้วซุกหน้าลงกับกลุ่มผมของเจียวเจียวแล้วหลับตามกันไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม.... 

...สุขใจมากจริงๆ เขาละอยากจะนอนเจียวเจียวทั้งวันไม่ไปไหนเลย.... 

(เอียน Very Happy) 

====================================================== 

ฮุฮุ....น่ารักเนาะคู่นี้> 

สถานีต่อไปเป็นคู่ใคร เกริ่นไว้แล้วอย่าลืมรอติดตามกันนะคะ> 

ความคิดเห็น