Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 21 คนรัก (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 21 คนรัก (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 คนรัก (จบตอน)
แบบอักษร

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว” หญิงสาวเบี่ยงหลบเป็นพัลวัล ไม่กล้าสบนัยน์ตาดุจสัตว์ป่าตรงหน้า

“ใครว่าเราจะคุยกัน” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ 

“อยู่นิ่งๆบ้างจะได้มั้ย!” คราวนี้เธอไม่ใจอ่อน ตีหนวดปลาหมึกที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในสาบเสื้อดังผั๊วะ 

“นี่เธอทำร้าย ‘คนรัก’ แบบนี้ได้ยังไง ทีตอนอยากได้ฉันล่ะมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน” 

“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง!” ใบหน้าเนียนพลันแดงก่ำ ตะโกนกลบเกลื่อนเสียงหลง

“ก็เธอขอฉันคบไม่ใช่เหรอ แบบนี้เราก็เป็น ‘คนรัก’ กันแล้ว” ชายหนุ่มพูดหน้าซื่อ ตรงกันข้ามกับหัวใจที่เต้นจนแทบทะลุออกมานอกอก คู่ควงคู่ขาที่ผ่านมามีนับไม่ถ้วน แต่ความสัมพันธ์ผูกมัดเช่นนี้กลับไม่เคยมอบให้ใครมาก่อน เมื่อหล่อนเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องนี้มาก็ดี หาก ‘ได้’ เขาแล้วคิดจะหนีก็ฝันไปเถอะ

“ที่รัก” ริมฝีปากหยักยกยิ้ม จูบลงบนปลายจมูกรั้นเบาๆ

“หยุดเรียกอะไรแบบนั้นเลยนะ!” เธออ้าปากพะงาบๆ ไม่น่าเผลอใจหลุดปากออกไปเลย!

“ฉันมีของขวัญครบรอบที่เราคบกันจะให้ด้วย” 

“ครบรอบห้านาที?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างสนใจ คนคนนี้จะมีลูกไม้อะไรมาหลอกเธออีก 

“ครบรอบห้านาทีก็ไม่เป็นไร” เขาเว้นวรรค รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“ต่อไปนี้เธอต้องเรียกฉันว่า ‘ที่รัก’ เหมือนกัน”

“ไม่เรียก อีกอย่างนี่ไม่ใช่ของขวัญแล้ว คุณเอาแต่ใจอยากได้ฝ่ายเดียวต่างหาก” แน่นอนว่าส่ายหัวปฏิเสธทันควัน ใครจะไปพูดคำสแลงหูพวกนั้นลง 

“ทำไมฉันจะเอาแต่ใจบ้างไม่ได้ ที่ผ่านมาก็ตามใจเธอจนเสียคนไปแล้วไม่ใช่เหรอ” 

“คุณขมวดคิ้วใส่ฉันเหรอ” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มขึ้นเสียง แขนทั้งสองจึงยกขึ้นโน้มคออีกฝ่ายลงมา ปั้นสีหน้าสลด

“คุณกำลังทำฉันเสียใจนะ” ทุกอย่างเกือบจะเรียกได้ว่าไร้ที่ติ เว้นเพียงดวงตาขบขันที่ปิดไม่มิด

“นารา...” เสียงทุ้มกดต่ำราวกับข่มกลั้นอะไรบางอย่าง รั้งเอวคอดดันร่างบางเข้ามาแนบสัมผัสตนทุกสัดส่วน รวมถึงความแข็งกร้าวที่ถูกปลุกขึ้นอย่างอันตราย

“ถ้ายังไม่หยุด ‘ครั้งแรก’ ของเธอจะเกิดบนโต๊ะนี้แน่ แต่ถ้าอยากลองฉันก็ไม่ขัด” 

เสียงแหบพร่าชิดใบหูทำเอาทั้งร่างสั่นสะท้าน เธอย่อมรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร... 

“นายท่าน อาร์พีจีเซเว่นของบาซัลต์...” 

เสียงจากบุคคลที่สามราวกับน้ำเย็นสาดเข้ากลางหน้า มือบางผลักกำแพงหนักออกไปสุดแรงเกิด ก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว สติกระจัดกระเจิงจนแยกใบหน้าตะลึงงันของผู้มาใหม่ไม่ออกว่าเป็นยะตีมหรือฮาฟิซ เนื่องจากในห้องไม่มีที่หลบซ่อนใดๆ เธอจึงหันหลังยกมือปิดหน้าหนีดื้อๆ

‘บ้าไปแล้วพิมพ์นารา!! หลังจากนี้จะมีหน้าไปพูดคุยเล่นกับพวกเขาตามปกติได้ยังไง!’

ถึงจะชั่วเสี้ยววินาทีแต่ผู้มาใหม่สายตาดีเฉกเช่นยะตีมก็เห็นภาพกอดรัดได้ชัดเจน เขาเองก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน ไม่ใช่ไม่เคยเห็นบทสวาทของเจ้านายตนกับคนอื่นๆ แต่ในความรู้สึกเขา ‘พิมพ์นารา’ ไม่ใช่ผู้หญิงของเล่นพวกนั้น อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าแดงก่ำและท่าทางแข็งทื่อของผู้เป็นเจ้านาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเข้ามา ‘ผิดจังหวะ’ ขนาดไหน 

“ยะตีมกำลังตรวจเช็คของที่พวกนั้นเอามาส่ง เลยให้ผมมารายงานนายท่าน” ยะตีมสวมรอยเป็นน้องชายของตนอย่างไหลลื่น ให้ฮาฟิซรับเคราะห์แทนซักครั้งจะเป็นไรไป

“งั้นผมขอตัวนะครับ” เขาไม่รั้งรอนานกว่านั้น หมุนกายเดินจากไปทันทีที่กล่าวจบ

หญิงสาวรออยู่ครู่ใหญ่จึงหันกลับไปจ้องที่บานประตู ใบหน้าเหมือนคนจะใกล้จะร่ำไห้ 

ของแพงมันดีแบบนี้นี่เอง...ไม่มีเสียงรบกวนบอกล่วงหน้าแม้แต่น้อย!!

“เพราะคุณคนเดียวเลย!!” เมื่อระบายกับใครไม่ได้ก็หันกลับมาตวาดแหวใส่เจ้าของห้อง ถลึงตาใส่อย่างคาดโทษ

“เธอเป็นคนมายั่วฉันก่อนนะ!” ไหนเลยที่คนอย่างเขาจะยอมรับผิด เสียงดังกลับไปไม่แพ้กัน

“ยั่ว?!! น่าเกลียด!! ใครจะไปยั่วคนอย่างคุณไม่ทราบ!” ใบหน้าแดงเข้มคล้ายจะคั้นเลือดออกมาได้ เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายมาพูดใส่หน้าว่าเธอไป...ยั่ว!

“หรือต้องให้รื้อฟื้นว่าเธอเริ่มยังไง” 

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย! อย่าเข้ามานะ!” เธอชี้หน้าพลางถอยหลังกรูดหนีร่างทะมึนที่กำลังย่างเท้าเข้ามา

“อยากเล่นวิ่งไล่จับก็ไม่บอก” เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำดุจพญามาร

“ยังไม่หยุดเล่นอีก เพราะคุณคนเดียว แบบนี้ฉันจะกล้าเจอหน้าฮาฟิซได้ยังไง” ผู้พูดหน้าง้ำ โอดครวญพลางปิดหน้า มีผู้ชายเข้ามาเห็นฉากล่อแหลมแบบนี้ ต่อไปเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!

มิเกลชะงักเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับฮาฟิซ แต่เมื่อใคร่ครวญถึงประโยคที่ผู้ติดตามทิ้งไว้ก็นึกอะไรบางอย่างออก เนื่องจากหล่อนไม่ได้หันมาจึงไม่เห็นว่ากขค.ชิ้นใหญ่คือยะตีม เลยเข้าใจผิดว่าคือฮาฟิซจริงๆ พลันนึกไปถึงตอนที่หล่อนร่ำร้องหาแต่ฮาฟิซ จะไปไหนก็ฮาฟิซ อยากคุยอยากเล่นก็ไปหาฮาฟิซ ในใจรู้สึกยินดีปรีดาที่จะได้กำจัดความสนิทสนมชวนอิจฉานี้ออกไป

“ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สิ้นเรื่อง ยังไงพวกนั้นก็รู้แล้วว่าเธอเป็นของฉัน”

“ฉันไม่ได้หน้าทนแบบคุณนี่” 

“เมื่อกี้ยังบ่นอยากไปหาพวกนั้นไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันพาไปตอนนี้เลย” เขารุกไล่ ใบหน้ายิ่งฉายอาการอยากเอาชนะชัดเจน

“ไม่ไปแล้ว!” เธอตวาดกลับ ทั้งโมโหทั้งอับอายผสมปนเป 

“จะมาร่ำร้องว่าเบื่อทีหลังไม่ได้นะ” 

“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับบ้านก็ได้”

“ไม่ให้กลับ ฉันทำงานงกๆแต่เธอจะไปนอนกลิ้งสบายคนเดียวได้ยังไง” ชายหนุ่มสาวเท้าไปคว้าอีกฝ่ายเข้ามาในวงแขน กอดแน่นเสียจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน

“งั้นก็เลิกถามมากได้แล้ว!” 

ริมฝีปากใต้ไรหนวดแทบกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ จุมพิตหนักๆอีกหลายครั้งอย่างได้ใจ

“พูดง่ายแบบนี้สิ ถึงจะน่ารัก”



หลังจากคริสต์มาสอีฟคืนนั้น...สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเธอต้องย้ายสถานที่นั่งๆนอนๆจากบ้านไปที่โกดัง และทุกคนจะกลับมาดินเนอร์ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน ถึงช่วงเวลาอาจจะแปลกๆอย่างเช่น สามทุ่ม สี่ทุ่ม หรือเกือบห้าทุ่ม แต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ส่วนหน้าที่ทำอาหารนะเหรอ...จะเป็นใครไปเสียอีก

“ฉันอิจฉาพวกคุณจริงๆ” เธอกล่าวพลางมองดูกลุ่มชายหนุ่มตรงหน้า พวกเขาทานเยอะกันมากแต่ยังรักษาหุ่นแข็งแรงกำยำเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เธอหอบแลปท็อปของตัวเองไปนั่งศึกษาหาข้อมูลเรื่องเมนูอาหาร สรรหาสิ่งที่มีประโยชน์และย่อยง่ายสำหรับมื้อดึก โชคดีที่มีวัตถุดิบมากมาย ตอนเช้าก็เขียนโน้ตแจ้งคนทำอาหารให้เตรียมวัตถุดิบต่างๆให้เรียบร้อยใส่กล่องในตู้เย็น ดังนั้นหน้าที่เธอจึงไม่ได้หนักหนาอะไร

“มีอะไรให้น่าอิจฉาเหรอครับ” ฮาฟิซรีบกลืนแซนด์วิชคำใหญ่ก่อนจะเอ่ยถาม เนื่องจากเขาถูกใส่ร้ายจึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ท่าทางน้ำเสียงเป็นปกติพลอยทำให้หญิงสาวหายกระอักกระอ่วนโดยไม่รู้ตัว

“พวกคุณออกกำลังกายกันบ่อยเหรอ” 

“ที่โกดังก็มียิมอยู่ ไว้คุณนาราลองไปเดินเล่นดูสิครับ”  

“จริงเหรอคะ ไม่ยักรู้มาก่อนเลย”

“ถ้านายท่านไม่ว่างก็มาหาพวกผมก็ได้ครับ แต่อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว” ยะตีมกล่าว 

ที่โกดังหลักมีทุกอย่างเพื่อดูแลเหล่าคนงานกว่าร้อยชีวิตที่ต้องสลับสับเปลี่ยนกันอยู่เฝ้าสินค้า บางคนมีครอบครัวแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ก็มีชายโสดจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ตึกที่พัก ดังนั้นที่นั่นจึงมีห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ยิม ทุกสิ่งทุกอย่างที่พอจะคลายเบื่อได้ เพราะที่นั่นไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป ดังนั้น ‘พิมพ์นารา’ จึงเป็นผู้หญิงคนเดียว 

“ไว้คราวหน้าเธอไป ‘ห้องของเล่น’ สิ บางทีอาจจะชอบ” มิเกลซ่อนรอยยิ้มขณะตักซุปร้อนเข้าปาก 

“นายท่านพาคุณนาราไปเองดีกว่าครับ” สองฝาแฝดพยักหน้า เรื่องอะไรจะยอมแขวนภาระหนัก เกิดหญิงสาวตกใจจนโมโหขึ้นมาก็ให้ผู้เป็นเจ้านายโดนด่าไปคนเดียวแล้วกัน

“ไม่เอา คนอย่างเขาไว้ใจได้ที่ไหน” เธอย่นจมูกปฏิเสธ 

“ถ้าไม่ไว้ใจคนรักตัวเองแล้วจะไปไว้ใจใครที่ไหนได้” เสียงทุ้มแย้งอย่างไม่เห็นด้วย 

ประโยคเดียวกลับสร้างปฏิกิริยาที่แตกต่างกันของผู้ฟัง โดยเฉพาะหญิงสาวที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ใบหน้าแดงก่ำเหมือนมีคนมาสาดสีใส่ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าป่าวประกาศเรื่องความสัมพันธ์ออกมาเช่นนี้ เนื่องจากทนความอายไม่ไหวจึงลุกขึ้นสะบัดหน้าจากไปทันทีโดยมีเสียงทุ้มหัวเราะไล่หลัง

“นายท่านกับคุณนารา...” ยะตีมเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ 

“ใช่ เธอขอฉันคบ” ผู้เป็นเจ้านายพยักหน้ายกยิ้ม สายตาเจือแสงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ยินดีด้วยครับ” แฝดผู้พี่แสดงความยินดี ไม่แปลกใจกับข่าวที่ได้รับ

“แบบนี้ผมก็มีคนปกป้องแล้วสิ” แฝดผู้น้องคลี่ยิ้มอ่อนโยน 

“แน่ล่ะสิ หล่อนสนิทกับแกที่สุดนี่นะ แค่ฉันบอกจะแกล้งแกนั่นนี่นิดหน่อยก็โวยวายจะเป็นจะตาย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี ไม่มีอะไรปิดบังคนสนิทอยู่แล้ว 

“ผมดีใจกับเรื่องนี้มากครับ” ถึงจะหัวเราะเช่นกันแต่เสี้ยววินาทีที่ดวงตาหลุบลงกลับปรากฏความเศร้าหมองเลือนราง ก่อนจะหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


_____________________________________________________________________

สวัสดีค่าาาา ไรท์มาแล้วววว คิดถึงกันมั้ยเอ่ยยยย

สองคนเค้าคบกันแล้ววว ชัดเจนแล้ววว แต่...!!

ฮือออออออ ในมุมเล็กๆยังมีฮาฟิซของไรท์ ไม่เป็นไรเนอะ เรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันยาก อีกอย่างนาราไม่ได้แค่ละลายพฤติกรรมของตามิเกลคนเดียว แต่บริสุทธิ์ใจแบ่งปันให้คนที่อยู่รอบตัวด้วยย T T

พูดคุยกันเข้ามาได้น้าาาา ไรท์เหงาาาา

ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น