แบรี่รัต

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ชื่อตอน : Love is a lie : 02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2562 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Love is a lie : 02
แบบอักษร


➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

Love is a lie

ความรักคือเรื่องโกหก

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖


ครืนนๆ

“พั้นช์ พั้นช์ ตื่นๆ ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”

เสียงเครื่องยนตร์ดับลงบ่งบอกได้ว่าตอนนี้ถึงที่หมายแล้ว และแล้วก็มีเสียงของใครบางคนกำลังปลุกคนที่กำลังนอนหลับเข้าสู่นิพพานอยู่ให้ตื่นขึ้นมา

“ขอโทษค่ะ ถึงนานรึยังคะ พั้นช์ไม่น่าหลับเลย”

พั้นช์ หรือ ปลายพั้นช์ พรรณิชกานต์ กล่าวขอโทษขึ้นมาเมื่อตัวเองตื่นจากความฝัน เธอกำลังรู้สึกผิดเป็นอย่างมากเมื่อตัวเองแอบหลับไปตอนไหนไม่รู้ แล้วยังลำบากต้องให้คนที่อุตส่าห์มีน้ำใจมาส่งเธอเป็นคนปลุกอีก

“ไม่เป็นไร นี้ก็พึ่งถึงเอง ไปกันเถอะเดี๋ยวสาย”

เสียงคนที่อุตส่าห์มีน้ำใจมาส่งเธอตอบกลับเธอไปเมื่อเขาเห็นหญิงสาวเอาแต่กล่าวขอโทษเขา

“พี่เรย์จะเข้าไปกับพั้นช์ด้วยหรอคะ”

ปลายพั้นช์เอยถามคนที่มีน้ำใจมาส่งเธอออกไปเมื่อเธอก้าวลงจากรถแล้วเขาก็ลงจากรถพร้อมกับเธอเหมือนว่าจะเดินตามเธอเข้าไปข้างในด้วย เขาคนนั้นก็คือ เรย์ เรวัต นักร้องหนุ่มที่กำลังโด่งดังมากในเวลานี้ เรย์เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของปลายพั้นช์ ปลายพั้นช์เธอคิดแบบนี้มาตลอด แต่ต่างจากเรย์ที่ไม่ได้คิดกับหล่อนเหมือนที่หล่อนเองคิดกับเขา

“ใช่ พี่เห็นช่วงนี้พั้นช์ดูเหนื่อยๆ เลยอยากเขาไปดูว่าพั้นช์จะทำงานวันนี้ไหวไหม”

เรย์ ตอบกลับหญิงสาวไป เพราะเขาก็คิดเหมือนที่พูดจริงๆ เขาเป็นห่วงว่าหญิงสาวจะไหวรึเปล่าถ้าต้องทำงานจนถึงดึกดื่น จึงจะเข้าไปนั่งดูเธอทำงานด้วย

“ไม่เป็นไรค่ะ พั้นช์ไหว แค่นี้เอง พี่เรย์ไปทำงานเถอะค่ะ พั้นช์ไม่อยากทำให้พี่เรย์เสียงงานเสียการ”

ปลายพั้นช์ตอบกลับคนที่เป็นห่วงเธอไป เพราะเธอเกรงใจเขาจริงๆ กลัวว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุทำให้เขาเสียงงาน แล้วอีกอย่างถ้าเกิดเรย์ เดินตามเธอเข้าไปข้างใน คนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า เธอกับเขานั้นเป็นแฟนกัน เพราะเธอเองไม่อยากให้เรย์ต้องลำบากใจกับข่าวที่จะตามมา โดยที่เรย์นั้นไม่ได้ลำบากใจกับข่าวเลยสักนิด เขาคิดว่าดีส่ะอีกที่ข่าวจะออกมาในแนวนั้น จะได้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขา

“วันนี้ พี่ว่าง ผู้จัดการโทรศัพท์มาบอกแล้วว่าตารางงานวันนี้ของพี่ไม่ได้มีไรที่ต้องไปทำหรือมีงานด่วนอะไร”

เรย์ ตอบกลับหญิงสาวที่เอาแต่กลัวว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุทำให้เขาเสียงาน ก็เป็นเพราะแบบนี้ไงเรย์ถึงต้องค่อยเป็นห่วงหญิงสาว เพราะหญิงสาวเอาแต่เกรงใจคนนู้นคนนี้ ยอมรับงานมาทั้งที่ตัวเองงานก็เน้นจนรัดตัวอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมปฏิเสธงานไป เพราะคนที่มาติดต่อเธอขอร้องอ้อนวอนเธอให้ยอมมาถ่ายแบบให้วันนี้ เธอก็ตกลงเพราะเธอสงสารเขาที่นางแบบที่เขาติดต่อไว้เกิดเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน

ใช่แล้ว ปลายพั้นช์ หล่อนมีอาชีพเป็นนางแบบ รับถ่ายแบบทั่วไป แต่ยกเว้นการถ่ายแบบชุดบิกินีที่หล่อนจะไม่ยอมทำเพราะหล่อนคิดว่าตัวเองคงใส่ชุดแบบนั้นไม่สวยแน่ แต่หารู้ไม่ว่าหุ่นหล่อนเองนั่นดีมากมากๆ สามารถใส่บิกินีถ่ายได้สบาย หุ่นเธอดีกว่านางแบบมืออาชีพคนอื่นๆส่ะอีก

เธอเข้ามาเป็นนางแบบได้เพราะคำชักชวนจากผู้จัดการของเรย์ ตอนที่เธอได้ตามเรย์ไปด้วยเวลาเรย์มีอัดเสียงที่Studio พี่แนนนี่หรือผู้จัดการของเรย์จึงได้ชวนหล่อนเข้ามาเป็นนางแบบเพราะหล่อนมีรูปร่างหน้าตาที่ดีมากแนนนี่เห็นแววของเด็กคนนี้ทั้งยังมีกริยามารยาทที่ดีอีก แนนนี่จึงคิดว่าถ้าเด็กคนนี้ได้เข้ามาในเส้นทางของนางแบบเด็กคนนี้ต้องดังมากแน่ๆ

“อ้อค่ะ ดีจังวันนี้มีนักร้องดังมานั่งให้กำลังใจพั้นช์ด้วย”

ปลายพั้นช์ตอบกลับเขาไป เธอมักจะพูดแบบนี้กับเรย์ทุกครั้งเวลาเขามานั่งดูเธอถ่ายแบบ หล่อนเองก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะหล่อนกับเขานั้นสนิทกันมากรู้จักกันมาตั้งแต่หล่อนอายุ15ปี เพราะแบบนี้หล่อนจึงกล้าที่จะพูดหยอกล้อกับเขาอยู่บ่อยๆ

“พั้นช์ พี่ว่าพั้นช์ควรหัดเล่นโซเชียลได้แล้วนะ แล้วก็ควรหาผู้จัดการได้แล้ว พั้นช์จะได้ไม่ต้องมานั่งวิ่งคุยงานเองแบบนี้ไง”

เรย์เอยถามปลายพั้นช์ เมื่อหล่อนถ่ายงานเสร็จ แล้วตอนนี้เอาแต่นอนอยู่บนรถราวกลับว่าเจ้าตัวนั้นโหยหาการหลับนอนมาจากไหน ซึ่งก็จริง เพราะหลังจากที่หล่อนเรียนจบหล่อนก็สามารถรับงานถ่ายแบบได้เยอะมากขึ้น หลังจากนั้นหล่อนเลยเป็นที่สนใจในหมู่ของแมวมองทั้งหลายอยู่มาก ช่วงนี้งานจึงถาโถมเข้าหาหล่อนมากขึ้น

“พั้นช์คงไม่มีเวลามานั่งเล่นโซเชียลหรอกค่ะ เรื่องผู้จัดการ พั้นช์ว่าพั้นช์ยังไม่ถึงคั้นนั้น อีกอย่างพั้นช์ไม่ได้โด่งดังอะไรขนาดที่จะต้องมีผู้จัดการเหมือนพี่เรย์นี่คะ”

คนถ่อมตัวเอยตอบไป สำหรับหล่อน หล่อนคิดแบบที่พูดจริงๆ และอีกอย่างคือหล่อนไม่รู้ว่าจะต้องหาผู้จัดการมาจากไหนที่จะไว้ใจได้เหมือนพี่แนนนี่ ถึงแนนนี่จะเคยเสนอตัวเป็นผู้จัดการให้หล่อน แต่หล่อนเองก็ปฏิเสธ หล่อนเกรงว่าตัวเองจะเป็นพาระให้แนนนี่ส่ะเปล่าเพราะงานที่แนนนี่ต้องทำทุกวันนี้มันก็มากพอแล้ว

“พี่ว่าเรื่องนี้มันจำเป็นมากเลยนะ ไว้พี่จะหาผู้จัดการให้ละกัน แล้วเดี๋ยวพี่จะสมัครพวกไอจี ไลน์ ไว้ให้ พี่ว่าพวกนี้มันจำเป็นนะกับงานที่พั้นช์ทำอยู่ มีไว้มันก็ไม่เสียหายอะไรนิ ว่างเมื่อไหร่แล้วค่อยเล่นก็ได้ อีกอย่างเวลาพี่ไม่ได้มาเป็นเพื่อนพั้นช์ พี่จะได้วิดิโอคอลมาไง”

“งั้นพั้นช์ก็รบกวนพี่เรย์หน่อยนะคะ”

“นี่พั้นช์พูดคำนี้มาตลอดจะ10ปีแล้วนะ555”

“ก็พั้นช์เกรงใจพี่เรย์นี่คะ พี่เรย์ดีกับพั้นช์มาตลอดเลย นี่พั้นช์ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพั้นช์ไม่มีพี่เรย์พั้นช์จะมีชีวิตมาถึงจุดนี้ไหม ขอบคุณนะคะ พี่ชายที่แสนดีของพั้นช์”

ปลายพั้นช์ตอบกลับเรย์ไปพร้อมกับโผล่เข้ากอดเขาไว้หล่อนทำหน้าอ้อนๆเหมือนที่น้องสาวคนนึงอยากจะอ้อนพี่ชาย แต่หล่อนหารู้ไม่ว่ายิ่งหล่อนทำแบบนี้เรย์ยิ่งยากที่จะคิดหักห้ามใจตัวเองให้คิดกับหล่อนเพียงพี่น้องได้ เรย์นั้นทำได้เพียงตะโกนถามหล่อนในใจว่า ให้พี่เป็นมากกว่าพี่ชายพั้นช์ได้ไหม แต่ก็กระนั้นแหละเขาทำได้แค่คิดเท่านั้น เพราะตอนนี้เขาเองก็ไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจที่มีออกไปให้หล่อนรู้ กลัวว่าหล่อนเองจะไม่ได้คิดกับเขาเหมือนที่เขานั้นคิดกับหล่อน แต่ก็อีกไม่นาน อีกไม่นานเขาจะต้องบอกให้หล่อนรู้ให้ได้เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น


🥀

image

เรวัติ : เธอคือโลกที่สดใส

image

ปลายพั้นช์ : ทุกสิ่งบนโลกสวยงามเสมอ

image

ราเชนทร์ : หึ!

ค่อยเป็นค่อยไปเนาะ #บอกตัวเอง555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น