อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

ชื่อตอน : [ Episode 11 ] : Game on, Bitch!

คำค้น : the mission sniper 11

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 11 ] : Game on, Bitch!
แบบอักษร

บทที่ 11

Game on, Bitch!


มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า การจะจัดการกับศัตรูจำเป็นต้องหาจุดอ่อนให้เจอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนลีโอคงจะคิดว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ตอนนี้...เขาพึ่งมาตระหนักได้

อีธานไม่เคยมีจุดอ่อน

ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องอาหารสไตล์วินเทจ สายตาจับจ้องไปที่ลูกสิงโตด้านหน้าตน "นี่หมายความว่าไง?" อีธานประสานมือเข้าหากัน เหลือบตามองลาซานญ่าซอสเนื้อในจานบัดนี้เป็นรอยแหว่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเขาเป็นคนกินมันเข้าไป ถึงจะนิดเดียวแต่นั่นก็ทำให้รับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง

"ลาซานญ่า..." ลีโอตอบเสียงแผ่ว

"ฉันรู้...นายใส่อะไรลงไป"

"....."

ปัง!

เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ยอมตอบราวกับกลัวความผิดครั้งใหญ่ "ตอบฉันมา ลีโอ เรนเดล อย่าให้ต้องถามซ้ำสอง" น้ำเสียงของอีธานเจือปนไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน ขนาดอีฟและโนเอลยังสัมผัสได้

"กุ้งป่น"

"นายรู้ว่าฉันแพ้อาหารทะเล" ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ด้ามซ้อมโลหะไปมาอย่างพิจารณาพลันตวัดสายตาไปทางหญิงวัยกลางคน "คุณอีฟ" อีธานเอ่ยปากเรียกเบาๆก็ทำเอาผู้ดูแลอีฟแทบใจหายใจคว่ำ

ไม่มีทางที่ลีโอจะรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเอง...

"คะ? คุณอีธาน"

"คุณบอกลีโอเรื่องนี้หรอ"

อีฟ มาเดลินกำลังหวาดกลัวชายหนุ่มตรงหน้า ถึงเธอจะเป็นแม่นมให้อีธาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะอยู่รอดปลอดภัยจนถึงวัยแปดสิบสักหน่อย

"ค่ะ ดิฉันเป็นคนบอกข้อมูลอาหารที่คุณทานได้" เธอข่มความหวาดหวั่นเอาไว้ในใจ พยายามพูดให้น้ำเสียงดูเป็นปกติที่สุด

"แพ้อาหารทะเลเป็นเรื่องเล็กน้อย มันแค่ทำให้รู้สึกไม่สบายปากเฉยๆ" อีธานอธิบายอาการให้อีฟฟัง ถึงจะเล็กน้อยเพียงใดเขาก็ยังคงคิดว่าไอ้อาการแบบนี้มัน 'น่ารำคาญ' อยู่ดี

เธอพยักหน้ารับและไม่เปิดปากพูดอะไรอีก ลีโอที่สังเกตอาการของมาเฟียหนุ่มอยู่นานจนแน่ใจแล้วว่าไม่เป็นอะไรจริงๆจึงลอบถอนหายใจออกมา อีธานไม่ได้ดูโกรธ แต่นัยน์ตาสีอำพันฉายแววดุดันเหมือนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปเสียแล้ว

"ครั้งนี้ฉันจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่รอบหน้าอย่าทำอีก"

โนเอลเห็นนายตนพูดอย่างนั้นก็เบาใจได้เปราะหนึ่ง "แล้วลีโอล่ะครับ จะเอายังไงดี" เลขาหนุ่มท้วงเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ ตัวต้นเหตุคือลีโอ ยังไงบอสคงไม่ละเว้นเอาไว้แน่ๆ

คนถูกเอ่ยถึงเบิกตาโพลง หันขวับมามองตาเขียวปั๊ด "ฉันจะหาบทลงโทษเอง" เจ้าของเรือนผมสีดำขลับโบกมือไล่ลูกน้องของตนเมื่อเสร็จธุระ ตอนนี้ภายในห้องอาหารมีเพียงเขาและลูกสิงโตตัวน้อย

"ฉันไม่อยู่สี่วัน นายกล้าขึ้นนะ" ตลอดสี่วันมานี้ที่เขาหายไปก็เพราะติดธุระเร่งด่วนและต้องจัดการปัญหาเรื่องวิลเลี่ยมอีกด้วย เขาไม่อยากให้เป็นปัญหากวนใจในภายภาคหน้า

"แค่อยากทดสอบอะไรหน่อยๆ" ลีโอพูดพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นสีหน้าของอีธาน ความรู้สึกผิดเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

"หึ! เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ"

"ลืมไปแล้วหรอ? ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ"

"....."

"คุณฝึกผมไม่ได้หรอกครับ" สิ้นเสียงของลีโอ ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มเดินตรงดิ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่สันกรามของเขา ออกแรงบีบจนต้องเบ้หน้าเพราะความเจ็บ

"ขนาดชาร์ล็อต ฉันยังฝึกให้เชื่องได้" อีกฝ่ายไม่คิดยั้งมือ เขาเองก็สุดจะทนกับคนตรงหน้าแล้วเหมือนกัน จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่อีธานคาดไม่ถึง

กึด!

ลีโอฉวยโอกาสกระชากมือข้างนั้นออกก่อนจะจงใจกัดเข้าที่มือกร้านอย่างไม่เกรง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก เลือดข้นสีแดงฉานหยดลงสู่พื้นดังแหมะตามกันติดๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม สี่ และห้าหยด ตามมาเรื่อยๆ

ความไม่พอใจถูกระบายออกทางสีหน้าท่าทางของมือปืนหนุ่มอย่างชัดเจนจนอีธานอดมองภาพตรงหน้าโดยมิอาจละสายตาได้

อยากจะกำราบคนตรงหน้าเสีย...

นัยน์ตาดุดันจ้องมองลึกเข้าไปยังแววตาดื้อรั้นของอีกฝ่ายราวกับกำลังอ่านความคิด ไม่มีใครขยับหรือพูดอะไรอีก มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในแววตาของลูกสิงโตตรงหน้า 'อย่าประมาทกับสัตว์ร้ายตรงหน้า ผมไม่ใช่ชาร์ล็อตที่จะยอมทำตามคำสั่งของคุณง่ายๆ'

แววตานั้นคือคำตอบทุกอย่างสำหรับเหตุการณ์เมื่อครู่ ลีโอไม่มีทางยอมจำนนก้มหัวให้ใคร คนอย่างเขาฆ่าได้แต่หยามไม่ได้!



♜ THE MISSION SNIPER ♜



ในยามรัตติกาลของคืนวันปฏิบัติภารกิจ ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆก้อนดำทะมึนบดบังแสงจันทร์อย่างเป็นใจ เหล่าพลบุกติดอาวุธครบมือซุ่มแฝงตัวในความมืด พวกเขากำลังรอเวลาอันเหมาะสมชิงบุกเข้าไปโดยไม่ให้ฝ่ายศัตรูได้ทันตั้งตัว หน่วยนี้ประกอบไปด้วยบุคคลากรเจ็ดคน สตีฟ แมทธิว วิคเตอร์ จอห์น นิโคล แอนนิก้า และโอเว่น นับเป็นหน่วยที่แฝงความร้ายกาจเอาไว้พอสมควร และนี่ยังไม่รวมถึงพวกที่คอยสมทบอยู่ด้านนอกยามเกิดเหตุฉุกเฉิน

"บ.ก.เรียกไวเปอร์ ทราบแล้วเปลี่ยน"

"นี่ไวเปอร์ เปลี่ยน" โอเว่นตอบกลับไปยังกองบัญชาการที่คอยสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกผ่านเครื่องมือสื่อสารอันเล็กจิ๋วข้างหู

"เตรียมตัวให้พร้อม ประตูทางเข้าจะเปิดภายใน30วินาทีข้างหน้า" สิ้นเสียงบ.ก.ต่างคนต่างกระชับอาวุธในมือของตนไว้แน่น สูดลมหายใจเข้าออกทิ้งท้าย

"อีกสามวิ"

"สาม"

"สอง"

"หนึ่ง"

เมื่อบานประตูรักษาความปลอดภัยเลื่อนออก สตีฟและแมทธิวเป็นคนตั้งต้นบุกเข้าไปข้างใน "เคลียร์!" เขาตรวจสอบบริเวณโดยรอบจนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงส่งสัญญาณให้คนอื่นๆตามเข้ามาโดยมีนิโคลคอยระวังหลังให้อยู่

เมื่อถึงจุดที่เหมาะสมก็เริ่มแผนและแยกทีมตามหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก คนในหน่วยแยกกันเป็นสี่ทีม ทีมแรกสตีฟและแมทธิว อาสาลักลอบนำอาวุธชีวภาพMS-370ออกมา ทีมที่สองแอนนิก้าและจอห์น หน้าที่หลักคือวางระเบิดใจกลางศูนย์วิจัย ทีมที่สามวิคเตอร์และนิโคล เฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติโดยรอบ ส่วนทีมสุดท้าย โอเว่น...ซัพพอร์ตทีมแรก ทำลายระบบคุ้มกันภายในให้เข้าไปเอาตัวยาได้โดยง่าย

ร่างเล็กของชายหนุ่มลัดเลาะเข้าไปยังโถงทางเดินใหญ่ จุดที่เขาต้องเข้าไปอันดับแรกคือห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ตอนนี้กล้องวงจรปิดภายในศูนย์วิจัยถูกแฮกให้เห็นเป็นวิดีโอบันทึกเวลาปกติ ดังนั้นเขาจึงวางใจไปได้เปราะหนึ่ง คนเฝ้าจะไม่มีทางพบตัวเขาอย่างแน่นอน

โอเว่นเดินมาตามเส้นทางเรื่อยๆจนพบห้องควบคุม การ์ดรักษาความปลอดภัยถูกรูดขึ้นก่อนประตูจะปรากฏไฟสีเขียวให้เปิดออก เขาหันกระบอกปืนยิงผู้คุมที่นั่งประจำอยู่หน้าจอมอนิเตอร์อย่างแม่นยำ ปืนที่เขาใช้เป็นไรเฟิลเก็บเสียงจึงมีเพียงเสียงแหวกผ่านอากาศของกระสุนเท่านั้นและร่างทั้งสามที่สิ้นใจของผู้คุม

"ห้องควบคุมเคลียร์" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินเข้ามานั่งประจำที่แทนผู้คุมด้านใน เมื่อสถานการณ์เคลียร์แล้วภาพบนจอมอนิเตอร์จึงกลับมาเป็นปกติ ทีนี้เขาเห็นคนในศูนย์วิจัยอย่างชัดเจนราวกับมีตาทิพย์!

"สตีฟ แมทธิว ระวังทางเดินด้านหน้าตรงเก้านาฬิกา มีสองคน" ทันทีที่ยึดห้องควบคุมได้สำเร็จ โอเว่นไม่รอช้ารีบหันไปมองยังจุดที่ทีมแรกอยู่พร้อมรายงานการเคลื่อนไหวของศัตรูด้านหน้า

ร่างกำยำของสตีฟและแมทธิวตอบสนองต่อคำสั่งอย่างรวดเร็ว ไวเท่าความคิดพวกเขายกปืนเก็บเสียงขึ้นยิงร่างของเป้าหมายทั้งสองพลันกระสุนสาดทะลุกลางหน้าอกอย่างแม่นยำ

โอเว่นคอยบอกทางและสังเกตการณ์จนกระทั่งทีมแรกมาถึงห้องเก็บตัวยาได้อย่างปลอดภัย

"พะ พบสิ่งผิดปกติ ให้ทุกหน่วยออกห่างจากพื้นที่โล่ง ขอย้ำ ให้ทุกหน่วย...อ๊ากกก!" สายตาตวัดไปทางจอมอนิเตอร์ฉายภาพนิโคลและวิคเตอร์อยู่ทันที ก่อนจะพบว่ามีสิ่งผิดปกติตามที่เจ้าตัวบอก

ร่างกุดๆของนิโคลไม่มีแขนทั้งสองข้างนอนหน้าซีดอยู่บนพื้น ดูไม่ออกว่าสลบหรือสิ้นใจแล้วกันแน่ ส่วนวิคเตอร์รายนั้นกำลังสาดกระสุนใส่สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่วิ่งเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่ง

ดูยังไงก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไมถึง!?

"นิโคล ทางนั้นเป็นไงบ้าง ตอบด้วย!"

"วิคเตอร์ ยังอยู่ไหม!?"

เสียงของคนในทีมที่เหลือดังขึ้นถามสถานการณ์เป็นระยะๆ "เราถูกโจมตี! อ่อก!?" วิคเตอร์เปล่งเสียงพูดเป็นประโยคสุดท้ายก่อนร่างนั้นจะล้มลงทั้งยืน กลางหน้าอกของชายหนุ่มมีมือทะลุผ่าน ร่างที่โงนเงนของผู้ที่สังหารสมาชิกในทีมชักมือกลับ เหยียดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่องรอยตามตัวถูกกระสุนทะลุผ่านไปไม่รู้กี่จุด แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาร่างนั้นก็ผลุบลงนั่งนิ่งกับพื้น เหมือนร่างกายจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวอีกต่อไป

"ทุกคนระวังตัวด้วย! มีผู้ได้รับยาMS-370ถูกปล่อยตัวออกมา" โอเว่นดึงสติตัวเองกลับเมื่อเห็นเหตุไม่คาดฝันตรงหน้า

พวกเขาโดนหลอก!! เขาต้องรีบแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยด่วน

"ไวเปอร์เรียกบ.ก. เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น นี่เป็นกับดัก! ขอย้ำ!! นี่เป็นกับดัก!!"

"ไวเปอร์ ฉันไม่ได้ยินนา---" สัญญาณปลายสายที่ขาดๆหายๆทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...

ทางศูนย์บัญชาการณ์ขาดการติดต่อกับพวกเขาไป ต้องมีคนจงใจล่อให้พวกเขามาติดกับแน่ๆ

"เวรเอ้ย!" โอเว่นสบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนร่างเล็กกว่ามาตรฐานของชายหนุ่มจะวิ่งสวนออกมาจากห้องควบคุมทันที โอเว่นเร่งฝีเท้าให้ตนเคลื่อนตัวตามไปสมทบกับแอนนิก้าและจอห์น

ฝ่ายแอนนิก้าเห็นโอเว่นวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรนจึงละมือออกจากระเบิดตรงหน้า โดยมีจอห์นสลับสับเปลี่ยนหน้าที่แทน

"ต้องรีบออกไปแล้ว เราโดนหลอกกันหมด!"

"รอเดี๋ยว! ช่วยคุ้มกันก่อนใกล้เสร็จแล้ว" จอห์นพูดทั้งๆที่ยังวุ่นอยู่กับการติดตั้งระเบิด ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นพร้อมกับห้องโดยรอบปรากฏไฟสีแดงฉานอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ใกล้เข้ามาทำให้ต้องรีบเร่ง

ติ๊ด!

"เรามีเวลาหนีห้านาที" ระเบิดเริ่มทำงานนับเวลาถอยหลัง พวกเขามีเวลาให้หนีห้านาทีก่อนที่นี่จะถล่มลงมา โอเว่นวิ่งนำมาด้านหน้าเพื่อนำทางคนในทีม

ปัง! ปัง!

กระสุนปืนยิงเฉียดหัวเขาไปแค่ไม่กี่เซน ร่างเล็กหมุนตัวหันกลับมายิงสวนอย่างไม่กลัวตาย เป็นดังคาดกระสุนลั่นผ่านทะลุร่างของฝ่ายศัตรูจนล้มลง

เยี่ยม! ร่วงไปหนึ่ง!

"อย่าปล่อยให้หนีไปได้ จับเป็นไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งซะ!" หนึ่งในพวกมันออกคำสั่ง

จอห์นยกปืนไรเฟิลขึ้นยิงสะกัดกลุ่มคนที่ตามมาด้านหลัง "รีบไปก่อน!" ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มไม่ดี

"แล้วนายล่ะ!?" แอนนิก้าทำท่าจะกลับมาช่วยสมทบ

"ฉันจะตามไปทีหลัง เร็วเข้า! รีบไป!!" เธอชะงักก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและเริ่มเร่งฝีเท้าตามโอเว่นไป

ตอนนี้ทางเข้าก่อนหน้าถูกปิดตายไว้อย่างแน่นหนา เขาไม่สามารถกลับไปยังทางเดิมได้อีก อีธานล่อให้พวกเขาเข้ามาติดกับ! "ทำตามแผนบี" คำสั่งถูกเปลี่ยนใหม่ แผนบีเป็นทางออกสุดท้ายของพวกเขา

คนทั้งสองมุ่งหน้าไปยังจุดหลบหนีตามแผนสำรอง โอเว่นเปิดท่อระบายน้ำขึ้นก่อนจะหย่อนกายลงไปด้านล่างโดยมีแอนนิก้าตามมาติดๆ เขาจัดการเปิดไฟฉายที่ติดอยู่กับกระบอกปืน ใช้มันสาดส่องสำรวจท่อน้ำโดยรอบ

"มันจะไปโผล่ไหน"

"ท่อน้ำทิ้งในป่า ไม่เกินไมล์"

"เราเหลือเวลาเท่าไหร่"

"58 วิ" โอเว่นก้มมองดูนาฬิกาข้อมือพลางลอบถอนหายใจออกมา เขาหันมามองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"วิ่ง"

ทั้งเขาและแอนนิก้าออกแรงวิ่งหนีตายกันอีกรอบชนิดที่ว่านักวิ่งมาราธอนยังต้องยอมแพ้

ให้เลือกระหว่างวิ่งหนีเอาตัวรอดกับโดนท่อน้ำทับตายจะเลือกอะไรล่ะ? แน่นอนว่าเขาต้องหนีก่อน!

เวลาที่เริ่มถดถอยลงมาเรื่อยๆเป็นตัวบีบบังคับให้ต้องยอมทิ้งทุกสิ่งอย่าง สายตาเหลือบมองนาฬิกาอย่างทอประกายความหวัง อีกสิบวินาที!!!

แสงสว่างปลายอุโมงค์บ่งบอกว่าข้างหน้าพวกเขาคือทางออก ขาเรียวยาวสับขึ้นลงเป็นจังหวะต่อเนื่อง มือเอื้อมไปฉุดหญิงสาวที่วิ่งรั้งท้ายให้ไปพร้อมๆกัน

อีก 5 วิ...

5

4

3

2

1

ตู้ม!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นจนรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือน เขาและแอนนิก้าวิ่งออกมาอย่างทันท่วงทีก่อนที่ทั้งตัวศูนย์วิจัยและภายในท่อน้ำทิ้งจะถล่มลงมาไม่เหลือชิ้นดี ถึงจะรอดออกมาได้ก็จริง แต่คนที่อยู่ด้านในคง...ตายกันหมด

แอนนิก้าทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น ยกมือขึ้นกุมใบหน้าพร้อมกับส่งเสียงสะอื้นไห้เบาๆ "...ฮึก"  เพราะภารกิจในครั้งนี้เธอถึงต้องสูญเสียคนสำคัญไป แมทธิวเป็นคนรักของเธอ

เขาพยายามเอื้อมมือหมายจะปลอบประโลมหญิงสาวตรงหน้า แต่จู่ๆแอนนิก้าก็ส่งเสียงอุทานออกมาเมื่อเห็นสภาพของโอเว่น

"นายถูกยิงหนิ!"

ใบหน้าขาวซีดทำหน้าเลิกลั่กน้อยๆก่อนจะโบกมือว่าไม่เป็นไร เขายกมือกุมแผลที่ท้องน้อยอัตโนมัติ เลือดออกมากเกินไป...

"ทำใจดีๆไว้โอเว่น" เธอปาดน้ำตาอย่างลวกๆและเข้ามาช่วยพยุงเขาให้นั่งลง

สติอันเลือนลางใกล้จะดับอยู่เต็มทน "ห้ามหลับนะ ลืมตาก่อนสิ เฮ้!!" อยากจะทำตามนะ...แต่ทำไมเปลือกตาเขามันถึงหนักแปลกๆ

"โอเว่น"

"....."

"โอเว่น!!!"




#talk

ว้ายยย ตายแล้วลูก! หนูเล่นไปกัดมืออีธานอย่างนั้นแทนที่จะเป็นสิงโต เฮียแกจะมองหนูเป็นหมาแทนแล้วนะ==;; อย่างนี้ต้องให้เฮียแกตีสักป๊าบ #เอ้ะ เกือกใครลอยมาาา

อะแฮ่ม! อย่างที่รู้ๆกัน หมาพึ่งฝึกเขียนฉากแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขอโทษด้วยเน้อออ อินี่เป็นมือใหม่-3- ส่วนเรื่องที่โอเว่นสงสัยว่าคนในองค์กรมีหนอนบ่อนไส้จริงรึเปล่านี่...ต้องขอสปอยไว้ก่อนว่าจริงถึงจริงที่สุด!! แต่จะเป็นใครก็ลองเดาเอาเล่นๆแล้วกัน อิอิ

ส่วนใครที่สงสัยว่าลาซานญ่าหน้าตาเป็นยังไงก็ ตามนี้เลยจ้าาาา

ปล.ลาซานญ่าเป็นอาหารอิตาเลียนที่ได้รับความนิยมมากถึงมากที่สุดดด ไอ้เราก็กะจะให้อีธานชอบอะไรที่มันพีคๆกว่านี้หน่อย แต่พอนึกถึงว่านองลีต้องเป็นคนทำแล้ว...หมาถึงกับต้องหยุดความคิดนั้นเลยทีเดียว55555

ความคิดเห็น