ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 27: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] มีแค่เราสองคน 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 27: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] มีแค่เราสองคน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2562 02:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 27: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] มีแค่เราสองคน 100%
แบบอักษร


​HATE LOVE 27: ​มีแค่เราสองคน


​โรงพยาบาล....


อินทุกรยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของภาคย์มาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งช่วงสายของวันนี้  ทั้งสองยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆแม้จะมีพยาบาลเข้ามาจัดเตรียมยาและอาหารเช้าเอาไว้ให้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย เมื่อคืนเหนื่อยทั้งกายทั้งใจและสมอง...เลยอยากจะพักให้นานที่สุด


กึกๆ


หญิงสาวเริ่มขยับตัวแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาค่อยๆปรับโฟกัสให้ชัดเจนแล้วมองไปยังผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้ อินทุกรยกมือแตะเบาๆที่แก้มสากของคนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราแล้วพลางให้คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เมื่อก่อนเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียยิ่งกว่าอะไรแต่ว่าตอนนี้จะเรียกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงของเขาได้เต็มปากเต็มคำหรือเปล่านะ


อันนี้ต้องลองขอคำตอบจากเขาเสียแล้ว...


เฮือก...


อินทุกรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น "ขอโทษค่ะ อุ่นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่ภาคย์ตื่น"


ภาคย์จุมพิตบนหน้าผากเธอพร้อมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น "พี่ตื่นตั้งนานแล้ว ยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"


เธอส่ายหน้าให้คำตอบ "ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะค่ะ" ร่างเล็กซบใบหน้าลงที่แผงอกอันแข็งแกร่งของเขา อยาจะจะหยุดเวลาเอาไว้แค่ตอนนี้เสียจริงๆ เวลาที่มีแค่เขาและเธอที่อยู่กันตามลำพังในความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจแบบนี้ "เมื่อคืนพี่ภาคย์หมายความว่ายังไงหรอคะ? เรื่องของคุณแม่..."


"ตำรวจได้หลักฐานบางอย่างมา อานิตอาจจะไม่ตาย" ภาคย์บอกตามในสิ่งที่เขากับตำรวจได้รับรู้มาและสัมผัสว่าคนในอ้อมแขนของเขากำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน "ให้เวลาพี่อีกสักนิดนะ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้อุ่นจะได้ไม่ต้องร้องไห้อีกแล้วนะ"


จุ๊บ...


อินทุกรจูบแผ่วเบาที่แก้มของเขา "ขอบคุณนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยเพราะอุ่นกับคุณพ่อมาเยอะเลย" เธอดันตัวเองขึ้นนั่งแล้วดึงเสาน้ำเกลือมาอยู่ข้างๆ "พี่ภาคย์นอนพักอีกสักหน่อยดีกว่านะคะ อุ่นไม่กวนแล้ว"


"จะไปไหนหืม? คนป่วยต้องอยู่ที่เตียงคนไข้นะ" เขาดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมแขนของตัวเองอีกครั้ง "ถ้าจะให้พี่หลับง่ายๆ ต้องมีอุ่นให้พี่กอดแบบนี้นี่แหละ" คนฟังใบหน้าแดงแจ๋เพราะไม่คิดว่าคนอย่างภาคย์จะมีโมเมนต์แบบนี้ได้ อินทุกรยอมอยู่นิ่งเป็นตุ๊กตาให้เขาได้นอนกอดโดยที่ความรู้สึกตอนนี้ลืมเรื่องราวร้ายๆที่เพิ่งผ่านพ้นไปจนเกือบจะหมดสิ้น 


เหลือเพียงแต่เขาและเธอกับช่วงเวลาอันแสนหวาน...


#######


อีกด้านหนึ่ง...


ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของคิริน...


หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วคิรินก็พาภัทธิราลงมายังชั้นหนึ่งของตัวบ้าน บ้านหลังนี้ใหญ่โต สวยงามและกว้างขวางแต่ภัทธิรากลับรู้สึกถึงแต่ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว อาจจะเป็นเพราะเธอไม่เต็มใจจะมาที่นี่หรือไม่มันก็อาจจะเป็นตัวแทนของเจ้าของบ้านก็เป็นได้ เขาพาเธอมายังห้องอาหารที่มีใครบางคนกำลังสั่งการสาวใช้ในบ้านให้ทำงานกันอย่างเต็มที่


เมื่อมาถึงภัทธิราก็ถลึงตาโตด้วยความตกใจ...


สิริน... ไม่นานนักก็มีหญิงสาวออทิสติกมายืนสวมกอดเธอคนนั้นอยู่ข้างๆ ใช่แน่ๆ คิรินคงจะคิดทำอะไรแผลงๆอีกถึงได้สร้างความประหลาดใจให้เธอแบบนี้


"เล่นอะไรคะ? นี่คุณไปประกันตัวเขาออกมาหรอ?" เธอหันไปถามเขาด้วยความไม่พอใจ "แล้วไหนล่ะคะแม่ของไออุ่น ถ้าจะปั่นหัวฉันขนาดนี้ก็พาฉันกลับบ้าน!!"


"ทำไมใจร้อนจังล่ะคนสวย ดูดีๆสิ" คิรินจับไหล่ของภัทธิราให้หันไปทางหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา "ทรงผม รูปร่าง แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ"


หญิงวัยกลางคนหัวเราะออกมาเบาๆและส่งยิ้มอ่อนโยนทักทาย "ไม่เป็นไรค่ะคุณคีย์ ก็ไม่แปลกถ้าหนูภัทรจะแปลกใจก็เขาเล่นทำซะเหมือนราวกับฝาแฝดกัน"


"....."


"ไม่เจอตั้งนาน หนูภัทรโตเป็นสาวแล้วสวยมากๆเลยนะจ๊ะ" น้ำเสียงอ่อนหวานกล่าวชื่นชมภัทธิราด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย


ภัทธิราผ่อนคลายอารมณ์ลง "อานิต...จริงๆหรอคะ?"


วินิตรายิ้มให้คำตอบหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะจัดเก้าอี้ให้สองหนุ่มสาวได้ทานข้าวกันก่อนที่จะมีการซักถามอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของภัทธิรา เธอเริ่มมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ ทำไมวินิตราถึงไม่ไปแสดงตัวตั้งแต่แรก? ปล่อยให้สิรินกับอัญชนาได้ใช้ชีวิตแบบเป็นสุขตั้งนานได้อย่างไร? เธอเชื่อว่าอย่างไรแล้ววันนี้วินิตราคงจะให้คำตอบเธอได้ทุกอย่าง


และอีกอย่างที่สงสัยมากที่สุดก็คือ วินิตรามาอยู่กับคิรินได้อย่างไรกัน?


เวลาผ่านไปไม่นานทุกคนก็มารวมตัวอยู่ในห้องรับรอง เรื่องราวทั้งหมดวินิตราแม้ว่าจะไม่อยากนึกถึงมันแต่ก็เป็นเป็นที่จะต้องพูดออกมาให้กระจ่างเสียในวันนี้ จริงๆทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนร่วมจนส่งผลกับอินทุกรในปัจจุบัน หญิงวัยกลางคนมีสีหน้าเศร้าหมองแล้วมองไปที่ภัทธิราก่อนจะฝืนรอยยิ้มออกมา


วินิตราโอบกอดหญิงสาวออทิสติกด้วยความรักใคร่ "น้องไอซ์ สวัสดีพี่ภัทรสิคะ"


ไอซ์ยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้ม "สวัสดีค่ะ พี่สวยจัง"


ภัทธิรายิ้มตอบก่อนจะขยับออกห่างจากคิรินเล็กน้อย "อานิตทำไมไม่แสดงตัวก่อนหน้านี้ล่ะคะ? หายไปไหนมา? แล้วก็...."


"ใจเย็นๆสิภัทร ทีละคำถาม ยิงรัวแบบนี้อาเขาจะตอบทันได้ยังไง" คิรินไม่ยอมให้เธอห่างกายไปไหนง่ายๆ เขาโอบเอวบางแล้วกระชับร่างเธอให้เข้าหาตัวเอง


"ขอเวลาฉันส่วนตัวสักพักได้ไหมคะ?"


ชายหนุ่มยกยิ้มร้ายก่อนจะกระซิบเบาๆข้างใบหูเธอ "ภัทรไม่มีความเป็นส่วนตัวกับพี่ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันแล้วล่ะ"


แน่นอนว่าคนฟังไม่พอใจกับการกระทำของเขาอยู่แล้ว วินิตราเห็นดังนั้นก็เกรงว่าเรื่องราวจะเลยเถิดจึงรีบเบรคทั้งสองเอาไว้ก่อน "ไม่เป็นไรค่ะคุณคีย์ ให้หนูภัทรถามมาเถอะ อาตอบได้" เธอยิ้มให้กับภัทธิราอีกครั้ง "เรื่องที่อาเจอมันหนักเกินไปกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะรับได้ อาถูกผู้ชายห้าคนรุมย่ำยีจนแทบไม่เหลือความเป็นคนอยู่แล้วพวกมันยังบีบคออากะจะเอาให้ตายแล้วจับอามัดใส่กระสอบ เหมือนความตายยังไม่เปิดรับพ่อของคุณคีย์มาเจออาในตอนนั้นพอดี" พูดไปน้ำตาก็ไหลออกมา วินิตราถอนหายใจแล้วจับมือของไอซ์เอาไว้แน่นๆ "น้องไอซ์เป็นผลมาจากครั้งนั้น"


"ขอโทษค่ะ ภัทรไม่ได้ตั้งใจจะทำให้อานิตรู้สึกไม่ดี" ภัทธิรารู้สึกผิดที่เหมือนเป็นต้นเหตุให้วินิตราย้อนกลับอยู่ในวันที่เลวร้ายแบบนั้น


"ไม่เป็นไรแล้วล่ะจ้ะ เฮ่อ ส่วนสาเหตุที่อาไม่แสดงตัวก็เพราะกว่าอาจะรักษาสภาพจิตใจให้กลับมาแบบนี้ได้ก็ใช้เวลาหลายปีอยู่ แถมตอนที่รู้ว่าท้องน้องไอซ์อาเองก็พยายามฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง กินยา ทำร้ายตัวเองจนทำให้น้องไอซ์เป็นแบบนี้ มันทรมานมากเลยกับสภาพแบบนั้น...โชคดีที่พ่อกับแม่ของคุณคีย์เขาเมตตารับอาไว้เป็น้องสาวแล้วช่วยให้ผ่านวันเวลาพวกนั้นมาได้ อาเลยเป็นพี่เลี้ยงให้คุณคีย์กับน้องสาวพร้อมๆกับเลี้ยงน้องไอซ์ไปด้วย พอกลับมาก็เห็นสิรินสวมรอยเป็นอาแล้วส่งไออุ่นไปอยู่อังกฤษ ทุกอย่างไม่ใช่ว่าอาไม่รู้ อารู้ว่าคุณอ้นพยายามตามหาอา รู้ว่าสิรินกับลูกทำอะไรเอาไว้บ้างแต่ก็แสดงตัวไม่ได้เพราะห่วงตัวเองและความปลอดของคุณอ้นกับไออุ่น" วินิตราเอามือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความอัดอั้นอยู่ภายใจ


ไอซ์มองคนเป็นแม่แล้วโอบกอดด้วยแววตาตื่นตระหนก "แม่จ๋าอย่าร้องไห้นะ โอ๋ๆ เดี๋ยวแม่ไม่สวยนะ"


"จ้ะ แม่ไม่ร้องไห้แล้ว" วินิตราถอนหายใจออกมาหลายครั้งแล้วจึงเริ่มอธิบายต่อ "อาติดตามความเครื่อนไหวของทุกคนอยู่ตลอด จนเมื่อวานที่คุณคีย์บอกว่าสองแม่ลูกนั่นจับตัวไออุ่นกับหนูภัทรอาก็กลัวว่าทุกอย่างมันจะซ้ำรอย จนคิดได้ว่าถ้ารอต่อไปอาจจะสายเกินแก้ มันเป็นเพราะความกลัวของอาที่คิดว่าหากแสดงตัวออกไปสิรินจะตามมาฆ่าและอาอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอคุณอ้นกับไออุ่นอีกทั้งชีวิต อาคิดถึงพวกเขามากจนใจจะขาดอยู่แล้ว"


"อาไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ คุณภาคย์เขาดูแลลูกสาวอาอย่างดี ถ้าคิดถึงมากก็ไปหาเถอะไม่มีตัวเกะกะแล้ว" คิรินยิ้มให้กำลังใจ เขาเองก็รู้สึกผูกพันธ์กับวินิตรามากเพราะเป็นคนที่เลี้ยงดูเขามาและหลังจากที่สูญเสียครอบครัวก็มีเพียงเธอที่คอยอยู่ข้างๆ


แต่ถ้าหากเรื่องนี้จะทำให้เธอมีความสุขเขาก็ยินดีที่จะให้เธอกลับไปอยู่กับครอบครัว...


"เรื่องทุกอย่างจบแล้วล่ะค่ะ อานิตกลับไปหาไออุ่นและอาอ้นกับภัทรนะคะ สองคนเขาคงจะดีใจมากแน่ๆเลยล่ะค่ะ" ภัทรธิราเอื้อมมือไปจับมือของวินิตราเอาไว้ "ส่วนเรื่องน้องไอซ์ ภัทรเชื่อว่าทุกคนต้องเข้าใจค่ะ"


วินิตราพยักหน้ารับโดยที่เธอยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหล คิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีเวรกรรมของเธอคงจะหมดแล้วจะได้มีความสุขกับสิ่งที่รอคอยมานานนับสิบปีเสียที การสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งภัทธิราหมดคำถามที่จะซักถามต่อไปอีก หญิงสาวตัดสินใจโทรหาพี่ชายฝาแฝดเพื่อส่งข่าวกับสิ่งที่เธอได้พบเจอมาเมื่อสักครู่แต่กำชับเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกอินทุกร เพราะวินิตราร้องขอเอาไว้โดยเธอเกรงว่าอินทุกรคงจะเตรียมใจไม่ทันที่จู่ๆก็มีน้องสาวขึ้นมาแถมยังเป็นออทิสติกอีกด้วยและอยากให้พักฟื้นร่างกายให้หายดีก่อน


เธอจะไปพบด้วยตัวเอง...


#######


หลายวันต่อมา....


บ้านรัตนโยธิน...


ทุกคนในครอบครัวได้นั่งรวมกันอยู่ภายในห้องโถงกว้างเพื่อสะสางบางสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ หลังจากที่คิรินมาส่งภัทธิราที่บ้านก็ได้เกริ่นเรื่องการแต่งงานระหว่างเขาและภัทธิราเอาไว้แต่ให้เวลาครอบครัวนี้ได้เตรียมตัวเอาไว้ก่อน ในระหว่างที่รอภิชญ์กลับมาภาคย์ได้ปรึกษาเรื่องวินิตรากับภาคิณอยู่กันตามลำพัง สองพ่อลูกมีสีหน้าผ่อนคลายเพราะเรื่องราวที่พวกพยายามสืบหามานานได้สิ้นสุดเสียที


"ถ้าเป็นอย่างที่ภาคย์บอกก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมากเลยทีเดียว พ่อคิดมาเสมอว่าคนที่หายไปนานขนาดนั้นโอกาสรอดไม่น่าจะมี โชคเข้าข้างไอ้อ้นกับไออุ่นมากเลย" ภาคิณตบไหล่ลูกชายเบาๆเพื่อบอกว่าเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก


"ครับพ่อ แต่อานิตเห็นว่าไออุ่นยังไม่แข็งแรงแล้วอยากให้พักรักษาตัวเอาไว้ก่อน อีกอย่างอานิตมีลูกติดผลพวงมาจากเหตุการณ์ที่สิรินสร้างขึ้นแล้วกลัวว่าทุกคนจะยังรับเรื่องนี้ไม่ได้เลยขอเวลาอีกสักระยะเลยยังไม่อยากให้บอกเรื่องนี้กับไออุ่น แต่ผมคิดว่าไม่ควรจะปิดเรื่องนี้ผมเลยบอกทั้งอาอ้นกับไออุ่นไปเรียบร้อยแล้วครับคงตื่นเต้นน่าดู ยิ่งไออุ่นตอนที่ผมบอกก็ขอร้องให้ผมพาไปหาอานิตอย่างเดียวเลยล่ะครับ" ภาคย์เองก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดี


"ดีๆ เป็นเรื่องที่ดีมาก ถึงมันจะไม่ทุกอย่างก็ตาม" ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาหนักหน่วง "แต่เรื่องบ้านเรานี่แหละ จะเป็นยังไงต่อ" ไม่นานนักภัทธิรา ภิชญ์และวาณิริณก็เดินเข้ามา่วมวงสนทนา ภาคิณตวัดสายตามองลูกชายคนเล็กด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวที่เขาหวงแหนปานดวงใจ "มาแล้วหรอไอ้ตัวดี!!"


"พ่อคะ! ใจเย็นๆก่อนค่ะ" ภัทธิราเกรงว่าเรื่องราวจะใหญ่โตจึงรีบห้ามปรามเอาไว้ "อย่าไปว่าภิชญ์เลย"


"ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นะครับพ่อ" ภิชญ์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ผมบอกมันแล้วให้มันมาเอาคืนที่ผมแต่มัน ฮึ่ย!!"


"พอเถอะภิชญ์ แม่ไม่อยากให้ลูกทุกคต้องเป็นอะไรไปหรอกนะ" วาณิริณเองก็ไม่สบายใจกับหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้น "พี่คิณก็อย่าใจร้อนนะคะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเราทำได้แค่ยอมรับ"


ภาคย์ดึงภิชญ์ให้นั่งลงข้างๆเขา "ยังไงนายคิรินก็ต้องหาทางบีบบังคับเราทุกทางอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ภัทรแล้วล่ะว่าหลังจากนี้จะเอายังไงต่อ"


ภัทธิราก้มหน้าลงโดยที่แววตาฉายแววความเศร้า เธอยิ้มฝืนๆให้กับทุกคนในครอบครัว "ภัทรจะแต่งงานกับเขาค่ะ นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด"


"พี่ภัทรจะไปยอมมันทำไม!! พี่ภัทรไม่ต้องไปแต่งงานกับมันนะเดี๋ยวผมะไปเคลียร์กับมันเอง" ภิชญ์ลุกขึ้นแล้วก้าวขาออกไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นพ่อ


"หยุดเดี๋ยวนี้!! แกจะก่อเรื่องไปถึงไหนหะไอ้ภิชญ์!! รู้ไหมที่มันไม่ฆ่าแกแต่มาลงที่ภัทรมันสะใจกว่าเห็นแกตายไปง่ายๆยังไงล่ะ!!" ภาคิณตวาดลั่นบ้านด้วยความขุ่นเคือง


ตากล้องหนุ่มค่อยๆหันมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว "พ่อ มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ครับ"


"เรื่องนี้มันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว จบเรื่องบ้าๆพวกนี้แกต้องกลับอเมริกาทันที!!!" น้ำเสียงทรงอำนาจกล่าวคำไหนต้องเป็นคำนั้น ลูกทั้งสามของเขาไม่มีใครกล้าขัดตอนที่ผู้เป็นพ่อกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนี้ "ความวัวเพิ่งจะจบความควายก็เข้ามาแทรก แกสำนึกเอาไว้เลยนะไอ้ภิชญ์ว่าที่ฉันต้องได้ลูกเขยกระทันหันแบบนี้ก็เพราะความสำส่อนของแก!!"


"พี่คิณคะ" วาณิริณจับแขนของสามีเอาไว้ ส่วนภาคย์เองก็กอดปลอบภัทธิราที่กำลังร่ำไห้ด้วยความลำบากใจ "แม่ขอนะภิชญ์อย่าทำอะไรมากไปกว่านี้เลย ถ้าไม่รักชีวิตตัวเองก็สงสารภัทรพี่สาวเราด้วย"


ภิชญ์เดินกลับมานั่งที่ด้วยความหม่นหมองกับความรู้สึกที่แย่เกินจะบรรยาย บรรยากาศของที่บ้านควรจะมีความสุขมากกว่านี้สิ! ชาตินี้ทั้งชาติเขาจะไม่ยอมรับคิรินมาเป็นพี่เขยเด็ดขาด และเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ภัทธิราหลุดจากบ่วงกรรมระหว่างเขากับคิรินให้ได้ 


แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นเสียเหลือเกิน...


#######


ไม่ว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิตมากมายขนาดไหน อีกด้านก็มีเรื่องราวดีๆเข้ามาในชีวิต หลังจากที่กันตาออกจากโรงพยาบาลก็มีหลายเรื่องที่จะต้องให้เธอรีบจัดการ ทั้งเรื่องคดีความทำร้ายร่างกายที่จะต้องเป็นโจทก์ร่วมกับภัทธิราและอินทุกรยื่นฟ้องสิรินกับอัญชนา อะไรที่ไม่เคยเจอใรชีวิตนี้ก็ต้องเจอสักครั้งเพื่อเป็นประสบการณ์


ในบ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น...


กันตาอาการดีขึ้นมากแถมรอยฟกช้ำตามร่างกายก็จางลงไปเยอะแล้ว ในระหว่างที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาเล็กๆอยู่นั้นกานดาก็ยกจานขนมมาจากในครัวด้วยสีหน้าดูประหลาดใจอยู่ไม่น้อย


"คุณไม่กลับบ้านหรอจ๊ะ ที่โรงพยาบาลก็ลำบากให้คุณมาเฝ้าลูกสาวป้ามากแล้ว หลังจากนี้ป้าจะดูแลลูกสาวป้าเอง" กานดาพูดกับปวันที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะกลับหรือออกไปไหน


ปวันยิ้มรับ "กลับไปก็กลับได้แค่ตัวแหละครับ" สายตาของเขาเหลือบมองกันตาสักพัก "ใจเป็นห่วงคนตรงนี้เลยอยากจะอยู่ดูแลอีกสักหน่อยน่ะครับ"


"ป้าเกรงใจ ค่ารักษาคุณก็ออกให้แถมให้หยุดงานแบบไม่หักเงินเดือนอีก ไม่อยากรบกวนแล้วล่ะจ้ะ" กานดาลอบสังเกตสองคนตรงหน้าว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจซึ่งกันและกันอยู่


"นั่นสิคะ กันย์กับแม่ไม่อยากเป็นภาระให้คุณปวันไปมากกว่านี้แล้วล่ะค่ะ เราสองคนอยู่กันเองได้" กันตาพูดเสริมคนเป็นแม่ก่อนจะยิ้มพิมพ์ใจให้กับเขา "แทนที่คุณจะเอาเวลาที่มาอยู่กับกันย์ไปทำอย่างอื่นได้เยอะเลยนะคะ"


"ทำไมฟังแล้วประโยคเหมือนไล่กันทางอ้อมเลยนะครับ" ใบหน้าหล่อเหลาดูเศร้าหมอง ทำราวกับคนขี้น้อยใจอยู่ก็ไม่ปาน


กันตากลับหัวเราะให้กับท่าทีของเขา "เปล่าค่ะ เพราะเกรงใจถึงกลัวว่าคุณปวันจะเสียงงานเพราะกันย์"


กานดาวางจานขนมบนโต๊ะเล็กตรงหน้าชายหนุ่มและหญิงสาวคู่นั้น คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะอย่างเธอไม่ใช่ว่าจะไม่รู้อะไร หญิงวัยกลางคนเดินไปหยิบกะเป๋าสตางค์แล้วหันมายิ้มให้ทั้งสองอีกครั้ง "คุณจะอยู่ต่อใช่ไหมจ๊ะ ป้าจะออกไปตลาดเสียหน่อยจะได้ฝากดูยัยกันย์ให้ด้วย"


"แม่!!"


"ไม่มีปัญหาครับ ไว้ใจผมได้" พอเห็นโอกาสแล้วปวันไม่มีทางที่จะปล่อยให้หลุดมืออย่างแน่นอน เห็นดังนั้นกานดาจึงเดินทางออกจากบ้านไปเรียกวินมอเตอร์ไซด์เพื่อเดินทางไปซื้อของที่ตลาดในทันที เขาหันมาทางกันตาอีกครั้งด้วยสายตาวิงวอนอย่างสุดซึ้ง "อย่าเพิ่งไล่ผมไปไหนเลยนะ ผมอยากอยู่ข้างๆ ดูแลกันย์ใกล้ๆ สักนิดก็ยังดี"


"ไม่ได้ไล่ไปไหนนี่คะ อีกอย่างอยู่ต่อหน้าแม่ด้วยกันย์ทำอะไรไม่ถูกหรอกค่ะ" เธอยิ้มเขินแล้วพยายามปิดบังสีหน้าตอนนี้ไม่ให้เขาเห็น แต่ทว่าคนชอบแกล้งก็ยังจะพยายามเย้าแหย่ให้เธออายยิ่งกว่าเดิม "คุณปวัน อย่าทำให้กันย์ประหม่ามากกว่านี้ได้ไหมคะ?"


"โอเคครับ ผมไม่แกล้งแล้วก็ได้" ปวันจับมือกันตาเอาไว้เพื่อยืนยันความรู้สึกของเขา "ผมไม่คิดเลยว่าชะเอมเขาจะใจดำได้ขนาดนี้ ผมเป็นห่วงกันย์มากนะตอนที่เห็นกันย์ถูกทำร้ายตอนนั้นรู้สึกเหมือนโดนเหยียบเข้าที่อก สั่นไปหมดเลยกลัวว่าจะช้าแล้วกันย์อาจจะเป็นอะไรมากกว่านี้ก็ได้"


คิกๆ


"คุณปวันพูดเหมือนพระเอกละครเลยนะคะ ตอนนี้กันย์ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ"


เสียงถอนหายใจของเขาดังออกมาจนเธอรับรู้ได้ถึงความอัดอั้นอยู่ภายในใจของเขา "ก็ผมเป็นจริงๆนะครับ กันย์ เอ่อ จะคบกับผมได้หรือเปล่า ถ้าจะให้ผมรอกันย์เก็บเงินครบสามแสนล่ะก็...นานไปนะ คือผมรู้นะว่ากันย์ไม่อยากให้ใครมองว่าเกาะผมกินแต่ว่าทุกอย่างมาจากความรู้สึกของเราสองคนไม่ใช่หรอครับ?"


"แล้ว...อยากได้คำตอบแบบไหนจากกันย์หรอคะ?"


"ก็ ตกลงไงครับ" เขามองตาหญิงสาวที่อยู่ข้างๆอย่างวาดหวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธเขาอีก "ว่าไงครับ พร้อมจะรับพ่อหม้ายหัวใจโทรมๆคนนี้ไว้พิจารณาหรือเปล่า ผมโอนไวนะ!"


"ทำเป็นตลกอยู่ได้นะคะ" กันตากุมมือประสานกับเขาเอาไว้ "ก็ได้ค่ะ ขอบคุณที่ดูแลกันย์กับแม่มาตลอดนะคะ" ปวันยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ หัวใจของเขาเต้นแรงและรัวถี่ๆกับคำตอบที่ได้รับ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปชิดใกล้จนเธอต้องหดคอหนี "ทะ ทำอะไรคะ!!? เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี"


"ไม่เห็นมีใครเลย ตรงนี้มีแค่เราสองคนนะครับ" ชายหนุ่มประคองใบหน้าของเธอขึ้นมาประสานสายตากับเขา "เอาไว้สักอาทิตย์หน้าไปบ้านผมนะ พ่อกับแม่ผมอยากเจอ"


"เร็วไปไหมคะ?"


เขาทำเพียงแค่ส้งยิ้มอบอุ่นให้กับเธอ ไม่นานก็เคลื่อนใบหน้าลงมาจูบแผ่วเบาท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ กันตาตัวแข็งทื่อจนนิ่งราวกับว่าถูกสาปให้เป็นก้อนหิน คนอ่อนต่อประสบการณ์รักยังคงต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกเยอะกว่าจะปรับตัวให้เข้ากับเขาได้ จูบแรกของเธอที่ดูเหมือนจะเนิ่นนานเสียเลยเกินแต่ก็ไม่อยากให้เวลาตรงนี้ผ่านพ้นไปเลย สักพักปวันก็ถอนริมฝีปากออกก่อนจะใช้หน้าผากของเขาชนกับหน้าผากของเธอเอาไว้


"ต่อไปนี้กันย์ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ชะเอมถูกจับแบบนั้นอีกนานก็คงจะได้ออกมา ถึงเขาถูกปล่อยออกมาแต่ผมก็จะไม่ยอมให้เขามาทำร้ายกันย์อีกแน่นอน"


"กันย์เชื่อค่ะว่าคุณทำได้ จะว่าไปแล้วเมื่อเช้ากันย์คุยกับไออุ่นเห็นว่าคุณแม่ตัวจริงกลับมาแล้ว กำลังรอที่จะเจอกันอยู่ค่ะ" หญิงสาวหลุบตาลงแล้วจับไปบริเวณแผลของตัวเอง "เรื่องเหลือเชื่อมีอีกเยอะเลยนะคะ"


ปวันจับผ้าพันแผลให้เธอแล้วจัดมันให้เป็นระเบียบ "อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นนั่นแหละครับ แต่จะดีหรือไม่ก็ต้องว่ากันอีกที" เขากอดเธอไว้แต่ไม่แน่นมากจริงๆก็อยากทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เพราะตอนนั้นยังเป็นสถานะเพียงแค่นายจ้างกับลูกจ้างจึงไม่สารมารถทำอะไรได้มากนัก


ตอนนี้ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว...


"สองแม่ลูกนั่นมีสิทธิ์จะรอดจากคดีไหมคะ?" จู่ๆกันตาก็ถามออกมาเหมือนกับเธอเป็นกังวลใจกับเรื่องนี้ "อย่าว่ากันคิดมากเลยนะคะ เคยเห็นหลายๆอย่างเลยกังวลว่าพวกเขาจะออกมาก่อเรื่องให้ไออุ่นหรือคนอื่นเดือดร้อนอีก"


"ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ก็มีคิดไว้บ้างเหมือนกัน" เขาลูบผมของเธอไปมาช้าๆ "เลิกคิดเรื่องนี้ก่อนนะ เอาเป็นว่าในฐานะแฟนของผม วันนี้ผมจะทำแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ก่อนนะครับ"


ปวันไม่พูดเพียงอย่างเดียว เขาสวมบทบาทบุรุษพยาบาลช่วยเธอทำความสะอาดแผลที่ยังไม่แห้งสนิทและเปลี่ยนผ้าพันให้ใหม่ จนกระทั่งกานดากลับมาจากตลาดเขาเองก็ไปเป็นลูกมือช่วยทำอาหารและค่ำวันนั้นก็อยู่ทานด้วยกันที่นั่นเสียเลย แต่แล้วระเบิดก็ได้ลงเข้าเสียจริงๆเมื่อปวันนั้นกล้าพอที่จะเอ่ยขอฝากตัวเป็นลูกเขาของกานดาเสียดื้อๆ


งานนี้กันตาคงโดนเอ็ดหูชาทั้งคืน...


_____________________________________________ 100% ____________________________________________


มาแล้วจ้าาา ขอเป็นทยอยเอามาลงน๊าาา

พี่ภาคย์เหลืออีกไม่กี่ตอนแล้วนะจ๊ะ (สปอยให้ว่า 9 ตอน) สำหรับสองแม่ลูกนั่นไม่จบง่ายๆนะ ติดคุกง่ายไปจริงๆแหละขอบอก

ไรท์ค่อยๆเฉลยไปทีละตอนนะคะ อิอิ

ส่วนใครรอเรื่อง คีย์ + ภัทร หลังจากจบพี่ภาคย์กับไออุ่นจะได้เจอแล้วเด้อ

เจอกันตอนต่อไปนะค๊าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}