facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด

บทที่ 4

แม่เจ้าโว้ย ห้องนอนห้องเดียว ใหญ่กว่าบ้านแม่จ๋าทั้งหลังอีกมั้ง


ทิวไม้หน้าตื่นเมื่อถูกธนดลลากแขนเข้ามาในห้องนอนของเขา เสียงประตูปิดตามดังปังทำให้ทิวไม้สะดุ้ง เขาก้าวถอยหลังกรูดเมื่อเห็นสายตาของธนดลที่จ้องมองมา


“ไม่ กูจะไม่ยอมโดนเสียบอีกแล้ว อ๊ากก”


ยังไม่ทันจะหาทางหนี ธนดลก็พุ่งพรวดเข้ามารวบร่างผอมปลิวลมแล้วเหวี่ยงเบาๆไปยังเตียงนอนกว้างเด้งดึ๋งๆกลางห้อง ครั้นทิวไม้จะกระเถิบหนีธนดลก็โถมกายลงมาทับเขาไว้จนหมดหนทาง


“คุณจะทำแบบนี้ทำไม ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาสนใจผม”


ทิวไม้ส่งเสียงแข็ง แต่ไม่ต่างอะไรกับเสียงชิสุเห่าน่าเอ็นดูเลย ธนดลอมยิ้มพลางกดจูบหยอกเย้าที่แก้มเสียงดังฟอด ทิวไม้ถึงกับตัวแข็งทื่อ


“ทำไงได้ล่ะ บังเอิญว่าพี่ชอบทิวเข้าแล้ว พี่มันคนดื้อเสียด้วย”


“โอ๊ย พูดดีๆก็ได้ มาจูบกูทำไมวะ”


มือเล็กยกเช็ดถูที่แก้มตัวเอง เลือดมาเลี้ยงจนเปลี่ยนสีแดงไปทั้งหน้า ธนดลทำหน้าดุพลางยื้อยุดมือของทิวไม้ให้ห่างจากแก้มก่อนที่เขาจะชิงจูบไปอีกหนึ่งครั้ง


“พูดไม่เพราะ พี่อายุมากกว่านะครับ ถ้าทิวยังพูดจาไม่เพราะพี่จะลงโทษด้วยการจูบแบบนี้ไปเรื่อยๆดีไหม”


ทิวไม้กลอกตาไปมาครุ่นคิด หากยังดื้อดึงก็คงเสียเปรียบเช่นนี้แน่ๆ จะเอาอะไรไปสู้กับธนดลในเมื่ออยู่ในถิ่นของชายหนุ่ม แถมร่างกายก็ยังได้เปรียบกว่า ดูสิ กล้ามเป็นมัดๆ


“ไม่พูดก็ได้ พอใจยัง”


สะบัดเสียงพลางค้อนขวับ ธนดลหัวเราะถูกใจ เฮ้อ ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตากับผู้ชายด้วยกันมากกว่าผู้หญิงที่เคยผ่านมา อาจจะเป็นเพราะความธรรมชาติ ไม่มีจริตปรุงแต่งเหมือนผู้หญิงสมัยนี้ก็ได้


“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า”


“คุยกันก็ปล่อยผมก่อน ไม่ต้องกอดกันก็ได้”


ทิวไม้ผลักไหล่กว้างออก ธนดลไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับแรงเล็กน้อยนี่เลย แต่เขายอมคลายอ้อมกอดขยับให้ทิวไม้ลุกขึ้นมานั่ง โดยมีเขานั่งเผชิญหน้ากันอยู่ ธนดลกุมมือของทิวไม้ไว้ไม่ยอมปล่อย


“เป็นแฟนกันนะ”


ธนดลชวนง่ายๆ ทิวไม้ส่ายหน้าพรืด


“ไม่ได้ คนเรามันไม่ได้เป็นแฟนกันง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย ก่อนจะเป็นแฟนกันมันต้องเริ่มต้นที่ความรัก ทั้งสองคนต้องรักกันด้วยหัวใจ”


ทิวไม้ทำหน้าเคลิบเคลิ้มอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เป็นธนดลที่ส่ายหน้าบ้าง


“เป็นแฟนกันแล้วค่อยรักกันก็ได้ครับทิว เดี๋ยวนี้ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น”


“เนี่ย มันถึงเป็นปัญหาสังคมไง” ทิวไม้กลับมาโหมดจริงจัง “รักกันเร็ว ได้กันเร็วก็เบื่อกันเร็ว แป๊บๆก็เลิกละ แล้วถ้าเกิดปล่อยตัวให้ท้องแล้วมีลูกล่ะ มีลูกตอนไม่พร้อมแล้วใครจะเลี้ยง กลายเป็นเด็กมีปัญหาอีก”


“ทิวครับ เราเป็นผู้ชายด้วยกัน สเปิร์มไม่ปฏิสนธิกันเองนะ”


ธนดลเอ่ยขัดคอเบาๆ ดึงทิวไม้กลับมาจากอารมณ์นักสังคมสงเคราะห์ ทิวไม้ยู่หน้าใส่ที่ถูกอีกฝ่ายเบรกหัวทิ่ม


“นั่นแหละ กรณีของพี่แบงค์กับผมก็เหมือนกัน เราเพิ่งรู้จักกันได้วันเดียว บอกตรงๆ ผมยังไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลย”


“แต่เมื่อคืนทิวครางเสียงดังมากเลยนะ แล้วเราก็เข้ากันได้ดีมาก ทำกันสามรอบทิวก็เสร็จทั้งสามรอบ แล้วทิวจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรกับพี่ได้ยังไง”


ทิวไม้ทำตาโต แก้มแดงแป๊ด เขาพยายามดึงมือที่ถูกธนดลกุมอยู่ออก แต่ไม่สำเร็จ


“นั่นมันเมาโว้ยพี่ ไม่รู้ตัว ตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้นอกจากเจ็บตูด เอามาเป็นข้ออ้างไม่ได้”


“ถ้าอย่างนั้นมาพิสูจน์กันไหม ว่าเราเข้ากันได้จริงๆ”


หน้าหล่อมยิ้มบางๆ ทิวไม้อยากจะกัดลิ้นตัวเองที่หัวใจมันสั่น ไม่ได้ ธนดลคือคนที่ทำให้เขาอกหัก จัมวรั้ยยย


“พะ พิสูจน์ยังไงผมก็ไม่ชอบพี่อยู่ดี”


“ก็ลองดูก่อน กล้าหรือเปล่าล่ะ”


ธนดลท้าท้ายเสียงนุ่มจนทิวไม้ชักจะคล้อยตาม


“พี่แบงค์จะพิสูจน์ยังไง”


มือของธนดลที่กุมมือทิวไม้เลื่อนไปประคองกรอบหน้า ปลายนิ้วแตะเบาๆที่มุมปากของทิวไม้


“เขาบอกว่าแค่จูบก็พิสูจน์ได้ว่าคนเราคิดยังไงต่อกัน ไม่เกลียดกันจูบมันก็ไม่หวาน แต่ถ้ามีใจให้กันมันก็ต้อง สปาร์คกันบ้าง ว่าไง ทิวจะยอมให้พี่ลองจูบทิวได้ไหมครับ”


ดวงตาคมของธนดลจ้องมองสบตากับทิวไม้ราวสะกดจิต กลีบปากแดงเรื่อสั่นจนเจ้าตัวต้องเม้มไว้พักใหญ่


“นะครับทิว ให้พี่จูบทิวนะ นิดเดียวจริงๆ”


เหมือนตกอยู่ในภวังค์ขณะที่ธนดลโน้มกายเข้าหา เขาดันคางของทิวไม้ให้ยกสูงพร้อมกับที่เขาประกบปากลงไปแค่เพียงสัมผัส แต่เพียงแค่นี้ทิวไม้ก็สะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต ธนดลฉวยโอกาสนั้นเม้มครอบครองกลีบปากนุ่มทีละนิด เขาค่อยๆแตะลิ้นตามไปและแค่แวบเดียวลิ้นร้อนก็สอดเข้าไปในโพรงปากหวานได้สำเร็จ


“อื้อ พี่แบงค์”


มืออ่อน แขนอ่อนไปหมด เรี่ยวแรงละลายหายไปหมดสิ้นจนธนดลรวบร่างของเขาเข้าสู่อ้อมกอด ทิวไม้กำลังงงงวยไปกับจูบของธนดล เบื้องนอกทาบทับขบเม้ม ด้านในตวัดลิ้นคลุกเคล้า และไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นยกมือวางแนบไปกับบ่ากว้างข้างหนึ่ง ยกคล้องคอธนดลไว้อีกข้างหนึ่งแถมยังพริ้มตาไปกับจูบช่ำชองเสียด้วย


“หวานจัง”


หูแว่วเสียงพึมพำอย่างถูกใจดังมาจากคนจูบ ทิวไม้ไร้เดียงสาเสียจนธนดลเอ็นดูเหลือเกิน เขาโอบทิวไม้ขึ้นมานั่งอยู่บนตัก มือร้อนดึงชายเสื้อนักศึกษาออกจากกางเกงแล้วสอดเข้าไปโดยที่ทิวไม้ไม่ทันระวัง


“ฮัก อื้อ พี่แบงค์”


ลมหายใจกระชั้นเมื่อธนดลผละจากเรียวปากลงสู่คางมน มือที่สอดเข้าไปในเสื้อไต่ซุกซนด้านในแตะต้องตุ่มไตแล้วปั่นด้วยปลายนิ้ว ทิวไม้ผวาแหงนหน้าสูงเปิดทางให้ธนดลเม้มลงตรงซอกคอ และไม่รู้ตัวเลยว่าธนดลวางเขาจนแผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนนุ่มตอนไหน


“ยังเจ็บจากเมื่อคืนใช่ไหมครับทิว”


เขากระซิบเสียงหวาน ทิวไม้ที่ยังเผลอกอดร่างหนาไว้แน่นพยักหน้าตามสัญชาตญาณ


“ถ้าอย่างนั้น ให้พี่ช่วยข้างนอกนะครับ พี่จะไม่ล่วงเกินทิวแน่ๆ พี่สัญญา”


“มะ ไม่ ยะ อย่า อื้อ”


เสื้อนักศึกษาถูกเลิกสูงไปปิดบังใบหน้าไว้ไม่ให้ทิวไม้มองเห็นว่าเขาจะทำอะไร อวดเนื้อกายเนียนให้เห็น ธนดลกลืนน้ำลายอึกใหญ่แต่เขาพยายามห้ามใจเพราะรู้ว่าทิวไม้ยังบอบช้ำจากบทรักเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขายังใช้ปลายนิ้วสัมผัสยอดอกสีชมพูเข้มคล้ายขยี้สำลี มืออีกข้างปลดรูดซิปกางเกงนักศึกษาลงจนมองเห็นเจ้าน้องชายของทิวไม้ที่อึดอัดอยู่หลังกางเกงชั้นใน


ธนดลดึงมันออกมา เขาเองก็ไม่เคยทำเช่นนี้ให้ใครมาก่อน เขาเชี่ยวชาญกับผู้หญิงแต่ไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชาย บอกตรงๆว่าระหว่างนั่งเรียนคาบเช้าเขาไม่มีสมาธิเลย จนต้องแอบเปิดโทรศัพท์ดูคลิปโป๊ของชายกับชาย ก่อนหน้านี้วันหนึ่งธนดลไม่เคยคิดเฉียดกรายคลิปพวกนี้ แต่หลังจากได้พบทิวไม้เขาก็ต้องเปิดดูเพื่อจะศึกษาว่าบทรักของชายกับชายเขาปฏิบัติต่อกันเช่นไร และเขาจะทดลองกับทิวไม้ในตอนนี้


ดึงเจ้าน้องชายของทิวไม้ออกมาจนได้สูดอากาศ ธนดลกอบกุมไว้ในมือหลวม รู้สึกได้ถึงแรงขัดขืนเบาๆจากทิวไม้


“พี่แบงค์ จะทำอะไร อึก เบาพี่อย่าบีบ”


“ทิวอยู่เฉยๆนะครับ พี่จะทำให้ทิวสบายตัว”


“ตะ แต่ว่า”


“เชื่อพี่นะ”


ธนดลดึงเสื้อนักศึกษาที่ทิวไม้พยายามเปิดออกให้บังใบหน้าของเขาไว้อีกครั้ง ธนดลยึดชายเสื้อไว้ให้ปกคลุมไม่ยอมหลุด ขายาวคร่อมลงไปบนต้นขาของทิวไม้แล้วออกแรงกดให้ร่างผอมบางดิ้นหนีไม่ได้ ขณะที่เขาก้มหน้าลงไปเปิดปากส่งลิ้นมาสัมผัสปลายมนสีสวยเบาๆ


“อื้อ พี่แบงค์ อะไรน่ะพี่”


ทิวไม้ส่งเสียงแหบพร่าถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ เขามองไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อสีขาว ครั้นจะดิ้นท่อนแขนหนาก็วางพาดอยู่ตรงใต้ลำคอกดรั้งไว้ ด้านล่างก็ถูกท่อนขาเบียดทับ เขาสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ว่าตรงนั้นถูกอะไรบางอย่างเย็นชื้นไล่เลียตั้งแต่ปลายลงมาถึงโคน


“โอ๊ย อะไรน่ะพี่แบงค์”


ความเย็นนั้นชื้นนั้นสร้างความกระสันจนต้องสูดปาก ตอนแรกมันไล่ขึ้นลงปลายยันโคน โคนยังปลาย ต่อมามันก็สนุกอยู่ตรงส่วนหัวขบๆเม้มๆจนทิวไม้เด้งเอวเข้าใส่อย่างอัตโนมัติ


“อู๊ยยย เสียวโว้ย”


มันเย็นชื้นงับเข้าใส่ทันทีจนครอบเจ้าน้องชายของทิวไม้ไว้มิด แล้วมันก็รูดรั้งขึ้นลงเมามัน ไม่ใช่สิ ทิวไม้ต่างหากที่เมามัน เขาเด้งเอวใส่มันพลางส่งเสียงครางฮืออย่างกลั้นไม่อยู่ พักใหญ่ความปวดร้าวที่ท้องน้อยก็เกิดขึ้น เขาดิ้นพล่านด้วยความทรมาน


“โอ๊ย ปวด พี่แบงค์ ไม่ไว้แล้วโว้ย”


ฉ่า....


ทิวไม้เกร็งตัวค้างในท่าที่แอ่นเอวเข้าสู่ความเย็นชื้นนั้นเมื่อร่างกายปลดปล่อยเอ็นโดรฟินออกมาจากเจ้าน้องชายของเขาเข้าสู่ความเย็นชื้นที่ว่า ทิวไม้หอบเหนื่อยเหมือนวิ่งรอบแปลงผักสักสิบรอบกว่าจะตั้งสติได้ ตอนนั้นที่แขนและขาของธนดลคลายจากร่างของเขา ทิวไม้จึงได้เปิดเสื้อออกจากหน้าแล้วลุกพรวดขึ้นมานั่ง เขาอ้าปากค้าง


ธนดลนั่งอมยิ้มอยู่ข้างกาย รอบริมฝีปากมีหยดน้ำสีขาวไหลซึมอยู่ ไอ้น้ำที่ว่าถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นไอ้น้ำเอ็นโดรฟินที่เขาเพิ่งฉีดออกไปแน่ๆ งั้นหมายความว่า....


“พี่ทำเหี้ยอะไรเนี่ย”


ธนดลยกมือใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำของทิวไม้ออกจากมุมปาก รสชาติของทิวไม้ก็ไม่เลวเหมือนกัน กินบ่อยกว่านี้ก็ยังได้


“พี่แค่พิสูจน์ไง ว่าเราเข้ากันได้ดี เมื่อคืนนี้อาจเป็นเพราะเมา แต่ตอนนี้เรามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนกันทั้งคู่ แล้วเห็นหรือเปล่าว่าพี่ทำให้ทิวถึงไคลแม็กซ์”


ทิวไม้หน้าแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก จะแก้ตัวก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอะไรเพราะเขาโกหกไม่เก่ง ได้แต่มองธนดลอย่างหมั่นไส้ที่ถูกเขาช่ำชองฉวยโอกาสอีกครั้ง ธนดลยิ้มประจบ


“เอางี้ ยังไม่เป็นแฟนก็ได้ พี่ขอโอกาสให้พี่ได้ทำคะแนนจีบทิวได้ไหม นะครับ”

ก็พอเข้าท่าหน่อย แต่ เอ๊ะ ทำไมกูต้องใจอ่อนกับไอ้เสียงออดอ้อนนี่ด้วยวะ


“เอ่อ ถ้าแค่นั้นก็ได้”


ตอบเสียงอ้อมแอ้มออกไปพลางก้มหน้างุด ธนดลยิ้มกว้างยินดี เขาหยิบกระดาษมาซับทำความสะอาดก่อนรูดซิปกางเกงกลับคืนให้ทิวไม้ก่อนกุมมือเรียวไว้แน่น


“ตกลงกันได้แบบนี้ก็ดี ถ้าอย่างนั้นเราไปคุยกับพ่อแม่กันนะ เมื่อกี้รีบร้อนจนไม่ทันได้คุย”


“พี่แบงค์” ทิวไม้ยั้งมือเขาไว้ “พ่อกับแม่พี่ไม่ว่าเหรอ ที่พี่ เอ่อ จะจีบผม”


ธนดลโยกหัวทิวไม้เบาๆ


“น่า ลองไปคุยดูก่อนว่าพวกท่านจะว่าหรือเปล่า มาเถอะ”


ดึงแขนให้ทิวไม้ลุกเดินตาม ธนดลเปิดประตูไปกระแทกกับอะไรบางอย่างดังผลัวะ ได้ยินเสียงอุทานดังมาจากหลังประตู เขารีบหันไปมองทันที มองเห็นธมลวรรณนั่งแอบอยู่ข้างประตูด้านนอก เขาตกใจเมื่อเห็นน้องสาวมีเลือดไหลออกจากจมูกหยดติ๋ง


“ไอ้โบว์ แกมานั่งหน้าห้องพี่ทำไม ประตูชนเจ็บไหมเนี่ย เอ้า เลือดไหลออกจมูก ไปโรงพยาบาลไหม”


ธมลวรรณยกมือห้าม หญิงสาวปฐมพยาบาลตัวเองด้วยการก้มหน้านั่งตัวตรงใช้นิ้วบีบจมูกไว้


“อย่าพี่แบงค์ ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะโบว์ นี่สบายดีแต่กำเดาไหล เอ๊ย ช่างเหอะ พี่จะไปหาพ่อกับแม่ก็ไปเหอะ”


ธนดลหรี่ตามองน้องสาวอย่างรู้ทัน


“สรุปแกมานั่งทำอะไรหน้าห้องพี่”


“โบว์มาหาข้อมูลไปแต่งฟิค เดินมาหน้าห้องพี่แบงค์แล้วเมื่อยไงเลยนั่งพัก ไปไป๊ จะพาพี่สะใภ้ไปไหว้พ่อแม่อย่างเป็นทางการก็ไป”


ธมลวรรณเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวาน หล่อนมองผ่านแว่นหนาจ้องหน้าทิวไม้ ยิ่งมองพี่สะใภ้ยิ่งน่ารัก หล่อนมันวายสายบูชาเคะเสียด้วย


“ตามสบายนะคะพี่สะใภ้ ไม่ต้องเกรงใจโบว์ เอ่อ เสียงพี่สะใภ้หวานมากเลยค่ะ ว้ายย อายโว้ย”


พูดจบธมลวรรณก็ลุกพรวดพราดเดินหนี ทิวไม้ยิ่งงงหนัก เขายังไม่ได้พูดอะไรกับน้องสาวของธนดลสักคำแล้วทำไมธมลวรรณถึงบอกว่าเขาเสียงหวานได้หว่า


“แก่แดดแก่ลมไอ้น้องคนนี้ เฮ้อ ไปครับทิว”


ธนดลจูงแขนทิวไม้ให้เดินย้อนกลับมายังห้องเดิมที่บิดามารดานั่งอยู่พลางยิ้มเจื่อน เขาดึงแขนให้ทิวไม้นั่งเคียงคู่เขา ธนพรมองเขาตาเขียว


“ไงยะไอ้ตัวดี มาถึงก็ประกาศตัวแฟนแล้วก็ลากแฟนเข้าห้อง ไม่ต้องสนใจพ่อแม่กันล่ะ”


“ขอโทษครับคุณแม่คนสวย ก็พาน้องไปตกลงกันก่อนไง ตกลงกันได้แล้วถึงพามาเนี่ย แนะนำอีกที น้องชื่อทิวไม้ครับ เรียนคณะเกษตรปีสอง”


ทิวไม้ยกมือไหว้บิดามารดาของธนดลอีกครั้ง ผู้เป็นพ่อยิ้มใจดียกมือรับไหว้ ส่วนแม่ลูบหลังลูบไหล่ยิ้มแย้ม


“โอ๊ย เรียนเกษตรได้ไงไม่น่าเชื่อ หน้าตาน่ารักจังลูก แล้วไปเจอไอ้แบงค์มันที่ไหนล่ะเนี่ย”


คราวนี้ยิ้มแหยทันที จะให้เล่าหรือว่าเขาไปหาเรื่องจนถูกธนดลปล้ำทำเมีย


“เจอกันในผับเมื่อคืน น้องไปกับเพื่อนครับ น้องเมาแล้วผมฉวยโอกาสเอง ตอนนี้สำนึกผิดแล้วเลยอยากจะทำดีไถ่โทษ ก็เลยขอทิวเป็นแฟนแต่ทิวไม่ยอม ให้ดูใจกันไปก่อน แม่ช่วยพูดให้ทิวยอมเป็นแฟนผมหน่อยสิ”


“อย่าไปยอมมันง่ายๆลูก” ธนพรยุส่ง “แม่เข้าข้างทิว ไอ้แบงค์มันนิสัยไม่ดี ทิวดูใจมันไปนานๆให้มันทรมานสักพักค่อยตอบตกลงเป็นแฟนมันนะลูก”


“อ้าวแม่” ธนดลเอียงคอมองมารดา “ดีเนอะ ไม่เข้าข้างลูกเลย”


“ลูกมันดื้อ นิสัยไม่ดี ต้องเข้าข้างลูกสะใภ้สิยะ แต่ทิวลูก ยังไม่เป็นแฟนไอ้แบงค์แต่ห้ามไปมีคนอื่นนะ แม่ถูกชะตาจองให้ไอ้แบงค์มัน”


“อะไรของแม่เนี่ย” คราวนี้บิดาขัดคอบ้าง “ไม่ให้เป็นแฟนแต่ไม่ให้มีคนอื่น พ่องง”


“ก็ดัดนิสัยไอ้ลูกชายตัวดีไง เจ้าชู้ดีนัก ให้มันแอ๊วไม่ติดบ้าง ดีสมน้ำหน้า”


ธนดลยิ้มกว้าง เขาถอนหายใจที่บิดามารดาไม่ได้มีทีท่าโกรธเกลียด ซ้ำยังชอบใจทิวไม้ด้วย เขากอดธมลวรรณแน่นจนมารดาหายใจไม่ออก


“ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะครับที่เข้าใจ แค่นี้ผมก็สบายใจที่จะทำคะแนนจีบทิวแล้ว แต่ตอนนี้ต้องพาทิวกลับก่อน”

ทิวไม้ยกมือไหว้อย่างขัดเขินที่ธนดลเอ่ยปากแนะนำเขากับบิดามารดา ธมลวรรณพูดกับเขาอย่างมีเมตตา


“ให้ไอ้แบงค์พามาหาแม่บ่อยๆนะทิว ทำตัวตามสบายเวลาอยู่บ้านนี้นะลูก แค่กๆ”


ธนพรโบกมือไล่ลูกชายให้ไปส่งทิวไม้ ธนดลจึงจูงมือร่างผอมไปที่รถยนต์ของเขา


“เฮ้อ สบายใจจัง ทิวครับ ต่อจากนี้ไป พี่จะเดินหน้าจีบทิวอย่างเป็นทางการแล้วนะ”


เจ้าของความหล่อที่ล่ำลือกันทั่วมหาวิทยาลัยเอ่ยเสียงใสก่อนจะขับรถยนต์คันหรูพาทิวไม้กลับมหาวิทยาลัย



TBC

** **

แค่ก แค่ก  แค่ก แค่ก

ความหวานติดคอ

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ 


ความคิดเห็น