Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 29

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 29

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2562 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 29
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 29

PHRAPHAI PART

            เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้อง ร่างกายเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้ากับอากาศเย็นเฉียบน่าอึดอัดทำให้ผมขดตัวเข้าหากันแน่นก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงยกมือขึ้นกอดตัวเองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก


            ผมพลาดแล้ว!


            วินาทีที่ตัดสินใจยิงกระสุนออกไป เป็นผมเองที่พลาดโอกาสในการฆ่าหัวหน้าแก๊งซือหลิว เป็นผมเองที่ทำให้ทุกอย่างพังลง สัมผัสร้อนผ่าวหากแต่เฉียบเย็นในความรู้สึกยังคงตราตรึงอยู่ทุกอณูผิว ความรุนแรงทรมานที่ได้รับกลับมาเป็นบทลงโทษที่ผมทำผิดพลาดยิ่งทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอหยาดน้ำสีใสพร้อมกับร่างกายที่เริ่มสั่นเทิ้มหนักขึ้น


            “ฮึก!” ผมยกมือขึ้นปิดปากสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่หลุดรอดออกมาด้วยความหวาดหวั่นก่อนจะไล่สายตามองไปรอบบริเวณห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลที่ดังออกมาจากห้องน้ำด้านในเท่านั้นที่ทำให้ผมต้องหยุดชะงักมองพลางขดตัวเข้าหากันแน่น


            แอ๊ด!


            เสียงประตูที่เปิดออกกว้างพร้อมกับร่างกำยำของจีซัสที่อยู่ในชุดคลุมเปิดเผยกล้ามเนื้อแน่นเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคู่คมเหลือบมองมาทางผมที่จ้องมองเขาก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากแล้วก้าวขาเดินมาหาที่เตียง


            “ไง! สัตว์เลี้ยงของฉัน” คำทักทายยียวนเปื้อนรอยยิ้มเสแสร้งตามแบบฉบับที่อีกฝ่ายชอบทำไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างกายบางยิ่งสั่นไหวด้วยความหวาดระแวงพร้อมกับขาทั้งสองข้างที่ขยับหนีคนร่างสูงที่ตามเข้ามาใกล้


            หมับ!


            “ฮึก!”


            “จะหนีไปไหนพระพาย” จีซัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่ใบหน้าแสนเจ้าเล่ห์นั่นยังคงเปื้อนยิ้มมองมาทางผมหลังจากใช้มือหนาคว้าบีบเข้าที่สันกรามเรียวจนใบหน้าสวยต้องเงยขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างถอยหนีไม่ได้


            “ฮึก! ปละ ปล่อยผม” ผมพูดขึ้นเสียงพร่าพยายามยกมือขาวที่กำลังสั่นระริกขึ้นจับที่ข้อมือแกร่งเมื่อรู้สึกว่าถูกอีกฝ่ายออกแรงบีบมากขึ้น


            “ทำเรื่องไว้แล้วคิดว่าฉันจะปล่อยไปง่ายๆ งั้นเหรอ” คนร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นถามก่อนจะเคลื่อนใบหน้าคมเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนจากอีกฝ่าย


            “ถะ ถ้างั้นก็ฆ่าผมเลยสิ” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ในเมื่อผมเป็นฝ่ายทำพลาดก็สมควรที่จะไม่มีชีวิตรอด ผมจะไม่ยอมตกเป็นทาสของแก๊งมาเฟียในสภาพแบบนี้แน่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม


            “หึ! พูดจาอวดดีจริงนะ” จีซัสตอบกลับพลางหัวเราะขำขึ้นในลำคอ คนร่างสูงกดสายตามองผมอย่างไร้ความรู้สึกก่อนจะออกแรงบีบที่สันกรามจนผมต้องนิ่วหน้าออกมาด้วยความเจ็บ


            “อึ่ก!”


            “นายสั่งฉันไม่ได้หรอกพระพาย ข้อตกลงระหว่างเรามันสิ้นสุดตั้งแต่ที่นายฆ่าฉันไม่ได้แล้ว คงไม่ลืมใช่ไหม…หรือต้องให้ฉันทวนความจำ” คนร่างสูงพูดก่อนจะกระชากร่างผมให้เข้ามาใกล้แล้วโน้มหน้าขบเม้มที่ซอกคอขาวอย่างบ้าคลั่ง ผมดิ้นรนขัดขืนคนตรงหน้าอย่างแรงแต่ก็ถูกจับข้อมือไว้จนไม่สามารถต่อต้านอีกฝ่ายได้


            “อย่า! ฮึก!” ผมสะอื้นร้องพยายามใช้ขาถีบร่างกายแกร่งที่คร่อมทับหากแต่ความเจ็บแปลบเพราะถูกกัดที่ซอกคอทำให้ผมหยุดชะงักพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลจากขอบตาอย่างคนอ่อนแอ


            “หึ! ต่อไปนี้นายจะเป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน เป็นทาสของฉันจำไว้” น้ำเสียงทุ้มเข้มดังขึ้นราวกับเป็นคำสั่งก่อนที่คนร่างสูงจะจัดการถอดชุดคลุมอาบน้ำที่สวมอยู่ออกแล้วรั้งขาผมให้แยกออกจากกันก่อนจะขยับตัวแทรกเข้ามาระหว่างกลาง


            ผมกระตุกยิ้มเย็นชืดขึ้นนิดๆ ในใจกำลังคิดสมเพชตัวเองที่เป็นคนอ่อนแอได้ถึงขนาดนี้ ถ้าตอนนั้นผมฆ่าเขาไปเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าผมใจแข็งเหมือนพวกที่ฆ่าคนได้ราวกับผักปลาคงจะดีกว่านี้สินะ ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมพวกเขาถึงฆ่าคนได้ง่ายดายนัก


            “จะทำอะไรก็ทำ”


            “…”


            “เพราะคุณจะได้แค่ร่างกายเท่านั้น” ผมเหยียดยิ้มเอ่ยขึ้นเสียงพร่า ดวงตาแสดงออกชัดเจนถึงความแข็งกร้าว หากแต่หยาดน้ำสีใสที่ไหลอาบแก้มกับฝ่ามือบางที่กำจิกเข้าหากันแน่นกลับตอกย้ำได้ถึงความอ่อนแอที่ผมมีได้เป็นอย่างดี


            “จะอวดดีได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละพระพาย” คำพูดคล้ายไม่สนใจของจีซัสดังขึ้นผ่านใบหน้าคมเปื้อนยิ้มก่อนที่เรียวขาบางทั้งสองข้างจะถูกจับแยกออกกว้างมากขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนคับแน่นที่แทรกเข้ามาในช่องทางบอบช้ำ


            ผมนั่งนิ่งจ้องมองคนร่างสูงที่ขยับสะโพกเข้าหาอย่างเหม่อลอย หัวสมองขาวโพลนราวกับไม่มีเรื่องใดๆ ให้ต้องคิดอีกต่อไป ก็แค่ร่างกายโสมมที่กำลังรองรับความรุนแรงจากคนตรงหน้า ในเมื่อผมเป็นคนอ่อนแออย่างที่อีกฝ่ายดูถูก ผมก็ขอเป็นแค่คนอ่อนแอที่อยู่ในทางของผมแบบนี้ต่อไปก็แล้วกัน


..

..


            “นั่นอะไร” ผมถามขึ้นเสียงแผ่วหลังจบความสัมพันธ์น่ารังเกียจ ดวงตาคู่สวยไล่มองแผ่นหลังแกร่งที่สักลายเสือน่าเกรงขามนิ่งก่อนจะไล่ลงมองหลอดยาสีแดงใสในมือคนร่างสูงแล้วชันเข่าขึ้นกอดซบหน้าลงนิ่ง


            “เป็นสิ่งสำคัญที่ฉันกำลังทดลอง” จีซัสพูดขึ้นเสียงนิ่งก่อนจะตวัดตามองมาทางผมด้วยสีหน้าแพรวพราวนึกสนุก


            “นายเองก็สำคัญ”


            “ผมไม่ใช่ตัวทดลองของคุณ” ผมขมวดคิ้วมุ่นตอบกลับไปเสียงแผ่ว อยากจะทำอะไรก็ทำผมไม่มีแรงที่ต่อต้านอีกแล้ว แค่รู้สึกเหนอะหนะกับสัมผัสเปียกชื้นตรงช่องทางบวมช้ำเท่านั้น แต่ช่างมันเถอะผมรู้สึกอยากพักผ่อนเต็มที


            “แต่นายเป็นทาสของฉัน” หัวหน้าแก๊งซือหลิวพูดขึ้นพลางกระตุกยิ้มมุมปาก คนร่างสูงจัดการหลอดยาในมือจนกลายเป็นฉีดฉีดยาขนาดเล็กก่อนจะก้าวเท้าเดินมาใกล้ผมแล้วจับแขนเรียวบางให้แยกออกจากการกอดเข่า


            “ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณฉีดมันให้ผม” ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดจำอะไรไม่ได้หรอกนะ ผมจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเคยถูกของเหลวสีแดงใสนี่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่อาการทรมานหลังจากรับยานั่นมันทำให้ผมเคร่งเครียดขึ้นมา


            “นายทำให้ฉันแปลกใจจริงๆ” จีซัสเบิกตากว้างมองผมราวกับเจอเรื่องสนุกก่อนที่เจ้าจะจัดการไล่อากาศในหลอดเข็มฉีดยาแล้วจับขาผมที่ชันขึ้นให้ลดลง


            “จะไม่บอกจริงๆ ใช่ไหมว่ามันเป็นยาอะไร” ผมถามทั้งที่ตาเหม่อลอย เปลือกตาบางสามารถพับปิดลงได้ทุกเมื่อ แค่ผมยังฝืนมันเอาไว้เท่านั้นเอง


            “มันยังไม่ถึงเวลา” คำตอบเรียบนิ่งทำให้ผมกระตุกยิ้มขึ้นในทันที วงหน้าสวยเบือนหันไปมองทางอื่นเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้เข็มฉีดยาสีแดงใสนั่นเข้าสู่ช่องท้องบาง


            “อึ่ก!”


            “อีกแค่ไม่กี่ครั้ง” น้ำเสียงทุ้มเข้มกระซิบบอกข้างใบหูก่อนจะใช้ลิ้นตวัดเลียให้รู้สึกเสียววาบนิดๆ ผมนิ่วหน้าขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นทันทีที่ยานั่นถูกฉีดเข้ามา อีกแล้ว! ความเจ็บแปลบราวกับร่างกายจะฉีกขาด


            “อึ่ก! อื้อ!” ผมทรุดตัวลงยกแขนขึ้นกอดบริเวณท้องของตัวเองแน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างหยาดเหงื่อผุดซึมเต็มกรอบหน้าเส้นผมยาวสวยไล่ลงตามแรงดึงดูดก่อนที่จะอ้าปากค้างจิกเล็บเข้ากับหน้าท้องบางไว้แน่นเมื่อรู้สึกทรมานเกินกว่าร่างกายจะรับไหว


            “อึ่ก! จะ เจ็บ!” ผมส่ายหน้าดิ้นพล่านขดตัวกอบกุมท้องของตัวเองแน่นด้วยสีหน้าซีดเผือก เปลือกตาพับปิดลงอย่างข่มความทรมานความร้อนรุ่มภายในร่างกายราวกับกำลังโดนไฟเผาไหม้ยิ่งทำให้ร่างกายขาวสั่นเทิ้มเต็มไปด้วยเหงื่อที่เปียกชุ่ม


            พรึ่บ!


            “อื้อออ! ปล่อย!” ผมร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อถูกหัวหน้าแก๊งซือหลิวคว้าตัวขึ้นมาโอบกอดจากด้านหลังไว้แน่น ผมพยายามดิ้นหนีสัมผัสน่ารังเกียจนั่นแต่ก็เจ็บที่ท้องทรมานเกินกว่าจะทนไว้ ร่างกายบางขดคู้ตัวกอบกุมความเจ็บปวดที่ได้รับไว้แน่นพร้อมกับลมหายใจที่แรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างเหนื่อยอ่อน


            “ชู่วววว…เด็กดี” น้ำเสียงทุ้มนุ่มพูดกระซิบที่หลังหูพลางพรมจูบย้ำๆ ซ้ำๆ อย่างที่ไม่เคยเป็น ผมกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาลงทิ้งร่างกายลงกับแผ่นอกแกร่งราวกับหมดเรี่ยวแรง ปล่อยให้อีกฝ่ายเลื่อนมือกอบกุมที่หน้าท้องบางของตัวเองพร้อมกับสติผมที่กำลังปิดการรับรู้ของตัวเองไป


            สัมผัสอบอุ่นแบบนี้ ไม่ใช่จีซัสที่ผมรู้จัก…


..

..


อีกด้านหนึ่ง

            “เฮียจะตามผมไปถึงเมื่อไรเหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นก่อนที่ใบหน้าแสร้งยิ้มจะหันไปมองคนเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดประจำแก๊งซือหลิว อาหยางเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยเมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาตกใจจากอีกฝ่าย


            “เมื่อคืนมึงไปอยู่ที่ไหนมา” ต้าหมิงไม่คิดจะพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เจ้าตัวพูดขึ้นถามตรงประเด็น หลังจากรับคำสั่งจากคุณจีซัสให้ตามสืบพวกสอดรู้ก็มีเพียงแค่อาหยางที่ไม่ได้อยู่ในบ้านพักตามเวลาปกติ


            “โธ่! เฮียต้าหมิงลูกผู้ชายก็ต้องมีสังสรรค์กันบ้าง”


            “แต่กฎของที่นี่คือห้ามออกจากคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้าหมิงพูดขึ้นเสียงเข้มกดสายตามองอาหยางที่ยังคงแสร้งทำหน้าเปื้อนยิ้มอยู่อย่างนั้น


            “แค่คืนเดียวเองเฮีย ผมก็รีบกลับมาทำงานทันทีเลยนะ” คำพูดของอาหยางฟังยังไงก็ไม่น่าเชื่อสักเท่าไร ต้าหมิงไม่ใช่คนโง่ที่จะมองท่าทีของคนตรงหน้าไม่ได้ เขาทำงานอยู่กับมาเฟียมาตลอดชีวิต ยังไงก็ผิดปกติ


            “แล้วมึงไปอยู่ที่ไหนมา” ต้าหมิงถามกลับเสียงเข้ม ดวงตาคู่คมไล่สำรวจคนตรงหน้าอย่างจับผิดหากแต่รอยยิ้มเสแสร้งนั่นกลับทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก


            “ปาร์ตี้ที่ผับใต้ดิน ผู้ชายก็ต้องมีปลดปล่อยกันบ้างสิเฮีย”


            “มึงคงอยากปลดปล่อยมากสินะ” ต้าหมิงกระตุกกอดอกมองพวกเสแสร้งไม่แนบเนียนตรงหน้าอย่างดูถูก เขาเช็คมาหมดแล้วทั้งผับใต้ดินหรือคาสิโนที่คนของแก๊งซือหลิวจะไปได้ ไม่มีข่าวว่าอาหยางไปเหยียบที่นั่นเลยด้วยซ้ำ


            “เอาน่าเฮีย! ปล่อยผมไปสักครั้ง ไว้คราวหน้าเฮียต้าหมิงไปกับผมก็ได้ ทำงานแบบนี้เครียดจะตายต้องปลดปล่อยกันบ้าง” ต้าหมิงฟังคำพูดประจบสอพลอจากอีกฝ่ายพร้อมกับกระตุกยิ้มหยันขึ้นทันที ถึงจะไม่รู้ว่าอาหยางต้องการอะไรก็เถอะ แต่เขาต้องทำตามหน้าที่


            พรึ่บ!


            แกร็ก!


            “โทษทีว่ะอาหยาง พอดีกูต้องกำจัดพวกสอดรู้สอดเห็น” ต้าหมิงพูดพร้อมกับเล็งปืนชี้ไปที่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ต่อให้ไม่ใช่มันที่ไปแอบฟังเจ้านายก็ยังถือว่ามันทำผิดกฎที่ออกจากคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต


            “เฮ้! เฮียจะยิงผมแบบนี้ไม่ได้นะ” อาหยางแสร้งยกมือขึ้นทั้งสองข้างมองมาทางผมอย่างหวาดผวา


            “หึ! กูจะให้โอกาสมึง ตอบมาว่าเมื่อคืนไปไหน” ต้าหมิงกดเสียงต่ำย้ำถามอีกครั้งราวกับให้โอกาส


            “ผมก็บอกแล้วไงว่าไปผับใต้ดินมา”


            ปัง!


            “อั่ก!”


            “กูจะไม่ให้โอกาสมึงอีกต่อไป พูดมา!” คำถามเยือกเย็นย้ำขึ้นอีกครั้งเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่น่าพอใจ กระสุนปืนนัดแรกที่ยิงเฉียวต้นแขนก็แค่คำขู่ แต่นัดต่อไปไม่พลาดแน่


            “ก็ได้เฮีย ผมยอมบอกก็ได้” อาหยางแสร้งยิ้มตอบทั้งที่สีหน้าเริ่มเป็นกังวล ให้ตายสิ! พวกมาเฟียยุ่งยากจริงๆ


            “คือผม…”


            “เฮียต้าหมิง!” น้ำเสียงเร่งรีบของหนึ่งในลูกน้องต้าหมิงดังขึ้น คนร่างสูงตวัดสายตามองอีกฝ่ายนิดหน่อยก่อนจะหันกลับมามองที่อาหยางที่ยืนกุมแผลที่ต้นแขนดังเดิม


            “มีอะไร”


            “เกิดเรื่องที่บ้านพักครับ เราเจอกล่องระเบิดมาวางทิ้งไว้” ประโยคเคร่งเครียดดังขึ้นทันทีจากคนในแก๊ง ต้าหมิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างเคร่งเครียดก่อนจะกระชับปืนที่ถือเอาไว้แน่น


            “ฟูหลงไปไหน”


            “เฮียฟูหลงไปที่บ้านใหญ่ตามคำสั่งของคุณจีซัสครับ ถ้าชักช้าระเบิดมัน…”


            “เข้าใจแล้ว” ต้าหมิงตอบก่อนจะลดปืนในมือลงแล้วจ้องมองอาหยางที่ยืนอยู่ตรงหน้านิ่ง ในเมื่อไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ไว้เขาจะหาหลักฐานมาจัดการมันด้วยตัวเอง


            “ตั้งแต่วันนี้มึงถูกกักบริเวณอาหยาง ถ้ามึงก้าวออกมาจากบ้านพักมึงเมื่อไรเท่ากับตายเมื่อนั้น”


            “โธ่! เฮีย”


            “กูไม่พูดซ้ำแน่ ไว้จะมาถามมึงเรื่องที่แอบออกจากคฤหาสน์อีกที” ต้าหมิงพูดขึ้นเสียงนิ่งก่อนจะรีบผละตัวออกไปจัดการเรื่องที่ขึ้นตามคำพูดของลูกน้องตัวเอง ทำไมคืนนี้ถึงเกิดเรื่องน่าปวดหัวเยอะขนาดนี้กันนะ…


            Rrrrrrrrrr


            “ฮัลโหล” เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากคนของแก๊งซือหลิวได้ผละออกไป อาหยางสบถไม่สบอารมณ์ขึ้นมาพลางมองบาดแผลที่ต้นแขนตัวเองด้วยแววตาแข็งกร้าว อย่าให้ถึงทีพวกเขาบ้างแล้วกัน


            “**/ดูอารมณ์ไม่ดีนะ/”

            “อ่า! ไม่คิดว่าคุณจะโทรมา” อาหยางผ่อนลมหายใจพูดตอบกลับปลายสายที่กล้าเสี่ยงโทรหาเขาในเวลานี้ เกือบโดนจับได้แล้วไหมล่ะ


            “**/ก็แค่อยากรู้ความเคลื่อนไหว/”

            “หื้ม! ถ้าผมจะรีบจบเกมคุณจะว่าอะไรไหมครับ” น้ำเสียงยียวนดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคู่คมที่เงยขึ้นมองห้องพักชั้นบนอย่างเรียบเย็น มันเป็นแววตาของฆาตกรที่กำลังจะฆ่าใครสักคน


            “**/หึ! ทำไมฉันจะต้องว่าล่ะ/”

            “ผมแค่คิดว่าคุณคงจะเสียดายของ แต่เอาเถอะผมตัดสินใจแล้วว่าจะจบเกม หวังว่าคุณจะไม่โกรธนะครอส”


            “**/ทำตามใจนายเถอะ/”

            ติ๊ด!


            “หึ! ได้เวลาเอนดิ้งเกม”


……………………………………………….........................................

นุ้งพายยยยย นุ้งจะเข้มแข็งต่อไปใช่ม้ายยยยย

จีซัสแกไม่คิดจะถนอมน้องเลยหรือไงย่ะ น้องช้ำหมดแล้ว ฮือออออ!!

ตอนนี้แอบเอาครอสออกมาแวบๆ ไม่รู้ว่าจะจำครอสได้กันหรือเปล่าน๊าาา

นางเป็นตัวร้ายคนดังผู้หล่อเหลาที่สุดในโลกเลยนะ สาบานว่าไม่ได้ถูกครอสจ้างมาอวยแน่ๆ ฮ่าๆๆ

แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไงกันต่อไปนะ ไว้มาเอาใจช่วยกันต่อไปจ้า

สำหรับตอนนี้ ขอต้อนรับสู่ปีใหม่ 2019 นะคะ ถือเป็นปีที่ดีงามเพราะเลขบอกให้เราก้าวหน้า

ใครที่คิดอะไรก็ขอให้สุขสมหวังน๊าาา สำหรับไรท์เองก็จะตังเป้าให้นิยายเรื่องนี้จบภายในปีนี้เหมือนกัน

จะพยายามทำให้ได้เลยค่ะ สู้ๆ สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคนนน ><

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น