พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความทรงจำสีหม่น (200%)...น่าร้ากกกกกกก >///<

ชื่อตอน : ความทรงจำสีหม่น (200%)...น่าร้ากกกกกกก >///<

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความทรงจำสีหม่น (200%)...น่าร้ากกกกกกก >///<
แบบอักษร




“หยุดนะ!”

“อย่ามายุ่ง!” พิริยาซึ่งอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดเต็มที่ไม่สนแม้กระทั่งจะหันไปมองผู้ที่ส่งเสียงมาห้ามปรามแต่อย่างใด เธอจ้องหน้าคิริมาอย่างชิงชัง แล้วคาดคั้นเสียงแข็งๆ

“ตอบมาว่าทำไมแม่เธอต้องฆ่าพ่อฉัน…ทำไม!”

“ฉันบอกให้หุบปากยังไงล่ะ! ยัยหมาบ้า!” คราวนี้คนที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาชวนหดหู่มาตั้งแต่ต้นถึงกับตะคอกลั่น ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปยังจุดที่สองสาวยืนอยู่   

“เมศอย่ามายุ่ง”  

“ฉันจะยุ่งโว้ย! และถ้าเธอยังไม่หยุดทำร้ายพี่สาวคนนั้นฉันชกเธอแน่” นอกจากจะไม่สนน้ำคำของคนที่ทำตัวไร้สติจนน่าโมโห เขายังลอยหน้าประกาศด้วยท่าทางขึงขัง 

“ชก?”

“เออ! ถ้าเธอยังไม่หยุดระรานคนอื่นเหมือนหมาบ้าอยู่แบบนี้ ฉันจะชกให้หน้าแหก ดั้งหัก จมูกแหว่ง ปากเบี้ยว จนหมอศัลยกรรมทำหน้าใหม่ให้เธอไม่ได้…ไม่เชื่อก็ลองดู!”    

เจ้าของน้ำเสียงกระด้างเจือดุดันเอ่ยข่มขู่อย่างฉะฉาน และท่าทางเอาเรื่องก็ทำให้พิริยาหันขวับไปจ้องหน้าหล่อๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อในวาจาที่อีกฝ่ายพ่นออกมา        

“นี่เมศกล้าปกป้องคนอื่นต่อหน้าคู่หมั้นตัวเองอย่างนั้นเหรอ” พิริยาสวนกลับด้วยความคับข้องใจเหลือแสน การที่ผู้ชายที่ตนหลงรักเห็นลูกของพ่ออีกคนดีกว่าทำให้เธอแทบคลั่ง      

“หึ…พูดผิดพูดใหม่ได้นะพิริยา เธอมันก็เป็นได้แค่ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ เท่านั้นแหละ เพราะฉันไม่มีวันหมั้นกับผู้หญิงร้ายกาจสมองกลวงอย่างเธอ”  

ปรเมศ จิรกุล หนุ่มป็อปมาดนิ่งสายซึนแต่ปากร้ายสวนกลับหน้าตาย ซึ่งการปฏิเสธอย่างสิ้นเยื่อขาดใยนั้นก็ทำให้คนฟังถึงกับเต้นเร่าๆ และกรีดร้องลั่น

“กรี๊ดดดดดด!”

“หุบปาก! อยู่ในวัดหัดสำรวมซะบ้าง!”   

“พี่เมศเข้าข้างมัน! พี่เมศปกป้องมัน!”  

“ก็เออสิวะ!”

“พิมมี่จะไปฟ้องคุณป้า!”  

“เชิญขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเลยยัยขี้ฟ้อง” แทนที่จะกริ่งเกรงหนุ่มหน้านิ่งแต่แสนจะกวนประสาทก็ลอยหน้าเอ่ยท้าทาย แล้วยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแว่น!” พิริยาชี้หน้าคิริมาอย่างคั่งแค้น เอ่ยเสียงแข็งๆ แล้วก้าวฉับๆ จากไป ปรเมศถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมองคนที่ยังยืนนิ่งเหมือนช็อก 

“พี่สาวโอเคไหม”

หนุ่มหน้าใสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สาบานว่าโทนเสียงแบบนี้นอกจากมารดาผู้ให้กำเนิดแล้วปรเมศไม่เคยใช้มันกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่กับสาวแว่นตรงหน้าเขากลับอยากพูดเพราะๆ ด้วย อยากทำความรู้จัก มากกว่านั้นคือแค่เห็นแววตาเศร้าๆ เขาก็นึกอยากจะปลอบโยนและปกป้องอย่างน่าประหลาด อยากจะถามอีกฝ่ายใจแทบขาดว่าไปอยู่ด้วยกันไหม เธอตัวคนเดียวไม่มีพ่อแม่พี่น้อง ส่วนเขาก็เป็นลูกชายคนเดียวที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะมีพี่สาวเหลือเกิน ถ้าได้พี่สาวแบบอีกฝ่ายเขาจะคอยดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุด        

“เอ่อ…ฉันโอเค ขอบใจนายมากนะ” คิริมาเอ่ยเสียงสะท้าน พยายามที่จะแสดงออกว่าตัวเองเข้มแข็งไม่เป็นไร แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับไหลพรากออกมาเสียดื้อๆ ปกติเธอจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า แต่กับเด็กผู้ชายที่ถามไถ่ด้วยความอาทรจากที่สัมผัสได้กลับทำให้คิริมาไร้การควบคุม แววตาซึ่งฉายชัดถึงความเป็นห่วงเป็นใยคู่นั้นมันทำให้เธอรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจอย่างน่าประหลาด       

“โอเคอะไร ถึงน้ำตาไหลแบบนี้หือ…” เขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน แล้วล้วงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงมาเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายด้วยท่าทางทะนุถนอม ซึ่งการถูกเอาใจใส่เล็กๆ จากคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกนั้นก็ทำให้คิริมาตัวแข็งทื่อ หัวใจที่แห้งแล้งเพราะปราศจากความสุขพลันอุ่นซ่านอย่างน่าอัศจรรย์ 

แล้วชั่วเสี้ยวนาทีคนไร้ญาติขาดมิตรอย่างแท้จริงเช่นคิริมาก็ถึงกับปล่อยโฮเสียงดังสนั่นอย่างสุดกลั้นเมื่ออีกฝ่ายดึงมือไปกุมไว้ แล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ แทนที่จะหยุดร้องไห้ ทำนบน้ำตาเจ้ากรรมกลับพังทลายลงมาราวกับเขื่อนแตก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอระเบิดอารมณ์ซึ่งอัดแน่นอยู่ในอกออกมาสุดขีด   

“โอ๋…โอ๋…ไม่เอา ไม่ร้องนะครับ”

คนที่ไม่เคยปลอบใครตัดสินใจดึงร่างสั่นเทาเพราะแรงสะอื้นเข้ามากอดไว้ด้วยท่าทางเงอะๆ งะๆ ก่อนจะขยับปากหยักพึมพำปลอบประโลม พร้อมลูบแผ่นหลังสะท้านอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นเจืออ่อนโยนทำให้คนที่กำลังร้องไห้ถอนสะอื้น เริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้าง ก่อนจะขืนกายออกจากอ้อมกอดของคนที่คิดว่าน่าจะอายุน้อยกว่าแต่ตัวสูงกว่าเธอ แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างอายๆ

“เอ่อ…ขอบใจนายมากนะ”

“สำหรับพี่สาวแล้วยินดีมากครับ” หนุ่มหล่อมาดนิ่งล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายๆ พลางยิ้มจนตาหยี และรอยยิ้มจริงใจนั้นก็ทำให้คิริมาอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้ 

“งั้นฉันไปนะ”

“บ๊ายบายครับ”

คนหน้านิ่งยังคงส่งยิ้มให้ผู้ที่ตนรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ขณะโบกมือให้อีกฝ่าย ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดตรงขาเรียวซึ่งเลยขอบกระโปรงยาวเขาก็หลุดอุทานออกมา   

“โอ๊ะ! อย่าเพิ่งไปครับ ขาพี่สาวมีเลือดออกนี่นา”

“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้เอง”

“ไม่ได้ครับ เกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง มานี่ครับ…มานั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวเมศทำแผลให้” ปรเมศไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไปง่ายๆ ถือวิสาสะจูงมือเรียวมานั่งลงตรงม้านั่งใต้ร่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล  

จากนั้นเขาก็ปลดกระเป๋าสะพายหลังลงมาวางข้างๆ ร่างบางของคนที่ยื่นมือไปแตะแผลตัวเองแล้วสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะเอาขวดน้ำเปล่าออกมา แล้วลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ จัดการล้างแผลให้  ทุกคราที่คิริมาสะดุ้งและสูดปากด้วยความแสบเสียงห้าวทุ้มก็จะคอยเอ่ยปลอบประโลม ก่อนที่เขาจะเป่าให้เบาๆ ท่ามกลางความอึ้งของคนที่ไม่เคยถูกใครดูแลเอาใจใส่ยกเว้นมารดาผู้ล่วงลับ แล้วเขาก็หยิบพลาสเตอร์ลายเสือมาแปะให้เธออย่างเบามือ       

“เสร็จแล้ว  กลับถึงบ้านพี่สาวอย่าลืมล้างแผลและทายาด้วยนะครับ” เขาเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล เก็บขวดน้ำใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆ เธอ

“ขอบใจนายมากนะ วันนี้ช่วยฉันหลายครั้งเลย”

“ยินดีครับผม” เขายิ้มจนตาหยี ครั้นเห็นอีกฝ่ายกำลังตั้งท่าจะลุกขึ้นก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนเรียวเป็นเชิงรั้งเอาไว้ แล้วเอ่ยแนะนำตัวเสียดื้อๆ  

“ผมชื่อปรเมศนะครับ หรือเรียกว่าเมศเฉยๆ ก็ได้ พี่สาวชื่ออะไร”

“พี่ชื่อครีม” คิริมายังคงประหยัดคำพูด แต่ท่าทางเกร็งๆ เช่นตอนที่พบกันในช่วงนาทีแรกๆ เริ่มมลายหายไป น่าแปลกที่เธอไม่รู้สึกเก้อกระดากเท่าที่ควร    

“งั้นเมศขอเรียกพี่ครีมได้ไหมครับ” คำของ่ายๆ สั้นๆ แต่กลับทำให้คนถูกขอรู้สึกอบอุ่นเหมือนไม่ได้เหลืออยู่ตัวคนเดียว ก่อนที่เธอจะพยักหน้าน้อยๆ  

“ได้สิ”

“พี่ครีมมาทำบุญที่นี่บ่อยเหรอครับ เห็นหลวงพ่อท่านว่าพี่ชอบมาวัดเป็นประจำ” ปรเมศชวนคุยด้วยยังไม่อยากให้อีกฝ่ายจากไป ทั้งที่จริงๆ เขาพอจะรู้เรื่องของคิริมาจากปากท่านเจ้าอาวาสบ้างแล้ว ท่านเปรยให้มารดาของเขาฟังด้วยความเวทนาคนที่ขาดทั้งพ่อและแม่อย่างคิริมา  

“อืม…”

“งั้นเมศจะมาวัดกับแม่บ่อยๆ จะได้เจอพี่ครีม” คนอิดออดทุกครั้งที่มารดาชวนมาทำบุญเอ่ยอย่างยิ้มๆ เริ่มจะเปลี่ยนความคิดเพียงเพราะอยากมาเจอหน้าอีกฝ่าย  

“เมศ! เมศอยู่แถวนี้หรือเปล่าลูก!” ยังไม่ทันที่จะได้ชวนคิริมาคุยไปมากกว่านั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน คาดว่าเพราะตรงที่เขากับเธอนั่งอยู่มีพุ่มไม้บังแม่จึงไม่เห็น   

“ไอ้ตัวเล็กได้ยินไหมตอบแม่ที!”

คำว่า ‘ไอ้ตัวเล็ก’ ที่ฟังดูหน่อมเเน้มลูกคุณหนูซึ่งมารดาชอบเรียกขานแทนชื่อ ทำให้ปรเมศยิ้มแหยๆ พร้อมลูบท้ายทอยแก้เก้อ จากนั้นก็ค้นกระเป๋าตัวเอง แล้วหยิบปากกาออกมา   

“พี่ครีมเมศขอมือหน่อย” วาจาที่หลุดออกมาจากปากหนุ่มสุดป็อปทำให้คิริมามองหน้าหล่อๆ อย่างงงๆ จนเขาต้องคลี่ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยเป็นเชิงรบเร้า

“นะครับ…แบมือให้เมศหน่อย”

ที่สุดคิริมาก็ทนน้ำเสียงออดอ้อนกับแววตาเว้าวอนไม่ไหว ยื่นมือออกไปหาคนที่เฝ้ารออยู่อย่างเก้ๆ กังๆ แล้วแบออก ทันใดนั้นก็ต้องสะดุ้งเฮือกในวินาทีที่ปรเมศจรดปลายปากกาลงบนฝ่ามือน้อย ครั้นก้มลงมองก็ปรากฏว่ามันคือตัวเลขจำนวนสิบหลัก ดูแล้วน่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์   

“นี่เบอร์เมศนะ มีอะไรก็โทรหาเมศได้” เขาบอกด้วยรอยยิ้มขณะหยิบกระเป๋ามาสะพาย แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก ทำหน้าเซ็งนิดๆ เมื่อได้ยินมารดาตะโกนเรียกหาด้วยสรรพนามที่โคตรไม่ปลื้มอีกครา    

“ไอ้ตัวเล็กอยู่แถวนี้หรือเปล่าลูก!”

“เมศไปก่อนนะ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ อยากระบาย หรืออยากร้องไห้อกของน้องชายคนนี้พร้อมให้พี่สาวซบเสมอ แต่อย่าร้องไห้คนเดียวนะครับ”    

ปรเมศถือวิสาสะกุมมือคิริมา แล้วเอ่ยบอกเสียยืดยาว ก่อนจะโผเข้ากอดร่างบางของคนที่นึกอยากได้เป็นพี่สาว แล้วผละห่าง ตบท้ายด้วยการโบกมือไหวๆ เป็นเชิงอำลา จากนั้นก็วิ่งจากไปพร้อมตะโกนขานรับเสียงเรียกของมารดา ท่ามกลางสายตาที่มองตามไปอย่างยิ้มๆ วันหยุดของสัปดาห์นี้ไม่น่าหดหู่เท่าไร เพราะอย่างน้อยเด็กผู้ชายนามว่าปรเมศคนนั้นก็ทำให้เธอยิ้มได้หลังจากที่เพิ่งเจอเรื่องแย่ๆ มา...


อ๊ายยยยย…อิเมศโผล่มาได้ทันท่วงทีแบบพอดิบพอดีจ้า อิอิ และทุกคนก็ได้รูแล้วเนอะว่าอิเมศกับหนูครีมไม่ได้เป็นพี่น้องกันตั้งแต่ต้น แล้วทำไมทั้งสองถึงกลายมาเป็นพี่น้องกันได้ หรือว่าจริงๆ แล้วเป็นพี่น้อง อันนี้ต้องตามไปลุ้นๆ กันต่อจ้า บอกเลยว่ายังมีอะไรเซอร์ไพรส์อีกเยอะ…ห้ามพลาด!!! ตอนหน้ามันหยดติ๋งๆ อย่างแน่นอน เอิ๊กๆๆๆ เอ้า…ใครรออยู่เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้ายังไงก็เม้นท์มาทักทายและให้กำลังใจกันบ้างนะคะ ^^ 

ปล.หายหน้าไปหลายวันเพราะ เป็นช่วงปีใหม่ และตลอดธุระยุ่งๆ หลายอย่าง อีกทั้งปวดขาจ้า และที่สำคัญคือเห็นดูเงียบๆ จ้า ไม่ค่อยมีคนเม้นท์เลยคิดว่าคนคงหยุดอ่านยาวในช่วงฉลองปีใหม่ ^^ 



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น