โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11-1 ความบ้าคลั่ง

ชื่อตอน : บทที่ 11-1 ความบ้าคลั่ง

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2562 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11-1 ความบ้าคลั่ง
แบบอักษร

“จะบ้าตาย  อยากจะบ้าตาย”

ขณะที่คาร์ดัมมุ่งหน้าไปยังห้อง เขาก็ก้มลงมองริกซ์บ่อยๆ และเอ่ยออกมาทีละคำ ก้าวหนึ่งก็พูดออกมาหนึ่งคำ และส่วนมากจะพูดกับตัวเอง และตอนที่เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เขาก็จะจูบริกซ์เบาๆ

ริกซ์โอบกอดคาร์ดัมเงียบๆ และจ้องมองสิ่งที่เขาทำอย่างไม่สบายใจ เหมือนจะมีบางอย่างต่างออกไป เป็นครั้งแรกที่เห็นคาร์ดัมทำท่าทางกระวนกระวาย และเหมือนเขาเพิ่งจะได้สติเมื่อครู่นี่เอง อย่างที่ได้ยินมาจากโมร์ฟิส ในบรรดาเหล่ามังกรที่บ้าคลั่ง คาร์ดัมเป็นคนที่รุนแรงมากที่สุด

เธอไม่รู้เลยว่าสำหรับมังกรแล้ว ร่างกายที่มีเครื่องหมายนั้นมีปฏิกิริยาหรือปลุกเร้ามังกรสักแค่ไหน หากในช่วงเวลายาวนานสำหรับเขาและมังกรตนอื่นๆ พวกเขาใจจดใจจ่ออยู่กับอิสรภาพ ร่างกายของเธอคงเป็นเหยื่อชั้นเลิศ

ริกซ์หัวเราะเยาะตัวเองออกมา แต่ก็แค่ภายในใจเท่านั้น มันเป็นความผิดของเธอเองน่ะถูกแล้ว เพราะยังไงก็เกิดมาแบบนี้ เธอจะไปต่อต้านพวกมังกรที่เหมือนกับเป็นเจ้าของโลกใบนี้ทำไมกัน อย่างไรเสียหากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง เธอก็ทำได้แค่เพียงใช้ชีวิตอยู่ตามคำสั่งเท่านั้น

สิ่งที่มังกรดำทำมันทำให้เธอคิดได้ว่าเขากำลังปลอบใจสติที่เริ่มบิดเบี้ยวของเธออยู่ เธอไม่รู้ความในใจของเขาเลยว่า ทำไปทำไมทั้งที่น่าจะปิดตาแล้วหนีไปก็ได้ แต่กลับเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเธอก็รู้สึกขอบคุณเขา

ทำได้แค่เพียงยอมรับในสิ่งนี้ ริกซ์เองก็ชอบร่างกายของพวกเขา พอๆ กับที่พวกเขาหลงใหลในร่างกายของเธอ แม้การที่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างสุขสบายนั้นจะเป็นสิ่งที่ปรารถนามาทั้งชีวิต แต่อิสรภาพก็เป็นสิ่งที่เธอกังวลพอๆ กับที่เธออยากครอบครอง

ทั้งเข่าและหลังสะโพกที่ถูกคาร์ดัมจับเอาไว้ และร่างกายส่วนที่ได้สัมผัสกันนั้นช่างอบอุ่น จะเป็นเพราะผู้ถือครอง อิสรภาพหรือเงื่อนไขอะไรก็ตาม แต่ไออุ่นก็คือไออุ่น ชีวิตของเธอจนถึงตอนนี้แทบจะไม่มีความปลอดภัยเลยสักนิด

คาร์ดัมมาถึงห้องของริกซ์อย่างเร่งรีบ ห้องที่มังกรเตรียมไว้เพื่อริกซ์ เป็นห้องที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจนมนุษย์สามารถรู้สึกได้ว่านอนกลางแจ้ง เพราะเสียงลมหายใจรุนแรงของเขาที่เฉียดอยู่รอบๆ หู ทำให้รู้อยู่แล้วว่าคาร์ดัมมุ่งหน้ามาที่นี่ ปัญหาคือยังมีเรื่องที่คาใจอยู่ในส่วนหนึ่งของจิตใจ


“พี่? มนุษย์?”

แม้ว่าเธอจงใจจะออกไปที่สวนเพื่อหลบเลี่ยงพีริดินที่บอกว่าอีกสักพักจะกลับมา แต่ริกซ์ที่ได้ยินเสียงของมังกรเขียวนั้นก็สะดุ้งตกใจและเข้าไปกอดคาร์ดัมโดยไม่รู้ตัว เสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลของมังกรเขียวนั้นพูดกับริกซ์

“เจอแล้วนี่ ไปอยู่ที่ไหนมาล่ะ”

ริกซ์หลบสายตาของพีริดินด้วยใบหน้าเคอะเขิน

อักษรสองตัวนั้นที่สามารถลืมและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ สำหรับริกซ์นั้นไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะมันพิเศษน่ะสิถึงได้รู้สึกราวกับว่าเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอยู่ในตอนนี้

เธอถึงกับพูดไม่ออก ตอนนี้เหมือนเธอจะถูกคาร์ดัมตามใจจนเสียคน ริกซ์ที่สะบัดความคิดแบบนั้นทิ้งก็รีบเอ่ยปาก

“อ้า ข้า... ข้า...”

“พีริดิน”

คาร์ดัมเรียกพีริดิน ทันทีที่ริกซ์จะพูดอะไรออกมา คาร์ดัมก็พูดตัดบท ทำให้พีริดินส่งสายตาไม่พอใจออกมาเล็กน้อย

“พี่ไปที่ชายแดนมาอีกแล้วเหรอ ทั้งที่ช่วงนี้แทบจะไม่ไป”

“ใช่ ตกลงเท่าไหร่”

พีริดินเกาท้ายทอยเบาๆ

“อ้า ทำไม ตอนนี้ข้าเลิกสนใจเรื่องนั้นไปแล้ว ส่งมนุษย์มานี่”

มือทั้งสองข้างของพีริดินยื่นออกไปและกางออกกว้างราวกับคาดหวังให้คาร์ดัมส่งตัวริกซ์มาให้ แต่คาร์ดัมกลับเมินเฉยต่อท่าท่างนั้นแล้วเอ่ยออกมาแค่คำเดียว น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลจนกระทั่งเมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอย และดำดิ่งลง

“เท่าไหร่”

ตัวเลข นับเลข ริกซ์นึกถึงคำหนึ่งของโมร์ฟิสขึ้นมา เขาบอกว่าในเวลาแบบนี้อย่าไปแตะต้องโดยเด็ดขาด

สีหน้าของพีริดินตึงขึ้น เขาไม่รอช้า และตอบไปอย่างสุภาพ

“สิบแปด... ไม่ ตอนนี้สิบเจ็ดหรือเปล่านะ”

“อืม... อย่างนั้นสินะ”

คาร์ดัมมองผ่านแล้วเดินเนิบๆ ไปยังฝั่งของเตียง  ทันทีที่ปล่อยริกซ์ลงบนเตียง  เขาก็มองหญิงสาวที่ไถลลงไปบนเตียงแล้วขึ้นไปคร่อมเธอ และพีริดินก็เดินเข้ามาใกล้

“พี่ ตอนนี้พี่เองก็เลิกยึดติดซะ จะทำแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่...”

“ยึดติด ตอนนี้พูดว่ายึดติดเหรอ”

ฝ่ามือร้อนที่ลูบไล้ริกซ์ตั้งแต่ออกมาจากสวนนั้นผละไปอย่างรวดเร็ว ริกซ์รู้สึกสบายใจที่คาร์ดัมลุกขึ้น

“เจ้าก็พูดเหมือนกับเก็นทุสทุกอย่าง เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ เสียสติแล้วรึไง”

“ไม่ใช่แบบนั้น พี่ ทำไมคำพูดของข้าถึง...”

“ออกไป ข้าจะกอดนางคนเดียว”

“พี่!”

ลมเย็นยะเยือกพัดมา ริกซ์ลุกขึ้นจากที่แล้วจับเสื้อผ้าที่ปลิวไปมา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองพวกเขา สายลมที่พัดมาในตอนนี้ไม่ใช่ลมของมังกรเขียว เหตุผลที่จงใจจะเรียกสายลมนั้นมาต่อหน้ามังกรเขียวนั้น เหมือนตั้งใจโอ้อวดพลัง

แม้สีหน้าของพีริดินจะขุ่นมัวในทันที แต่เขาก็ตั้งใจจะไม่สู้กับคาร์ดัม หรือเป็นเพราะที่แห่งนี้คืออาณาเขตของคาร์ดัมกันนะ

“รู้แล้ว บอกว่ารู้แล้วไง ไปล่ะ”

ในระหว่างที่พีริดินออกไปก็ชำเลืองมองริกซ์อยู่ครั้งสองครั้ง แม้ตอนนี้จะทำอะไรไม่ได้ แต่ก็คาดหวังว่าจะจบเรื่องนี้โดยเร็ว ทันใดนั้นก้าวย่างที่เดินไปอย่างไม่เต็มใจก็ค่อยๆ เบาขึ้น มังกรเขียวทิ้งกลิ่นเบาบางไว้ในห้องของริกซ์แล้วหายไป   

ริกซ์จ้องมองพีริดินออกไปอย่างเหม่อลอย เพราะเธออยู่ในอ้อมกอด เขาจึงรู้ทันว่าพีริดินทำให้เธอรู้สึกไม่ดีจึงไล่พีริดินออกไปทันที พีริดินที่ทำอะไรตามใจตัวเองนั้นมักจะกวนใจคาร์ดัมอยู่เสมอ

แม้ดูเหมือนพวกเขาจะมีกฎเกณฑ์อะไรก็ตาม จากมุมมองของริกซ์ ผู้ที่มองมังกรทุกตนอย่างยิ่งใหญ่นั้นไม่สามารถเข้าใจความต่างอันซับซ้อนพวกนั้นได้ การที่คาร์ดัมแข็งแกร่งที่สุดนั้น แน่นอนว่าเธอรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ได้ฟังชื่อของเขา

“ริกซ์”

คาร์ดัมเข้ามานั่งใกล้ๆ เธอหันกลับไปมองเมื่อเขาเรียก สีหน้าของเขาดูเหนื่อย

“มานี่”

เธอทำตามที่เขาสั่งโดยไม่ปริปากใดๆ เพราะกลัวเขาจะบันดาลโทสะ เมื่อเข้าไปใกล้เธอก็ถูกรวบตัวให้นั่งลงบนเข่าของเขา แม้จะเป็นสิ่งที่รู้สึกอยู่เสมอ แต่พลังของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมาก

“ข้าพูดเรื่องไม่สนุกต่อหน้าเจ้าไปสินะ”

ในระยะห่างพอที่จะสัมผัสจมูกได้นั้น คาร์ดัมก็สบตากับริกซ์ก่อนจะพูดออกมา นัยน์ตาที่สามารถทำให้ทองละลายได้ ไม่สิ มันสูงส่งกว่าจะเปรียบเทียบกับโลหะแบบนั้นได้ แม้จะเป็นร่างมนุษย์ แต่ดวงตาเฉียบคมที่เด่นชัดเป็นพิเศษนั้นยิ่งดูก็ยิ่งแปลก บางครั้งริกซ์ก็เฝ้ามองอย่างใจลอย

“อ้า มะ... ไม่เป็นไรค่ะ... ไม่เป็นไร ยังไงเสีย ขะ ข้า... ก็ไม่เข้าใจ... พวกท่าน...”

เพราะเขาไล่พีริดินไปให้เพราะเห็นว่าเธอไม่สบายใจ ดังนั้นเธอก็น่าจะขอบคุณเขาสิ การพูดตามที่เขาสั่งนั้นทำให้รู้สึกเก้อเขินจนต้องหลุบตาลง แต่เขาก็ประทับจูบลงมาบนหน้าผากราวกับจะชื่นชม แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องทำ แต่เขาก็ยังดึงดันจะอธิบายให้ริกซ์ฟัง

“เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอิสรภาพ เป็นเวลาอันยาวนานเลยล่ะ ข้าเองยังนึกว่าเจ้าพวกคนที่บังอาจทำให้ข้าตกต่ำลงนั้นจะลืมข้าไปเสียแล้ว”

“อ้า ค่ะ...”

“ข้าต้องออกไปจากที่นี่ ในเร็ววัน...”

คาร์ดัมใช้มือข้างหนึ่งปิดทั้งสองตา ราวกับไม่อยากให้เห็นเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เหตุผลที่สามารถเดาสีหน้าของเขาได้นั้น เพราะคำพูดถัดไปของเขาที่ขบเขี้ยวผ่านไรฟันออกมา

“พวกต่ำช้า...”

ไม่รู้ทำไมเธอจึงรู้สึกสงสารเมื่อมองมือของคาร์ดัมที่สั่นเล็กน้อยนั่น นี่ก็เป็นเรื่องน่าหัวเราะเหมือนกัน เธอกล้าที่จะมองมังกรผู้สูงส่งด้วยแววตาแบบนี้และยังคิดแบบนี้อีกด้วย แต่ไม่รู้เป็นเพราะว่าเธอได้รับสิทธิพิเศษจากคาร์ดัมที่ทำให้เธอวางตัวตามสบายต่อหน้าเขาหรือเปล่า

เขาที่โกรธจนตัวสั่นนั้นรู้สึกเสียดายขึ้นมา ยังมีเรื่องที่เขาไม่รู้อยู่ แม้จะไม่มีวาทศิลป์ แต่หากเธอจะพูดคำบางคำออกไปจะได้ไหมนะ

“คือ... คาร์ดัม”

“หืม”

“ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่”

“...มนุษย์รู้ความหมายนั้นได้อย่างไรกัน”

ริกซ์ยิ้ม

“ขณะที่ใช้ชีวิตในดินแดนนี้ จะมีคนที่ไม่รู้จักชื่อนั้นด้วยเหรอคะ”

‘คาร์ดัม(Kardam)’ ในภาษาโบราณมีความหมายว่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่ อาณาจักรที่เวทมนตร์มีอำนาจมากที่สุดใจกลางแผ่นดินใหญ่ ไม่มีมนุษย์ผู้ใดไม่รู้ว่าชื่อของอาณาจักรนั้นถูกเรียกว่าดินแดนแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่

ตั้งแต่ที่ได้ยินชื่อของคาร์ดัมครั้งแรก ตั้งแต่ได้เห็นผมสีทองที่เปล่งประกายได้เอง และดวงตาสีทองที่ไร้ท่าทีนั่น ก็ทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าชื่อของอาณาจักรนั้นได้มาจากสิ่งใด

“อาณาจักรที่มีเวทมนตร์เรืองอำนาจที่สุดในโลกมนุษย์ก็ยังเลียนแบบชื่อของท่านเลยค่ะ อีกทั้งที่นั่นยังมีสิ่งมีชีวิตอันต่ำต้อยเมื่ออยู่ตรงหน้ามังกร และชื่อข้าที่เป็นรัชทายาทของอาณาจักรด้วย...”

“...ริคิสงั้นรึ”

ริกซ์อดหัวเราะออกมาอีกไม่ได้

“ฮ่าๆ ไม่ค่ะ ข้าไม่มีสิทธิ์จะใช้ชื่อแบบนั้นหรอกค่ะ”

แล้วเธอก็ส่ายหน้า

“ลูโซริกซ์, ริกซ์ ลูโซริกซ์ คาร์ดามีอา นั่นเป็นชื่อของข้าที่ลอกเลียนชื่ออันสูงส่งของท่านค่ะ อีกทั้งยังเป็นชื่อของอาณาจักรด้วยค่ะ มิหนำซ้ำยังใช้ชื่อนี้สืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ไม่มีใครลืมอำนาจของท่านได้หรอกค่ะ”

แม้สิ่งที่เธอทำอาจจะเกินตัวไป แต่คาร์ดัมก็ไม่ได้มือสั่นอีกต่อไป ไม่รู้เป็นเพราะการปลอบเก้ๆ กังๆ ของเธอหรือเปล่า

ทว่าสิ่งที่มักจะได้เห็นเวลาที่คาร์ดัมอยู่กับริกซ์คือรูม่านตาที่ขยายขึ้นเล็กน้อย และทำสีหน้านิ่งๆ เหมือนคิดมากอะไรอยู่ เพราะเขามักจะทำสีหน้าคลุมเครือ เขาคิดอะไรอยู่กันนะ

คาร์ดัมที่นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งนั้นก็ชนหน้าผากกับริกซ์ในท่ากอด

“รู้จักสิ่งนี้ไหม”

“คะ?”

รูปตาที่โค้งราวกับดวงจันทร์เสี้ยวนั้นมีเสน่ห์ที่สุด ในดวงตาที่เหมือนกับอัญมณีนั้น ระหว่างที่ถูกเบนความสนใจ เขาก็ลดท่าทีลงอย่างระมัดระวังราวกับจะยั่วยวน และในที่สุดก็สัมผัสกับสิ่งอ่อนนุ่ม ในระหว่างที่ริมฝีปากลังเลว่าจะสัมผัสหรือไม่สัมผัสนั้น ก็ได้ยินเสียงสั่นเล็กน้อยดังมาจากเขา

“ยิ้มต่อหน้าข้าเป็นครั้งแรกเลยนะ”


* * *


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น