โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 549

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

“ลุงคะ หยุดสักทีได้มั้ย อายุก็เยอะแล้ว ยังจะทำอะไรแบบนี้อีกเหรอคะ”

“ว่าไงนะ ให้ฉันหยุด อายุเยอะงั้นเหรอ พูดกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ”

“ใช่ ฉันพูด ไม่อายบ้างหรือไง ตอนนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงเอาแต่ตะโกนใส่คนอื่น”

“กล้าพูดคำไม่สุภาพกับฉันงั้นเหรอ นัง X ที่บ้านสอนให้พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้หรือไง พ่อแม่สอนแกมาแบบนี้หรือไง”

“นัง X เหรอ เหอะ ได้เลย ถ้างั้นพ่อแม่แกสอนว่าแก่แล้วต้องข่มขู่เด็กเหรอ ไอ้เศษสวะ!”

ผมมองผู้หญิงที่ตอบโต้อย่างดุเดือดและไม่ยอมถอยพลางยิ้มอยู่ในใจ พัคดงกอลส่งเสียงอย่างตกตะลึง แต่ในไม่ช้าความโกรธของเขาก็เพิ่มขึ้นและใบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาพ่นลมหายใจก่อนจะก้าวไปทางที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

จากนั้นพัคดงกอลก็หยุดอยู่ตรงหน้าหล่อนด้วยสีหน้าที่น่ากลัวและเริ่มพูด

“นี่... นัง X พ่อแม่ฉันทำไม ไหนพูดอีกรอบสิ”

ปกติแล้วถ้ามีผู้ชายที่โตกว่ามาใกล้ขนาดนี้ก็น่าจะหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเพราะแข็งแกร่งเกินไปหรือไม่รู้จักกลัว หล่อนจึงยังคงสบตาพัคดงกอลตรงๆ พลางหัวเราะขึ้นจมูก

“ตลก คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะกลัวเหรอ ฉันถามว่าพ่อแม่แกสอนมาแบบนั้นเหรอ ไอ้XX!”

“นัง X นี่ อยากตายหรือไง”

ผมรู้สึกได้ว่าเขาโกรธมากจริงๆ กำปั้นของพัคดงกอลถูกยกขึ้น แต่กระนั้นหล่อนก็ไม่แม้แต่จะกะพริบตา พัคดงกอลทำท่าพร้อมจะเหวี่ยงหวัดแล้ว

“นี่ ลุง พอสักทีเถอะน่า”

อันฮยอนที่ปิดปากเงียบมาจนถึงเมื่อกี้พูดขึ้นเป็นครั้งแรก พัคดงกอลที่เกือบจะต่อยหน้าผู้หญิงคนนั้นจึงหันมาเลิกคิ้วมองอันฮยอนแทน ผมเห็นอันซลที่อยู่ข้างๆ ดึงเสื้อเขาไว้ แต่อันฮยอนก็ยังคงพูดต่อไป

“เธอพูดถูกแล้วนี่ เราลงเรือลำเดียวกันทุกคน เธอก็ไม่ได้พูดอะไรผิดเลยสักนิด”

“แก... ไอ้พวกเด็ก...”

พัคดงกอลกัดริมฝีปากด้วยความอับอาย เขาลดหมัดลงเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมายังตนเอง ผู้หญิงคนนี้ยิ้มเย้ยบ้างๆ ส่วนพัคดงกอลส่งเสียงประหลาดออกมาและถอยกลับไป เขากลับไปนั่งที่เดิม ท่าทางฉุนเฉียวที่ไม่เป็นไปตามที่ตนเองคิด

“มองอะไรกัน! ไม่มีอะไรให้มองหรือไง”

สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทนกักเก็บความโกรธเอาไว้ได้จึงระบายอารมณ์ใส่อีชินอูที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ อีชินอูย้ายที่ด้วยความอึดอัดใจ


ครืด


เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ลอยเข้าหูอย่างชัดเจนอีกครั้ง ความทรงจำที่เลือนรางของผมจึงค่อยๆ เด่นชัดขึ้นมา

ในตอนนั้นพวกเราฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อย การจู่โจมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้พวกเรากระจัดกระจายไปคนละทาง สาเหตุก็คือก้อนหินที่พัคดงกอลเตะเมื่อกี้และการทะเลาะกับผู้หญิง

นี่คือความทรงจำทั้งหมดที่ผมจำได้เกี่ยวกับคนพวกนี้ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่ถ้าผมไม่เคยเจอพวกเขาในฮอลล์เพลนเลย...


‘หมายความว่าทุกคนตายในพิธีเปลี่ยนสภาวะงั้นเหรอ อ้า ถ้างั้นก็อาจจะไม่ใช่อันซลน่ะสิ’


ตอนนี้เราอาจจะซ้ำรอยเดิมแบบรอบแรกก็ได้ ไม่สิ เป็นแบบนั้นเลยต่างหากล่ะ

ผมตัดสินใจจะให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย แต่ไม่คิดจะช่วยโดยตรง อย่างแรกผมคิดจะให้พวกเขาขยับเขยื้อนและร่วมแรงร่วมใจกัน ผมจึงยกธนูขึ้นทันที


คลิก!


“นี่ คุณจะทำอะไรคะ...”

คนที่พูดกับผมคือผู้หญิงที่ดูมีไหวพริบเมื่อครู่นี้ ท่าทางดูมีความคิดเพราะพูดจาสุภาพกับผมตั้งแต่แรก แต่ดูท่าทางพัคดงกอลจะเกลียดหล่อนพอสมควร

“ก็รู้สึกไม่ดีนี่ครับ”

“ฉันรู้สึกไม่ดีเพราะธนูนั่นมากกว่าค่ะ”

“นั่นสินะครับ ตอนนี้คิดว่าที่นี่คือที่ไหนเหรอครับ”

“อะไรนะคะ”

หญิงสาวเบิกตากว้าง ดวงตาคมดูดุร้าย แต่โดยรวมแล้วก็เป็นใบหน้าที่งดงาม

“มีเรื่องที่ไม่เข้าใจตั้งหลายอย่างในขณะที่ผมมาที่นี่ ทุกคนไม่เป็นแบบนั้นเหรอครับ”

“เรื่องนั้น... ก็ใช่ค่ะ”

ทุกคนพยักหน้าหงึกหงักเมื่อนึกตาม ห้องอัญเชิญ ทูตสวรรค์ การถ่ายโอน พวกเขาได้ประสบพบเจอมาอย่างแน่นอน สิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขาในตอนนี้คือ การยอมรับความจริงให้เร็วที่สุด แม้ว่าจะดูไร้สาระก็ตาม และเผชิญหน้ากับพิธีเปลี่ยนสภาวะอย่างกระตือรือร้นเพื่อเอาชีวิตรอด

ผมเริ่มบรรจุลูกศรและธนู ธนูมีขนาดเล็กกว่าปกติ แต่เพราะสามารถสวมไว้ที่ข้อมือได้จึงค่อนข้างสะดวก แต่ละคนเริ่มคว้าอาวุธของตนเอง ไม่รู้ว่าเพราะเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้หรือเพราะท่าทีของผม

จากนั้นทุกคนก็ถืออาวุธไว้ ยกเว้นคนที่มามือเปล่า การเตรียมตัวเสร็จสิ้น ผมมองไปรอบๆ พลางคิดอย่างใจเย็น

สถานที่ที่เราอยู่ในขณะนี้คือพื้นที่ว่างเปล่ากลางป่า ทุกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ผมเริ่มเดินไปทางที่พัคดงกอลเตะหินไปเมื่อครู่

เพียงแค่ไม่กี่ก้าวจากพื้นที่ว่าง ผมก็รู้สึกว่ามันค่อยๆ มืดลง ต้นไม้และหญ้าที่มองเห็นเบื้องหน้าอยู่ในแสงสลัวๆ

เสียงร้องที่ได้ยินทำให้เกิดความไม่สบายใจ ผมรู้สึกได้ว่าจำนวนคนที่เดินตามหลังมาเพิ่มขึ้น พอคิดว่าท่าทีของผมน่าจะพอใช้ได้ แต่แล้วแผนการก็ชะงักกึกตั้งแต่เริ่ม

“นี่ อันซล ลุกขึ้นเร็ว พวกเราก็ต้องรีบตามพี่คนนั้นไปนะ”

“ไม่เอา ฉันไม่อยากเข้าไปในนั้น มันน่ากลัวนะ”

“ถ้างั้นเธอจะอยู่ตรงนี้ตลอดไปเหรอ เมื่อกี้เธอบอกเองนี่ว่าไม่สบายใจ อยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอก แล้วจู่ๆ ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”

“ฮึก...”

ได้ยินสองพี่น้องคุยกัน ผมก็รู้สึกดวงตาตึงเครียดขึ้นมาทันที ด้วยโชค 100 คะแนนทำให้เธอสามารถรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็เป็นเพียงการคาดเดา ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถเอาชนะความกลัวที่รับรู้โดยสัญชาตญาณได้ จึงไม่คิดจะลุกขึ้น


ครืด! ครืด!


ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกัน เสียงร้องก็ดังขึ้นอีกสองสามครั้ง เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ และเห็นได้ชัดว่าเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึงบริเวณนี้แล้ว ตอนแรกพวกเราก็รอสองพี่น้องอย่างใจเย็น แต่หลังจากนั้นก็เริ่มวิตกกังวล

“ขะ... ขอโทษนะ แต่ว่าพวกเราออกไปก่อนได้หรือเปล่า ที่จริงตัวฉันเองก็ยังไม่หยุดสั่นตั้งแต่เมื่อกี้เหมือนกัน...”

“นะ... นั่นสิ! ทิ้งพวกนี้ไว้แล้วไปกันเถอะ นั่นเสียงอะไรน่ะ”

เสียงของอีชินอูที่ดึงความกล้าออกมาด้วยท่าทีน่าเศร้า พัคดงกอลเองก็เห็นด้วยในทันที

ไม่รู้ว่าเขาได้ยินที่บอกว่าจะไปก่อนมั้ย หรือว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ อันฮยอนดึงอันซลขึ้นมาอย่างรีบเร่ง

“เอาล่ะ ลุกขึ้น พี่ก็อยู่ข้างๆ นี่ไง หื้ม ฟังพี่สักครั้งนะ”

“ตะ... แต่ว่าฉันขยับเท้าไม่ได้ ฮึก”

อันซลระเบิดน้ำตาออกมาในตอนท้าย ในขณะเดียวกันอีชินอูและพัคดงกอลก็กำลังมองดูพวกเขา ดูท่าว่าจะอยากออกไปจากสถานที่น่าหนักใจแห่งนี้ให้เร็วที่สุด แน่นอนว่าผมไม่มีความคิดจะทิ้งสองพี่น้องไว้ที่นี่ เพราะมันมีประโยชน์มากกว่าที่จะเดินทางไปกับสองคนนี้แล้วทิ้งคนพวกที่เหลือแทน

“เอ้า ไปกันสักที! ยืนนิ่งอยู่ได้!”

“อะ เอาล่ะ รีบหน่อย...”

เสียงเอะอะโวยวายเงียบลงเมื่อสีหน้าของอันฮยอนแข็งกระด้างขึ้น จากนั้นเขาก็ปัดมือของน้องสาวซึ่งจับเสื้อของเขาไว้อย่างแรง อันซลเงยหน้าอย่างตกใจพลางพึมพำ

“พี่... พี่คะ”

“ก็ได้ งั้นเธอก็อยู่ที่นี่คนเดียวแล้วกัน เพราะพี่จะไปที่อื่น”

โกหกสินะ แต่การแสดงของอันฮยอนก็ไม่ได้แย่ หลังจากพูดจบเขาก็หันไปหยิบดาบกับโล่ขึ้นมา

อันฮยอนเดินมาหาพวกเรา อันซลอ้าปากพะงาบๆ อย่างตกใจมากและเมื่ออันฮยอนพูดว่า “ขอโทษที่ทำให้รอครับ ไปกันเลยดีมั้ย” เธอก็เริ่มหลั่งน้ำตา ทั้งการกระทำและคำพูดของอันฮยอนเร่งพวกเรา และแสร้งเดินไปทางป่า

“ฮือ... พี่คะ อย่าไป”

“อันซล ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ดูสถานการณ์บ้างเถอะ ขอร้องล่ะ”

“ฉันผิดไปแล้ว อย่าทิ้งฉันเลยนะ อย่าไป ฮึก ฮือ”

“เธอ... ยังไม่ยอมลุกอีกเหรอ”

ในที่สุดอันฮยอนก็ขึ้นเสียงพลางถลึงตา ดูเหมือนจะได้ผล อันซลลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าทั้งที่ยังร้องห่มร้องไห้ ในตอนนั้นเอง


ครืด! ครืด! ครืด! ครืด!


‘ชักช้าอะไรขนาดนี้นะ’


ผมรู้สึกพลาด ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดจากความกลัว แต่เป็นความผิดหวังที่เกิดจากการเปลี่ยนอนาคตและนั่นอาจจะทำให้สูญเสียอันซลที่นี่ก็ได้ ตัวการของเสียงร้องใกล้เข้ามาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมาใกล้ยิ่งได้ยินเสียงชัดเจน ปัญหาก็คืออาจจะสูญเสียอันซลที่เพิ่งจะลุกขึ้นได้

“พะ... พี่”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น