โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

03-11 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

ชื่อตอน : 03-11 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-11 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ
แบบอักษร

​เสียงโทรศัพท์ขึ้นดัง มีสายจากเบอร์ที่คุ้นเคยของแม่โทรเข้ามาซะก่อน ผ่านไปปีนึงแล้วที่แม่บอกว่าจะกลับไปทำไร่ที่บ้าน แล้วก็จับมือกับพ่อไปใช้ชีวิตแถวๆ ชานเมืองกันสองคน​ ด้วยกฎระเบียบกับธรรมเนียมของบ้านที่ให้อิสระ พ่อแม่เขาที่ไม่เคยพูดคำจำพวก ตั้งใจเรียนสิ หรือในอนาคตจะทำอะไร เลยสักคำตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แค่ทำเท่าที่ตัวเองจะทำได้ก็พอ 

ฮันฮีที่เติบโตมาอย่างอิสระภายใต้สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้มีปัญหาหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อแม่อยากทำในชีวิตวัยชราเหมือนกัน อันที่จริงเขาคิดว่า ถึงพ่อแม่กับลูกจะต้องอยู่ห่างกัน แต่ยังไงก็ยังรักใคร่กลมเกลียวกันอยู่ดี 

“แม่ แป๊บนึงนะ วางก่อนเดี๋ยวผมโทรกลับ” 

ฮันฮีวางสายเพื่อเข้าไปในลิฟต์ที่มาถึงอย่างพอดิบพอดี และหลังจากที่กดปุ่มลิฟต์แล้วก็รอให้มันลงไปถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน 

ว่าแต่โทรมาเพราะเรื่องอะไรกันนะ ถึงพ่อแม่ของเขาจะยังอยู่ในโซล แต่ก็อาศัยอยู่ในที่ที่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินไปประมาณหกป้ายรถเมล์เท่านั้น พวกเขาก็ไม่ค่อยได้เจอหรือติดต่อกันสักเท่าไหร่หรอก แม้จะได้ยินคำวิจารณ์จากพวกญาติๆ ว่า ระยะห่างระหว่างพ่อแม่ลูกมันไม่มากเกินไปเหรอ แต่มันก็เป็นแบบนี้แต่แรกอยู่แล้ว 

จุดยืนของแม่ที่ว่า การไม่มีข่าวคราวคือข่าวดี* นั้น เป็นความคิดที่ถูกนำมาปฏิบัติตามระหว่างกันและกัน และเขาก็รู้สึกขอบคุณ เพราะพวกท่านได้ตระเตรียมการเข้าสู่วัยชราไว้อย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีส่วนที่จะต้องกังวลมากนัก 

แต่การที่แม่เป็นฝ่ายโทรมาก่อน ก็หมายความว่ามีเรื่องจะพูดกับฮันฮี หรือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพึ่งลูกชาย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างหลัง 

“ฮัลโหล อืม แม่ ทำไมเหรอ” 

“ทำไมอะไรกันล่ะ นี่แม่นะ” 

“ครับ คุณนายพัค มีเรื่องอะไรเหรอครับ ถึงได้โทรมาน่ะ” 

ถ้าตัวเองยุ่งก็ตัดสายโดยไม่ทักทายเหมือนกันนั่นแหละ แต่กลับพูดว่าอะไรล่ะ ใส่เขาเฉยเลย ฮันฮีหัวเราะหึหึ และขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับ หนึ่งในธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมานานแล้วของบ้านเขา ก็คือคำพูดติดปากที่ว่า รีบพูดธุระมาเถอะหน่า 

หัวใจที่มีอายุแล้วของแม่ดูเหมือนจะอ่อนกำลังลง ช่วงนี้แม่ก็ชอบพูดไปเรื่อยว่า ซุนอีหมาข้างบ้านออกลูกมาตั้งห้าตัว จะไปเอาลูกหมาเลี้ยงสักตัวกับที่รักอย่างพ่อดีไหมนะ แต่โดยพื้นฐานแล้วการสนทนาของพวกเขาน่ะ กระชับ และก็มีจุดประสงค์ชัดเจนด้วย 

“ส่งเงินมาหน่อยสิ ลูกชาย” 

มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนมากๆ จริงๆ ด้วย ฮันฮีสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ 

“จะให้ส่งเงินไปให้ ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ แต่ทำไมล่ะ พ่อปลูกบลูเบอร์รี่ไม่ขึ้นเหรอ” 

“เก็บเกี่ยวไปตั้งนานละ พึ่งมาถามตอนนี้เหรอยะ” 

“งั้นเหรอครับ ถ้างั้นทำไมล่ะครับ ถ้าอยากจะรีดไถกัน ก็ช่วยบอกเหตุผลให้ฟังด้วยสิ” 

“รีดไถเหรอ ตอนฉันเลี้ยงแกน่ะใช้เงินไปตั้งเท่าไหร่ รู้บ้างไหมเนี้ย” 

ถ้าพูดออกมาขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้ว เขาเหยียบคันเร่งอย่างนิ่มนวล แล้วขับออกไปจากลานจอดรถ ไม่รู้ว่ามีอะไรให้น่าขำขนาดนั้น เขาเอาแต่หัวเราะคิกคัก 

ฮันฮีใช้สุดสัปดาห์อย่างเต็มไปด้วยเรื่องเหนือจินตนาการ และตอนนี้นี่เองที่เขารู้สึกได้ถึงการกลับมาสู่โลกความเป็นจริง 

“รู้เรื่องที่หลานแกจะเข้ามหาลัยหรือยัง” 

“หลานเหรอ ใครอะแม่ มีหลานตั้งเยอะแยะ” 

“ซูยองไง ตอนนี้ถ้าเด็กนั่นเข้ามหาลัย ก็เข้ากันครบหมดทุกคนแล้ว” 

ซูยอง ใช้เวลาคิดอยู่สักพักหนึ่ง ในหัวของฮันฮีก็มีใบหน้าเด็กน้อยแวบเข้ามา แต่มันก็ไม่ค่อยชัดเจน โตขนาดนั้นแล้วเหรอ ความทรงจำเขาช่างเลือนรางเหลือเกิน 

“ซูยอง ลูกสาวของน้าแก น้องสาวของซูอินไง เข้ามหาลัยดังตามซูอินไปแล้ว” 

“อ๋อ น้องของชเวซูอิน นึกออกแล้ว” 

ขณะที่พูด ก็ขับรถเข้าสู้เส้นถนน 

“ตอนที่แกเข้ามหาลัยน่ะ บ้านนั้นให้เงินมาตั้งล้านวอน จะให้ฉันเอาผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก แต่ตอนนี้แม่ไม่มีเงินสด ก็เลยจะต้องขอยืมแกหน่อย” 

“ผมจบมหาลัยมาตั้งนานแล้วหนิ แต่ถ้าบอกว่ายืม ต้องคืนด้วยนะแม่” 

“ไว้ถ้ามีเงินก็คงจะคืนแหละ” 

เงินนั่นก็คงไม่มีไปตลอดกาลนั่นแหละ ฮันฮีหัวเราะแล้วก็ถอนหายใจ เขาก็ยังนึกหน้าหลานคนที่แม่พูดถึงไม่ค่อยออกอยู่ดี แต่กลับโดนรีดไถเงินไปซะแล้ว ซึ่งถ้าเป็นซูอินน่ะเขาจำได้แน่ ก็เกิดมาอย่างน่ารักและกลมดิ๊กเลยนี่นา เจ้าเด็กนั่นเข้ากรมแล้วกลับมาหรือยังนะ หรือกลับไปเรียนแล้ว 

“ครับ เข้าใจแล้วครับ งั้นโอนไปให้ล้านวอนนะ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้กลับถึงบ้านแล้วจะโอนให้ ตอนนี้ผมขับรถอยู่อะแม่” 

“ก็ค่อนข้างสนิทกันนะ งั้นส่งค่าขนมเป็นงวดๆ ด้วย คงไม่เป็นไรเนอะ” 

“จะวางแล้วนะครับ” 

เขาตัดสายทิ้ง ด้วยเหตุนี้เงินหนึ่งล้านห้าแสนวอนก็บินไปในอากาศ คำโบราณที่กล่าวไว้ว่า โซลน่ะเป็นสถานที่ที่ถึงจะลืมตาอยู่ก็โดนตัดจมูกไปได้** ไม่ผิดเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ถ้าขอร้องก็ต้องให้ใช่ไหมล่ะ พี่ชายเขาแต่งงานไปอยู่เมืองนอกแล้ว ลูกชายคนเล็กที่เหลืออยู่ก็ดันเป็นเกย์อีก แต่ก็เป็นครอบครัวที่ไม่ปัญหาอะไรเลยไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน ถ้าจะเปิดก็เปิดไปเถอะ 

ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีหลังจากถูกรีดไถเงินล้านวอน ฮันฮีก็ถึงคอนโดอย่างปลอดภัย และเดินขึ้นลิฟต์หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวคงต้องเริ่มจากโอนเงินให้แม่ก่อน แล้วพออาบน้ำเสร็จเขาก็จะสลบแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นเอวหรือต้นขา ก็ไม่มีส่วนไหนที่ไม่ปวดเลย 

เจ้านายเขาเหมือนเป็นสัตว์ประหลาด ยุ่งขนาดนั้นแต่ก็ยังมีเวลาไปออกกำลังกายงั้นเหรอ กินอะไรกันแน่ มีแรงเยอะขนาดนั้น ถึงจะเลือกกินแต่สิ่งที่ดีที่สุด แต่สำหรับคนธรรมดาน่ะ ถ้ามีชีวิตที่ยุ่งเท่าๆ กับยุนซองแล้วล่ะก็ แม้กระทั่งจะสละเวลามากินแค่ข้าวปั้นสามเหลี่ยม ยังต้องคิดเลยไม่ใช่เหรอ ในขณะที่คิดอะไรไร้สาระ ฮันฮีก็กดรหัสผ่านลงที่ที่ตัวล็อกหน้าประตู 

หลังจากวางกระเป๋าใส่เอกสารที่ถือมา ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าแอพฯ ธนาคารอย่างรวดเร็ว อะไรที่คิดไว้ว่าจะต้องทำก็ถูกเลื่อนไปไว้ทีหลังก่อน เพราะยังไงเงินที่จะต้องโอนไปน่ะ ถ้าฝ่ายที่ต้องโอน โอนไปอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ มันก็เป็นทางลัดที่ทำให้เสียงบ่นของอีกฝ่ายน้อยลง 

หลังจากที่สแกนนิ้วยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อย ดวงตาของฮันฮีที่ยังกดปุ่มอยู่ก็ต้องเบิกกว้างขึ้น 

“นี่มันอะไรเนี่ย...” 

ร้อยล้านวอน... 

มีเงินร้อยล้านวอนที่ไม่รู้ที่มา อยู่ในบัญชีของเขา 

 

* การที่ไม่มีข่าวคราวแสดงว่าสุขสบายดี 

** แม้จะมีสติ ก็ยังถูกขโมยผลประโยชน์ 

ความคิดเห็น