โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

“3 นาที 27 วินาที ต้องรีบแล้วสินะ”

ผมเดินไปทางกล่องขนาดใหญ่ที่วางเด่นอยู่กลางห้อง ผมนั่งลงที่มุมหนึ่งและเปิดกล่อง มีของหลายอย่างที่จำเป็นต่อพิธีเปลี่ยนสภาวะ ไม่มีเวลามารำลึกถึงกลิ่นของวันวาน สิ่งที่สำคัญคือการรีบสวมเสื้อผ้า เซราฟก็เป็นแบบนั้น ถ้าผมถูกถ่ายโอนไปยังพิธีเปลี่ยนสภาวะในตอนนี้ด้วยร่างกายเปลือยเปล่า ผมคงได้ชื่อว่าเป็นเจ้าโรคจิตตั้งแต่เริ่มต้น

เมื่อลองค้นดูผมก็เจอชุดรัดรูปที่โดนเด่นที่สุดในสายตา แต่ผมไม่กล้าพอที่จะสวมกระโปรง

ผมลองหยิบนั่นนี่ดูอยู่พักหนึ่ง ก็ได้เลือกเสื้อผ้าที่เรียบง่ายมาชุดหนึ่ง เสื้อผ้าที่ผมเลือกทั้งชุดชั้นใน, ถุงเท้า, รองเท้า, เสื้อ และกางเกงล้วนเป็นเสื้อผ้าธรรมดาๆ ทั้งหมดเป็นสีเข้มเพราะผมไม่อยากให้มันเป็นคราบ

ที่จริงระดับของพิธีเปลี่ยนสภาวะในตอนนี้ ผมสามารถเข้าไปตัวเปล่าและผ่านไปได้โดยใช้เวลาไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ไม่สิ ถ้าตั้งใจแล้วการทำลายทุกอย่างให้ย่อยยับก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ผมไม่คิดจะข้ามผ่านไปแบบนั้นตั้งแต่ต้น

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผมสามารถอยู่รอดในฮอลล์เพลนได้ถึง 10 ปีโดยไม่ตายคือการที่ผมซ่อนความสามารถของตัวเองเอาไว้ 30% เสมอ ผมพยายามจะไม่เปิดเผยตนเองนอกจากตอนที่เข้าตาจนจริงๆ


‘เลือกอาวุธอะไรดีนะ”


ผมกังวลนิดหน่อยในการเลือกอาวุธ แม้ว่าผมจะสามารถจัดการบอสมอนสเตอร์ในพิธีเปลี่ยนสภาวะได้ด้วยกำปั้นเปล่าๆ ก็ตาม แต่ก็ควรมีอาวุธสักอย่างเพื่อความสะดวก ทว่าในพิธีเปลี่ยนสภาวะครั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการหนึ่ง ผมเลือกดาบยาวกับคันธนูที่สามารถพกพาได้ และปิดกล่องหลังจากบรรจุลูกธนูไปเต็มที่

หลักจากใส่ลูกธนูจนเต็ม และมองขึ้นไปบนอากาศก็เห็นว่าเวลาที่เหลือกลายเป็น 0


[เวลาของห้องเตรียมตัวหมดลงแล้ว จะทำการอัญเชิญผู้เล่นคิมซูฮยอนเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาะ]


“โอเค ฉันมาถึงคนสุดท้ายใช่มั้ย”


[ถูกต้อง อย่างไรก็ตามขอให้ผู้เล่นคิมซูยอนโชคดี ต่อจากนี้จะเริ่มกระบวนการถ่ายโอน]


ตอนนั้นเอง


ฟู่!


เวทย์อัญเชิญแผ่ขยายไปในอากาศ ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน มันเป็นจุดเริ่มต้นของการอัญเชิญ


[การถ่ายโอนเสร็จสมบูรณ์ พิธีเปลี่ยนสภาวะเป็นการทดสอบเพื่อประเมินว่าคุณมีคุณสมบัติเข้าสู่ฮอลล์เพลนหรือไม่ หากมีชีวิตรอดได้ถึง 7 วันหรือไปถึงวาร์ปเกตที่ศูนย์กลางได้ภายใน 7 วัน ถือว่าผ่านการทดสอบ ขอให้เหล่าผู้เล่นโชคดี]


การถ่ายโอนจบลง ผมสูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอดพลางมองไปทั่วบริเวณ ผมรู้สึกได้ว่าอากาศโดยรอบค่อยๆ เปลี่ยนแปลง มองดูต้นไม้ ใบหญ้า และดิน ก็เห็นว่าที่ที่ยืนอยู่ตอนนี้คือ พื้นที่โล่งกลางป่า เป็นป่าที่อากาศสดชื่นและลมพัดเย็นสบาย แต่เปียกชื้นไปด้วยความเหนียวเหนอะหนะที่ไม่น่าพึงใจรอบๆ บริเวณ


‘ก่อนอื่นลองหาพวกผู้เล่นที่จะเริ่มต้นด้วยกันดีมั้ยนะ’


โดยส่วนตัวผมคิดว่าพิธีเปลี่ยนสภาวะมีความสำคัญอย่างมาก ฮอลล์เพลนไม่ใช่สถานที่ที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว อย่างน้อยที่สุดการมีพรรคพวกก็จำเป็นมาก แม้จะเพื่อใช้ประโยชน์จากกันและกันก็ตาม

พิธีเปลี่ยนสภาวะเป็นสถานที่ที่ให้คนยุคใหม่ซึ่งพบเจอแต่เรื่องปกติได้เจอประสบการณ์ที่แปลกไปจากเดิม และในสถานที่แห่งนี้ก็ยึดติดกับเงื่อนไขที่เรียกว่า ‘การมีชีวิตรอด’ หนึ่งในประเด็นสำคัญของพิธีเปลี่ยนสภาวะคือการทำให้คนยุคใหม่ที่ไม่รู้อะไรเลยมารวมกลุ่มกันเพื่อบรรลุเงื่อนไข (สำหรับครั้งที่ 2 ของผมซึ่งเป็นกรณีพิเศษจึงนับเป็นข้อยกเว้น)

ส่งผลให้พวกผู้เล่นที่รอดชีวิตจากพิธีเปลี่ยนสภาวะไปด้วยกันรักษาความสัมพันธ์ไว้อย่างเหนียวแน่นแม้จะเข้าสู่ฮอลล์เพลนแล้วก็ตาม ผมจึงคิดจะเฟ้นหาพรรคพวกเพื่อนสานสัมพันธ์ในพิธีเปลี่ยนสภาวะ


‘แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็นเพื่อนกันได้’


สถานที่ที่ผมถูกเรียกมาเป็นจุดที่พิธีเปลี่ยนสภาวะเริ่มขึ้น หรือเรียกอีกอย่างว่าจุดเริ่มต้น คนที่ผ่านตรงนี้ไปกว่า 10 ปีพูดได้ว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ทว่าในครั้งแรกที่เข้ามายังพิธีเปลี่ยนสภาวะโดยไม่รู้อะไรเลยนั้นเป็นฝันร้ายสำหรับผม เพราะยังคงเป็นบาดแผลในใจแม้จะเข้าไปสู่ฮอลล์เพลนแล้วก็ตาม

ผมค่อยๆ สงบจิตใจและมองไปรอบๆ พวกผู้เล่นที่ถูกส่งมาไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว ผมเห็นผู้คนบางตานั่งทำหน้ากังวลใจกลางพื้นที่ว่าง และมองมาที่ผมพลางกระซิบกระซาบกัน

“พี่... เห็นคนนั้นที่เพิ่งถูกส่งมามั้ย”

“ซล เงียบน่า”

“ทำยังไงดี ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่เราที่ถูกส่งมาที่นี่”

“นิ่งไว้ก่อน คนนั้นก็ดูเหมือนจะรุ่นๆ เดียวกับเรา”

ฟังจากบทสนทนาของทั้งสองแล้วท่าทางจะเป็นพี่ชายกับน้องสาว ผมเดินไปทางที่ผู้คนนั่งรวมกันอยู่ บรรยากาศของพื้นที่ว่างเงียบสงัด ถ้าจู่ๆ ก็ถูกผลักเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะกะทันหันและได้รับคำสั่งว่าให้เอาชีวิตรอดก็คงจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย แต่ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างก็ได้ฟังเรื่องราวจากทูตสวรรค์มาแล้ว ผมเองก็เช่นกัน


‘ที่นี่คือจุดเริ่มต้น เพราะย้อนกลับมาในอดีตก็หมายความว่าตอนนี้จะได้พบกับพวกผู้เล่นในรอบแรก หลังจากนี้จะเป็นไง...’


ผมนับจำนวนคนในพื้นที่ว่างได้ทั้งหมดแปดคน 7 วันต่อจากนี้ ทั้งแปดคนจะรวมพลังกันเอาตัวรอดในพิธีเปลี่ยนสภาวะได้มั้ยนะ ผมสามารถตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่า ‘ไม่มีทาง’

เป็นความขัดแย้งในใจ ที่นี่ไม่ใช่ฮอลล์เพลน หากผ่านไปได้ก็จะไม่ต้องกลับมาอีก การช่วยเหลือทุกคนที่นี่ด้วยพลังที่ผมมีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผมไม่ต้องการทำแบบนั้นและไม่คิดที่จะทำแบบนั้นด้วย

การแสดงความสามารถต่อหน้าคนเหล่านี้และช่วยให้รอดชีวิตไปได้เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง ชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จักผ่านทางข่าวลือนั้นมีอิทธิพลมากที่สุด

แม้การได้เป็นผู้เล่นแนวหน้าในฮอลล์เพลนจะเป็นสิทธิพึงมีที่ควรจะได้รับ แต่ถ้ามีผู้เล่นที่ใช้เวทมนตร์หรือเอาชนะมอนสเตอร์ที่เหนือกว่าได้ก่อนเข้าสู่ฮอลล์เพลนล่ะก็ หากข่าวลือนั้นแพร่ออกไปก็จะมีเรื่องน่ารำคาญใจตามมาอีกมากมายและอาจถูกฆ่าโดย ‘พวกเร่ร่อน’ ก็เป็นได้

และผมเองก็ไม่ใช่คนดี แม้จะเคยทำดีในขณะที่อยู่ในฮอลล์เพลน แต่ผมก็ทำเรื่องเลวร้ายได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจตามความจำเป็น ทั้งชิงทรัพย์ ปล้นสะดมหรือกระทั่งฆ่าคน แน่นอนว่าในฮอลล์เพลนไม่ถือเป็นความผิด เพราะเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในสถานที่นี้คือ จำเป็นจะต้องเลือก ถ้าหากเจอใครที่พอจะผูกมิตรด้วยได้ ก็อาจจะต้องเป็นพี่เลี้ยงไปจนกว่าจะได้ทำหน้าที่ผู้เล่นไปอย่างน้อย 1 ปี

แผนแรกที่ผมวางไว้หลังจากเข้าสู่ฮอลล์เพลนคือการรวบรวมพรรคพวก พิธีเปลี่ยนสภาวะเป็นที่ที่เหมาะสมกับแผนการของผม

ผมกำหนดเกณฑ์ในการเลือกพรรคพวกไว้สามข้อ ข้อแรกคือความสามารถและศักยภาพ ข้อที่สองคือแนวโน้มของอุปนิสัย และข้อสามคือสายสัมพันธ์ พูดไปพูดมา ประเด็นก็คือ ถ้าพวกเขาเป็นคนที่ตรงตามมาตรฐานที่ผมต้องการ ผมก็จะช่วย แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ผมก็ไม่สนใจว่าเขาจะเป็นหรือตาย


‘ถ้างั้นลองใช้ดวงตาที่ 3 ดีมั้ยนะ’


ในพื้นที่ว่าง นอกจากสองพี่น้องเมื่อครู่แล้ว ทุกคนก็ต่างคนต่างอยู่ หลังจากเลือกที่นั่งที่เหมาะสมได้ ผมก็สังเกตผู้คนรอบตัวเงียบๆ ถ้าโชคดีอาจจะได้เจอคนที่คุ้นเคย

ผู้เล่นคนแรกที่ผมสนใจเป็นหญิงสาวที่สวมเครื่องแบบของธนาคาร ความประทับใจโดยรวมจัดว่าธรรมดา ดวงตากลมตาโตสั่นระริกกับริมฝีปากสั่นเทาเหมือนกับว่าหล่อนยังไม่สามารถยอมรับความจริงได้ ผมเข้าใจความรู้สึกนั้น ผมตัดสินใจใช้ดวงตาที่ 3 ก่อนที่จะเลือกคนที่จำเป็น...


ข้อมูลผู้เล่น (PlayerStatus)

ชื่อ (Name): อีโบริม (ปีที่ 0)

เพศ (Sex): หญิง (27)

ส่วนสูง · น้ำหนัก: 164.7 ซม. · 58.3 กก.

อุปนิสัย: ทางสายกลาง · ไม่มีระเบียบ (Neutral · Chaos)

[พละกำลัง 5] [ความทนทาน 8] [ความคล่องแคล่ว 11] [ความแข็งแกร่ง 7] [พลังเวทย์ 9] [โชค 11]

(คะแนนพลังเหลือ 0 คะแนน)


‘โอ้โห’

ผมปิดหน้าต่างข้อมูลผู้เล่นของเธอทันทีพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน ความสามารถเริ่มแรกจะได้รับอิทธิพลจากร่างกาย นอกจากนี้ลักษณะที่ซ่อนอยู่จะเพิ่มพูนและแสดงออกมา นั่นแปลว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งต่ำกว่าผู้ชาย

ทว่าผู้หญิงที่ชื่ออีโบริมก็ต่ำกว่ามาตรฐานเกินไป ต่อให้ช่วยเหลือผู้เล่นแบบนั้นเข้าสู่ฮอลล์เพลนได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับผมสักนิด

นอกเรื่องกันสักหน่อย หลังจากเข้าสู่ฮอลล์เพลน ถ้าได้รับการฝึกฝน ความสามารถก็จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในตอนต้น ร่างกายของผมในตอนนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว ทำให้การเพิ่มความสามารถด้วยการฝึกฝนเป็นไปได้ยาก แต่ผู้เล่นที่เริ่มต้นตามปกติไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะพิจารณาสิ่งเหล่านั้นแล้ว แต่มันเป็นเรื่องหลังจากมองเห็นแววจากผู้เล่นที่ผ่านเกณฑ์ ทว่าคนๆ นี้ช่าง...

ผมเดาะลิ้นและเบนสายตาไปทางคนอื่นทันที เป้าหมายต่อไปคือสองพี่น้องที่นั่งตัวติดกัน

เด็กหนุ่มดูอ่อนเยาว์แต่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาดูเด็กกว่าผมและท่าทางเหมือนจะเก่ง แต่ที่จริงเหลาะแหละ ที่พื้นตรงหน้าทั้งคู่มีดาบยาวหนึ่งเล่มและโล่หนึ่งอัน เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

เด็กสาวข้างๆ ที่ติดหนึบอยู่กับเขา หากพวกคนโสดมองมาคงจะรู้สึกหมั่นไส้... เอ่อ... พวกเขาเป็นพี่น้องกันนี่นา เธอเอาแต่ก้มหน้า ผมจึงมองไม่เห็นหน้า แต่ว่าเธอดูเรียบร้อยกว่าพี่ชาย



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น