โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

03-9 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

ชื่อตอน : 03-9 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-9 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ
แบบอักษร

​รู้สึกอบอุ่น 

แต่ก็เปียกในเวลาเดียวกัน เพราะว่าเจอกับความชื้นและอุณหภูมิที่อุ่นก็เลยร้อนขึ้นมาในทันที เสียงครางเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของฮันฮี ตอนนี้เสียงที่ปลุกเขาจากการเผลอหลับไปวาบหวิวชอบกล จริงๆ แล้วคู่กรณีที่ส่งเสียงออกมา แค่เพียงพลิกตัวเหมือนเป็นนิสัย โดยที่ไม่คิดอะไรเลย หลังจากนั้นเสียงน้ำที่ถูกเปิดก็ตกลงมากระทบกับตัวของเขา 

...เสียงน้ำงั้นเหรอ ดวงตาของฮันฮีที่ได้สติแล้วก็เบิกโพลงขึ้น เป็นเวลาเดียวกับที่เขาทำสายตาไม่ชอบใจ แสงสว่างมากๆ ที่พุ่งเข้ามารวดเดียวกระทบลงบนบริเวณรอบดวงตา แสงสีขาวฝ่าไอน้ำที่มีอยู่เต็มในสถานที่นี้ถาโถมเข้ามาใส่ตาของเขา ตอนนั้นนั่นเองที่ฮันฮีรู้ว่าสถานที่นี้ไม่ใช่ห้องนอน แต่จริงๆ แล้วคือห้องน้ำ รวมถึงความจริงที่ว่าเขาแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำด้วย 

“...ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ” 

หลังจากที่ได้สติกลับมาอย่างครบถ้วนก็รับรู้ได้ว่าผู้ชายที่กำลังกอดเหมือนกับพยุงเขาไว้จากทางด้านหลังคือยุนซองนั่นเอง ฮันฮีไม่มีความกล้าที่จะหันกลับไปมองและถามด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ มากกว่าที่จะสงสัยในคำตอบ เขาก็แค่อยากจะตำหนิยุนซองเพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง 

“ก็ฉันอุ้มมาน่ะสิ หลังแทบจะหักเลย อย่าลืมบุญคุณเชียวล่ะ” 

...บุญคุณอะไรกัน หลังก็ยังดูปกติอยู่นี่ ฮันฮีหรี่ตาลงอย่างไม่พอใจ 

“แล้วใครขอร้องให้อุ้มมาล่ะครับ” 

“อย่าไปนะ ไม่อยากให้เอาออก ช่วยถูตรงนี้ที” 

“ว่า... ไงนะครับ” 

อยู่ๆ ก็พูดอะไรเนี่ย เขารู้สึกอึดอัดกับเสียงที่ไม่ออกไปดั่งใจและเพื่อจับผิดเจ้านายที่พูดอะไรไปเรื่อยก็ไม่รู้ ฮันฮีจึงหันหลังกลับมาแล้วก็รู้สึกเสียใจในทันที เพราะใบหน้าของเจ้านายที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยกำลังรอเขาอยู่ 

“ทั้งหมดนั่น เป็นคำพูดของเธอ” 

“อย่าโกหก... สิครับ แล้วเมื่อวานมันก็...” 

“ก็สลบไปไง ชัดเจนไหมล่ะ แต่ฉันจำได้หมดเลยนะ” 

ว่าแล้วเชียว ฮันฮีไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะซักถาม เขาแค่รู้สึกอับอายกับความจริงว่า ตั้งสองครั้งสองคราแล้วที่เขาหมดสติไประหว่างที่กำลังมีเซ็กซ์ 

สิ่งที่อับอายน่ะ ไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ อย่างแรกเลยก็คือมันไม่มีวิธีหยุดความทรงจำที่ย้อนกลับมาในหัว และฮันฮีจะต้องนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย แม้จะไม่อยากคิดถึงมันอีกครั้ง และยิ่งออกมาจากปากยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่ เขาทำสิ่งที่มันบ้ามากๆ ถ้าเกิดทำได้จริงๆ เขาก็อยากจะปฏิเสธอย่างสุดความสามารถที่มี ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ก็อยากจะย้อนไปอีกครั้ง 

ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นส่วนที่ทำให้พรมไม่สามารถใช้ได้ เขาไม่อยากจะขอโทษหรอกนะ และยิ่งกว่านั้นก็ไม่อยากจะแก้ตัวอย่างเก้ๆ กังๆ ด้วย 

ก็แค่ความอายที่เหลือไว้หลังทุกอย่างจบลงเท่านั้นแหละ พอนึกขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ไม่มีความกล้าที่จะมองหน้ายุนซองตรงๆ แล้ว ไม่ใช่ตอนที่ความทรงจำกำลังพรั่งพรูออกมาแบบนี้ แต่ก่อนอื่นจะต้องหลุดออกจากอ้อมกอดของยุนซองให้ได้ก่อน ฮันฮีที่ใจร้อนลุกขึ้นยืนโดยไม่มีแม้แต่คำพูด 

“จะไปไหนน่ะ” 

“อ๊ะ…!” 

ยุนซองฉวยข้อมือของฮันฮีแล้วกระชากลงทันที​ ร่างกายของฮันฮีที่เสียสูญถ่วงจากพื้นห้องน้ำที่ลื่นจึงหล่นลงมาในอ่างอาบน้ำอีกครั้ง และเพราะอย่างนั้นน้ำที่อยู่รอบๆ จึงกระเพื่อมอยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นนั่นเองที่ยุนซองหยุดหัวเราะ แล้วค่อยๆ เช็ดน้ำที่สาดมาโดนหน้าของเขา แต่ถึงยังไงคนเป็นเลขาก็โวยวายออกมาอยู่ดี 

“ปล่อยเถอะครับ... ผมจะกลับแล้ว” 

ฮันฮีออกแรงควบคุมเส้นเสียงของตัวเอง แล้วพูดออกมาอีกครั้ง 

“ก็เพราะอย่างนั้น ฉันถึงถามว่าจะไปไหนไง” 

“บ้านครับ ก็ทำทุกอย่างไปครบแล้วไม่ใช่เหรอครับ” 

“เป็นแบบนี้เพราะเขินเหรอ” 

ถ้าจะช่วยข้ามมันไปสักนิด มันก็ไม่มีอะไรแย่หรอกนะ ฮันฮีอยากจะกรี๊ดออกมา แต่ต้องกลั้นมันไว้อย่างยากลำบาก ยิ่งเขาเปิดปากพูดก็ยิ่งขาดทุน ถึงจะเป็นแค่ตัวอักษร ป. ของคำว่าปัสสาวะที่ออกมาจากปากของยุนซอง แต่ตัวเขาเองก็เหมือนจะกลายเป็นเมล็ดที่เล็กกว่าฝุ่นในอวกาศ และหายไปตลอดกาล และแน่นอนว่ามันน่าจะเป็นการตัดสินใจลาออกโดยอัตโนมัติ 

“อะไรก็ได้ แต่ช่วยอยู่แบบนี้อีกสักหน่อยเถอะหน่า ฉันกำลังใช้เวลาอย่างผ่อนคลายให้สมกับที่รอมานาน” 

“เชิญใช้ไปคนเดียวเถอะครับ” 

“ไม่ได้หรอก เธอจะต้องอยู่ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้น มันก็ไม่มีความหมายน่ะสิ” 

จู่ๆ การเคลื่อนไหวของฮันฮีที่ลุกขึ้นยืนอีกครั้งหนึ่งก็หยุดชะงักลงจากคำพูดของยุนซอง พูดบ้าอะไรออกมาอีกเนี่ย เจ้านายเขาเป็นผู้ชายที่รู้จักวิธีรักษาข้อดีที่ตัวเองมีได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ผิดแน่ แต่ด้วยความที่อยู่ในห้องน้ำ เลยทำให้เสียงต่ำๆ ดังก้องอยู่ในแก้วหูมากกว่าปกติ เพราะอย่างนั้นไหล่ของฮันฮีเลยเหมือนจะสั่นนิดหน่อย 

“ถึงการแสดงความดื้อดึงออกมาอย่างไม่จำเป็น จะเป็นรสนิยมของฉัน แต่ฉันแนะนำว่าตอนนี้เธอน่าจะปล่อยวางมันลงหน่อย” 

น้ำเสียงที่กระซิบกระซาบอีกทีหนึ่งเป็นระดับที่ฟังเหมือนการยั่วยวน ถึงจะอยากบอกว่าไม่ได้ แต่แขนของยุนซองก็จับเข้าที่เอวของฮันฮีตอนกำลังจะลุกขึ้นยืน คราวนี้เหมือนไม่มีความคิดที่จะปล่อยเลย และด้วยอ้อมกอดที่นุ่มนวลนั้นริมฝีปากของยุนซองก็ประทับลงบนรอยฟันของตัวเขาเอง ที่ยังหลงเหลืออยู่บนลาดไหล่ของฮันฮี 

ฮันฮีจึงรู้สึกถึงช่วงเวลาที่อีกฝ่ายแตะริมฝีปากลงมาอย่างชัดเจน ไหล่ของเขาเลยสั่นอีกครั้ง 

“อย่า ฮึก อย่า อย่า...ทำครับ” 

“ทำไมล่ะ ก็ดูดีนี่ ร่องรอยที่ยังเหลือบนตัวเธอน่ะ” 

ตอนนั้นนั่นเองที่ฮันฮี สามารถกวาดสายตามองร่างกายของตัวเองได้ สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือ ร่องรอยสีแดงซึ่งหลงเหลืออยู่อย่างชัดเจนตั้งแต่หน้าอก หน้าท้อง ไปจนถึงต้นขาอ่อน ทุกๆ ที่ที่เชือกพาดผ่านนั้น ก็ทิ้งรอยตามสภาพเดิมเอาไว้ ไม่ใช่แค่นั้น รอยจูบที่ทิ้งไว้ทุกซอกทุกมุมนั้นก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงจะไม่ถามว่าใครเป็นคนทิ้งมันไว้ ก็รู้กันได้อยู่แล้ว 

“รอยจูบนี่มันอะไรเหรอครับ” 

จะต้องถามว่าทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ต่างหาก เพราะฮันฮีนึกไม่ออกเลย 

“ก็เป็นผลงานของฉันไง” 

ยุนซองตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนภาคภูมิใจ ส่วนฮันฮีน่ะพูดไม่ออกเลย 

“เรื่องนั้นผมรู้ครับ แล้วมัน ตอนไหน...” 

“ตอนที่เธอสลบอยู่มั้ง” 

ให้ตาย... คำตอบที่ฟังดูชัดเจนออกมาพร้อมๆ กับที่ฮันฮีส่งเสียงอุทาน คือทำอยู่ตลอดกระทั่งตอนที่เขาสลบอย่างนั้นเหรอ รู้สึกเหมือนจะเจ็บที่ขาอ่อนด้านในมากกว่าเอวซะแล้วสิ แม้ว่าเซ็กซ์จะดี แต่ก็เป็นช่วงอายุที่ข้อต่อเริ่มจะดังเอี๊ยดอ๊าดหากอ้าขาเป็นเวลานานๆ ถึงยุนซองจะยังคงเป็นยุนซอง แต่ฮันฮีน่ะก็สามสิบแล้วนะ แล้วก่อนหน้านี้คนเป็นเจ้านายพาตัวเขาที่สลบมาทำอะไรไปบ้างเนี้ย 

ความคิดเห็น