ถั่ว งอก.

ติดเหรียญติดกุญแจนะจ้ะ

ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (10)

ชื่อตอน : ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (10)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 97

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 10:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (10)
แบบอักษร

ยั ก ษ์ ท มิ ฬ

​เด็กใหม่แปลว่าต้องมีการรับน้อง






ธงก์ทอร์ค

ณ ลานกว้างหลังตึกอาคารราพณาสูร

ผมไม่ค่อยอยากจะมางานรับน้องของยักษ์ขาวสักเท่าไหร่ นั้นก็เพราะขี้เกียจมาเจอหน้าไอ้อติมานด้วย






ตั้งแต่ที่ท่านสมิงยกบัลลังก์ให้ลูกชายของท่านคุมยักษ์แห่งราพณาสูรแล้วหนีไปเที่ยวรอบโลก มันก็โดนเฉดหัวส่งไม่แพ้กับผม




กลายเป็นหมาหัวเน่า... หมายถึง เป็นรุ่นพี่ยักษ์ผู้อาวุโสที่สุดในบรรดายักษ์ขาว





เขี้ยวขวาและเขี้ยวซ้ายนั้นมองหน้ากันก่อนจะต่างคนต่างเบือนหน้าหนีไป




ถึงผมจะทำงานร่วมกับมันมาเกือบสิบปีเศษๆได้แล้วผมก็ยังไม่ชอบขี้หน้ามันอยู่ดี แม่งขี้เก๊กฉิบหาย...





มันชอบทำหน้าตายใส่ทุกคนเลย ใครเคยเห็นมันยิ้มนะ ต้องถูกหวยแน่นอน




เกลียดขี้หน้ามันจังโว้ยยย...




“มึงมารับน้อง ?” มันถามผมเสียงเรียบพร้อมเอียงคอเล็กน้อย แต่ใบหน้าหล่อนั้นกลับนิ่งเฉยไร้อารมณ์




มันถามตามมารยาทหรือว่ามันอยากรู้จริงๆกันแน่วะ...



“เออ” ผมตอบมันปัดๆก่อนจะชะเง้อชะแง้มองเข้าไปในกลุ่มของผู้ชายที่มีหลากหลายอายุคละกันไป ส่วนใหญ่ก็อยู่ในช่วง ๑๙ จนถึง ๓๐ ต้นๆ




แต่ที่ทำให้ผมละสายตาไม่ได้คือ หนึ่งในนั้นมีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง...




“มียักษ์... ที่เป็นผู้หญิงด้วย ?” ผมถามมันพลางยกมือขึ้นมากอดอก




“อือ” มันตอบผมหน้าตายเหมือนเดิม “น่ารักดี”




ถ้ามึงจะชมน้องเขาก็ช่วยทำหน้าตาแจ่มใสกว่านี้หน่อยก็ได้ไอ้อติมาน...



ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับมัน ผมอยู่กับมันนานๆไม่ได้ประสาทจะแดกตาย




“มึงเลิกตามหามารตนนั้นเลยใช่มั้ย...” จู่ๆไอ้อติมานก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ผมหันกลับไปมองหน้ามัน




“นี่มึงหมายถึง....” ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน พอนึกออกว่ามันพูดถึงเรื่องอะไร ผมจึงพยักหน้ารับ “เออ กูยังตามหามันอยู่”




“ไม่คิดว่าเหรอว่ามันอาจจะตายไปแล้ว...” อติมานพูดเสียงราบเรียบ “เหมือนกับมารตัวแรกไง”




“มันยังไม่ตาย !” ผมตะโกนใส่หน้ามันแล้วกำหมัดแน่น ก่อนจะค่อยๆคลายออกช้าๆแล้วสะบัดหน้าหนีมองไปทางอื่น




ครั้นผมหันมองไปที่ไอ้ดาวเหนือมันก็รีบปรี่เข้ามาหาผมทันที




“เฮียธงก์” มันกอดผมเหมือนกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ผมเริ่มขยะแขยงมันเลยผลักหน้ามันออก “เฮียแวะมารับน้องด้วยอ่ะ”




“ยี้ ออกไปไอ้เด็กเวร...”





“เออจริงสิเฮีย...” เหมือนว่าไม่ได้จะสนใจคำพูดของผมสักเท่าไหร่ มันอยากจะทำอะไรมันก็ทำ อย่างตอนนี้ มันปล่อยอ้อมกอดจากผมแล้วพยายามเขย่งเท้ามากอดคอผมประหนึ่งว่าเป็นเพื่อน




กูน่ะอายุเป็นพ่อมึงได้อยู่นะไอ้เด็กเวร...



แต่ผมก็ปล่อยให้มันทำไป อยากจะทำอะไรก็เชิญ




มันชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่มคิ้วแตกคนหนึ่ง “นั้นชื่อแผน... เด็กผมที่พาเข้ามา แม่ง มันนะเคยเป็นอดีตนักมวยรุ่นเยาว์ด้วยนะเฮีย”




“เออ ดีๆ” ผมตอบรับมันอย่างเห็นด้วย




ก่อนที่มันจะชี้ไปหญิงสาวคนเดียวในบรรดาเหล่ายักษ์น้องใหม่ “นั้นเด็กผมเองเหมือนกัน เธอคือพริ้มพริ้ง เธอเคยเรียนห้องเดียวกันกับบอส เลยจะพามาสมัครเป็นเลขาส่วนตัวให้บอส”




อื้อหือ.. แค่ชื่อก็น่ารักนุ่มนิ่มเหมือนกระต่ายตัวน้อยๆ



ผมกระตุกยิ้มออกมาไม่ได้ตั้งใจทำให้ไอ้เด็กเวรนี่แม่งจับได้




“ฮั่นแน่ เฮีย...” มันหรี่ตามองผมก่อนจะถองศอกใส่ “ผมแนะนำให้ได้นะเฮียธงก์ สนป่ะ...”




ผมดีดหน้าผากมันด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะพูดออกมาอย่างแมนๆ




“เรื่องแบบนี้กูเข้าไปลุยเองดีกว่า...”




ก่อนที่ความหล่อของผมจะถูกทำลายต้องเสียงนิ่งของไอ้คนหน้าตายข้างๆ




“แหวะ”




“มึงอยากได้เย็บแผลสักเข็มสองเข็มมั้ยไอ้อติมาน...” ผมถลึงตาใส่มัน ส่วนอติมานนั้นหันมามองผมหน้านิ่งก่อนจะเดินหนีไปอย่างไม่สนใจ




“อ้าวเฮ้ย เด็กใหม่ฟังทางนี้ !” เสียงไอ้อิฐดังขึ้นผ่านโทรโข่งพร้อมปรบมือเสียงดังเรียกร้องความสนใจให้บรรดายักษ์ขาวน้องใหม่นั้นหันมองไปที่มัน ยักษ์ขาวรุ่นน้องของผมคนนั้นมันหันมายกไม้ยกมือไหว้ผม “เราจะมีการรับน้องกัน... ขอความอนุเคราะห์จากพี่ธงก์ด้วยครับ”




โชคร้ายของไอ้เด็กพวกนี้แล้วสิ...



ผมเดินไปยืนข้างๆไอ้อิฐพร้อมปรายตามองบรรดาเด็กใหม่ทั้งหลาย




“เชิญเลยครับพี่” อิฐค้อมตัวให้ผมพร้อมยื่นโทรโข่งให้ แต่ว่าผมกลับโบกมือมันเป็นนัยบอกว่าไม่จำเป็น




ผมไขว่มือไปทางข้างหลังก่อนจะตะเบ็งเสียงออกมาด้วยจิตวิญญาณแห่งพี่ว๊ากสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว




“กูไม่ยอมรับว่าพวกมึงเป็นยักษ์ขาว !” ผมกลั้นขำหน่อยๆเพราะเก๊กเสียงโหดใส่ไอ้พวกรุ่นน้องพวกนี้ทีไรพวกมันมักจะสะดุ้งตกใจกันเป็นแถบๆ ไม่เว้นแม้แต่พวกไอ้อิฐหรือไอ้ดาวเหนือ




“นอกซะจากพวกมึงจะโชว์ให้กูเห็น...” ผมพูดออกมาอีกครั้งก่อนจะเพ่งเล็งไปที่ร่างบางที่อยู่ในกลุ่มนั้น เหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ผมที่สนใจเธอหรอก




ช่วยไม่ได้นะก็แถวนี้มีแต่ชายฉกรรจ์นี่นา...




อีกอย่างยักษ์ขาวนั้นไม่ใช่ที่สำหรับพวกเด็กใจเสาะ




สายตาของผมนั้นไปที่เธอนิ่งก่อนที่เด็กสาววัยเดียวกันกับไอ้ดาวเหนือที่ชื่อพริ้มพริ้งนั้นจะสบตากับผมพอดีในจังหวะที่ผมกำลังพูดออกมาว่า “ถอดเสื้อผ้าของพวกมึงออกซะ”


___________________________




ความคิดเห็น