ถั่ว งอก.

ติดเหรียญติดกุญแจนะจ้ะ

ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (2)

ชื่อตอน : ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถึงจะแต่งไม่จบ แต่เก็บไว้ก็เสียดาย (2)
แบบอักษร

ยั ก ษ์ ท มิ ฬ

ธงก์แปลว่าคนโง่ (๒)




อนันตะมันพาผมมาที่บ้านของมัน...




ก่อนหน้านั้นมันโทร.หาใครบางคน แต่ผมเชื่อว่าไม่ใช่ตำรวจ พอผมถามมันก็ตอบแค่ว่าคนที่มันไว้ใจได้ แล้วมันก็รีบพาผมออกมาจากบ้านของผม




สายตาของผมสังเกตเห็นปลายฉัตรที่อยู่บนระเบียงชั้นสองของบ้านข้างๆ มันมองผมนิ่งไม่ละสายตา แขนเล็กๆนั้นยกขึ้นมากอดเข่าของมันเอาไว้ ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายละสายตาจากมันไปก่อน




พอผมมาอยู่ที่หน้าบ้านของอนันตะ ก็มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งมาเปิดประตูบ้านให้ เธอเหมือนจะอายุมากกว่าผมแล้วก็มากกว่าไอ้อนันตะด้วย




“ไปโดนอะไรมา” เสียงหวานนั้นเอ่ยถาม อนันต์ที่ประคองผมมานั้นส่ายหน้าไปมา




“แค่ช็อคน่ะ” มันตอบเธอเสียงเรียบก่อนจะพาผมเข้าไปในบ้านพร้อมให้ผมนั่งลงบนโซฟา




สายตาของผมมองเห็นเด็กสาววัยรุ่นผมยาวสีคาราเมลคนหนึ่งกำลังมองมาทางพวกผมทั้งสามคน




 ไอ้อนันต์นั้นหันกลับไปมองตามก่อนที่มันจะทิ้งผมไว้กับผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้น




“....เลือดนี่ เป็นของคนอื่นสินะ” เธอพูดพร้อมนั่งลงเก้าอี้โซฟาข้างๆ




“ญาณ... ลูกช่วยไปเอาน้ำมาให้เพื่อนพ่อหน่อยนะคะคนเก่ง” อนันตะพูดกับเด็กผู้หญิงคนนั้นพลางลูบหัวเธอไปมา




เด็กคนนั้นยักไหล่พลางหันหลังกลับเข้าไปในห้องครัว




“ลูก... ?” ผมทำหน้าตาสงสัยอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงคนนั้นเองก็ยกแขนผม มองดูสภาพของผมก่อนจะพูดออกมา




ไอ้อนันตะมันหันกลับมาแล้วเดินตรงเข้ามาหาผม




“อืม... ลูกกูเอง” อนันต์ตอบรับก่อนจะมองไปที่ผู้หญิงผมยาวหยักศกคนนั้น




“แล้วนี่...” ผมมองหน้าผู้หญิงที่อายุมากกว่าพวกผมพลางทึกทักเอาทันที “...พี่เป็นเมียมัน ?”




หล่อนพยักหน้ารับ ก่อนจะยื่นมือออกมาผมเลยยื่นมือไปจับ “พี่ชื่อเดือนเก้า นายคงเป็นเพื่อนกับอนันต์”




          นี่ไง... แม่ทูนหัวของมัน




“แล้วทำไมมึงไม่เคยบอกกู...” ผมหันไปมองไอ้เพื่อนตัวแสบที่เก็บความลับเรื่องลูกเรื่องเมียไว้อย่างเงียบเชียบ




ไอ้มีเมียน่ะไม่เท่าไหร่... แต่มีลูกอายุเท่านั้นแล้วเนี่ย



แม่งสายซุ่มนี่หว่า..



เด็กสาวที่ชื่อญาณคนนั้นเดินกลับมาพร้อมวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะก่อนจะเดินสะบัดหนีขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นบนของบ้าน




ผมเห็นแค่แวบเดียว แต่ก็รู้ว่าลูกสาวไอ้อนันต์ ถ้าโตแม่งจะแหล่มมาก




“ไอ้ธงก์... นั้นลูกกู” จู่ๆคุณพ่อหวงลูกนั้นก็ใช้ขาเตะเท้าผมเป็นการเตือน




“เออ... กูไม่นิยมกินเด็กหรอก” ผมตอบมันปัดๆพลางก่อนจะก้มหน้ามองเท้าตัวเอง




ผมสบายใจไปได้แค่ช่วงหนึ่ง...




ก่อนที่ภาพติดตานั้นจะย้อนกลับเข้ามาในหัวของผม




ผมไม่เข้าใจ มันเป็นฝีมือของใครกัน




ใครมันฆ่าพ่อแม่ของผม แล้วมันทำไปเพราะอะไร ?




“อนันต์...” ผมเรียกชื่อมันก่อนจะปลายตามองไปทางผู้ชายร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆผม “...มึงรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่มั้ย”




มันถอนหายใจออกมาแทนคำตอบ ก่อนจะเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม “...กูไม่รู้จริงๆ”




“แต่มึงกลับดูไม่ตกใจห่าอะไรเลย เหมือนมึงรู้ทุกอย่าง !” ผมตวาดใส่มัน “มึงโทร.หาใครก็ไม่รู้ให้มาจัดการเรื่องแบบนี้ทั้งๆที่ควรจะเป็นตำรวจ !”




“ต่อให้กูโทร.หาตำรวจ เรื่องทุกอย่างแม่งก็ไม่ดีขึ้นหรอก”




“...”




“เพราะสถานการณ์แบบนี้ ยังไงมันก็จงใจให้มึงกลายเป็นฆาตกร”




“แต่กูไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ของกู...” ผมพูดเสียงสั่น มือของผมเองก็สั่น มันสั่นไม่หยุดตั้งแต่ที่ผมได้เห็นร่างไร้วิญญาณของท่านทั้งสอง




มันเงียบไปเหมือนใช้ความคิด แต่แล้วพี่เดือนเก้านั้นก็พูดออกมาแทนมัน




“นายต้องใจเย็นมากกว่านี้นะธงก์...” เธอพูดขึ้นพร้อมวางมือลงบนบ่าของผม “สิ่งที่นายควรจะทำต่อไปก็คือใช้ชีวิตของนายต่อไป”




“ผมอยากรู้ว่าใครมันฆ่า---”




“รู้ไปก็ไม่ได้ห่าอะไรหรอก” อนันต์มันพูดแทรกขึ้นมา “...รู้ไปมึงก็ช่วยพวกท่านทั้งสองไม่ได้”




ผมเลยเลือกที่จะเงียบแทน




“ฉันว่านายควรจะไปนอนพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยคิดว่าจะเอายังไง ...ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวหน่อยเถอะ” พี่เดือนเก้าลุกขึ้นยืนพลางหันมองมาทางไอ้อนันต์ “นายก็ไปเอาเสื้อผ้ามาให้เพื่อนเปลี่ยนสิ...”




“ครับ” มันพยักหน้ารับ มองภรรยาสาวของมันเดินขึ้นบันไดบ้านไป ก่อนจะหันมามองหน้าผม “พี่เดือนเก้าไปแล้ว... กูถึงจะพูดได้”




“... ?” ผมขมวดคิ้วมองมันอย่างงุนงง




“พ่อแม่ของมึง...” ตาชั้นเดียวของมันจ้องผมจริงจัง เสียงทุ้มนั้นก็นิ่งเหมือนว่ามันไม่ได้โกหก “ถูกฆาตกรโรคจิตฆ่า”




“มึง...” ผมกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่เหมือนมันรู้อยู่แล้ว




“จะถามว่ากูรู้ได้ไงน่ะเหรอ...” อนันต์มันพูดออกมาพร้อมเอามือประสานกันไปตรงหน้า “...ทีมของกูก็กำลังตามล่าตัวมันอยู่”




“ทีม ??” ผมเบิกตากว้าง “หรือว่ามึง... เป็นสายตำรวจ ?”




มันกลับส่ายหน้าไปมาช้าๆก่อนที่คำพูดของมันนั้นจะกึกก้องในหัวของผมตลอดเวลา “มึงรู้จัก ‘ราพณาสูร’ มั้ย ?”



ข่าวการเสียชีวิตของพ่อแม่ผมนั้นไม่ได้ถูกปิดเงียบ มันถูกปล่อยออกไปอย่างถูกต้องและกลบเกลื่อนหลักฐานที่จะย้อนมาหาผมว่าเป็นฆาตกรได้อย่างดี




ทีมของไอ้อนันตะนั้นทำงานได้ดีเป็นมืออาชีพมากจนผมหวาดกลัวอยู่หน่อยๆ




หลังงานศพของพวกท่านผ่านไป ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนคนไร้จุดมุ่งหมาย...




ผมไม่ได้ไปเรียน แทบไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย




เหมือนแม่งมีภาพหลอนตลอดว่า หากผมออกไป...




พวกท่านจะไม่อยู่กลับผมตลอดกาล




มันก็จริงที่พวกท่านจากไปแล้วแต่ว่า... ความทรงจำทั้งหมดนั้นมันยังอยู่ที่บ้านหลังนี้




หลังจากเหตุการณ์นั้นไอ้ปลายฉัตรมันก็ไม่ปีนเข้าบ้านผมมาอีกเลย...




เหมือนมันกลัวอะไรบางอย่าง...



___________________________





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น