Phat_sara

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : I'm evil guy : EP. 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.9k

ความคิดเห็น : 182

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2562 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I'm evil guy : EP. 4
แบบอักษร

“ขออนุญาตค่ะ”

“...อืม”

“ต้องการรับอะไรเพิ่มไหมคะ”

“...ไม่”

“ค่ะ” ฉันก้มหัวให้ลูกค้าที่พี่เอิร์ธผู้จัดการของที่นี่บอกฉันว่าเขาคือลูกค้าที่เป็น super vip ไม่ใช่แค่ลูกค้าคนนี้แต่ยังมีผู้ชายอีกหลายคนที่นั่งโต๊ะนี้เป็นประจำเพราะเขาคือเพื่อนสนิทของคุณชัตเตอร์เจ้าของสนาม

แต่ท่าทางเขาจะไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่เพราะฉันแค่พูดในประโยคแรกเขาก็มองฉันเหมือนเป็นอากาศธาตุ และพอฉันถามเขาตามหน้าที่ในประโยคที่สองเขาก็เปลี่ยนความหมายของแววตาที่ใช้มองฉันเหมือนอากาศธาตุให้เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตหรืออะไรสักอย่างที่เขารังเกียจไม่อยากสนทนาด้วย

ฉันเดินไปรับเครื่องดื่มอย่างอื่นเพื่อเตรียมเสิร์ฟให้กับแขกโต๊ะนั้นต่อ วันนี้พี่เอิร์ธให้ฉันทำหน้าที่เสิร์ฟแค่โต๊ะนั้นโดยเฉพาะไม่ต้องรับออเดอร์โต๊ะอื่นแต่พวกเขาก็สั่งเหล้ากันเก่งเหลือเกินค่ะ ดื่มเก่งจนนึกว่าดื่มน้ำเปล่าทำให้ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ว่าฉันไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจเพราะฉันต้องพยายามจำออเดอร์ยากๆ ที่แต่ละคนสั่งให้ได้

ส่วนเขาฉันจำได้แล้วว่าเป็นพี่คนเดียวกันกับคนที่คะนิ้งเคยพูดถึง พี่คนที่ฉันเห็นเขาหลายครั้งตามโปสเตอร์หรือบนเวทีกิจกรรมต่างๆ ของมหาลัย พี่มิกซ์ ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่

**- 01.00 น. – **

“เหนื่อยไหมเจ้าขา”

“สบายมากเลยค่ะพี่เอิร์ธ” ฉันหันไปยิ้มให้พี่เอิร์ธที่เดินตรวจความเรียบร้อยผ่านมาทางฉันที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่ต้องดูแลพอดี

“ครับ ถ้าจะไปพักเบรคหรือเข้าห้องน้ำเจ้าขาเรียกฟลุ๊คมาเสิร์ฟแทนได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจใครล่ะฟลุ๊คมันมีน้ำใจอยู่แล้ว” พี่เอิร์ธเป็นคนที่คอยแนะนำฉันตลอดเพราะฉันเพิ่งมาเสิร์ฟได้สองครั้ง และฉันก็ยังไม่ค่อยรู้กฏระเบียบอะไรสักเท่าไหร่

“ค่ะพี่เอิร์น ขอบคุณมากนะคะ” ฉันยกมือไหว้พี่เอิร์ธพี่เขาก็ยิ้มให้แล้วก็เดินไปตรวจความเรียบร้อยต่อ

“เจ้าขา” หลังจากที่พี่เอิร์ธเดินไปฟลุ๊คก็เดินเข้ามาทักฉันต่อทันที

“จ้ะฟลุ๊ค”

“พี่เอิร์ธฝากเธอไว้กับเราแล้วนะ ถ้าอยากเข้าห้องน้ำหรือว่าพักเหนื่อยเรียกเราได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

“อื้อ ขอบคุณฟลุ๊คมากเลยนะ เราทำตัวเป็นภาระรึเปล่าก็ไม่รู้ต้องให้พี่เอิร์ธไปรบกวนฟลุ๊คแบบนี้” ฉันยิ้มบางๆ ให้ฟลุ๊คด้วยความเกรงใจเพราะตั้งแต่ขึ้นมาเป็นพนักงานเสิร์ฟเมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่เอิร์ธก็คอยเดินมาดูฉันแล้วก็แนะนำพร้อมกับฝากฝังฉันกับพี่ๆ พนักงานคนอื่นเยอะแยะไปหมดจนฉันเกรงใจทุกคน

“ฮ่าๆๆ อย่าคิดแบบนั้นสิ ที่พี่เอิร์ธฝากเธอให้เราดูแลเพราะพี่เขาบอกว่าเจ้าขาเป็นคนขี้เกรงใจมาก~ พี่เอิร์ธเลยกลัวว่าเธอจะไม่กล้าไปพักเพราะที่นี่เขาให้พนักงานสลับกันพักเบรคได้อยู่แล้ว” ฟลุ๊คอธิบายด้วยรอยยิ้มจริงใจฉันเลยโล่งใจไม่งั้นฉันต้องคิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่นไปทั้งคืนแน่ๆ เลยล่ะค่ะ

“อื้อ ขอบคุณนะฟลุ๊ค ถ้างั้นเราขอฝากฟลุ๊คเลยได้ไหม พอดีว่าเรา...” ฉันยิ้มอ่อนให้ไม่กล้าบอกฟลุ๊คไปตรงๆ ว่าฉันยืนอั้นฉี่มานานแล้ว ก็...พี่เอิร์ธสั่งให้ดูแลโต๊ะ super vip โต๊ะนี้โต๊ะเดียวเลยนี่คะ ไม่มีใครมาเสิร์ฟนอกจากฉันคนเดียวฉันก็กลัวว่าถ้าหายไปแล้วลูกค้าเรียกจะไม่มีคนคอยบริการ คนอย่างเจ้าขายิ่งซื่อบื้อเรื่องการทำงานอยู่ด้วย

“ฮ่าๆๆ อยากเข้าห้องน้ำใช่ไหมทำหน้าแบบนี้ ไปเถอะเดี๋ยวเราดูแลลูกค้าให้ ไปพักดื่มน้ำกินขนมสัก 10 นาทีก็ได้” ฟลุ๊คหัวเราะขำทำให้ฉันยิ้มเขิน แต่จะว่าไปฟลุ๊คนี่นอกจากจะหล่อแล้วยังใจดีอีกนะคะฉันก็เลยยิ้มให้ฟลุ๊คจนตาหยี

“ถ้างั้นเราขอตัวเลยนะฟลุ๊ค ไม่ไหวแล้ว...ฟลุ๊ค ฟลุ๊ค!” อยู่ๆ ฟลุ๊คก็นิ่งไปเหมือนคนเหม่อฉันก็เลยต้องเรียกเขาจนเขาสะดุ้ง

“ฮะ อะ เอ้อ! โอเคๆ ตามสบายเลยครับ” ฉันพยักหน้าให้ฟลุ๊คแล้วก็รีบเดินออกมา พอจะเข้าใจอาการของฟลุ๊คที่เป็นอยู่เมื่อกี้แต่ฉันไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจที่มีผู้ชายมามองฉันจนเคลิ้มหรอกค่ะ ฉันมีอะไรให้ต้องทำจนหัวหมุนมากกว่าจะมาสนใจเพศตรงข้าม

“ว้าย! / อุ้ย! ขะ ขอโทษค่ะ” ฉันมัวแต่เดินในทางเดินสลัวๆ ด้วยความรีบเพราะปวดฉี่มากจนเผลอไปชนกับคนอื่นเข้า มีพี่พนักงานบอกว่าปกติตรงนี้เป็นทางเดินที่ค่อนข้างไม่ค่อยมีใครมาใช้เท่าไหร่เพราะเป็นทางไปห้องน้ำพนักงานอีกโซนที่อยู่ไกลออกไป แต่บังเอิญห้องน้ำพนักงานที่ใกล้ที่สุดมีพนักงานรอคิวเยอะเหมือนกันฉันเลยยอมเดินไกลอีกหน่อย

“เดินยังไงถึงไม่ดูตาม้าตาเรือจนชนคน!” ผู้หญิงคนที่ฉันชนตะคอกใส่ฉันที่เพิ่งจะได้มองเห็นคนที่ชนชัดเจนแล้วก็พบว่าตรงนี้ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนที่ฉันชนยืนอยู่คนเดียวแต่ข้างๆ เธอยังมีผู้ชายอีกคนแล้วก็ท่าทางทั้งสองคนจะเป็นลูกค้าของที่นี่มากกว่าจะเป็นพนักงาน คนเป็นผู้ชายหันหลังให้ฉันแล้วก็ขยับตัวยุกยิกเบาๆ ลักษณะคล้ายกำลังจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

“เอ่อ ขอโทษค่ะพอดีฉันรีบเดินทางมันไม่ค่อยสว่างด้วย ฉันผิดเองต้องขอโทษจริงๆ นะคะ” ฉันยกมือไหว้ขอโทษทั้งสองคน

“แต่มันก็ไม่ได้มืดจนมองไม่เห็นทางไม่ใช่รึไง!” ทั้งที่ฉันเองก็ยอมรับผิดแล้วก็ยกมือไหว้ขอโทษไปแล้วแต่เหมือนผู้หญิงคนนี้จะยิ่งเหวี่ยงใส่ฉันหนักกว่าเดิมซะอีก

“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ” ฉันค่อนข้างแน่ใจแล้วล่ะค่ะว่าสองคนนี้เป็นลูกค้าแน่นอนก็เลยรีบขอโษษอีกครั้งทั้งที่ฉันเองก็แอบมีอารมณ์ไม่พอใจนิดหน่อยที่เธอไม่ยอมหยุดขึ้นเสียงทั้งที่มันเป็นอุบัติเหตุที่ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น อีกอย่างฉันก็แค่ชนเธอเบาๆ แต่มันคงไปขัดจังหวะอะไรสักอย่างมากกว่า

“เหอะ! ขอโทษเหรอ เธอพูดเป็นแค่ขอโทษเหรอ!” ฉันว่าผู้หญิงคนนี่น่าจะค่อนข้างเมาด้วยเพราะนอกจากจะไม่ยอมหยุดเธอยังตะคอกใส่ฉันแถมยังทำท่าจะง้างมือตบหน้าฉันที่ยืนกลัวอยู่แต่ผู้ชายคนนั้นหันมาโอบเอวเธอไว้ซะก่อน

“ช่างเถอะเจนนี่ อย่าเสียเวลาคุยเลยครับคุยไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกเดี๋ยวอารมณ์เสียเปล่าๆ” เขา...เขาคนนั้นที่ชื่อมิกซ์ คนที่มองฉันด้วยสายตารำคาญตลอดระยะเวลาค่อนคืน ตอนนี้เขาเองก็ยังใช้สายตาแบบนั้นมองฉันอยู่ แต่เขาใช้คำว่าคุยได้ยังไงกันในเมื่อผู้หญิงของเขาเอาแต่ตะคอกใส่ฉันแท้ๆ แต่ก็ถูกอย่างที่เขาพูดนะคะคุยแบบนี้มันไม่ได้อะไรขึ้นมาจริงๆ นั่นแหละนอกจากได้แสดงกิริยาแย่ๆ ของตัวเองแค่นั้น

“แต่ยัยนี่มาขัด...ฮึ้ย!” ฉันเข้าใจแจ้มแจ้งแล้วล่ะค่ะ ฉันมาขัดจังหวะสองคนนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าถึงไหนกันแล้วแต่ฉันดันซวยเดินมาชน ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าจะมีลูกค้าระดับ super vip แอบมานัวเนียกันที่ทางเดินไปห้องน้ำของพนักงาน เห็นฉันเรียบร้อย. แต่ฉันก็ไม่ได้ซื่อบื้อจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรหรอกนะคะ ยิ่งทำงานแบบนี้ฉันเห็นคนนัวเนียกันมาเยอะแล้ว แต่ก็ไม่ชินหรอกค่ะมันน่าเกลียดเกินไปถ้าเลี่ยงได้ฉันก็จะพยายามออกห่างให้ไกล

“คือ...”

“คืออะไรของเธออีก จะพูดคำว่าขอโทษซ้ำๆ อีกใช่ไหมฮะ!” ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรผู้หญิงคนนี้ก็ตะคอกใส่ฉันอีกครั้ง

“ค่ะ ฉันขอโทษ...”

“จะไปที่ไหนก็ไป พูดซ้ำๆ น่ารำคาญ...เกะกะสายตา” ฉันกำลังจะขอโทษซ้ำอีกรอบอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นตะคอกใส่นั่นแหละ เพราะรู้ดีว่าพนักงานอย่างฉันมีแค่หน้าที่เดียวที่ต้องทำคือยอมรับความผิดทุกๆ อย่าง แต่เขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาปนรำคาญ

“...ค่ะ” ฉันรีบรับคำแล้วก็เดินกลับไปทางเดิมทันทีเพราะกลัวว่าถ้าเดินไปข้างหน้าแล้วตอนที่เดินกลับมาจะต้องผ่านสองคนนี้อีกครั้ง เดินออกมาพร้อมความสงสัยที่มีมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวว่าฉันเคยไปทำอะไรให้ผู้ชายคนนั้นไม่พอใจรึเปล่าเขาถึงได้ไม่ชอบหน้าฉันขนาดนี้

อีกอย่างประธานสโมสรนักศึกษาที่พ่วงตำแหน่งนักศึกษาดีเด่นอย่างเขาฉันไม่คิดเลยนะคะว่าพออยู่นอกรั้วมหาลัยเขาจะเหมือนเสือร้ายๆ ได้ขนาดนี้ แบบนี้เขาเรียกเสือซุ่มชัดๆ

...และที่มากไปกว่านั้นคือ ฉันไม่ใช่คนเหมือนพวกเขาเหรอคะ? ทำไมสองคนนั้นถึงได้ทำกิริยาแย่ๆ แบบนั้นใส่ฉันทั้งที่ฉันเองก็พยายามขอโทษซ้ำๆ แล้วก็ยกมือไหว้แล้วด้วยซ้ำ นี่ไงคะเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่อยากอยู่ใกล้พวกคนรวย เพราะหลายคนในสังคมชั้นสูงเขาไม่เคยมองเห็นค่าความเป็นคนของคนจนอย่างฉันหรอก

__________________________________

ขอกำลังใจหน่อยเด้อจ้าพอได้มีเรี่ยวแรงปั่นอีกสักตอน อุอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}