กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(รีไรท์) Ep4 : ก็เธอมันน่าฟัด (จบบท) nc+

ชื่อตอน : (รีไรท์) Ep4 : ก็เธอมันน่าฟัด (จบบท) nc+

คำค้น : เดวิส มายาวี มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(รีไรท์) Ep4 : ก็เธอมันน่าฟัด (จบบท) nc+
แบบอักษร

 

ก็เธอมันน่าฟัด 

 

คนป่วยกะพริบตาปริบ ริมฝีปากอ้าค้าง ภาพที่เห็นยิ่งกว่าคมชัด จำต้องสะกดกลั้นเสียงไม่ให้ตนเองกรี๊ดลั่น คนอะไรหน้าด้าน หน้าไม่มียาง มีอย่างที่ไหน เลือกมาสมสู่อะไรกันต่อหน้าเธอ แถมยังเป็น...มายาวีขมวดคิ้ว

นั่นสิ ที่นี่ที่ไหน? นี่เธอกำลังนอนอยู่ที่ไหนกันล่ะ

หญิงสาวดึงสายตาจากภาพอุจาด แล้วเขม่นสายตามองโดยรอบตัว สายน้ำเกลือระเกะระกะในความรู้สึกแรก ทำให้หญิงสาวรู้ทันที

อ้อ...ในโรงพยาบาลนี่เอง

จำได้ว่าก่อนหมดสติ กว่าเธอจะพาตัวเองออกจากห้องพัก โซเซลงมาจนถึงชั้นล่างได้ เล่นเอาเหนื่อยแทบขาดใจ เธอเกือบทรุดลงพื้นก็หลายหน ดีที่กัดฟันทน จนเดินมาถึงหน้าปากประตูทางออก อพาร์ทเม้นท์ ภาพสุดท้ายแม้มันจะรางเลือนเต็มที แต่เธอยังเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนกำลังเดินเผ่นพล่านกระจายตัวเต็มลานด้านหน้าตัวตึก

 ใจนั้นอยากถอยหลังเดินกลับ ยอมนอนตายอยู่บนเตียงเดียวดาย ดีกว่าต้องเจอคนพวกนี้ อาจด้วยรู้แน่ชัด คนพวกนั้นเป็นคนของใคร หากแขนขาของเธอในตอนนั้นมันไม่ตอบสนอง ไร้เลี้ยวแรงลงจนน่าใจหาย เธอฝืนทนยืนทรงตัวต่อไปได้อีกไม่นาน แล้วทุกอย่างจึงดำมืดดับสนิท หลังจากนั้น เธอจำอะไรไม่ได้อีกเลย...

โอ๊ะ!...เจ็บ มายาวีหน้าเบ้หันขวับมองลำแขนตนเอง มันถูกจิ้มด้วยเข้มของสายน้ำเกลือ เจ็บจี๊ดตอนเธอขยับเพื่อลุกขึ้นนั่ง หากทว่าต้องล้มตัวลงกลับนอนท่าเดิม เมื่อถูกอาการเวียนศีรษะเข้าจู่โจม หูยังอุตส่าห์ได้ยินเสียงขยับของสองร่าง

และเสียงของฝ่ายหญิงเร่งเร้าอะไรสักอย่างฝ่ายชาย

“เดวิสขา...ได้โปรด ลูซีขอร้อง”

มันจะมากเกินไปหรือเปล่า คนป่วยรู้สึกโกรธจริงจัง ไม่คิดทนดูหนังสดของชายหญิงหน้าด้านคู่นี้ อีกทั้งหน้าเธอยังไม่หนาพอกับเรื่องอุบาทว์พรรค์นี้  

“ ออกไป...สมสู่กันที่อื่น...ไป...”

 เสียงแหบแห้งพยายามเปล่งออกมา ฟังดูตะกุกตะกักเหลือเกิน แม้มายาวีกำลังพยายามทำให้มันดังจนสุดเสียง หากกลับเป็นว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้น ไม่ได้แตกต่างจากเสียงกระซิบ แต่ก็ยังทำให้สองร่าง กำลังตั้งหน้าผสมพันธุ์ โดยไม่อายผีสางเทวดา มีอันต้องรีบผละถอยห่างจากกันทันที

เรียกอย่างนั้นคงไม่น่าจะใช่ เมื่อเธอเห็นร่างด้านบน ซึ่งเป็นฝ่ายหญิงนั่งคร่อมตักของฝ่ายชาย เหมือนเจ้าหล่อนจะถูกผลักกระเด็นลงไปนั่งกองบนพื้นห้องแทนเสียมากกว่า

 “ว้าย!” พร้อมกับเสียงวี๊ดว๊าย ตอนร่างของแม่เนื้อนมไข่ปลิดปลิวร่วงหล่นสู่พื้นห้องเสียงดัง พลั๊ก!

“เม...คุณเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงถามด้วยกิริยาร้อนรนดังมาพร้อมร่างสูงพุ่งตัวมาประคองร่างบอบบาง ไม่คิดสนใจเสียงตัดพ้อของคนถูกผลักจนกระเด็นก้นจ้ำเบ้า

 “เดวิสคะ ลูซีเจ็บนะ มาผลักลูซีทำไม”

แม่สาวฝรั่งเจ้าของร่างอวบโวยลั่น ถึงกระนั้นยังอุตส่าห์ตวัดสายตาวาวโรจน์จ้องเขม็งมองเลยผ่านร่างสูงที่ไม่คิดสนใจตัวเอง มาหาคนป่วยบนเตียงแทน

ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ ทำไมดูเดวิสถึงได้หวงห่วงมันเสียเหลือเกิน ห่วงใยจนไม่คิดแลสายตาลงมามองเธอด้วยซ้ำ...

“ไม่ต้องมายุ่ง...แล้วอย่าบังอาจเอามือสกปรกของนายมาถูกตัวฉันเด็ดขาด”

มายาวีรีบเบี่ยงกายหลบตอนเห็นมือหยาบกำลังยื่นมาถูกเนื้อตัวเธอ แบะปากแสดงสีหน้าขยะแขยง ทำให้เดวิสรู้สึกหน้าชา อยากบีบคอขาวๆนี่มันซะเหลือเกิน

“ไอ้คนสกปรก...” หญิงสาวงึมงำเสียงติดลำคอเป็นประโยคต่อมา

หึ...ก่อนหน้าคงกำลังเพลิดเพลินจำเริญใจกับแม่สาวผมบรอนนั่นอยู่สิท่า คงกำลังทำเรื่องทุเรศ สัปดนกันอยู่นั่นแหละ หน้าชีกออย่างหมอนี่มีหรือจะทำอะไรอย่างอื่นเป็น นอกจากเรื่องใต้สะดือ พอคิดถึงเรื่องไม่ดี มายาวีเลยต้องรีบขยับตัวให้ห่างกับร่างสูง ทำท่าโน้มกายเข้ามาหาตนเองอย่างไม่ฟังเสียงห้ามปราม

“อย่าดื้อกับฉันให้มากนักนะเม ฉันถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ฉันจะได้เรียกพยาบาลมาดูแล”

เสียงถามเข้มขึ้น ตวัดสายตากรุ่นโทสะมองคนป่วยแสนพยศ อยากจับมาตีก้นแล้วฟัดเสียให้หายดื้อ พอฟื้นคืนสติมาได้ มีแรงลุกขึ้นอาละวาดเลยนะแม่คุณ แม่เมียจ๋าตัวแสบ...

“ก็บอกไม่ต้องมายุ่ง ฉันจะเป็นจะตายมันก็เรื่องของฉัน นายไม่ต้องมาสาระแน ออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยไป เห็นแล้วมันพานจะอ้วกใส่”

ด่าเสร็จปัดมือกำลังแตะลงบนหน้าผากตนเองทิ้ง เบี่ยงหน้าหนี เดวิสไม่ใคร่สนใจ เขายกฝ่ามือแตะหน้าผากคนพยศเพื่อต้องการวัดไข้ ไม่ไยดีกับสายตาวาวแสงของอีกฝ่ายมองมาด้วยซ้ำ แต่ยอมรับ เขาต้องข่มอารมณ์ตนเองสุดกำลังอยู่เหมือนกัน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าส่งเสียงแว๊ด ด่าทอเขาเหมือนอย่างมายาวีทำสักคน ขืนด่าเขาสิพ่อไม่เคยปล่อยให้ลอยนวล ถ้าไม่ตบจนเลือดกลบปาก ไม่ต้องมาเรียกเขาว่าเดวิส รีคอร์ ซาเนส

แต่เอาเถอะ...เขาจะยอมให้สักครั้ง คิดเสียว่าตนเองนั้นเป็นคนผิด เป็นตัวต้นเหตุทำให้มายาวีเจ็บหนักจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล หรือจะมองในทางที่ดี

การเริ่มต้นด้วยการยอมลงให้เมียตัวเองคงไม่เสียหายอะไร...

ลูซี ยังนั่งทำหน้าบูดบึ้งกับพื้นห้อง เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้าง หญิงสาวถึงกับต้องยกเอามือขึ้นแยงหู ขยี้ตา ก่อนอ้าปากกว้าง

นั่นมันใช่ เดวิส รีคอร์ ซาเนส มาเฟียหนุ่มจอมโหด คนที่เธอเคยรู้จักหรือเปล่านะ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไหร่ เขายอมถูกผู้หญิงบนเตียงด่า แล้วยังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้...

“เอ๊ะ! บอกไม่ต้องมาถูกตัวของฉันไง”

เสียงเหวดังขึ้นอีกครั้ง ปลุกสติของคนบนพื้นให้หลุดออกมาจากภวังค์ ก่อนในหัวสว่างวาบ ยกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์

“เดวิสขา ในเมื่อเขาไม่อยากให้ยุ่ง นั้นเราสองคนออกไปหาอะไรสนุกทำกันข้างนอกต่อเรื่องเมื่อ...เอ่อ...กี้ ดีกว่านะคะ สานต่อความสุขของเราสองคน เดี๋ยวลูซีจะโทรสั่งให้ลูกน้องเปิดห้องสวีทเอาไว้รอ ดีไหมคะ...”

ร่างอิ่มรีบยันกายลุกขึ้นยืน แล้วพาตนเองเดินเข้ามาเกาะแขนร่างสูง จงใจเบียดหน้าอกทรงตูมเข้าหาร่างสูง รั้งให้เขาออกห่างจากผู้หญิงชาวเอเชีย ส่งเสียงหวานแสร้งพูดให้คนป่วยบนเตียงเข้าใจผิดด้วยเรื่องทำนองอย่างว่า

“ความคิดลูซี สุดยอดใช่ไหมล่ะ...”

เดวิสกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนดูดุดันหันขวับ

“ออกไปให้พ้นฉันซะ ลูซี...ฉันยังไม่มีอารมณ์จะฆ่าใครตอนนี้”

 ขับไล่พร้อมสะบัดลำแขนอุดมด้วยมัดกล้ามออกห่างจากแม่ตัวเจ้าปัญหา ชี้นิ้วไล่ไปยังประตูห้องพักฟื้น เริ่มนับหนึ่งถึงสิบในใจ ลูซีกลืนน้ำลาย ชั่งใจจะเอาอย่างไรต่อดี

“แต่ว่า...ลูซี...”

 แม่สาวเนื้อนมไข่แสดงท่าทางอิดออด พร้อมตวัดสายตาไม่พอใจมองร่างขาวซีดบนเตียง เพราะมันคนเดียว เดวิสถึงไม่ต้องการเธอ

“อย่าเซ้าซี้จนฉันทนไม่ไหว เธอก็รู้นะลูซี การทำให้เดวิส รีคอร์ ซาเนสโกรธจัด ผลตามมาหลังจากนั้นมันจะเป็นยังไง”

ลูกสาวบ่อนกาสิโนกลืนน้ำลาย ช้อนสายตาเสียดายขึ้นมองเจ้าของใบหน้าคมดุ

“ก็ได้ค่ะ ลูซีกลับก่อนก็ได้ นั้นเอาไว้วันหลังลูซีจะมาสานต่อความสุขของเราต่อนะคะ...ลูซีไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่ เรื่องของเราต้องไม่จบลงแบบนี้...”

ท้ายคำพูดหญิงสาวจงใจปรายตามองคนบนเตียงประกาศให้รู้ชัด ศึกครั้งนี้ยังไงเสีย เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ ก่อนหมุนร่างอวบอัดหันหลังพรืดตามคำไล่ของมาเฟียหน้าหล่อ

“นายก็ออกไปด้วยสิ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉันนักจะได้ไหม ฉันอยากนอนพักผ่อน ไม่อยากหลับด้วยการฝันร้าย ฝันเห็นหน้าคนอย่างนาย”

มายาวีตวาดเสียงข่ม เอาเท่าที่ตนเองจะมีแรงเปล่งมันออกมา เธอไม่ได้มีความรู้สึกหึงหวง ตรงกันข้าม เธอเกลียดเขาจนเข้ากระดูกดำมากกว่า

“อย่ามาทำเก่งกับฉัน ถ้ายังไม่อยากถูกจับปล้ำทั้งที่ยังมีสายน้ำเกลือติดแขน”

คนที่ชักเริ่มหงุดหงิดเปล่งเสียงกร้าวกระด้าง ยอมอ่อนข้อให้ก็แล้วยังไม่สำนึก

“ไอ้คนใจร้าย นี่นายคิดจะรังแกแม้กระทั่งคนป่วยงั้นรึ...” มายาวีถอยร่างเล็กชิดหัวเตียง ตวัดสายตาระวังภัยมองคนตัวโตกว่าหลายเท่า

“ก็ถ้าคนป่วยปากจัด แถมยังปากดี มันก็ไม่มีความจำเป็นต้องใจดีด้วยให้เสียอารมณ์”

 เดวิสเขยิบตามติด ยึดไหล่มนดันให้ติดพื้นพนักหัวเตียง พร้อมออกแรงบีบ ส่งเสียงขู่เพื่อต้องการปราบพยศเมียจ๋ามากกว่าคิดทำจริง

 เมื่อไหร่หนอ เมียจ๋าของเขาถึงจะยอมเชื่องเหมือนลูกแมวน้อยให้เขารู้สึกชื่นใจสักที...

ทว่าประโยคต่อมา ทำเอามาเฟียร้ายหน้าตึง อารมณ์พุ่งสูงปรี๊ด

“ฉันเกลียดนาย... เกลียดมาก”

“ก็ดี...อย่ามาตกหลุมรักฉันภายหลังก็แล้วกัน...”

“ฝันไปเถอะย่ะ...”

สองดวงตาต่างตวัดมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“คิดว่าฉันนึกพิศวาสเธอนักหรือไง...”

“ถ้าไม่ได้พิศวาสกัน นั้นนายก็สมควรออกจากห้องนี้ไปเสียที เพราะว่าฉันรู้สึกเหม็นขี้หน้านายเต็มทน อยากจะอาเจียน”

พูดไล่ก่อนจะปัดมือเขาออกจากหัวไหล่ รีบเอนกายนอนราบกับพื้นเตียง โดยไม่ลืมหันหลังนอนตะแคงข้างเพื่อหนีใบหน้ากวนอารมณ์ มายาวีหลับตาลง ด้วยไม่อาจทนเห็นหน้าคนที่ชอบทำร้ายตนเองซ้ำซากได้อีกสักวินาทีเดียว เป็นเพราะเขาคนเดียว ชีวิตของเธอที่เคยวาดหวังมันต้องสงบสุข หลังจากพาตัวเองออกมาอยู่หากไกลจากสองแม่ลูกคู่นั้น หากมันไม่เป็นอย่างใจคิดนับตั้งแต่เธอเจอไอ้หมอนี่

 เขามักพาเอาแต่เรื่องวุ่นวายปวดหัวเข้ามาในชีวิตเธอตลอดเวลา แล้วแต่ละเรื่องก็มีแต่ทำให้เธอเสียใจ เสียน้ำตา

“ไอ้ผู้ชายเฮ็งซวย! จะไปตายที่ไหนก็ไปไป๊”

“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ!... นี่เธอกล้าไล่มาเฟียอย่างฉันเชียวเหรอ แม่แมวน้อย...”

เดวิสชักสีหน้าฉุนเฉียวทันทีที่ได้ยินคำไล่ ใบหน้าหล่องอหงิก ก่อนเค้นเสียงแข็งกระด้างถามคนปากดีจนแทบอยากจะบีบคอขาวๆให้หักคามือ พร้อมตวัดสายตากรุ่นด้วยโทสะมองแผ่นหลับบอบบางอย่างคาดโทษ

เห็นว่าเจ็บหรอกนะเลยไม่อยากลงมือทำอะไรรุนแรง รอให้หายดีก่อนเถอะ เขาจะจัดให้อย่างสาสมเชียวละ...

“ก็ไม่ได้เชิญให้อยู่ต่อก็แล้วกัน...” เสียงตอบอู้อี้ของคนนอนหันหลังให้ยิ่งเพิ่มเชื้อไฟในใจของมาเฟียหนุ่มหน้าหล่อ เดวิสขบกรามแน่น ข่มอารมณ์เดือดตนเองเอาไว้สุดพลัง ชายหนุ่มเดินลงน้ำหนักเท้าหันหลังเดินกลับมายังมุมห้อง กระแทกก้นนั่งลงบนโซฟาเสียงดัง ดวงตาสีเข้มจ้องแผ่นบอบบางเขม็ง พูดปลุกปลอบใจตัวเอง

 ใจเย็นหน่อยไอ้เดวิส เธอคือเมีย ต่อให้โมโหมากแค่ไหน นายต้องไม่ทำรุนแรงกับเธอ...

พอรู้สึกใจเย็นลงบ้าง มาเฟียหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางด้วยสายตาอ่อนแสง ตวัดปลายขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ยกลำแขนทั้งสองข้างสอดมือเพื่อรองศีรษะ

“ฉันชักสงสัยเสียแล้วสิ ผู้หญิงไทยนี่ไร้จิตสำนึกเหมือนเธอทุกคนหรือเปล่า แทนที่จะกล่าวขอบคุณกันสักคำ แต่นี่อะไร ทั้งด่าทั้งขับไล่ไสส่งสารพัด ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณกันเสียบ้างเลย อย่างนี้คนไทยเขาเรียกว่าอะไรนะ...ทำบุญได้โทษ โปรดสัตว์ได้บาป หรือเปล่า”

คนนอนหันหลังให้เม้มกลีบปาก หมอนี่เข้าใจภาษาไทยเสียด้วยแฮะ...

“ถ้าคิดจะทำความดีแล้วมาทวงบุญคุณ วันหลังนายก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาช่วยฉันก็ได้นะ เพราะฉันไม่ได้ร้องขอให้นายช่วยเสียหน่อย”

“คิดว่าฉันอยากจะช่วยเธอนักหรือไง นี่ถ้าไม่เห็นแก่มนุษยธรรม ฉันคงปล่อยให้เธอนอนตายอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์เส็งเคร็งนั่นแล้ว ไม่ปล่อยให้เธอมานอนเถียงฉันฉอดๆหรอกนะจะบอกให้”

“วันหลังก็ไม่ต้องช่วย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ขอให้ช่วย...” มายาวีเน้นย้ำคำเดิมเสียงสั่น

“ปากดีแบบนี้แสดงว่าหายดีแล้วสินะ ดี...จะได้หาอะไรทำเล่นสนุกๆ...”

เดวิสแกล้งถามเสียเยาะ ทำท่าจะก้าวลุกขึ้นจากโซฟา พอดีกับคนไข้พลิกกายกลับมา พร้อมส่งสายตาแข็งกระด้างหยุดร่างบนโซฟาให้ชะงักอยู่กับที่

เดวิสกลับมาหงุดหงิดอีกหน เขาชักสีหน้าฉุนกึกไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเจ้าหล่อนเลยให้ตาย มันทำให้เขารู้สึกคล้ายตัวเน่าเหม็นอะไรสักตัว ไม่ใช่ชายหนุ่มสุดแสนเพอร์เฟค การันตีด้วยรางวัลมากมายจากแวดวงสื่อบันเทิง

“เอ๊ะ! ยังไม่หาย จะหายได้ยังไง ฉันกินยาธรรมดาไม่ได้กินยาวิเศษเสียหน่อย ถึงอาการจะได้หายดั่งใจ...แล้วนี่เมื่อไหร่นายจะกลับออกไปสักที ไม่รู้หรือไงคนป่วยเขาให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ”

“ทำไมฉันต้องเชื่อฟังคนอย่างเธอด้วยล่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่...”

 ว่าแล้วเดวิสจึงลุกพรวดเดินใบหน้าบูดบึ้งลากเก้าอี้ตัวเดิม กลับมานั่งแหมะลงข้างเตียงคนป่วย ทำไม่รู้ไม่ชี้

“นอนพักผ่อนสิ มาจ้องหน้าฉันทำไม แล้วก็ไม่ต้องมาทำปากเก่งไล่ฉันให้เปลืองน้ำลาย คนอย่างนายเดวิส รีคอร์ ซาเนส ไม่เคยฟังคำสั่งของใครมาก่อน”

ปากพูดขายกขึ้นไขว่ห้าง มือสองข้างยกขึ้นกอดอก พร้อมแสดงสีหน้าคาดโทษ

รอให้หายดีก่อนเถอะแม่คนปากเก่ง พ่อจะจับฟัดให้เดินไม่ไหวเลยคอยดู...

มายาวีถอนลมหายใจเสียงดัง ป่วยการจะทะเลาะกับคนนิสัยเอาแต่ใจ ความอ่อนล้าบวกกับอาการไข้ยังไม่หายดี หญิงสาวเพียงหลับตาลงไม่นาน เธอจึงเข้าสู่นิทราลมง่ายดาย ปล่อยให้เจ้าพ่อมาเฟียนั่งหน้าตูมอยู่เพียงลำพัง...

พอตกค่ำ คนหอบเอางานเข้ามานั่งทำแก้เบื่อ เริ่มมีอาการเมื่อยล้า เดวิสจึงคิดหยุดพักทั้งมือและสมอง เขาลุกขึ้นยืนเพื่อต้องการยืดเส้นยืดสาย หางตายังแอบชำเลืองมองดูคนป่วยด้วยความรู้สึกห่วงใย มันเป็นความรู้สึกยากนักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายอย่างเขา ชายหนุ่มนิสัย หยาบกระด้าง คิดถึงตัวเองก่อนคนอื่นเสมอ ถ้าคนนั้นไม่ใช่คนที่เขาต้องแคร์อะไร

เดวิสชะงักกายหยุดนิ่ง นัยน์ตาคมกริบกะพริบปริบ งุนงงกับความรู้สึกตนเองในชั่วขณะนี้...

ห่วงใยแม่ตัวแสบอย่างนั้นเหรอ นั่นสิ...ทำไมเขาต้องรู้สึกห่วงเจ้าหล่อนขนาดนี้ด้วย

คิดพร้อมกดหัวคิ้วเข้มลงต่ำ สองขาพาร่างกายสูงกำยำอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก้าวมาหยุดยืนชิดขอบเตียง ทอดสายตาอ่อนลงมองพิจารณา อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกพิเศษกับแม่ผู้หญิงเอเชียคนนี้กันนะ เป็นสิ่งที่เดวิสชักเริ่มต้องลองค้นหาคำตอบเสียแล้วสิ

เขายกมือขึ้นลูบปลายคาง รอยบุ๋มข้างใต้ส่งเสริมทำให้ใบหน้าขาวดูคมคายมากยิ่งขึ้น เดวิส รีคอร์ ซาเนส เอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าขาวนั้นยังคงซีดเซียวไร้สีสัน แต่สำหรับในสายตาของมาเฟียนิสัยโหดเหี้ยม ใบหน้านี้กลับดึงดูดความสนใจได้อย่างน่าประหลาด

มายาวีสวยถูกใจเขาตั้งแต่แรกเห็น ถึงขั้นขนาดว่าในวันที่หญิงสาวเดินทางมาถึงที่ประเทศอังกฤษ เขาตัดสินใจสละทิ้งรายได้จำนวนไม่น้อยในชั่วเสี้ยววินาที สั่งลูกน้องตีรถวนกลับตรงไปยังเส้นถนนเชื่อมต่อกับสนามบิน

เขาต้องการมารับมายาวีด้วยตัวของเขาเอง พร้อมโยนเรื่องงานให้กับลูกพี่ลูกน้องของตนเองจัดการรับหน้าแทน

ความสวยอย่างเดียวคงไม่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกพิเศษอะไรขึ้นมา ในเมื่อชีวิตหนุ่มในวงการมืด หลายปีมานี้ เขาเจอผู้หญิงสาวสวยรูปร่างเซ็กซี่กว่ามายาวีมามากมายเช่นเดียวกัน แต่ทว่าผู้หญิงสวยเหล่านั้น กลับไม่ทำให้เขารู้สึกอะไร นอกจากความเฉยชาเสียมากกว่า

เขาถึงได้อยากได้มายาวีมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกในอนาคตไง...

ชายหนุ่มยื่นมือแตะหน้าผากมน ความร้อนลดลงในอุณหภูมิปกติ ก่อนเดวิสจะผ่อนลมหายใจ สลัดเอาความสงสัยภายในในใจทิ้ง เดินวกกลับมานั่งเหยียดขายาวยังโซฟารับแขกเช่นเดิม ก่อนเผลอหลับตามคนป่วย...

เดวิสมาสะดุ้งตื่นตอนหูเขาได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่ด้านนอกห้องพักฟื้น ยืดคอมองคนบนเตียง เจ้าหล่อนยังหลับตาพริ้มหายใจสม่ำเสมอ

“หลับยาวเหมือนกันนะเนี่ยยัยตัวแสบ...”

ก็ตั้งแต่แม่เจ้าประคุณตื่นขึ้นมาสาดอารมณ์ใส่เขาแว้ดๆ หลังจากนั้นหญิงสาวก็เอาแต่หลับยาว มีตื่นรู้สึกขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือบ้างเป็นบางช่วง กับตอนนางพยาบาลเข้ามาเช็คอาการไข้...

เดวิสก้มหน้าดูนาฬิกาบนข้อมือ เข็มสั้นชี้ตรงเลขแปด หันมองด้านนอกระเบียง ไฟจากทางโรงพยาลถูกเปิดสว่างไสว เขาชักเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาตงิด เลยล้วงหาโทรศัพท์มือถือ กดเบอร์หาชาโค ให้มันจัดการซื้ออาหารขึ้นมาให้เขาบนนี้

 ด้วยตัวเองไม่อยากทิ้งมายาวีไว้เพียงลำพัง...

ส่วนเจ้าร็อคโคตัวดี ป่านนี้คงกำลังสนุกกับชิ้นเนื้อหวานอยู่ละมั้ง เขาจึงไม่อยากรบกวนเวลาหาความสุขส่วนตัวของมัน ปล่อยให้มันได้ปีนป่ายขึ้นสวรรค์ได้เต็มที่...

 

“เจ้านายคุณนี่เล่นตัวชะมัด...นี่ขนาดว่าฉันยื่นของหวานส่งให้ถึงปาก เขายังไม่คิดจะอ้าปากรับเลยด้วยซ้ำ ขืนถ้าป๋ารู้ว่าฉันทำงานพลาดอีกครั้ง หนนี้ไม่รู้ฉันต้องโดนอะไรอีกบ้าง... ” 

สาวร่างเปลือยบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมควานมือหาเสื้อมาสวมใส่ หากจ้องลึกถึงภายในจะเห็นความหวาดหวั่นหลบซ่อนอยู่ในนั้น ลูซีพยายามไม่คิดถึงผลลัพธ์ในข้อผิดพลาด ก่อนจะโยนกางเกงในสีดำที่มือเธอเกี่ยวติดขึ้นมาโยนส่งให้คนด้านข้าง

ร็อคโคคว้ามาถือไว้อย่างไม่แยแส เพราะเขายังไม่คิดจะสวมใส่มันในตอนนี้ พร้อมขยับกายเอนหลังลงพิงพนักเบาะรถในท่วงท่าสบาย หลังจากแม่ม้าสาวสุดเร่าร้อนเพิ่งลุกออกจากหน้าตักเขาไปเมื่อสักครู่ คราบคาวของเขากับเจ้าหล่อนยังโชว์เด่นหรา แต่ร็อคโคเลือกละทิ้งมันไว้แบบนั้น

ฟังคำบอกเล่าอย่างไม่ยีระของลูซี พอทำให้ใบหน้าเรียบนิ่งเป็นประจำนั้นนิ่วลงเล็กน้อย ก่อนคลายตัวออกเข้าสู่สภาพปกติ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเก็บมาใส่ใจนี่นา...

ลูซีนิ่วหน้า หวนคิดทบทวนเรื่องทุกอย่าง

“หรือเป็นเพราะแม่ผู้หญิงคนนั้น คนที่เดวิสกำลังนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เขาถึงไม่ยอมรับข้อเสนอที่ฉันป้อนให้ถึงปาก แม่นั่นต้องทำเสน่ห์ใส่เขาแน่เลย ไม่อย่างนั้นมีหรือ เดวิสจะไม่แยแสสิ่งที่เป็นของโปรด...และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่ชะมัด เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าแม่คนนั้นไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูดใจมากกว่าตัวฉันเลยนะสิ...”

คนถูกปฏิเสธยังคงบ่นต่ออีกยืดยาว ด้วยอารมณ์ภายในของหญิงสาวยังคุกรุ่นด้วยความเคืองโกรธไม่หาย ดีหน่อยตอนเธอขับรถออกมาจากโรงพยาบาล สายตาภายใต้แว่นกันแดดสีดำ เหลือบเห็นท้ายรถของร็อคโคเข้าพอดี

เธอจัดการโทรหาเขา ให้มองหาเส้นทางเปลี่ยว ร้องขอให้เขาช่วยปลดปล่อยความคลั่งค้าง ไม่อย่างนั้นเธอคงได้อกแตกตายเพราะความโมโหเป็นแน่แท้

ร็อคโคเบี่ยงสายตามองเครื่องระบายอารมณ์ด้วยสายตาหมิ่นแคลน

“หึ...ของอะไรที่มันได้มาง่ายๆไม่ต่างจากของฟรี รสชาติมันคงอร่อยสู้ของสดใหม่ที่ต้องใช้เล่ห์กลได้มาหลอกนะ คุณก็รู้นี่ลูซี เจ้านายของผมถ้าบอกว่าไม่ก็คือไม่ อะไรที่โยนทิ้งไปครั้งหนึ่งแล้ว แสดงว่าเขาไม่ต้องการเก็บมันขึ้นมาใช้ใหม่ เพราะของชิ้นนั้นคุณค่า คงไม่ต่างจาก...ขยะ

คำพูดดูแคลนของคนด้านข้างทำเอาร่างขาวโพลนชะงัก เธอตวัดหางตามองซีกหน้าหล่อเหลาด้วยความรู้สึกฉุนกึก ถึงไม่อยากเก็บคำพูดของเขามาใส่ใจ แต่มันก็อดไม่ได้ ตัวเธอเองเป็นมนุษย์ธรรมดา ย่อมมีความรู้สึก ใช่เป็นหุ่นกระบอกเสียเมื่อไหร่

มันจะมีสักครั้งไหมนะ ร็อคโคจะเห็นว่าเธอมีดีพอ

ลูซีเม้มริมฝีปากสะกดกั้นความรู้สึกบางอย่าง ปัดอาการน้อยใจไร้สาระนั้นทิ้ง

ส่วนร็อคโคเองชายหนุ่มแอบชำเลืองหางตามาทางคนเงียบเสียง เห็นแม่สาวไฟแรงสูงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาสวมใส่เสื้อผ้า คราวนี้เจ้าหล่อนเลือกความเงียบแทนลุกขึ้นมาแว๊ดๆใส่เขา

ชายหนุ่มเลยถอนหายใจก่อนเอ่ยคำถาม เพื่อต้องการคลี่คลายความอึดอัดในเวลานี้ เอาเถอะ...เขาเห็นแก่ความดีในตัวเจ้าหล่อนที่ยังพอมีให้เขาเห็นอยู่บ้างก็แล้วกัน

“ว่าแต่นี่คุณจะกลับแล้วเหรอ...”

ถามพร้อมมองลำกายที่เพิ่งผ่านการกำศึกอย่างหนักหน่วงมาหมาดๆ ตอนนี้มันนอนแน่นิ่งซุกซบลงระหว่างต้นขากำยำ หากยังคงความอวบใหญ่ไว้อย่างน่ามหัศจรรย์ ตรงส่วนโคนยังมีน้ำเมือกขาวเลอะจนถึงเส้นไหมดกดำ พานทำเอาเจ้าของลำลึงค์ขนาดมหึมาบังเกิดความต้องการขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ชายหนุ่มจึงดันร่างบางที่กำลังง้วนกับการสวมใส่กางเกงในตัวจิ๋ว ให้โน้มกายลงต่ำ ผลักศีรษะได้รูปแนบชิดกับดุ้นที่เริ่มขยายพองตัว

ลูซีเลิกคิ้วมองกึ่งกลางลำตัวของคนหน้านิ่ง มันกำลังผงาดขึ้นมาประกาศศักดานุภาพอีกครั้ง

“นายยังกินไม่อิ่มอีกหรือไง นี่ก็น้ำสามรอบเข้าไปแล้วนะ น้องสาวฉันเริ่มระบมก็เพราะของนายมันใหญ่เกินมนุษย์นี่ละ...”

 อดโวยวายไม่ได้ ก็ของเขาทั้งใหญ่ทั้งยาว สอดเข้าใส่ในน้องสาวเธอแต่ละที เล่นเอาเธอจุกถึงลิ้นปี่ แถมยังหายใจแทบไม่ออกด้วยซ้ำตอนถูกเขาโยกกายกระหน่ำใส่ นึกถึงช่วงเวลานั้นร่องรักสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะซึมผ่านเนื้อผ้ากางเกงชั้นในที่เธอเพิ่มได้สวมใส่มันเมื่อสักครู่

ร็อคโคไม่แก้ตัวเรื่องความพิเศษของอาวุธประจำกาย รู้เพียงมันสามารถสร้างความสุขมากกว่าความทุกข์ให้แก่บรรดาหญิงสาวที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยก็พอ ชายหนุ่มเพียงกระตุกมุมปากขึ้นเป็นรูปโค้ง ตอนเห็นสายตาวาววับของแม่ม้าพันธุ์เนื้อนมไข่ แล้วเอ่ยปากสั่งให้ทำในสิ่งที่ลูซีปรารถนาเช่นกัน

“ช่วยทำให้มันสะอาดที ผมจะใส่กางเกงใน”

 พูดจบพร้อมส่งอานุภาพความร้อนแรงผ่านทางสายตาหม่นมัวตามแรงตัณหา เล่นเอาเลือดลมของสาวไฟแรงสูงชักพลุกพล่าน เธอส่งสายตาเยิ้มมองสิ่งเย้ายวนตรงหน้าตอบกลับพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

“หึ...นายนี่อึดชะมัดยาด...”

หญิงสาวผู้เจนจัดในเรื่องเซ็กส์ไม่มีความคิดปฏิเสธอยู่ในหัวสมองให้เสียอารมณ์ มุมปากโค้งขึ้นด้วยรู้สึกพึงพอใจหนักหนา แล้วจัดการทำความสะอาดในคำขออย่างไม่มีเกี่ยงงอน...

บนโซฟาอย่างชนิดที่เรียกว่าสามารถดึงออกมาเป็นเตียงนอนสำหรับคนเฝ้าไข้ ดูเล็กไปถนัดตา ยามเมื่อมีคนเฝ้ารูปร่างสูงใหญ่นอนเหยียดขาอยู่บนนั้น เดวิสนอนลืมตาโพลง สาเหตุก็เพราะไอ้ที่นอนบ้านี่แหละ มันทั้งเล็ก ทั้งแข็ง แถมยังคับแคบเหลือทน ใครมันจะไปนอนหลับลง เขาถอนหายใจ เอาเถอะ...พรุ่งนี้คงต้องสั่งให้คนหาเตียงนอนที่ดีกว่านี้มาเปลี่ยน วันนี้คงต้องทนข่มตาหลับไปก่อน แต่ก็หลับไม่ลงสักที

เมื่อความหงุดหงิดเข้ามาก่อกวนจิตใจ จนทำให้คนเฝ้าอาการป่วยไม่อาจฝืนหลับ ชายหนุ่มจึงยันตัวลุกขึ้นนั่ง แบนสายตามองคนบนเตียง แอบส่งค้อนให้เล็กน้อย มายาวียังคงหลับสนิท

น่าอิจฉาแม่นี่เสียจริง ดูท่าหลับสบายเชียวนะ ผิดกับตัวเขาลิบลับ สู้ฝืนหลับตายังไงมันหลับไม่ลงสักที

 เดวิสนึกค่อนขอดในใจ พลางวาดเท้าลงเหยียบพื้น ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาร่างเล็กของคนหลับสนิท ใจดีช่วยดึงผ้าห่มที่ร่นลงด้านล่างขึ้นมาไว้จนถึงลำคอ

แน่นอนว่าสายตาเจ้าพ่อมาเฟียไม่ห่างหายจากร่างกลมกลึงน่าทะนุถนอม เดวิสสำรวจมองด้วยความตั้งใจ พิจารณาหญิงสาวที่เขายกตำแหน่งเมียให้อยู่ฝ่ายเดียว ด้วยสายตาชื่นชม

 เมียเขานี่ก็สวยกว่าแม่พวกสาวๆในประเทศนี้จับมัดรวมกันไว้เสียอีกแฮะ แม้แต่ตอนหลับก็ยังสวย ดวงตาคมเพ่งพิศริมฝีปากหยักอมยิ้ม แม้จะปากร้ายไปนิดก็เถอะนะ ด่าเขาแบบไม่ไว้หน้ามาหลายครั้ง ปั่นหัวลูกน้องเขายิ่งกว่าลูกค่าง ประเด็นสำคัญ เล่นตัวชะมัดยาดก็ตาม

แต่ทุกอย่างล้วนเป็นตัวดึงดูดความสนใจ เรียกร้องให้เขาถอยห่างจากหญิงสาวไม่ได้ ช่างแตกต่างกับบรรดาหญิงสาวน่าเบื่อพวกนั้น เจ้าหล่อนทั้งหลาย มีแต่จ้องเงินในกระเป๋าเขาตาเป็นมัน พร้อมกระโจนเขมือบเขาลงท้องลูกเดียว ไม่มีอะไรน่าสนใจ ออกจะน่าเบื่อสำหรับเขาในเวลานี้เสียด้วยซ้ำ...

ไม่เหมือนเมียเขา...

เดวิสวกสายตาสีควันบุหรี่ขึ้นมองใบหน้าขาวนวล ผิวแก้มละเอียดผุดผ่องน่ากดปลายจมูกโด่งเข้าใส่ ขโมยความหอมชื่นใจ คิ้วเรียวสวยนั้นดกหนา ทว่ากลับเรียงตัวโค้งดุจคันศร ดวงตาโตสีดำขลับ ทำเอาเขาสะดุดใจตั้งแต่ครั้งแรกตอนเจอเธอที่สนามบินปิดสนิท ปลายจมูกโด่งรั้นมักกระพือปีกพะเยิบพะยาบทุกครายามเจ้าตัวหายใจ ริมฝีปากอิ่มเต็มหากก็ร้ายกาจเหลือทนเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายเชิญชวนคนแอบมอง ชายหนุ่มชักเริ่มใจคอไม่สู้ดี เพราะยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาคิดฟุ้งซ่าน ปั่นป้วนไปทั่วช่วงท้องน้อย ความเป็นเขาชักเริ่มขยายตัว เดวิสสั่งห้ามให้ตัวเองหยุดคิดแล้วกลับไปนอนซะ ทว่าเขากลับดึงสายตาออกห่างจากมายาวีไม่ได้ เขาเห็นจังหวะการหายใจของหญิงสาวยังคงสม่ำเสมอ และตรงแถวหน้าอกนูนเด่นสองลูกกลมกำลังเคลื่อนไหวตามจังหวะเข้าออก ทำเอานัยน์ตาสีควันบุหรี่อ้อยอิ่งจับจ้องไม่ยอมถอนห่าง

 เดวิสเผลอกลืนน้ำลาย เมื่อนึกถึงตอนมันเข้าไปอยู่ในโพรงปากของตัวเอง

รสชาติทั้งนุ่มลิ้นและหวานหอมยังตราตรึงใจ

อา...ใบหน้าหล่อขมวดเบี้ยว

“เม...คุณจะร่ายมนตร์เสน่ห์ใส่ผมแบบนี้ไม่ได้นะ”

 สองขาขยับเข้าประชิดติดขอบเตียงคนป่วย รู้สึกถึงความคับตึงตรงบริเวณกึ่งกลางลำตัว อะไรก็ไม่ร้ายแรงเท่าเจ้าฝ่ามือบ้า อยู่ดีๆมันดันยื่นออกมาข้างหน้า ดึงผ้าห่มที่คราวแรกเขาใจดีดึงห่มขึ้นให้ ลากลงมากองไว้ถึงโคนขา เดวิสรู้สึกตกใจในการกระทำของตนเอง เขาฝืนดึงมือเตรียมคว้าเอาสิ่งยั่วน้ำลายให้หยุดนิ่ง หากทำได้ลำบากเหลือเกิน

ให้ตาย! มายาวีไมได้สวมชุดชั้นใน สายตาราวพญาเหยี่ยวทว่าจิตใจเป็นเสือร้ายจ้องจะตะครุบเหยื่อหรี่แคบ น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า จิตใต้สำนึกทั้งส่วนดีที่ยังพอหลงเหลือติดตัวอยู่กับเขาบ้างกำลังตีกับสำนึกส่วนที่แย่ ซึ่งตอนนี้ไอ้สำนึกส่วนนี้เขามีมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่นะไอ้เดวิส มึงจะมาหน้ามืดปล้ำคนป่วยไม่ได้เด็ดขาด... 

แต่แม่นี่แค่ไม่สบาย ไม่ได้บาดเจ็บหรือมีบาดแผลบนร่างกายส่วนไหนเสียหน่อย... 

ไม่ได้...เพราะเธอป่วยไง จะเป็นอะไรก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าป่วย 

แต่นั่นนมขาวๆจากเต้าสดๆเลยนะ นายไม่อยากดูดหรือไง 

ไม่...ร่างกายเธอคงไม่พร้อม 

เอาน่ามายาวีก็แค่นอนหลับ ไม่ได้ให้ลุกขึ้นมาออกแรงทำอะไรสักหน่อย ก็แค่จะดูดนมก่อนนอน อีกอย่างตัวเราจะได้นอนหลับสบายเสียทีไง... 

ความคิดฟุ้งซ่านตีกันยุ่งเหยิง หากสำนึกส่วนแย่ดันมีอิทธิพลเหนือกว่า มือร้ายกาจของมาเฟียหนุ่มหน้าหล่อเลยไม่รอช้า มันปรี่ยื่นเข้าหาสาบเสื้อ สอดแทรกปลายนิ้วแข็งแรงค่อยสะกิดกระดุมเสื้อคนป่วยของทางโรงพยาบาลออกทีละเม็ด อย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อา...เมียจ๋า...”

เดวิสซูดปาก ม่านตาดำขยายกว้าง ความขาวผุดผ่องไร้จุดตำหนิแยงใส่ดวงตาจนรู้สึกพร่ามัวของคนหน้าหื่น เดวิสมือไม้เริ่มสั่นเทาคล้ายคนถูกผีเข้า จำต้องกลืนน้ำลายลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า จังหวะการเต้นของหัวใจถี่กระชั้น กว่านิ้วยาวจะปลดกระดุมจนถึงเม็ดสุดท้าย เล่นเอาเจ้าพ่อหน้าหล่อถึงกับเหงื่อซึมหน้าผาก ริมฝีปากมันย่อง

พอสาบเสื้อถูกแบะแยกห่างออกจากกัน ชายเสื้อหล่นอยู่ข้างลำตัวหญิงสาว สิ่งที่ปรากฏชัดเต็มสองลูกตา เล่นเอามาเฟียจอมโหดตาแถบถลนออกนอกเบ้า นมสดจากเต้าโชว์เด่นหรา ไอ้ที่เห็นวอมแวม ว่างดงาม มาเห็นแบบชัดแจ๋ว สวยยิ่งกว่า

 สวยจนลมหายใจเดวิสสะดุดกึก...

แม่เจ้าโว้ย! อวบ ขาว น่าฟัดอะไรอย่างนี้วะ...

นี่ขนาดว่าเขาเคยจัดการกินมายาวีมาตั้งหลายครั้ง อิ่มหมีพีมันก็หลายครา หากตอนนี้เหมือนสิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นของแปลกใหม่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เหมือนชายหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน มันทำให้เลือดลมในกายวิ่งพล่าน อยากกระโจนเข้าใส่ แล้วขย้ำเนื้อนุ่มแสนหวานตรงหน้านี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด

“โอ้ว...ใจเย็นหน่อยไอ้ลูกพ่อ อย่าเพิ่งพ่นพิษออกมาตรงนี้เชียวนะ ถ้าแกไม่อยากรู้สกผิดไปจนวันตาย...”  

เดวิสกัดฟันข่มความเจ็บตรงหว่างขา เลือดในร่างกายเขากำลังวิ่งวนรวมอยู่ในจุดเดียว จุดอ่อนไหวง่ายต่อการสัมผัส มันดุนดันเรียกร้องอยากออกมาจากเนื้อกางเกงชั้นดี เดวิสเริ่มมีใบหน้าแดงซ่าน จำใจต้องกดความต้องการต่ำลึกให้มันสงบนิ่ง เวลานี้คงไม่เหมาะสม เขาจะมาเล่นจ้ำจี้กับคนป่วยที่กำลังนอนหลับพักผ่อนได้อย่างไร ถึงเขาเป็นมาเฟีย ทว่าไม่ได้จิตใจร้ายกาจขนาดคิดข่มแหงคนป่วยได้หรอกนะ หากความรู้สึกมันควบคุมกันง่ายดายก็คงดีไม่น้อย เขาคงไม่รู้สึกทรมานเหมือนกำลังถูกพิษไข้เล่นงาน จนเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากครามคม

คนคิดไม่ซื่อยืนหอบหายใจแรง พลางยื่นมือไร้การควบคุมสัมผัสเม็ดทับทิมสีชมพูอ่อนระเรื่อ และทันทีที่เม็ดงามนั้นถูกนิ้วมือเย็นเฉียบแตะต้อง เม็ดพลอยแสนสวยชักกระดี๊กระด๊าด้วยการแข็งตัวเป็นตุ่มไต สู้นิ้วมือชาย รอบฐานทรวงขยายอวบใหญ่ขึ้นในทันตา

“อา...เมจ๋า” รู้สึกดีเป็นบ้า

ชายหนุ่มห่อปากพร้อมลากฝ่ามือใหญ่กอบกุมใต้ฐานทรวงงาม คอยนวดคลึงเล่นอย่างเบามือ มันทั้งนุ่มหยุ่นทั้งพอดีกับมือเขาเหมือนมันถูกสร้างมาเพื่อเขา หัวแม่มือว่ายวนเวียนหมุนรอบเม็ดงดงาม เพิ่มแรงอีกนิดบีบมือลงกับก้อนเนื้อนุ่ม แล้วซูดปากซีดซาด

“เนื้อก็นุ้ม นุ่ม...ถ้าได้กินสักคำคงจะดีไม่น้อย...”

เดวิสชะงักมือ ทอดสายตามองสิ่งยั่วตาด้วยความรู้สึกหิวโหย

 แล้วแกจะรออะไรอยู่อีกล่ะไอ้เดวิส รีบจัดการกินนมเมียแกเลยสิ จะมัวยืนบื้อทำซากอะไรอีกเล่า คนคิดไม่ซื่อนัยน์ตาพอง แลบลิ้นเลียกลีบปากแห้งผาก เหยียดยิ้มให้สิ่งเย้ายวนกิเลสตัณหา

“นั่นสิ จะรออะไร...มายาวีคงหลับสนิทอีกยาว”

เต้าสาวทั้งแน่นและนุ่มหยุ่นมือ ขนาดกำลังพอเหมาะพอเจาะ ดูไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินตัว สามารถจุดแรงกำหนัด บังเกิดขึ้นก่อนไหลวนมารวมอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์ได้ในฉับพลัน มันจึงกระดกหัวกึกกักภายใต้กางเกงผ้าเนื้อดี กระตุ้นให้ตอบรับความคิดในด้านร้ายโดยไม่ยากเย็น

เดวิสลากขาเข้าใกล้ขอบเตียงมากขึ้น รู้สึกลำบากไม่น้อยตอนเขยื้อนกาย เมื่อตรงส่วนกึ่งกลางลำตัวมันขยายตัวจนคับแน่นหว่างขา ก้าวเดินแต่ละที ทำเอาใบหน้าแดงนั้นบิดเบี้ยวเหยเก  หากมันเป็นความทรมานอย่างสุขสม ชายหนุ่มหรี่สายตาร้อนแรงจับจ้องสองบัวตูม มันกำลังขยับขึ้นลงตามแรงจังหวะหายใจอย่างหิวกระหาย ทำไมเขาเพิ่งมารู้เอาตอนนี้ เขามีของดีระดับเกรดพรีเมียมอยู่ในมือตัวเองแท้ๆ หรืออาจจะเป็นเพราะเวลาปกติ เขามักหน้ามืด เอาแต่ไล่ปล้ำมายาวีลูกเดียว เจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องจับหญิงสาวกดลงพื้น ยัดเยียดความเป็นเขาเข้าใส่มันลูกเดียว เลยไม่เคยสังเกตให้ดี...

ร่างชายสมบูรณ์แบบโน้มเข้าหาร่างบอบบางกลมกลึง ส่งสายตาร้อนแรงหิวกระหายมองสิ่งงดงามกระตุ้นราคะ พลางกลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก มือเขาเริ่มสั่น เหงื่อเริ่มซึมหน้าผาก หน้าท้องขยายตัวหดเกร็ง ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเท่าไหร่ จังหวะการเต้นของหัวใจมันเต้นกระชั้นถี่ยิบมากขึ้นเท่านั้น เดวิสก็ไม่รู้ตัวมาก่อน เขาจะรู้สึกตื่นเต้นทำเหมือนไก่อ่อนไม่ประสีประสากะอีแค่ผู้หญิงนอนเปิดหน้าอกได้มากมายถึงขนาดนี้ ทำเหมือนเขาไม่เคยนอนกับมายาวีมาก่อน ทั้งที่ความจริงเขาเคยพาเจ้าหล่อนท่องแดนสวรรค์มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งด้วยซ้ำไป

มาเฟียหน้าหล่อพ่นลมร้อนเข้าใส่ก้อนเนื้อขาวอวบ มันขยายตัวเต็มอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงฝ่ามือกั้น ริมฝีปากมันย่องอ้ากว้างในทันที สายตาสีเข้มจัดเหลือบมองเจ้าของทรวงงามเล็กน้อย เจ้าหล่อนยังหลับตาพริ้ม เขาจึงจัดการรวบเอาดอกบัวคู่งามมาแนบชิดกัน ก่อนครอบริมฝีปากกระด้างเข้าใส่เม็ดพลอยสีสวยถูกใจ แล้วตวัดปลายลิ้นเลีย เลือดลมในกายแล่นพล่าน

พระเจ้า! หวานเหลือเกินแม่คุณเอ๊ย

เดวิสออกแรงดูดเน้นยอดทรวงงามไม่ต่างจากทารกตัวน้อย เจ้าของเต้าขยับตัว เปล่งเสียงครางอืออาในลำคอ แต่เป็นการขยับเพื่อแอ่นหยัดแผ่นหลังขึ้นอำนวยความสะดวกให้ทารกหน้าหื่นได้ดูดดื่มนมจากเต้าสดๆได้อย่างถนัดถนี่ มายาวียังไม่รู้สึกตัว เธอนอนหลับลึกด้วยเพราะตัวยานอนหลับที่ทานเข้าไป ดังนั้นสิ่งที่ร่างกายตอบสนองทุกอย่างจึงเป็นไปตามธรรมชาติเสียมากกว่า

คนหื่นเลยยิ่งได้ใจขยับยกฝ่ามือว่างอีกข้างลูบไล้ผิวเนื้อเรียบลื่นอย่างหยามใจ ก่อนมันผลุบหายผ่านขอบกางเกงยางยืด อ้อยอิ่งตรงเนินเนื้ออวบอูมปิดสนิท เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวตรงรอยแยก ยังไม่กล้าส่งปลายนิ้วแหวกว่ายในร่องฉ่ำ ห่วงกลัวมายาวีจะรู้สึกตัวเสียก่อน...

เจ้าพ่อมาเฟียจอมหื่นมีสีหน้าเบิกบาน ยิ้มย่อง เขาตั้งอกตั้งใจฟัดก้อนเนื้อกลมกลึงสลับกันทั้งสองข้าง ซ้ายและขวาอย่างไม่มีน้อยหน้ากัน พลางส่งมือด้านล่างลูบไล้เส้นขนอ่อนเป็นการหยอกล้อ พรมนิ้วมือเรียวยาวสะกิดตุ่มคริสตอริสอย่างอ่อนโยน ทำให้น้ำรักฉ่ำเยิ้มไหลซึมผ่านทางแยกออกมาเปื้อนนิ้ว แสดงให้เห็นถึงชัยชนะรอเขาอยู่ข้างหน้า

 เดวิสรู้สึกพึงพอใจ แม้เพียงได้สัมผัสภายนอกกาย ชายหนุ่มส่งปลายนิ้วเรียวยาว ปาดรอยแยกกลีบสาวเบิกทางเข้าสู่ถ้ำสวรรค์ เย้าหยอกกับความนุ่มลื่นยามสอดใส่ผ่านความหฤหรรษ์ มันตอดนิ้วมือเขา ตุบตับ สร้างความเสียวให้กระเจิง

“อืม...”

 ส่งผลทำให้คนถูกลักหลับหลุดเสียงคราง อืออา ร่างกายควบคุมไม่ได้คล้ายกับหลับฝัน หากเป็นฝันจริง มันคงเป็นฝันที่แสนวาบหวาม รัญจวน ร่างกายของเธอถูกใครบางคน หยอกเย้าด้วยไฟแห่งพิศวาส ร่างกายเธอร้อนผ่าวสลับหนาวยะเยือก ร่างงดงามสั่นเทาเหมือนคนไข้ขึ้น ด้วยเพราะอยากให้ใครคนนั้นช่วยเติมเต็มส่วนทรมานนี้เสียที

หัวจะงอยเต้นกระสันในอุ้งปากร้อน ความหวานของเนื้อนางสร้างความพึงพอใจให้แก่มาเฟียหน้าหล่อ เดวิสปลดตะข้อกางเกงของตัวเองออก พลางรูดมันลงมาค้างไว้เหนือหัวเข่า

พร้อมส่งมือสัมผัสดุ้นเนื้ออวบใหญ่ มันขยายใหญ่จนคับแน่น รูดหนังห่อหุ้มมันวาวด้วยเลือดแห้งหนุ่มฉกรรจ์ ขึ้นลงตามจังหวะการดูดนมจากเต้า บังเกิดเสียงซีดซาดไม่ขาดปาก

“โอ้ว...หวาน มัน อร่อยลิ้นเหลือเกิน แม่คุณเอ๊ย!...”

เสียงงึมงำดังขึ้นสลับกับเสียงดูด จ๊วบ จ๊าบ ของการดูดนมสดจากเต้าสล้าง มือด้านล่างทำงานหนักหน่วงตามแรงอารมณ์พลุกพล่าน ถอกเนื้อหนังจนมันแดงปลิ้น มันปวดหนึบจนเขาทนไม่ไหว เลยจำต้องหาทางระบายออก แม้จะรู้สึกกระดากในคราแรก

แต่เอาเถอะ...ยังไงก็ดีกว่าต้องจับคนหลับแถมยังป่วยปล้ำกิน กลัวไข้จะกลับมาอีก สงสาร ถึงปากแม่นี่ออกจะร้ายกาจไม่เบา ด่าทอเขาโดยไร้ความกลัวเกรง หากพอเห็นป่วยจนดูซีดเซียวใจเขาเองก็ทนไม่ได้เช่นกัน ริมฝีปากหยักหนาเปียกชื้นด้วยน้ำลาย ด้วยกิริยาการกินตะกละตะกลามมูมมาม การลักหลับคนป่วยรสชาติมันดีไม่หยอกเหมือนกันแฮะ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจอีกต่างหาก

เดวิสเร่งมือกำลังรูดหนังถลอกของเอ็นสีน้ำตาลอ่อน ปากดูดนม มือขยับพร้อมกันทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งกำลังสอดใส่กลีบเนื้อหวาน ส่วนอีกข้างรูดหนังจนแลเห็นหัวเห็ดปอกเปิด มีน้ำขาวซึมติดหัวรูหยักคล้ายดอกเห็ดบานเต็มที่

“โอ้ว...พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ถึงความรู้สึกสุขสุดยอดของเขานั้นมากแค่ไหน...”

 ใบหน้าหล่อเหยเกบิดเบี้ยว ทั้งเสียวทั้งสุขอะไรอย่างนี้หนอ ความเสียวสะเด้าแล่นลิ่วจนจุกอก ในที่สุดชายหนุ่มได้พาตนเองเดินผ่านความเพลิดแผ่วมาจนพบหลักชัย

“อืม....”

ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นสูงจนแลเห็นลูกกระเดือกแหลม พร้อมส่งเสียงคำรามแหบแห้ง ภายในตัวเขาเบาโหวง เดวิสหลับตาเขาชักมืออีกสองสามทีเพื่อหัวเห็ดพ่นน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาเป็นทางยาว มันกระเซ็นถูกเสื้อผ้าคนหลับลึกจนเปรอะเปื้อน ชายหนุ่มกัดฟันรีดดุ้นเนื้อจนหยดสุดท้าย อาการหายใจถี่ค่อยสงบลง ค่อยๆปรับการหายใจจนมันเป็นปกติ หรี่ตามองผลงานตนเอง ก่อนม่านตาจะขยายกว้าง 

ฉิบหายแล้วกู!...

 

------------------------------------ 

 

 

ความคิดเห็น