facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สอนครั้งที่ 2 หน้าที่ที่ดีของรุ่นพี่นั้น

ชื่อตอน : สอนครั้งที่ 2 หน้าที่ที่ดีของรุ่นพี่นั้น

คำค้น : Music of love วุ่นรัก นายปี1วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 404

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2562 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สอนครั้งที่ 2 หน้าที่ที่ดีของรุ่นพี่นั้น
แบบอักษร

สอนครั้งที่ 2 หน้าที่ที่ดีของรุ่นพี่นั้น

ใบหน้าใกล้ เสียดเข้ามา จนแทบกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตากะพริบถี่ยิบพร้อมกับทั้งคู่ที่จ้องหน้ากันด้วยความไม่ตั้งใจ ใกล้เกินไปเปล่าวะเนี่ย...

(แกร๊กๆ) เสียงลูกบิดประตูดังขึ้นในวินาทีต่อมาก่อนที่ทั้งคู่จะสปินตัวหนีออกห่างจากกัน เมฆชะโงกหน้าลอดประตูออกมามองภาคินแล้วส่งยิ้มหยอกเย้าเป็นสไตร์กวนๆ ของเขาอย่างปกติ "เห้ยมึง เขารอมึงอยู่เนี่ย ไอภาคิน... อ่าว น้อง มาง้อไอคินอ่อ"

"มึงนี่แม่ง! เอ้อๆ เดี๋ยวไปละ" ร่างกายพยุงตัวขึ้นยืนแล้วผละตัวออกจากรุ่นน้องหน้านิ่งไม่ยอมพูดจา "เอามานี่! " มือเล็กฉุดหยิบลูกอมเม็ดเล็กที่อีกฝ่ายยังคงคาบไว้ในปาก ก่อนจะยัดใส่ปากไปอมเองอย่างไม่รังเร "อมแล้วนะ เลิกมาจี้ได้ละ จะไปไหนก็ไป" แผ่นหลังค่อยๆ เดินหายกลับเข้าไปในห้องประชุมแต่แล้วก็หันขวับกับมาเจอเมฆที่ยืนมองด้วยแววตาเหมือนกำลังสังเกตทั้งคู่ "มองเชี่ยไร"

"แหมะๆ มีมาให้ลูกองลูกอมกันด้วย"

"หุบปากไปเลยมึง ไปได้แล้ว!! เดี๋ยวก็ตบหัวโยก"

"จ้าๆ คุณพี่" ทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในห้องทิ้งไว้เพียงนที รุ่นน้องร่างสูงที่ยังคงมองอีกฝ่ายกลับเข้าไปในห้อง แม้ตอนที่ประตูนั้นจะปิดลงก็ตาม เขาก็ยังคงมองต่อไป รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนฝีเท้าจะก้าวเดินออกไปจากตรงนั้นในต่อมา

...

...

"เอ้า!! วิ่งไปครับ วิ่งไป!! วิ่งแล้วตะโกนดังๆ!! " วันถัดมาในช่วงเช้าที่อากาศควรจะแจ่มใส่ กิจกรรมSotusยังคงดำเนินต่อไป เสียงตะโกนด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ พร้อมกับกลุ่มฝีเท้าที่วิ่งเหยาะๆ ไปมารอบสนาม "วิศวโยธา!! "

"เห้ย นที มึงไหวป่าวเนี่ย? "

วี เพื่อนชายของนทีที่วิ่งอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เอ่ยเสียงหอบแห้ง มองเพื่อนอย่างนทีที่ใบหน้าของเขาค่อนข้างซีดเหมือนกำลังจะเป็นลมในไม่ช้า นทีได้เพียงส่ายหัวเบาๆ แต่ด้วยเท้าของเขาที่ดูจะก้าวไม่ค่อยขึ้นนั้น มันกลับทำให้อีกฝ่ายดูกำลังหมดเรี่ยวแรง

"กูว่ามึงไม่ไหวแล้วล่ะ เดี๋ยวกูบอกพวกพี่เขาให้ เอ่อ พี่.."

".......! " มือเอื้อมจับห้ามปรามอีกฝ่ายไว้ได้ทัน แต่แล้วร่างกายที่โหมกระหน่ำด้วยความเหนื่อย ก่อนทรุดลง "เห้ย!! นที!! " เหล่าบรรดาเฟรชชี่ที่อยู่ร่วมวงต่างพากันแตกตื่น กระทั่งฝีเท้าที่ฝ่าวิ่งฝูงชนเข้ามาถึงจุดกึ่งกลางของวง "หลบหน่อยครับ หลบหน่อย เห้ย เป็นอะไรไหม? " เสียงเอ่ยกึ่งก้องเรียกอีกฝ่ายที่มีท่าทางเบลอจากอาการลมแดด นทีพยายามมองรุ่นพี่อีกฝ่ายที่วิ่งเข้ามาช่วยพยุงตัวไว้ แต่ด้วยภาพที่เบลอจนมองไม่ชัด มันทำให้เขาไม่ทราบเลย ว่ารุ่นพี่คนไหนกันที่มาพยุงร่างของเขาเอาไว้

"มึง ไปตามข้าวฟ่างมา"

"เคๆ ขอทางหน่อยครับ น้องขอทางหน่อย เพื่อนเป็นลม เอ้าหลีกสิวะเห้ย! " ร่างกายถูกพยุงตัวไปที่ห้องพยายาบาลก่อนที่เขาจะถูกหามขึ้นเตียงนอนพักอยู่เงียบๆ ฝีเท้าวิ่งตามเข้ามาของรุ่นพี่อีก2 3คนที่เหลือ ด้วยเสียงเอะอะโวยวาย "ข้าวฟ่างดูแลน้องที น้องเป็นลมแดด"

"อืมๆ เดี๋ยวจัดการเอง น้ำ หยิบกล่องประฐมพยาบาลมาที"

"ขอบใจมาก เอ่อ ฝากกระเป๋านี่ไว้ที เดี๋ยวมาเอา"

"จ้า" ฝีเท้าของรุ่นพี่วิ่งห่างออกไป ด้วยแววตาขุ่นมัวพยายามเพ่งมองว่าใครกันคือคนที่ช่วยพยุงเขา แล้วหามมาส่งที่นี่ นทีพยุงตัวขึ้นนั่ง แต่แล้วรุ่นพี่ที่รับหน้าที่ดูแล ขยับตัวเข้ามาห้ามเอาไว้ทัน "เดี๋ยวๆ จะไปไหน ยังไม่หายดีเลยนะ นี่จ้ะยาดม แล้วก็นี่ น้ำนะ" ใบหน้าพยักน้อยๆ เป็นการขอบคุณ ก่อนที่เขาจะยอมพักรักษาตัวเงียบๆ ภายในห้อง

เวลาร่วงเลยไปนาน จนร่างกายเริ่มรู้สึกหายกังวล นทีขยับตัวลุกขึ้นยืน ประจวบเหมาะกับรุ่นพี่ที่อยู่ในห้องเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องข้าว "จะไปแล้วหรอ" ร่างสูงได้แต่พยังหน้าเงียบๆ เป็นการตอบรับ

"เอ้อ พอดี มีไรจะถาม คือ..ใช่นทีปี1ป่ะ? " ชายหนุ่มพยักหน้าตอบหญิงสาว ในขณะที่เธอกำลังยิ้ม "จริงๆ ด้วย! คือ.. ฮ่า ฮ่า พอดีเห็นพวกนั้นคุยกันว่าตั้งแต่เมื่อวานนายก็ก่อเรื่อง ไม่แปลกใจเลยที่ภาคินพยุงนายมาส่งที่นี่" ดวงตากะพริบถี่ๆ เมื่อได้ยินชื่อของคนที่พยุงเขามาส่งที่ห้องพยาบาลเป็นรุ่นพี่เฮดว๊ากขี้โวยวายอย่างภาคิน

"ก็นะ คงจะเห็นว่านายเหมือนกับตัวเองสมัยตอนอยู่ปี1 พี่แกเล่นก่อวีรกรรมแสบๆ ไว้เพียบเลยนี่ ยังไงก็ ดูแลตัวเองด้วยนะ ไม่สบายหรือรู้สึกไม่ค่อยโอเคก็แจ้งมาเลย พวกพี่จะคอยช่วยเอง"

(ตื้ด... ตื้ด...)

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาจากกระเป๋าที่ภาคินฝากเอาไว้ก่อนหายกลับออกไปข้างนอก ข้าวฟ่างที่เป็นหัวหน้าฝ่ายพยาบาลที่นี่ เธอก้มหยิบโทรศัพท์ของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วเอ่ยทัก "แย่แล้ว แม่ภาคินโทรมา เดี๋ยวพี่ออกไป..." มือหนาคว้าเข้าที่แขนของเธอเบาๆ พลางมองอีกฝ่ายเป็นการบ่งบอกอะไรบางอย่าง

"อะไรหรอ? " นทีชี้ไปยังโทรศัพท์ของภาคินที่มือของอีกฝ่ายแล้วชี้มาทางเขา เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเขาจะอาสาเอามันไปให้เอง "จะเอาไปให้หรอ? " ร่างสูงยิ้มรับอีกฝ่าย "ขอบใจนะ งั้นฝากทีนะ พอดีพี่ต้องไปช่วยทางนู้นหน่อย" มือหนารีบรับโทรศัพท์จากอีกฝ่ายก่อนจะวิ่งออกไปตามหาเจ้าของโทรศัพท์ที่ยังดังเสียงกึ่งก้องไปทั่ว

สายยังคงโทรมาเรื่อยๆ เหมือนมีเรื่องสำคัญอะไรบางอย่าง ฝีเท้าเร่งรีบ วิ่งไปยังสถานที่ที่ยังดำเนินกิจกรรมต่อไป จนกระทั่งมาเจอกับเจ้าตัวที่มายืนหลบอยู่หลังสแตนด์อิน แต่ว่าภาคินนั้นไม่ได้ยืนอยู่แค่คนเดียว เขากำลังยืนคุยกับหญิงสาวอีกคน สีหน้าของเขาดูตึงๆ เหมือนกำลังคุยเรื่องสำคัญบางอย่าง

สายโทรศัพท์ถูกตัดไปและเงียบลงในที่สุด นทีที่ดูท่าทางของสถานการณ์ต่อไป ค่อยๆ สาวเท้าเดินเข้าไปแอบตรงมุมเล็กน้อย

"เรา...ขอโทษจริงๆ นะ แต่ว่า...

".....ไม่ต้องขอโทษหรอก เราเข้าใจ ยังไงคนที่บ้านสายป่าน ก็ไม่ค่อยชอบเราอยู่แล้วเน้อะ" หญิงสาวที่ดูท่าทางเหมือนกับเธอกำลังไม่สบายใจอยู่เช่นกัน เธอกุมมือทั้งสองข้างไว้แน่น ด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยออกมา

"...งั้น..." ดวงตาของภาคินที่เริ่มหม่นลงเรื่อยๆ เขาพอจะเดาออกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าของเขากำลังจะพูดอะไรออกไป "เรา.. เลิกกันนะ..." ใบหน้าของรุ่นพี่ที่ก้มลงต่ำสักครู่ แต่แล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "อื้ม... โชคดีนะ"

"เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ"

"เรารู้ เราไม่เป็นอะไร ไปเถอะ วันนี้มีคาบเช้า..." หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าสายป่าน เข้าโอบกอดอีกฝ่ายพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาเผลาะๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันเป็นกอดสุดท้ายพร้อมกับที่ฝ่ายหญิงเดินกลับเข้าไปยังอาคาร ใบหน้าของภาคินที่ตอนแรกยังครี่ยิ้มนั้น เริ่มบูดเบี้ยวเก็บอาการไว้ไม่อยู่ และตอนนี้เขาก็เริ่มน้ำตาไหลซึมออกมาด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดเช่นกัน เขาไม่สามารถระบายลงกับอะไรได้มากนัก ฝีเท้าเตะเขากับหินกรวดรุนแรงเพื่อบรรเทา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร

"......." ท่ามกลางความเงียบงั้น เขาที่ค่อยๆ ตั้งสติ สูดลมหายใจเพื่อให้อารมณ์ดีขึ้นก่อนจะหันหน้ากลับมา แต่ก็ดันมาปะเข้ากับร่างสูงโปร่งของรุ่นน้องจอมเงียบตรงหน้าที่มาโผล่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

"เชี่ย! แม่ง ตกใจหมด!! โอ๊ยหน่อ.." มือทาบลงบนอกลูบไปมาเพื่อเรียกขวัญแล้วหันกลับมามองเจ้าตัวอีกครั้ง "มาทำอะไรตรงนี้ ไปรวมกับคนอื่นสิ" ร่างสูงหยิบยื่นโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้อีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ "อะไร? มีคนโทรมาหรอ? "

"........" เขาทำได้แค่พยักหน้าหงึกๆ เป็นการตอบรับ มือเล็กเอื้อมหยิบปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วโทรกลับไปยังสายที่โทรเข้ามาก่อนหน้าก่อนจะผละตัวเดินออกห่างอีกคนไป

"ครับแม่ โทรมามีอะไรครับ? อืม.. ก็ดีครับ ผมทานข้าวแล้ว" ในขณะที่กำลังคุยอยู่กับปลายสายผู้เป็นแม่ เขาที่หันหลังมามองเฟรชชี่รุ่นน้องเจ้าปัญหาอีกครั้งแล้วผายมือไล่ให้อีกฝ่ายกลับไป "ค้าบบ รู้แล้วววว แหม๋ อะไรอีกกก" ในระหว่างที่โทรคุยกันนั้น ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามายืนจากด้านหลังในขณะที่อีกฝ่ายกำลังหันกลับไปหาจนปะเข้ากับเจ้าตัวเข้าโดยไม่ตั้งใจ ร่างเล็กได้แต่มองตาค้าง ทั้งที่ปากก็ยังสนทนาคุยกับแม่อยู่

มือหนาไล่เข้ามาที่เปลือกตาแล้วเช็ดคราบน้ำตาที่ยังคงมีร่องรอยไว้เล็กน้อยก่อนจะใช้นิ้วชี้ที่เปลือกตาตัวเองเพื่อกำลังบอกว่าให้อีกฝ่ายเช็ดหน้าเช็ดตาออกให้เรียบร้อยด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินกลับออกไป ทิ้งความงุนงงอีกครั้งให้กับอีกฝ่ายที่ยังมองตาค้างๆ แต่มือก็ยกขึ้นมาเอื้อมจับเช็ดน้ำตาอัตโนมัติ

...

...

ในช่วงพักกลางวัน มีผู้คนมากมาย รวมถึงเหล่าเฟรชชี่นักศึกษาปีหนึ่งที่พึ่งเลิกจากการเรียนการสอนเสร็จ มีรุ่นน้องบางคนที่หลังจากทานข้าวเสร็จก็พากันวิ่งกรู่ไล่ล่าลายเซ็นรุ่นพี่คนนู้นทีคนนี้ทีเหมือนกับลูกหมาตัวน้อยๆ ที่วิ่งเล่นตามหาแม่ของมัน

"มึง ทำใจเย็นๆ ก่อนนะเว้ย ยังไง มีรักก็ต้องมีเลิก หน้าตาแบบมึงหาแฟนได้อยู่แล้ว เชื่อกู" เหล่าเพื่อนๆ พี่ว๊ากที่มานั่งรวมตัวกันทานข้าวพร้อมหน้า กำลังให้กำลังใจ ปลอบประโลมภาคินที่พึ่งเลิกกับแฟนสาวไปหมาดๆ อย่างกะทันหัน ทั้งคู่คบกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ในตอนที่สายป่านกำลังโดนเหล่าบรรดาพี่ว๊ากคอยแกล้งคอยหยอกล้อ มีเพียงพาคินคนเดียว ที่เข้าไปห้ามปราม และมีเรื่องกับรุ่นพี่ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียน

"ช่างเถอะ คบกันก็ไม่ได้ช่วยอะไร พ่อแม่เขาไม่ชอบขี้หน้าฉันหนิ"

"เออน่า เอาเถอะ เดี๋ยววันนี้!! พี่เมฆจะเลี้ยงเอง อยากกินไรว่ามาไอคิน" เมฆกล่าวเปิดนำขึ้นพลางควักกระเป๋าเงินขึ้นมา "กูอยากกินเครปไข่ราดช็อกโกแลตแล้วใส่ปลาเส้นอ่ะ ซื้อให้กูสิ"

"ไอคิน ทำไมมึงแดกอะไรประหลาดจังวะ? "

"เอ้า กูก็แดกแบบนั้นเหมือนกัน มึงนั่นแหละไอเมฆ กินอะไรเดิมๆ จำเจ ไม่เมคเซ็น ไม่ครีเอทเลย กากว่ะ" พาทิน เพื่อนในกลุ่มอีกคน โต้แย้งขึ้นมาเพราะชอบกินอะไรแนวๆ เดียวกับพาคิน "เอ้า ก็... ก็กูกลัวขี้แตกนิ ท้องกูกินแต่ของอนามัย มึงไม่เข้าใจหรอกเพื่อน"

"ฮ่า ฮ่า จ้าาา พ่อคนอนามัย" เสียงเฮฮาของเหล่าเพื่อน ทำให้ความภวังค์ของภาคินที่กำลังเป็นทุกข์เรื่องรัก อารมณ์ดีขึ้นจนลืมเรื่องนั้นไปหมด แต่แล้ว เหตุการณ์บางอย่างที่กำลังสนุกสนานเฮฮาก็จบลง

(ตุบ! เพ้ง!) จานข้าวหลนพื้นกระจายพร้อมกับอาหารที่หกหล่นพื้น ในระยะทางที่ไม่ไกลกันนักและในตอนนั้นเอง มีกลุ่มปี2กับเฟรชชี่ปี1กำลังทะเลาะกันเพียงเพราะเดินชนกับจานข้าวของอีกฝ่ายหกใส่เสื้อเข้า

"เห้ย!! ทำบ้าอะไร ไม่มองตาม้าตาเรือเลยหรือไงวะห้ะ? " รุ่นพี่ปี2กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นด้วยท่าทางเอาเรื่อง "เห็นไหมว่าเสื้อกูมันเลอะ แล้วข้าวกูก็หกน่ะห้ะ? "

"ตรงนั้นมีเรื่องว่ะ นั่นมัน... ไอน้องปี1ที่โดดกิจกรรมตั้งแต่วันแรกไม่ใช่หรอ? " ภาคินที่ได้ยินเพื่อนพูดดังนั้น สายตาหันกลับไปมองกลุ่มที่กำลังมีเรื่องกันอยู่ไกลออกไปไม่มาก เชี่ย ไอเด็กนั่นอีกแล้ว ดวงตาแสลงความหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อตัวปัญหาที่ก่อ คือเจ้ารุ่นน้องหลานรหัสนทีที่ไม่ยอมพูดอะไรเจ้าเก่าเช่นเคย ก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสั่งกำชับพวกเพื่อนๆ แบ่งหน้าที่กัน "พวกมึงไปคุมคนอื่นๆ ไป ห้ามใครเข้าไปยุ่งหรือถ่ายคลิป เดี๋ยวกูไปดูน้องเอง"

"ไหวหรอมึง? "

"เออน่ะ" ร่างเล็กวิ่งผละตรงไปยังฝูงชนที่เริ่มแออัดเพราะกำลังมุงดูสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก "ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยครับ" วีที่เป็นเพื่อนกับนที แทรกตัวขึ้นมาขั้นกลางพวกเขาเอาไว้

"มึงคิดว่าขอโทษแทนเพื่อนมึงคำเดียว แล้วเสื้อกูจะสะอาดป่ะล่ะ? ไม่หนิ? " ชายหนุ่มปี2 สะบัดชายเสื้อคลุมที่เปื้อนเศษอาหารไปมาด้วยอาการโกรธ "เดี๋ยวผมเอาไปซักให้ก็ได้ครับ"

"ซัก? ซักหรอ มึงบ้าป่าว เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่? มึงจะซักยังไง แล้วถ้ามันเป็นรอยขึ้นมาจะทำไงวะห้ะ?! ไม่ใช่ถูกๆ เหมือนเสื้อมึงนะเห้ย! "

"มีอะไรกัน!! " ภาคินวิ่งเข้ามาห้ามปรามยืนคั่นระหว่างเขาทั้งสองคน "ก็ไอเวรนี่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วมาชนจนเสื้อผมเลอะ รู้ไหมว่ามันราคาตั้งเท่าไหร่?! ไม่พูดไม่จา มึงเป็นใบ้หรอห้ะ! " ท่าทางที่ดูมีเรื่องของเขา ทำให้เหล่าบรรดาเพื่อนๆ ยึดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องขึ้น

"......" ภาคินหันกลับไปจ้องมองนทีที่ไม่พูดอะไรด้วยใบหน้ากำชับ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ถอนหายใจออกแล้วหันกลับไปเจรจากับฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง "พี่..ขอโทษแทนน้องด้วยครับ ถึงแม้คำขอโทษของพี่มันจะชดใช้อะไรไม่ได้เลย" ภาคินก้มโค้งกล่าวขอโทษอีกฝ่าย จนรุ่นน้องปี2ที่มีเรื่องถึงกับมองตัวเกร็ง "มันไม่เกี่ยวกับพี่ ทำไมจะต้องมาขอโทษแทนมันด้วย? "

"ถ้าแค่คำขอโทษของพี่มันไม่พอ ถ้างั้น..." ดวงตากลมโตฉายแววส่องมองมาที่นทีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเหนือความคาดหมายที่คิดไว้เกินไป ภาคินเอื้อมมือหยิบชามก๋วยเตี๋ยวของนทีที่ถือเอาไว้ขึ้นมา ก่อนที่จะตัดสินใจ ลาดมันลงบนหัวตัวเองจนเนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยก๋อยเตี๋ยวน้ำตก สร้างความแตกตื่นให้กับบรรดาผู้คนในโรงอาหารเป็นอย่างมาก เขาก้มโค้งเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง จนรุ่นน้องปี2มีท่าทางเกรงอกเกรงใจขึ้นมา "พ..พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย? ค...คือ.. เอ้อ! ก็ได้" แล้วรีบผละตัวหนีออกไป

"..........เอ่อ.. รุ่นพี่ครับ"

"อ่า ไม่เป็นไร นายพานายนทีไปเปลี่ยนเสื้อเถอะ เสื้อเลอะหมดละ"

วีก้มโค้งเป็นการขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ก่อนที่จะผลัก ดันนทีให้เดินกลับออกไป ร่างเล็กปาดน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เลอะเทอะเสื้อออกทีละน้อย "อี๋ แม่งเอ้ย ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก อ่ะ อ้าๆ ๆ โอ๊ยแม่ง!! พริกเข้าตา! อ๊ากกกก" พริกจากน้ำก๋วยเตี๋ยวที่ราดลงมาใส่หัวตัวเองเต็มที่ ด้วยความเผ็ดร้อนของมัน ทำให้เฮดว๊ากอย่างภาคินถึงกับร้องเสียงหลงเพราะมันไหลเข้าตาอย่างไม่ตั้งตัว โอ๊ย ไอเชี่ย วันนี้มันวันห่าอะไรวะเนี่ย ไหนจะเลิกกับแฟน แล้วยังมารนหาที่อีก ไอคินนะไอคินนนน

"เห้ยมึง มึงทำเกินไปป่าววะ เอ้า! ไอคิน นี่น้ำ ล้างหน้าไปมึง ทำเชี่ยไรเนี่ย พริกเข้าตาแล้วบอดขึ้นมาจะทำไงวะ? " วินเข้ามาหาพร้อมกับขวดน้ำเปล่าในมือส่งให้อีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ "ขอบใจเว้ยมึง" เอื้อมหยิบพลางเปิดฝาแล้วเทล้างหน้าล้างตาตัวเองเพื่อคลายความแสบร้อน

"มึงนี่น้าาา กูรู้นะว่ามึงคิดไรอยู่ถึงไปช่วยน้องเขาอ่ะ นึกถึงตัวเองสมัยปี1ล่ะสิมึง" ภาพในอดีตย้อนหวนมาเล็กน้อย เพราะในอดีตตอนที่ภาคินยังเป็นเฟรชชี่ปี1ที่เข้ามาใหม่ เขาได้สร้างวีรกรรมตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่ในวันแรก สร้างความปวดหัวให้กับบรรดารุ่นพี่ว๊ากรุ่นก่อนๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

"เออมึง เดี๋ยวกูกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อใหม่แล้วกัน"

"ให้กูไปด้วยไหม? " วินเอ่ยถามขึ้นพลางตั้งท่าจะตามไปด้วย แต่แล้วมือเล็กบอบบางก็ค่อยๆ ปัดเบาๆ "ไม่เป็นไร หออยู่ใกล้ๆ แปบเดี๋ยว แล้วก็ตรงนี้" ภาคินก้มลงมองพื้นที่เต็มไปด้วยคราบก๋วยเตี๋ยวที่หกเลอะเทอะ เวร กูก็ทำอวดหล่อไปงั้น ไม่คิดว่าแม่งจะเลอะกระจายขนาดนี้ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกกูเก็บกวาดให้ มึงควรไปอาบน้ำแล้วรีบมาเลย"

"เออ แต้งกิ้วเว้ย แล้วเจอกัน" ฝีเท้าวิ่งผ่าฝูงชนกลับไปยังหอพักของตัวเองในเวลาต่อมา

...

...

"ข้าวผัดดด เมี้ยวๆ " ร่างเล็กผละตัวออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวจัดแจงตนเองให้เสร็จเรียบร้อย แต่ก็ดันมาพบกับเจ้าเมี้ยวตัวน้อยที่เขาแอบเลี้ยงเอาไว้เงียบๆ ไม่ให้เพื่อนๆ รู้เพราะกลัวโดนแซวกับลุคการแต่งตัวและท่าทางแมนๆ เข้มแข็งบังหน้า ที่ขัดกับความอ่อนโยนของตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้องของตัวเอง เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบอยู่เงียบๆ เล่นกับแมวในห้อง

"อ้ายย หื้อ ขนนุ่มนิ่มๆ มาให้กอดทีนึงก่อน ป๊าจะไปเรียนแล้ว" มือบอบบางอุ้มเจ้าข้าวผัดขึ้นมากอดแล้วขย้ำด้วยอาการมันเขี้ยว แต่แล้วเสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น "เฮ้อ... ขัดจังหวะจริงเลย" รีบอุ้มพาเจ้าข้าวผัดไปซ่อนไว้ที่ห้อง ก้มตัวโค้งลงปล่อยให้เจ้าแมวเดินอย่างอิสระแล้วค่อยๆ ปิดประตูขังเอาไว้

(ก๊อกๆ) เสียงเคาะประตูยังดังต่อไปเรื่อยๆ แต่เว้นระยะห่างเล็กน้อย "รู้แล้วๆ " ฝีเท้าก้าวเดินตรงไปยังประตูหน้าห้องด้วยความหน่ายๆ พลางเปิดออกโดยไม่ได้ดูช่องระหว่างประตู ว่าใครกันคือผู้ที่มาเคาะประตูรบกวนการเล่นกับแมวของเขา

"รู้แล้วน่า กำลังจะไป.... เรียน..." แววตาประสานมองตากันอัติโนมัติเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้า คือชายหนุ่มรุ่นน้องเจ้าปัญหาอย่างนที ที่มายืนอยู่หน้าห้องของเขานั่นเอง

ความคิดเห็น