โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10-4 ตราประทับ

ชื่อตอน : บทที่ 10-4 ตราประทับ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10-4 ตราประทับ
แบบอักษร

เขารู้ได้อย่างไร และรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ การที่เธอจะหนีไปนั้นมันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นเธอจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้จนวันตายเลยงั้นเหรอ ดวงตาของริกซ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เก็นทุสสัมผัสหน้าผากเธออีกครั้ง

“เก็นทุส ข้า...”

ริกซ์พยายามหมุนตัว

“เจ้าไม่รู้เหรอว่าในอาณาเขตของข้าก็ต้องใช้พลังของข้า”

ในตอนที่นักเวทย์ของราชวงศ์ติดต่อมาทางภวังค์ของริกซ์นั้น เขาเคยพูดถึงการใช้เวทมนตร์ทางจิต ตอนนั้นทันทีที่ริกซ์ลืมตา เธอก็สบตากับมังกรดำ

ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ ทำไมเขาถึงปล่อยเอาไว้ล่ะ เก็นทุสลูบปลอบริกซ์ที่ทำหน้าสับสนอย่างระมัดระวัง

เก็นทุสยิ้ม เขายิ้มบ่อยมากกว่าที่คิด เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความชั่วร้าย แต่ทว่าเมื่อเขาเหลือบไปเห็นตัวอักษรที่ถูกสลักเอาไว้ รอยยิ้มสง่างามของเขาก็จางหายไป

“นั่นมัน...”

เก็นทุสดึงมือริกซ์มาจับและทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ตัวหนังสือสองตัว มังกรรู้ว่าสิ่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่แผลเป็นหรือรอยสัก

“สิ่งนี้ ลบมันออกได้ไหมคะ เก็นทุส...”

เก็นทุสส่ายหน้าให้กับความประสงค์อันแรงกล้าของริกซ์ แม้เธอจะไม่ได้หวังว่ามันจะลบได้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีคนอื่นมายืนยันก็ยิ่งทำให้ความหมายนั้นแตกต่างออกไปอีก ริกซ์เริ่มน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง

รอยแผลศักดิ์สิทธิ์ มันคือตราประทับที่พระเจ้าทิ้งเอาไว้ ต่อให้เกิดใหม่อีกครั้งก็ไม่สามารถลบมันได้ บางคนอาจจะนับว่ามันคือเกียรติยศ แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับริกซ์

“ยื่นมือมาดูสิ”

เก็นทุสจับมืออีกข้างของริกซ์ เขาวางมือของตัวเองทับกับข้อมือของริกซ์แล้วลูบมัน เหมือนตอนที่ริกซ์สอนเวทมนตร์ให้กับโมร์ฟิส และมุ่งไปยังจุดที่มีรอยแผลศักดิ์สิทธิ์และดึงมาอย่างระมัดระวัง ริกซ์รู้สึกได้ว่ามนตร์ดำของมังกรดำไหลผ่านเข้ามายังมือ

รูปแบบของเวทมนตร์ที่เกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงเหมือนตาข่ายเข้ามาภายในหัว มือทั้งสองข้างลูบบนแผลเป็นสีแดงหลายครั้ง และต้นแขนก็ดูสะอาดสะอ้านโดยไม่รู้ตัว แต่ก็แค่มองไม่เห็นด้วยตาเท่านั้น

“มันไม่สามารถลบได้หมดจดหรอก อย่าเอาให้คนอื่นดูล่ะ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”

“ค่ะ...”

ริกซ์โค้งให้เป็นการขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเรื่องนั้น ถ้าหากมองไม่เห็นก็อาจจะสามารถลืมและใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้

“เวทมนตร์ถูกส่งมาโดยความมุ่งมาดปรารถนาน่ะ”

ริกซ์มองไปรอบๆ เธอมองพื้นดินที่ถูกทำให้กระจัดกระจายด้วยเท้าเมื่อสักครู่ เหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีดำเล็กน้อย ดูท่ามันจะกระจัดกระจายอย่างไร้สติ สวนนี้ช่างน่าสยดสยอง

“คาร์ดัมกำลังจะมา ริกซ์ คราวหน้าก็ใช้วิธีอื่นซะ”

“ข้า ข้า... เก็นทุส อือ ฮึก...”

เก็นทุสลดตัวต่ำลงและดึงริกซ์ที่ไหล่เริ่มสั่นไหวและร้องไห้ออกมาอีกครั้งเข้ามากอด แม้จะมีกลิ่นอันยั่วยวนออกมาจากริกซ์ที่ใช้เวทมนตร์ แต่เขาก็ยังคงทำแค่ปลอบเธอเบาๆ เท่านั้น

“ออกไปเถอะ ออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวข้าช่วยเจ้าเอง”

ริกซ์ตาโตเพราะคำที่คาดไม่ถึงจากมังกร ขณะที่เห็นรอยยิ้มขมขื่นของเก็นทุส ริกซ์ก็ทำได้แค่เพียงกัดริมฝีปากเท่านั้น

“ท่านไม่ได้ต้องการทายาทหรอกเหรอคะ”

“ไม่เลย”

เก็นทุสส่ายหน้าแล้วหัวเราะเสียงต่ำออกมา

“ไร้สาระทั้งเพ”

คำพูดสุดท้ายของเก็นทุสนั้นพุ่งเป้าไปที่คาร์ดัม เจ้าของสวนนี้โดยไม่รู้ตัว


* * *


สายลมพัดผ่านอย่างเบาๆ ไปทั่วทั้งสวน เธอได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ คาร์ดัมตอบเก็นทุสที่ตั้งใจจะกระตุ้นเขาด้วยรอยยิ้ม

มังกรทองที่ปกครองแผ่นดินใหญ่นั้นตอบสนองเวทมนตร์ที่ริกซ์ส่งมาด้วยการมาตามหาเธอ ริกซ์ไม่หันกลับไปมอง ต่อให้แค่ได้ยินเสียงก็รู้ว่าเขาคือใคร มังกรที่กระซิบด้วยคำพูดหวานหูข้างใบหูกับริกซ์มากที่สุดตอนมีความสัมพันธ์กันก็คือ คาร์ดัม

น้ำตาหยุดไหลโดยไม่รู้ตัว ระหว่างที่รีบใช้ฝ่ามือจัดการกับใบหน้าอันยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง เก็นทุสกระซิบเสียงที่มีแค่ริกซ์เท่านั้นที่ได้ยินอยู่ข้างหู

‘บอกสิ่งที่เจ้าตามหาให้กับข้า นอกจากนั้นหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือ ก็มาหาข้าได้ตลอด เข้าใจไหม’

เก็นทุสลุกขึ้น ผมสีดำยาวของเก็นทุสที่อยู่บนไหล่ของริกซ์นั้นจากไปพร้อมกับเขา ขณะที่ริกซ์เงยหน้ามองดวงตาสีดำสนิทนั้น เธอตอบกลับเขาด้วยการกะพริบตาเท่านั้น

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“มานี่สิ”

เสียงของคาร์ดัม เป็นคำที่เหมือนกับกับดักจริงๆ

‘ต้องตอบสนองการเรียกนั้นสินะ’

ริกซ์ไม่รอช้าและหันกลับไป

การย่างก้าวที่หนักอึ้ง เหมือนแผ่นดินรั้งเท้าเอาไว้และถูกดินหนักๆ เทลงบนเท้า ยิ่งริกซ์ค่อยๆ ก้าวไปอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มของคาร์ดัมก็ยิ่งหายไป คาร์ดัมทนรอไม่ไหว จึงวิ่งเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่น

“ฮึบ...!”

มันเป็นจูบกะทันหันที่ผลักเข้ามาจนฟันแทบจะกระทบกัน ลมหายใจของคาร์ดัมแทรกลึกเข้ามาฉกชิงลมหายใจของริกซ์ไป เธอเหมือนจะสำลักเพราะพลังที่พุ่งเข้าไปราวกับจะกลืนกินนั้น ริกซ์ทนไม่ไหวและจับไหล่ของคาร์ดัมไว้อย่างสั่นๆ คาร์ดัมผละริมฝีปากออกครู่หนึ่งและรอให้หญิงสาวพักหายใจ

ขณะที่ริกซ์หอบหายใจถี่ๆ เธอก็เงยหน้ามองคาร์ดัม แล้วริมฝีปากก็ประกบกันอีกครั้ง คาร์ดัมออกแรงจับท้ายทอยของเธอมากขึ้นทำให้เธอไม่สามารถหันหน้าหนีไปไหนได้เลย เขาดึงลิ้นที่พยายามหนี อย่างไรก็ตาม ต่อให้แอบซ่อนสักเท่าไหร่ เขาก็ตามจนเจอและดูดดึงลิ้นนั้นจนได้

ริกซ์ลืมตาขึ้นแล้วมองคาร์ดัม ดวงตาของทั้งคู่สบตากันโดยไม่สามารถละสายตาไปได้ ดวงตาสีทองที่เคยสั่นไหวนั้นค่อยๆ สงบลง และรู้สึกถึงความเสียดาย เขาละริมฝีปากออกครู่หนึ่งแล้วกระซิบ

“อย่าหนีไป...”

‘เขาทำเสียงน่าเห็นใจแบบนี้ได้ด้วยเหรอ’

เธอเพิ่งจะรับรู้ความรู้สึกในน้ำเสียงนั้นได้เป็นครั้งแรก

‘ใช่ อิสรภาพ ต้องการสิ่งนั้นสินะ’

ริกซ์ล้มเลิกความคิดที่จะขัดขืน และหลังจากที่หลับตา เธอก็มอบทุกอย่างให้กับเขา จูบนั้นนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย นั่นทำให้เธอหายใจสะดวกขึ้นด้วย

“อื้ม.......”

ความรู้สึกดีที่คาร์ดัมมอบให้นั้น เพียงแค่จูบก็สามารถทำให้ครางออกมาได้ เก็นทุสที่เคยเฝ้ามองทุกอย่างอยู่เงียบๆ นั้นสะดุ้งกับเสียงนั้น ริกซ์รู้สึกเหมือนกับว่ารอยยิ้มของเขาส่งผ่านมาทางริมฝีปากที่เธอกำลังแตะอยู่กับคาร์ดัม

“ไม่มีความน่าดึงดูดเลย คาร์ดัม มีสติหน่อยเถอะ”

ราวกับลมหายใจถูกสกัดกั้น ในเสียงต่ำสุดขีดนั้นมีเสียงหัวเราะปนอยู่ด้วย

เก็นทุสเสยผมยาวนั้นหนึ่งที สายลมที่พัดมาจากที่ไหนสักแห่งนั้นพัดมาเบาๆ แล้วหายไป ขณะที่สัมผัสกับสายลมที่ส่งผ่านกลิ่นกายริกซ์มานั้น เก็นทุสก็ยกยิ้มเพียงมุมปาก

“คาร์ดัม”

เก็นทุสไม่คิดจะลุกออกจากที่ คาร์ดัมเบนสายตาไปหาเขาและหันกลับมามองริกซ์ในอ้อมกอดของตัวเองอีกครั้ง ดวงตาของริกซ์ที่หลุบลงนั้นยังแดงอยู่ แต่เหมือนจะไม่ใช่เพราะความรู้สึกดี ในระหว่างที่เก็นทุสลูบขนตาของหญิงสาวที่ดูจะเปียกเล็กน้อยด้วยมือนั้นเขาก็เอ่ยออกมา

“จำนวนครั้งที่ออกไปจากอาณาเขตลดลง รวมถึงเวลาที่พักค้างคืนด้วย”

“อย่างนั้นหรือ พวกเจ้ากำลังจับตามองตลอดเลยสินะ”

“ข้ากำลังจะถามว่าสภาพจิตใจเจ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกไหม”

ขณะที่คาร์ดัมแสร้งทำเป็นฟังเขาก็ลูบผมของริกซ์ไปด้วย ช่างเป็นท่าทางที่ไม่สุภาพ แต่เขาก็ยังคงทำเป็นเมินเฉย เพราะดูท่าเก็นทุสจะไม่รู้ว่าจิตใจของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เขาจึงไม่จำเป็นต้องตอบออกไป และเพราะเขากำลังยุ่งอยู่กับการดมกลิ่นหอมที่ฟุ้งออกมาจากริกซ์ในอ้อมกอดอยู่ด้วย

“...ตอนนี้พวกเจ้ามีสติอยู่กับตัวบ้างไหม”

“อืม ข้าขอพูดตรงๆ ก็แล้วกัน เรื่องสติน่ะ ที่ผ่านมาเจ้าก็ไม่เคยทำตัวดีๆ เหมือนกัน”

ขณะที่เขาเหมือนจะบอกด้วยสายตาว่าเจ้าก็ไม่ต่างกันหรอก ดวงตาสีทองเป็นประกายของคาร์ดัมนั้นก็โค้งลงต่ำ

เก็นทุสไม่ตอบ ทั้งที่คอยเฝ้าดูอยู่ข้างๆ มาเนิ่นนาน แต่เขากลับไม่สามารถตอบสภาพของคาร์ดัมได้อย่างชัดเจน และดินแดนแห่งนี้กลับมาปลอดโปร่งอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ไม่ คาร์ดัม ตั้งสติหน่อยและตอนนี้ก็เลิกยึดติดได้แล้ว”

ความเงียบปกคลุมเป็นเวลาสั้นๆ และคนที่ทำลายความเงียบนี้ก็คือคาร์ดัม

“เจ้า ริกซ์”

“คะ? อะ... อื้ม? คาร์ดัม”

คาร์ดัมที่ระบายยิ้มอย่างพอใจในคำตอบของริกซ์นั้นก็ชนหน้าผากกับริกซ์ทั้งที่ยังสบตากับเธออยู่ เขากำลังปล่อยเสียงลมหายใจหนักเสียยิ่งกว่าริกซ์ที่เคยหายใจไม่สะดวกเสียอีก ขณะที่ขบเม้มใบหูที่แดงขึ้นของริกซ์นั้นคาร์ดัมก็กระซิบ

“ต้องเปลี่ยนที่อีกแล้วสินะ”

เป็นน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีจนน่าขนลุก ริกซ์เผลอผละมือออกด้วยความตกใจอย่างไม่รู้ตัว คาร์ดัมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะใช้ปากสัมผัสกับหน้าผาก รอยยิ้มที่เหมือนกับดวงอาทิตย์ทำให้หัวใจของเธอเหมือนจะร้อนรุ่ม

จะทำให้ตายใจเหรอ ริกซ์คุ้นเคยกับวิธีแบบนี้ และความเปลี่ยนแปลงนี้ก็ทำให้เธอขนลุก หญิงสาวยกแขนขวาขึ้นแล้วเหลือบมองตรงที่มีตัวอักษรสลักอยู่และตั้งสติ ยังไงเสีย พวกเขาก็ประสงค์สิ่งเดียวกันหมด

คาร์ดัมหมุนตัวออกไปจากสวน ก่อนที่จะเข้าไปด้านในของปราสาท เขาไม่ลืมที่จะหันกลับมามองอีกครั้ง เก็นทุสยังคงยืนนิ่งราวกับก้อนหินอยู่เหมือนเดิม

คาร์ดัมหมดสนุกและก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังที่ที่เหมาะสม เป็นก้าวย่างที่รวดเร็วราวกับว่ากลิ่นของริกซ์ที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นจะบินจากตนเองไปอย่างรวดเร็ว เก็นทุสนั้นเฝ้ามองพวกเขาโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหนจนกระทั่งไม่หลงเหลือแม้แต่เงา



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น