โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10-3 ตราประทับ

ชื่อตอน : บทที่ 10-3 ตราประทับ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10-3 ตราประทับ
แบบอักษร

ทำไมถึงยังไม่ตาย ความเจ็บปวดก็ไม่ลดลง และชีวิตก็วนเวียนอยู่แบบนั้น ไม่มีความสุขเลยในโลกนี้ แล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีความสุขด้วย

การมาที่โลกนี้มีความหมายด้วยเหรอ อยากจะหนีไป อยากจะค่อยๆ หายตัวไป แล้วแอบซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีผู้ใดอยู่เลย

พ่อมดจะมาอีกไหม ถ้าเจอเธออยากลองถามดูว่า เขาจะมาช่วยปลดปล่อยเธออย่างไร จะมาช่วยเธอได้อย่างไร


[เขามาไม่ได้หรอก เธอไม่ต้องการเขาไม่ใช่เหรอ]


‘ทั้งที่อยู่ในความฝัน แต่ก็ยังมีรอยแผลอยู่เหรอ’

ริกซ์ก้มมองแขน แขนที่ฉีกขาดนั้นถูกแช่อยู่ในทะเลสาบ ทะเลสาบค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับน้ำหมึกหกใส่ ภวังค์ของริกซ์เปลี่ยนไปเป็นแบบนั้น

เป็นโลกที่เหมือนกับความฝันจริงๆ มองอย่างไรก็เหมือนภาพในจินตนาการ แล้วที่นี่มันที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงมีรูปร่างแบบนี้ มีที่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่แบบนี้เป็นภวังค์ของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วเสียงที่คุ้นเคยที่พูดออกมานั้นมันใครกัน

ทำไมถึงไม่มีความทรงจำเหล่านี้เลยล่ะ

“เจ้าเป็นใคร”

ไม่ได้ยินเสียงอีกแล้ว โลกมลายหายไป ตอนนี้กลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้ง ริกซ์หลับตาแน่น


***


ร่างกายสั่นไหว เพราะพยายามจะลืมตา ทำให้ทั่วทั้งเพดานพร่ามัวเหมือนลายหินอ่อน เมื่อกะพริบตาหลายครั้ง  ความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนราวกับระบายน้ำมันลงบนผืนน้ำนั้นก็ค่อยๆ หายไป หากเปิดปาก เสียงแหบพร่าไม่น่าฟังคงจะเล็ดลอดออกมา

“...โมร์ฟิส”

เอลฟ์กำลังมองลงมาด้วยใบหน้าเป็นกังวล เห็นไหมนะ ไม่สิ ต้องไม่เห็นสิ ตั้งแต่การทะเลาะเบาะแว้งไร้สุ่มเสียง การกรีดร้อง รวมไปถึงการร้องไห้อ้อนวอน ถึงอย่างนั้น ต่อให้เห็นอะไรก็ไม่เป็นไร ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไปแล้ว

ขณะที่ริกซ์บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เธอก็สะบัดผ้าห่มแล้วลุกขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปเป็นเวลานาน แต่วันนี้ยังไม่มืดมาก เธอนึกถึงสิ่งที่สามารถทำในวันนี้ได้ขึ้นมา

ริกซ์ยกแขนขึ้นมาดู แม้ตอนนี้จะไม่ปวดแล้วก็ไม่เจ็บแปลบๆ แล้ว แต่ตัวอักษรสีแดงสองตัวที่ปรากฏอยู่เหมือนรอยสักนั้นยังคงอยู่ เมื่อริกซ์นึกถึงสถานะของตัวเองขึ้นมาเธอพึมพำซ้ำไปซ้ำมา

‘สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงชัดๆ’

ไม่สิ สัตว์เลี้ยงอาจจะยังดีเสียกว่าก็ได้

หลังจากที่พีริดินบอกว่าอีกสักพักจะกลับเข้ามาอีก เขาก็ออกไปข้างนอก เธอขดตัวนอน และสติก็หลุดลอยไปชั่วครู่ แม้โมร์ฟิสจะเอาของว่างมาให้ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมัน ไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเลย

ทั่วทั้งตัวขัดตึงไปหมด ริกซ์ลุกขึ้นจากที่และเริ่มออกเดินโดยไม่พูดอะไร เมื่อหันมองดูข้างหลัง โมร์ฟิสกำลังเดินตามมา เขาสบตาและกระดิกหู นั่นคือสายตาที่เป็นห่วง แม้จะรู้ว่าเขาไม่มีความผิดก็ตาม

“เดี๋ยวค่อยกิน อย่าตามมานะ”

เอลฟ์หายตัวไปแล้ว เป็นภาพลวงตางั้นหรือ ถึงแม้เธอจะเป็นเจ้าของเอลฟ์ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็แค่เกาะติดเพื่อสอดส่องดูแล ช่างเป็นความจริงอันน่าเศร้า ความรู้สึกของเธอเฉื่อยชา นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกถึงอารมณ์แบบนี้

เดิน แล้วก็เดินอีก ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ไม่ได้เจอกับมังกร ปราสาทมังกรนั้นกว้างมาก เธอเคยลองมองหาทางเข้าหรือทางออกอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยเห็นสิ่งที่เหมือนจะเป็นแบบนั้นเลย หากซ่อนอยู่คงจะกวาดตามองไม่เห็นสินะ อ้า แถมยังมีเอลฟ์อยู่ทุกๆ ที่ด้วย ที่นี่ไม่มีพวกของริกซ์อยู่เลย

‘อยากตาย แต่ตายไม่ได้’

เมื่อลองคิดดู ภายในหัวมีความคิดทั้งอยากจะตายและความคิดที่จะตายไม่ได้อยู่รวมๆ กันอยู่ สติสัมปชัญญะและความรู้สึกของเธอนั้นมักจะคิดว่าอยากตายอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าเริ่มคิดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ สิ่งนั้นคือความรู้สึกที่เข้ามาตามติดเหมือนปลิงดูดเลือด เริ่มตั้งแต่เธอลืมตาตื่นจนกระทั่งหลับตาในทุกๆ วัน ส่วนคำว่า 'ตายไม่ได้' ที่แทรกเข้ามานั้นเหมือนเป็นคำพูดที่มีใครสร้างขึ้น มันไม่ได้เป็นธรรมชาติเลย

ริกซ์เดินมาถึงที่สวนโดยไม่รู้ตัว เหล่าเอลฟ์หันมามอง บางตนคิดว่าตันเองซ่อนตัวไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ซ่อนก็ได้แต่ทำสีหน้าเขินๆ และปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง

ริกซ์หมุนตัวมองดูรอบๆ เหล่าเอลฟ์กำลังมองมาด้วยความเป็นมิตร

‘อะไรน่ะ อะไรเนี่ย’

“พวกเจ้าต้องการอะไรจากข้า”

เมื่อริกซ์จ้องมอง พวกเขาก็สะดุ้งโหยงและเพียงแค่กระดิกหู มีบางตนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และส่ายหัวอย่างเฉยเมย ริกซ์จึงทำเป็นไม่ใส่ใจพวกเขา

เธอนึกถึงสิ่งที่เคยเรียนที่นี่ การเพิ่มพลังของสิ่งของโดยใช้เวทมนตร์ โดยที่เวทมนตร์นั้นเชื่อมต่อกับร่างกาย ในทางประวัติศาสตร์เหล่านักดาบที่มีชื่อเสียงนั้นใช้สิ่งที่เรียกว่ามนตร์ดำ พวกเขาสามารถถ่ายเวทมนตร์ของตัวเองลงในดาบได้ผ่านการฝึกฝนอันยาวนาน

ผ่านการฝึกฝนอันยาวนานงั้นรึ ริกซ์กำลังคิดว่ามีขั้นตอนบางอย่างที่สลับกัน น่าจะเป็นตอนก่อนจะเพิ่มพลังสิ่งของ

ตึง!

ริกซ์ใช้เท้ากระทืบพื้นหนึ่งที พื้นยุบลงไป เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย ก่อนที่จะเพิ่มพลังให้สิ่งของที่เชื่อมต่อจากร่างกายนั้นจำเป็นต้องเริ่มจากร่างกายตัวเองเสียก่อน

ริกซ์กระทืบเท้าอีกหลายทีเพื่อให้เวทมนตร์ปรากฏ แม้จะไม่มีพลังอะไรพิเศษ แต่พื้นกลับยุบยวบลงไปราวกลับพุดดิ้ง เหล่าเอลฟ์รู้สึกถึงความสนุกสนานจึงได้ขยับเข้ามาใกล้

ริกซ์กระทืบเท้าซ้ำอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว และในที่สุดเธอก็เริ่มวิ่ง หนึ่งก้าว สองก้าว ทุกย่างก้าว! และวูบหนึ่ง ปัง ริกซ์พุ่งขึ้นไปบนฟ้าพร้อมๆ กับเสียงดังพอสมควร

เส้นผมโบกสะบัดไปตามแรงลม การมองเห็นที่สูงขึ้นทำให้ปลอดโปร่ง เธอเห็นปราสาทมังกรทั้งหลังอยู่ใต้เท้า  เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย ที่นี่มีสวนเป็นทางเข้า แน่นอนว่าในขณะเดียวกันมันก็คือทางออก

ริกซ์ใช้สายลมทำให้หยุดอยู่บนฟ้าได้นานที่สุดและมองหาสถานที่นั้น ต้นไม้สีดำที่ถูกอัดทับจนเละ เมื่อลองหวนถึงความทรงจำ ที่แห่งนั้นไม่ใช่สถานที่ที่ห่างไกลจากปราสาทมังกรนัก ขณะที่เปลี่ยนท่าอยู่หลายครั้ง เธอก็รีบหันมองดูรอบๆ เนื่องจากเคยใช้เวทมนตร์มาก่อนแล้วครั้งหนึ่งทำให้สามารถหาได้อย่างรวดเร็ว

เจอแล้ว! ต้นไม้สีดำ! แต่บนนั้นมัน—

เก็นทุส!

แม้ว่าอยู่ห่างไกลไปมาก แต่ทว่าริกซ์รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าเธอสบตากับเขา สมาธิของเธอจึงสลายหายไป

“อ๊ะ...!”

จะตกแล้ว!

เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยไปชั่วขณะ โลกเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เหมือนมีเพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้นที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในโลกที่กลายเป็นน้ำแข็งไปตั้งแต่ที่ได้สบตากับเก็นทุส

เก็นทุสที่เคยนั่งอยู่บนต้นไม้ยืนขึ้น และควันสีดำก็พุ่งขึ้นรอบๆ ตัวเขาราวกับไฟ หลังจากนั้นควันก็กระจัดกระจาย และปีกขนาดมหึมาก็ปรากฏออกมา ริกซ์จ้องมองทุกอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ นั้นอย่างชัดเจนโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

ขณะที่หลับตาลงครั้งหนึ่งและลืมขึ้น เขาที่กางปีกออกก็เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น เก็นทุสมาอยู่ตรงหน้าริกซ์ภายในชั่วพริบตา เส้นผมยาวสีดำปลิวไสวกำลังกลืนกินแสงที่อยู่ตรงหน้า


“เฮือก!”


ริกซ์และเก็นทุสเกาะกันกลางอากาศ เธอหลับตาแน่น เขาเข้ามากอดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกเหมือนจะถูกดันไปไกลในอากาศนั้นหยุดลง ปีกขยับอย่างหนักแน่น เสียงของลมที่พัดก็เริ่มสงบลง ริกซ์จึงลืมตาขึ้น  ไม่ได้สบตากับดวงตาคู่นี้มานานมากแล้ว

“ทำอะไรน่ะ”

ริกซ์ไม่สามารถตอบพลังเสียงอันกังวานที่เอ่ยออกมาอย่างสง่างามได้ เกือบจะหนีออกมาได้แล้วแท้ๆ แต่เธอถูกจับตัวไว้ได้รวดเร็วจนน่าตกใจ เขามาจากต้นไม้สีดำนั่นใช่ไหมนะ หรือว่าบริเวณนั้นคืออาณาเขตของมังกรดำ ริกซ์เบนสายตาเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ มือของมังกรดำเก็นทุสเคลื่อนเข้ามาใกล้

เหมือนกับคราวก่อนที่ได้เจอกัน เขาใช้แค่มือข้างเดียวกอดริกซ์อย่างแผ่วเบา ส่วนมืออีกข้างสัมผัสที่หน้าผากของริกซ์

มันทำให้หัวใจเต้นแรง ขณะที่ภายในใจถูกทำลายจนแตกสลาย มรสุมความรู้สึกที่เคยเต้นหนักในใจนั้นก็ค่อยๆ จมดิ่งลง จนถึงตอนนี้เธอคิดถึงเรื่องทำลายตัวเองมากเสียจนตัวเธอเองยังตกใจ ริกซ์ที่รู้สึกถึงสายตาอันแหลมคมนั้นก็เงยหน้าขึ้น เก็นทุสกำลังจ้องมองเธออยู่

ระดับความสูงค่อยๆ ลดลง เก็นทุสจัดเส้นผมกระเซอะกระเซิงที่ปลิวไปทั่วของริกซ์ให้บนอากาศ ทุกครั้งที่มือของเขาสัมผัสลงบนผิวกายของเธออย่างอบอุ่นนั้น ภายในใจที่รู้สึกคลื่นไส้ก็สงบลงและค่อยๆ สบายใจขึ้น

สีหน้าของริกซ์เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าเมินเฉยเหมือนเดิมอีกครั้ง เจ้าตัวไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนตอนออกมาจากห้องแล้วมุ่งหน้าไปยังสวน

เท้าสัมผัสกับพื้นกลางสวนอีกครั้ง พื้นที่ริกซ์ยืนอยู่นั้นไม่เหมือนเดิม สีของพื้นนั้นเปลี่ยนไป เก็นทุสปรายตามองสิ่งนั้น และเบนสายตาไปในทันที ทันทีที่เท้าของริกซ์สัมผัสกับพื้นเธอก็ก้มหน้าอีกครั้ง ไม่พูดอะไรออกมาเลย

“...เจ้าทำได้ด้วยเหรอ”

ริกซ์เงยหน้าขึ้นเพราะคำพูดของมังกรดำ ใบหน้าของอีกฝ่ายค่อยๆ ก้มลงมาใกล้ ริมฝีปากของทั้งคู่แตะกัน จูบอันแสนนุ่มนวลเหมือนจะละลายได้                

ขณะที่เก็นทุสปลอบริกซ์เขาก็แลบลิ้นเลีย และลากผ่านเพดานปากด้วยความเอ็นดู ขณะที่ลูบไล้เส้นผมหลังใบหู จูบของเขาที่ส่งมานั้นเหมือนจะกระตุ้นหัวใจให้เร่าร้อน ทำให้ริกซ์น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง

“ลูโซริกซ์”

ริกซ์ส่ายหน้า มังกรดำมองมาอย่างสงสัย

“...อย่าเรียกแบบนั้นนะคะ มันไม่ต่างกับฉายาเลยค่ะ”

“ฉายารึ”

ริกซ์เช็ดน้ำตาเงียบๆ เธอคิดอะไรอยู่ตั้งแต่ตอนที่ออกมาจากห้อง จนกระทั่งได้เจอกับมังกรดำ ไม่รู้สิ ทำไมตอนนี้ถึงไม่อยากจะคิดอะไรเลย

“สำหรับมนุษย์ นั่นเป็นฉายาได้ด้วยสินะ”

เก็นทุสพูดเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง ริกซ์ไม่อธิบายและปิดปากเงียบ

“ถ้าอย่างนั้น ริกซ์ ในที่สุดเจ้าก็มีความคิดอยากจะหนีแล้วรึ”

ริกซ์เงยหน้าที่ก้มลงไปขึ้นมาอีกครั้ง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น