โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10-2 ตราประทับ

ชื่อตอน : บทที่ 10-2 ตราประทับ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2562 10:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10-2 ตราประทับ
แบบอักษร

โอกาสในการหนีไปนั้นค่อนข้างจะเลือนราง เธอยังคงคิดจะออกไปเที่ยวเป็นเวลาสั้นๆ สักสองสามปี ก่อนที่จะเสพติดเวทมนตร์จนตาย หรือหลบเลี่ยงผู้คนที่น่าเบื่อหน่ายแล้วมีโอกาสใช้ชีวิตคนเดียวแท้ๆ...

เครื่องหมายนั้นจะหายไป และด้วยร่างไร้เครื่องหมายที่แย่กว่าคนธรรมดาทั่วไปนั้น มังกรก็จะไม่ต้องการแม้ปลายเล็บ ถึงแม้ในตอนนี้เพราะเกิดความรักใคร่จึงตามติดและทำดีด้วย แต่ถ้าถึงเวลานั้นจะทำยังไง เธอไม่บังอาจอยู่ร่วมกับมังกรได้หรอก

ริกซ์ควรจะพูดอะไรต่อ แต่กลับกลายเป็นพีริดินที่เป็นฝ่ายพูดกับมนุษย์ที่อยู่ในอ้อมอกของเขาอย่างไม่รีรอ

“มนุษย์! ที่บอกว่าไร้ค่านั้นหมายความว่าไง!”

“ถ้าอย่างนั้นท่านจะเอาคนอย่างข้าไปทำอะไรล่ะคะ”

“ข้ากับเจ้า—”

พีริดินหยุดสิ่งที่กำลังจะพูดลง เหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ขณะที่สบกับดวงตาชวนทะเลาะของริกซ์นั้น พีริดินก็กัดริมฝีปากล่าง

‘จะต้องพูดอะไรดีล่ะ ข้าน่ะ สำหรับเจ้า... ข้าคือ...’

ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้นึกอะไรไม่ออก แต่มันต้องมีสิ่งหนึ่งแน่ๆ อย่างน้อยเขาก็อยากจะให้เธออยู่ข้างเขาจนกว่าเขาจะนึกออก

“ไม่ต้องไปสนเรื่องพวกนั้น ข้าไม่ยอมเด็ดขาด เจ้าเป็นของข้า”

“อ้า... ค่ะ”

ริกซ์หมดแรง เธอรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะชวนทะเลาะ เหนือสิ่งอื่นใด ริกซ์อยู่มาจนถึงตอนนี้ด้วยความหมายอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

แม้ตอนนี้เธอจะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของมังกร แต่ยังไงมันก็เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เห็นจุดจบอยู่แล้ว แม้พวกเขาจะให้ความสนใจสัตว์เดรัจฉานเพราะเครื่องหมายก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นเพราะตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายพิเศษที่เรียกว่าอิสรภาพอยู่ เธอรู้อยู่แล้วว่า เมื่อเวลามาถึง พวกเขาก็จะหันหลังให้เธอ

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอเดามั่วซั่ว เหล่ามังกรนั้นชอบร่างกายของริกซ์มาก ไม่สิ เรียกได้ว่าหลงใหลเลยทีเดียว บางทีแค่เธอโยนแครอทให้ก็อาจจะทำให้เชื่องเลยก็ได้ รู้สึกถึงความหวานของผลไม้ที่อยู่ในปาก ยังไงเสียมันก็เป็นความสนใจอันผิวเผินในระยะเวลาไม่นาน ริกซ์มั่นใจว่าเป็นแบบนั้น

พีริดินนั้นต่างจากริกซ์ เขาไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจเหมือนเดิม เขาถอนหายใจออกมาทั้งที่ทำหน้าเฉยเมย และไม่ถูกใจสายตาสิ้นหวังที่ถูกส่งมาจากริกซ์เลยสักนิดเดียว และเกลียดสีหน้าเหมือนอยากจะพูดแล้วก็ไม่ยอมพูดนั่นด้วย

ไม่ได้สัมผัสถึงคำพูดที่ชวนสนทนาเลยสักนิด และไม่คิดที่จะยอมรับด้วย สำหรับริกซ์แล้ว พีริดินคือหนึ่งในอุปสรรคที่เธอต้องอดทน

“ดูท่าเจ้าคงไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดสินะ”

“อะไรนะคะ”

“เหมือนเจ้าจะไม่เห็นด้วยเลย”

ริกซ์ถอนหายใจออกมา

“ท่านมังกร หากมีทายาทขึ้นมาเรื่องทุกอย่างก็จะจบลงค่ะ หากถึงเวลานั้น ท่านมังกรเองก็คงจะรู้เช่นกัน เครื่องหมายคือจุดเชื่อมต่อเพียงหนึ่งเดียว หากไม่มีสิ่งนั้นแล้ว ทุกอย่างก็จะจบลง การที่ท่านถูกใจกายข้าก็อาจจะเป็นเพราะแบบนั้นด้วย... และตอนนี้ท่านเองก็ถูกกระตุ้นอยู่ด้วยค่ะ...”

“จุดเชื่อมต่องั้นรึ มีแค่สิ่งนั้นเองรึ”

ตั้งแต่เธอพูดเรื่องเครื่องหมายของมังกร เขาก็ไม่ได้ฟังคำพูดท้ายประโยคของริกซ์เลย

“อ๊ะ...”

ในระหว่างที่เหม่ออยู่ มังกรเขียวก็กระชากแขนของเธอ

ความรู้สึกที่ทำให้ขนลุกขึ้นในพริบตานั้นแปลกมากๆ สัตว์ที่ใจอ่อนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้ถือครองนั้นมีความน่ากลัว พีริดินพยักหน้าด้วยแววตาไร้ความรู้สึก เขากำลังมองริกซ์ด้วยท่าทางจริงจังแทบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่สิ เขามองแขนของเธอที่เขาจับเอาไว้ต่างหาก

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ได้”

“ว่าไงนะคะ”

“ทนหน่อยก็แล้วกันนะ”

“ท่านมังกร!”

เสียงของเขาเรียบเฉยไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ความเงียบสงบหวนกลับมาอีกครั้ง

พีริดินกางเล็บหนึ่งออกและจับแขนริกซ์เอาไว้ เธอเห็นปลายเล็บนั่นมีประกายราวกับดอกไม้ไฟ ดวงตาของริกซ์จึงสั่นไหวเพราะความไม่สบาย เธอพยายามทำให้อกที่สั่นไหวนั้นหยุดสั่นอย่างยากลำบาก ‘ไม่ใช่ใช่ไหม? ไม่ใช่หรอก หรือว่า หรือเป็นเพราะการตอบสนองที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น’

“อะไร จะทำอะไรคะ? คะ...?”

ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงที่โพล่งออกมาก็กำลังสั่นอย่างมาก

ปลายเล็บแหลมนั้นร้อนเหมือนก้อนโลหะที่ถูกเผา แสงสีแสดอมแดงที่สลัวนั้นสว่างขึ้น สีสันที่น่าหวาดเสียวนั้นเหมือนจะทำให้ผิวของเธอแดงตามไปด้วย ขณะที่กำลังเหม่อมองไปแค่ที่ปลายเล็บนั้น ริกซ์ก็ตั้งสติได้ แขนที่ถูกยึดไว้แน่นและบางอย่างที่ขยับเข้ามาจับนั้นทำให้สีหน้าของริกซ์พังทลาย

“ชอบชื่อข้าใช่ไหมล่ะ”

“เดี๋ยว เดี๋ยวค่ะ....”

ด้านในของแขนนั้นรู้สึกถึงความเปียกชื้น เธอไม่สามารถรับสถานการณ์แบบนี้ได้ สะดุ้งตกใจ สติหลุดลอย และความเจ็บปวดก็แล่นริ้วเข้ามา

“ดะ... เดี๋ยวก่อน อ๊าก!!”

สิ่งที่แหลมคมยิ่งกว่าใบมีดนั้นทำให้ผิวหนังฉีกขาด ความร้อนโหมขึ้น กลิ่นไหม้กระจายในชั่วพริบตา จนเธอรู้สึกคลื่นไส้ กับสัตว์เลี้ยงหรือเลือกทาสนั้นยังไม่ทำแบบนี้เลยไม่ใช่หรือไง! 

“โอ๊ย อ๊ะ!! เจ็บ อ๊าก!!”            

ริกซ์แผดเสียงหวีดร้องออกมา ไม่ใช่แค่ที่แขนที่รู้สึกถึงความเจ็บปวด อวัยวะภายในร่างกายทั้งหมดกำลังร่วงหล่นสู่พื้น เหมือนของแหลมคมกำลังปักกลางอก และกดลงไปอย่างแรง แม้จะเป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่เธอก็รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ามันคืออะไร

เป็นการกระทำที่สลักลงในใจ ในจิตวิญญาณ

ขณะที่แผดเสียงร้องเธอก็ดิ้นไปมา ทุบและข่วนเขา แต่เขาก็ไม่ยอมวางมือ ริกซ์รู้สึกว่าหูดับถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง ราวกับสติหลุดลอย สายตาแปรเปลี่ยนเป็นสายตาว่างราวกับสติได้หลุดลอยไปแล้ว

คำแรกถูกสลักเอาไว้แล้ว

จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง ความโหดร้ายแต่กำเนิดของมังกรเปิดเผยออกมาอย่างตรงไปตรงมา  ใบหน้าของริกซ์เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ไม่รู้ว่ากัดปากแรงแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ มีเลือดผสมกับน้ำลายไหลออกมาด้วย

“อือ อ๊าก!”

พีริดินไม่ให้เวลาพัก และเขียนคำที่สองลงไป เลือดกระเด็นใส่เล็บและริกซ์ก็หวีดร้องอีกครั้ง เขาจับร่างกายที่ทรุดลงเอาไว้แน่น ริกซ์พยายามจับมือเขาเอาไว้ เสียงแหบนั้นเอ่ยออกมาอย่างทรมาน

“พะ พีริดิน...”

ในที่สุดพีริดินก็ปรายตามามอง ดวงตาของป่าอันเงียบสงบนั้นน่าขนลุก ร่างของริกซ์สั่นระริก

“พี พีริดิน... ข้า ข้าผิดไปแล้วค่ะ พีริดิน จะอยู่ขะ ข้าง... ฮือ ฮึก... ข้างท่านค่ะ มะ ไม่ว่าอะไร... ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งค่ะ หยุดเถอะค่ะ อึก... อย่าทำอย่างนี้... ข้า ข้าผิดไปแล้ว... ได้โปรด!”

เธอพยายามหายใจไปด้วย คำพูดที่ออกมาจึงกระท่อนกระแท่น อ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีก ในตอนนั้นเธอคิดแต่เพียงแค่อยากให้ความเจ็บปวดนี้หายไปไวๆ

มังกรยิ้ม เป็นรอยยิ้มนิ่งเงียบ ตอนนี้เขาไม่ได้ทำหน้าตาน่าหวาดกลัวใส่ริกซ์อีกแล้ว

“อ้า งั้นเหรอ แค่นี้พอแล้วเหรอ”

ริกซ์พยักหน้าสุดแรงจนไม่สามารถพยักหน้าไปได้มากกว่านี้แล้ว มังกรเขียวปล่อยมือและเข้ามากอด เธอไอออกมาเป็นครั้งคราว เธอยังหายใจติดๆ ขัดๆ และอาการสั่นก็ยังไม่ยอมหยุด

แม้บนใบหน้าของริกซ์จะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา น้ำมูก ไปจนถึงเลือด แต่ในสายตาพีริดินนั้นก็ยังสวยงาม  ก็เธอบอกจะอยู่ข้างๆ กันนี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องวุ่นวายใจอีก

ลองค่อยๆ คิดดู คำที่เธออยากจะพูดคืออะไร คำที่เธออยากจะได้ยินคืออะไร ไม่ ก่อนหน้านี้มามัวเมาในความหอมหวานกันก่อนดีกว่า เลือดที่ซึมอยู่บนริมฝีปากสั่นของหญิงสาวนั้นช่างหวานเหลือเกิน

“ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่า...”

ริกซ์ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ในส่วนหนึ่งของจิตใจพีริดินนั้นรู้สึกแย่ แม้จะรู้สึกว่าทำอะไรบางอย่างผิดไป แต่คำพูดของริกซ์ที่พูดออกมาเองกับปากว่าจะอยู่ข้างๆ นั้นกลับทำให้รู้สึกดีจนลืมเรื่องเมื่อครู่ไปแล้ว

และบางทีอาจจะสูญเสียโอกาสไปด้วย


* * *


การตามหาแสงสว่างในความมืด การตามหาความมืดในแสงสว่างนั้น นั่นคือแก่นแท้ของผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในโลกใบ ถ้าอย่างนั้นแสงสว่างของฉันอยู่ที่ไหนกันล่ะ

หลับตาลงและลืมขึ้น ที่นี่คือโลกเวลาที่เธอไร้สติ ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหลุดเข้ามาในนี้ตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้เธออยู่บนทะเลสาบอันคุ้นเคย

ท้องฟ้าอันสดใส เมฆสีขาว อ้า จำไม่ได้เลย ริกซ์ตั้งใจจะปล่อยความทรงจำที่นึกไม่ออกให้ไปกับเกลียวคลื่น

ตอนนี้มันเลือนรางมาก แม้ว่าเธอจะพยายามลองนึกสักแล้วก็ยอมแพ้สักแค่ไหนก็ตาม เธอยื่นแขนออกมาตามนิสัยยามที่มองเมฆสีขาว แล้วเลือดก็ไหลลงมา ตอนแรกมันไม่มีเลือดไหล เหมือนในโลกแห่งภวังค์นี้จะทำให้เลือดไหล 

“อยากตาย”

เธอหันหน้าไปมองที่ที่ไกลแสนไกล สายลมสงบเงียบ ที่พื้นถูกขุดเป็นวงกว้าง เจอน้ำแล้ว

‘เย็น แม้แต่ในภวังค์ก็ยังมีตราประทับนี่อยู่อีกเหรอ ไม่อย่างนั่นก็แค่การสั่นไหวของความรู้สึกที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่แค่ความรู้สึกมันจะแสดงออกมาบนผิวหนังได้เลยรึ’

“อยากตาย”

พร่ำบ่นอย่างเหม่อลอย มันคือนิสัยในการพูดของริกซ์ที่มีมานานแล้ว

[ตายไม่ได้นะ]

ได้ยินเสียงมาจากที่ไหนสักที่ เสียงที่ริกซ์คุ้นเคย

“ข้าอยู่ไม่ได้”

นี่ก็เป็นนิสัยการพูดเหมือนกัน

“ไม่น่าเกิดมาเลย”

คำพูดเข้ามาไม่หยุดหย่อน

[ใคร]

ริกซ์ไม่ตอบ

[ลูโซริกซ์ เจ้าสูญเสียความหมายที่เจ้าเกิดมาแล้วสินะ]

“อย่าเรียกข้าแบบนั้นนะ”

เสียงนั้นเงียบไปแล้ว


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น